LOGIN"พี่แต ป๋าวรรธน์มา"
กระต่ายสะกิดพี่สาวให้หยุดหันไปมองป๋าวรรธน์ที่กำลังเดินมากับนายจ้อยและนายเขินพร้อมลูกน้องอีกห้าคน ป๋าวรรธน์ผู้มีใบหน้าหล่อคมสวมหมวกปีกคาวบอยสีน้ำตาลเข้ม สวมเสื้อเชิ้ตสีดำคู่กางเกงยีนสีเข้ม รองเท้าหนังจระเข้แท้สีเดียวกับหมวก โดยรวมเขามีรูปร่างกำยำน่าเกรงขาม ท่วงท่าเดินของเขาดูราวกับมาเฟียในหนัง
"เอาละสิ ป๋าจะพังร้านไหมเนี่ย พี่ไปเรียกน้าแป้งก่อนนะ" ว่าแล้วกระแตก็รีบเดินเข้าไปเรียกเจ้าร้านในบ้าน ปล่อยให้น้องสาวรับหน้า
"สวัสดีจ้ะป๋า"
เด็กสาวไหว้ย่อแต่ป๋าวรรธน์ยังทำหน้าขรึมใส่
"ปีนี้อายุเท่าไหร่ ถึงได้กล้ามาทำงานร้านเหล้า? "
"หนูมาเสิร์ฟข้าวค่ะป๋า"
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทั้งที่หลักฐานมียาดองตั้งหลายไห
'ม้ากระทืบโรง สาวน้อยตกเตียง โด่ไม่รู้ล้ม นารีรำพึง'
ป๋าวรรธน์อ่านชื่อที่ติดข้างไหในใจ พลางก็นึกปรามาส เหล้าดองยาพวกนี้โอ้อวดซะมากกว่า กินเหล้าเข้าไปมันก็อาจคึกบ้างเป็นธรรมดา
"เรียกไอ้เจ้าของร้านมานี่สิ"
"พี่แตไปเรียกแล้วจ้ะ ป๋ารอเดี๋ยวนะจ๊ะ"
ท่าทางป๋าวรรธน์จะโมโห ลูกค้าในร้านก็เริ่มจ่ายเงินแล้วกลับบ้านทันที เพราะไม่อยากมีเรื่องกับป๋าที่เป็นแหล่งเงินกู้ของพวกเขา
"น้าแป้ง! ป๋าวรรธน์มาบุกร้านแล้ว"
เสียงเรียกทำให้เด็กน้อยวัยสามขวบที่กำลังจะหลับ ร้องงอแงขึ้นอีก ป๋องแป้งอุ้มลูกไว้ในตักแล้วโอ๋ให้หยุดร้อง น้องริวลูกชายของเธอเป็นไข้สูงมาสามวัน พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมาแล้ว หมอบอกเป็นแค่ไข้หวัดตามฤดูกาล ให้ยาน้ำฆ่าเชื้อกับยาพาราเซตามอลน้ำ มากิน
ตอนกลางวันอาการดีเล็กน้อย แต่ไข้กลับมาขึ้นสูงเอาตอนเย็นและกลางดึก
"โอ๋ลูกไม่ร้องนะ ยิ่งร้องน้ำมูกก็ออกมามาก ลูกก็หายใจไม่ได้สิครับ"
เด็กชายพยายามเงียบแต่ยังสะอื้น ป๋องแป้งปลอบลูกน้อยคลำตามเนื้อตัวร้อนระอุไปหมด ทำให้ยังง่วนอยู่กับการเช็ดตัวลูกทั้งที่กังวลใจกับการมาเยือนของป๋าผู้ที่เคยส่งลูกน้องมาขู่ก่อนหน้า
เธอไม่อยากมีเรื่อง แต่รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมเลยที่เขาจะผูกขาดธุรกิจเพียงคนเดียว เดิมทีป๋องแป้งขายอาหารตามสั่งกับข้าวราดแกง แต่ลูกค้าบอกว่าร้านทำเลดีน่าจะมีเหล้าปั่น
เธอจึงศึกษาจากยูทูปทำเหล้าปั่นและเหล้าดองยา จึงสั่งซื้อสมุนไพรจากตัวเมือง เปิดวันแรกคนในหมู่บ้านก็ชวนกันมากินที่ร้าน จนต้องวานให้กระแตกับกระต่ายมาช่วยเสิร์ฟ
ขายได้เพียงสามวัน ลูกสมุนป๋าก็มาเตือนเธอว่าให้เลิกขายเหล้า ไม่อย่างนั้นจะรายงานให้ป๋ารู้ ถ้าป๋าไม่พอใจขึ้นมาแม้แต่ร้านข้าวแกงก็จะไม่ได้ขาย
"กระแตฝากดูน้องริวแป๊บหนึ่งนะ"
"จ้ะ
หญิงสาวรูปร่างผอมบางลุกจากเตียง เธอรวบผมหยักยาวขึ้นในทรงสูง ช่วยให้เผยใบหน้าเรียวได้รูปและลำคอขาว ป๋องแป้งจัดว่าเป็นหญิงสาวที่ดูผ่านๆ แสนธรรมดาแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์สุดเย้ายวน
ดวงตากลมสวยริมฝีปากจิ้มลิ้ม อกอวบอูมเอวคอดสะโพกผายน่าลูบคลำ นี่คงเป็นเหตุผลทำให้ชายหนุ่มในหมู่บ้านแวะเวียนมาสั่งเหล้าปั่น ยาดองที่ร้านเสมอ
คนตัวเล็กเดินเร่งรีบออกมาและเธอสบตาเข้ากับป๋า เขาไม่ได้ดูแก่ถึงขั้นต้องเรียกป๋า อายุน่าจะเป็นพี่เธอไม่กี่ปีเท่านั้นเองซ้ำยังหล่อมากด้วย
ป๋าวรรธน์จ้องหญิงสาวตาไม่กะพริบ ขณะที่ใบหน้าบ่งบอกถึงความกังวลใจ แต่ผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ไม่น้อย ถ้าเทียบกับหญิงสาวหลายคนที่เขาเคยผ่าน หุ่นเธอน่าฟัดกว่าทุกคน
"เธอเป็นเจ้าของร้านใช่ไหม?"
"ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะป๋า" เขาทำท่าเคร่งขรึมเหมือนไม่พอใจ
"ฉันมารอสักพักแล้ว เข้าไปทำอะไรในบ้านนมนาน"
ป๋าวรรธน์ตั้งคำถามด้วยสีหน้าท่าทาง ที่บ่งบอดชัดว่าคิดกับเธอในแง่ไม่ดีชัวร์
"ขอโทษด้วยค่ะ พอดีลูกชายฉันแกเป็นไข้มาสามวันแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้นเลย"
'มีลูกแล้ว' ป๋าวรรธน์ ยอมรับคิดลบว่าเธอคงเปิดร้านเพื่อล่อหนุ่มๆ มาดื่มกินที่แท้ก็มีสามีแล้ว
"ก็ทำไม ไม่ให้ผัวเธอมาพูดกับฉันละ"
"ฉันมีลูกแต่ไม่มีผัวค่ะ คุณจะมาคุยเรื่องให้ปิดร้านยาดองใช่ไหมคะ?" ตาคู่สวยจ้องมาที่เขาระหว่างบอกถึงสถานะหม้ายลูกติดอย่างไม่เขินอาย ถ้าปัจจุบันไม่มีสามี อย่างนั้นที่คิดว่าเปิดร้านล่อชายหนุ่มคงจะจริง
"ใช่ เพราะฉันเปิดร้านคาราโอเกะ ขายเหล้าขายเบียร์แล้ว หมู่บ้านนี้ก็เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ไม่อยากให้มาเปิดร้านแข่งแย่งลูกค้ากันเอง เธอก็ขายกับข้าวไป ใครอยากกินเหล้าก็ไปที่คาราโอเกะของฉัน หรือว่าเธอขายอย่างอื่นด้วย"
"ขายอะไรเหรอคะ! "
แม่สาวร่างเล็กถามด้วยน้ำเสียงกระด้างไม่เกรงบารมี อยากรู้จริงๆ ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน เพราะเขารู้จักคนทั้งหมู่บ้านนี้และหมู่บ้านใกล้เคียงเกือบทั้งหมด
"จะไปรู้เหรอ"
เขามองสำรวจเรือนร่างเธออย่างจาบจ้วงจนเดาความนึกคิดได้
"ที่ฉันขายเหล้าดองยา เพราะได้กำไรดีกว่าทำกับข้าว ฉันต้องหาเงินมาซื้อนมให้ลูกกิน นี่ก็เอาเงินทั้งหมดมาลงทุนดองเหล้าไว้อีกตั้งหลายไห จะให้เลิกขายเลยก็ขาดทุนนะสิ จะเอาเงินที่ไหนเป็นค่าเช่าบ้าน เอาไว้ขายหมดนี่ฉันจะไม่ขายก็แล้วกัน"
ป๋องแป้งพูดด้วยน้ำเสียงคับแค้นใจ โกรธที่ป๋าวรรธน์ดูถูกด้วยสีหน้าท่าทางและคำพูดว่า 'หรือขายอย่างอื่นด้วย' แต่ไม่อยากเสียเวลามาเถียงกับเขา ผู้ชายคนนี้คือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อาจสั่งคนพังร้านเธอได้ อีกอย่างขายเหล้าก็เสี่ยงเหมือนกัน บางครั้งลูกค้าที่กอดคอกันมาดื่มพอเมาแล้วก็ชกต่อยกัน มากสุดคือพวกทำชีกอใส่เธอและกระแตกับกระต่ายด้วย
"ฉันขอตัวไปดูลูกก่อนนะคะ" ป๋องแปังไหว้ลาหันหลังเดินเข้าไป ปล่อยให้ป๋าวรรธน์มองตาม
"เอาไงดีครับป๋า" จ้อยเดินเข้ามาถามใกล้ๆ
"ให้เขาขายให้หมดก่อน ถ้าไม่เลิกค่อยว่ากัน กลับเถอะ"
สั่งให้เอารถกลับโดยไม่ละสายตาจากบ้านพักของป๋องแป้งเลย ป๋าวรรธน์ก้าวขึ้นรถ โดยกระต่ายไหว้ส่ง แต่ทันทีที่รถเคลื่อนเขาเห็นป๋องแป้งวิ่งตามออกมาจึงสั่งให้เขินหยุดรถแล้วเปิดกระจกถามหญิงสาวที่วิ่งมาเกาะประตูรถ
"มีอะไร?"
"ลูกชายฉันไม่สบายมาก ตอนนี้แกชักด้วยคุณช่วยพาแกไปส่งโรงพยาบาลได้ไหม ฉันไม่มีรถ ช่วยหน่อยนะคะ"
"ไปอุ้มลูกมาสิ"
เขาตอบกลับโดยทันที เพราะสิ่งที่ทำให้ป๋าวรรธน์เป็นที่รักของคนทั่วไป ก็คือความเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น
"ขอบคุณค่ะ"
ป๋องแป้งยกมือไหว้ขอบคุณรอยยิ้มหวานผุดขึ้นมาบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจเพราะห่วงลูก ไม่กี่นาทีเธอก็อุ้มเด็กชายหน้าตาน่ารักขึ้นมาบนรถ คอยเช็ดตัวลดอุณหภูมิร่างกายให้ลูกน้อยตลอดเวลา
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย