Masuk“ประมาณหนึ่งเดือนครึ่งค่ะ ไม่รู้ว่าคุณพ่อ
“เฮ้อ เอาล่ะ ๆ อย่าทะเลาะกันเลย พวกหลานไปดูเสี่ยวซ่งเถอะ เรื่องหมั้นให้ปู่กับพ่อของหลานคุยกับคุณชายเซี่ยเอง” ฉินจ้วงถอนหายใจยาวอย่างระอากับนิสัยหลานชาย ยังดีที่หลานสะใภ้ของเขาไม่ได้อ่อนแอจนถูกฉินกวงข่มได้“ทราบแล้วครับคุณปู่ ที่รัก เราไปดูลูกกันนะครับ” ฉินกวงโอบร่างบางของเวยฉิงที่น้ำหนักลดลงมากหลังจากคลอดลูกชายตัวอ้วนออกมาเมื่อครึ่งปีก่อน“คุณชายเซี่ยมั่นใจแล้วนะครับว่าจะหมั้นหมายกับลูกสาวผม” ฉินเหวินถามเซี่ยเยี่ยนอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง เขามีลูกสาวคนเดียว แน่นอนว่าลูกเขยที่จะเข้าบ้านจะต้องสามารถดูแลลูกของเขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“ผมมั่นใจและตั้งใจจะหมั้นกับน้องจริงครับ หลังจากน้องเรียนจบ ถ้ายังไม่อยากแต่งงาน ผมก็จะไม่บังคับน้องครับ ผมจะรอจนกว่าน้องจะพร้อมครับ” เซี่ยเยี่ยนตอบกลับด้วยสีหน้าจร
“อืม...ฉันขอปรึกษาครอบครัวก่อนได้หรือเปล่าคะ” เพ่ยหยูรู้สึกว่าตั้งแต่บ้านเธอตกลงให้โอกาสเซี่ยเยี่ยนเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาก็ทำหน้าที่ดูแลเธอได้ดีกว่าที่คิดเสียอีก เพ่ยหยูจึงไม่อยากปฏิเสธคนดี ๆ แบบเซี่ยเยี่ยนเร็วเกินไปนัก ถึงแม้ว่าเพ่ยหยูจะยังไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่าการรักใครสักคนเพื่อเป้าหมายในการเป็นคู่ชีวิตต้องทำยังไง แต่เพ่ยหยูรู้สึกว่าตัวเองสามารถพูดคุยและสอบถามหลายอย่างจากเซี่ยเยี่ยนได้อย่างสบายใจมากกว่าคุยกับผู้ชายคนอื่น“ตกลงครับ ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปคุยกับครอบครัวน้องเพ่ยหยูเลยนะครับ” เซี่ยเยี่ยนไม่อยากให้ปล่อยเวลาล่วงเลยผ่านไปมากกว่านี้ เขาอยากจับจองสาวน้อยที่ตอนนี้สวยสะพรั่งมากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าเร็ว ๆ เซี่ยเยี่ยนไม่วางใจหากต้องปล่อยเพ่ยหยูไปเรียนต่อโดยเขายังไม่มีสถานะที่มั่นคงกับเธอ จากประสบการณ์ของเขาตอนเรียนต่างประเทศที่ผ่านมา คนต่างชาติมักจะเข้าหาผู้หญิงอย่างตรงไปตรงมาและมีความสัมพันธ์
เมื่อถึงวันเปิดเทอมหลังปีใหม่ เพ่ยหยูกับเพื่อน ๆ ที่กำลังจะขึ้นปีสี่ก็เริ่มยุ่งกับเรื่องการทำวิทยานิพนธ์ของตัวเอง หวังหมิงทงที่กลับมามหาวิทยาลัยก่อนเพื่อนทั้งสองเองก็ไม่ได้ทิ้งเวลาให้เสียเปล่า เขาเขียนโค้ดใส่กระดาษเอาไว้ในเวลาว่างเพื่อรอขอยืมโน้ตบุ๊คเพ่ยหยูเพื่อทดสอบโปรแกรมที่เขียนขึ้นว่ายังมีตรงไหนต้องแก้ไขและเขียนเพิ่มอีกบ้างหนึ่งปีต่อมาในที่สุดพวกเพ่ยหยูก็สอบเสร็จเสียทีหลังจากวิทยานิพนธ์ของพวกเขาได้รับเกรดระดับดีเยี่ยมอย่างคาดไม่ถึง โปรแกรมของหวังหมิงทงยังถูกเซียวจิงหรานพี่ชายของเซียวอวี้ตงซื้อไปอีกครั้งด้วย ทำให้หวังหมิงทงที่เคยกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่อเมืองนอกถึงกับดีใจมากจริง ๆ ตอนแรกเขายังคุยกับเพื่อน ๆ อยู่ว่าอาจไม่ได้ไปเพราะเงินเก็บไม่เพียงพอ“เฮ้อ ในที่สุดก็เรียนจบสักที ว่าแต่หนังสือตอบรับการเข้าสอบข
“อืม...ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ นายมาถ่ายรูปให้ฉันหน่อย” เซี่ยเยี่ยนหันไปเรียกผานฟง“ครับคุณชาย” ผานฟงพยักหน้ารับคำและรับกล้องมาถือเอาไว้ จากนั้นเขาก็บอกให้เซี่ยเยี่ยนกับเพ่ยหยูยืนชิด ๆ กันหน่อยเพื่อจะได้ถ่ายภาพ ซึ่งผานฟงเคยเรียนรู้การใช้กล้องจากเซี่ยเยี่ยนมานานแล้ว เขารู้ดีว่าคุณชายชอบถ่ายรูปตั้งแต่ตอนเรียนต่างประเทศเพ่ยหยูชวนเซี่ยเยี่ยนไปถ่ายรูปภายในพื้นที่วัดหลายมุมอย่างสนุกสนาน เธอยังแอบแกล้งเซี่ยเยี่ยนที่ยังทำหน้าตาเย็นชาอยู่เพื่อจะให้เขายิ้ม และผานฟงก็ไม่พลาดช็อตเด็ดที่คุณชายของเขายิ้มเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี“ว้าว พี่เซี่ยยิ้มแล้วดูดีมากเลยนะคะ วันหลังก็ยิ้มให้ฉันบ่อย ๆ หน่อยนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มกว้างบอกอย่างสนุกสนาน เธอดีใจที่สามารถทำให้เซี่ยเยี่ยนยิ้มได้เป็
“ผมจะดูแลน้องเพ่ยหยูให้ดีครับ คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วง” เซี่ยเยี่ยนรับปากด้วยสีหน้าจริงจังฉินกวงพอได้ยินเซี่ยเยี่ยนเข้าก็อดเบะปากอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ เวยฉิงที่เห็นสีหน้าสามีก็ตีเพี๊ยะเข้าไปที่แขนล่ำพร้อมรอยยิ้มขำ สามีเธอปกติไม่เคยทำสีหน้าแบบนี้มาก่อน เวยฉิงเลยอดขำฉินกวงขึ้นมาไม่ได้ ฉินกวงพอถูกภรรยาตีเข้าให้ก็ทำทีออดอ้อนเวยฉิงเสียอย่างนั้น บรรยากาศในห้องรับแขกเลยกลายเป็นความขบขันสองสามีภรรยาที่เล่นกันเป็นเด็กไปแล้วเซี่ยเยี่ยนนั่งคุยอยู่ที่บ้านตระกูลฉินต่ออีกกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับและนัดเวลากับเพ่ยหยูตอนเก้าโมงเช้าพรุ่งนี้ แต่ก่อนที่เซี่ยเยี่ยนจะได้เดินทางกลับ ฉินจ้วงก็โบกมือเรียกให้พ่อบ้านนำของขวัญที่พวกเขาเลือกเอาไว้มาส่งให้เซี่ยเยี่ยนก่อน ซึ่งเซี่ยเยี่ยนก็แปลกใจไม่น้อยที่อยู่ ๆ ฉินจ้วงก็มอบของขวัญให้เขาแบบนี้“รับไปเ
“หนูขอตัวก่อนนะคะ” เพ่ยหยูลุกขึ้นเดินนำเซี่ยเยี่ยนไปยังห้องสมุดซึ่งเธอเอาโน้ตบุ๊คไปวางรอไว้ก่อนหน้านี้นานแล้ว เพราะมัวแต่คุยกับคนในครอบครัว ทำให้วันนี้เพ่ยหยูเริ่มเรียนช้ากว่าทุกวันที่ผ่านมา เธอไม่รู้ว่ายังเหลือเนื้อหาอีกมากแค่ไหนถึงจะเรียนจบ“อืม...พวกหลานรีบไปเถอะ” ฉินจ้วงโบกมือให้พวกเขารีบไปฉินกวงที่คิดว่าจะขึ้นไปส่งเวยฉิงนอนพักผ่อนแล้วรีบลงมาหาเพ่ยหยู พอเขาได้เข้าห้องนอนไปแล้วก็กลับถูกเวยฉิงลากตัวให้มานอนกอดอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะหลับไปโดยกอดฉินกวงเอาไว้แน่นจนเขาไม่กล้าขยับสุ่มสี่สุ่มห้าจนทำให้เวยฉิงตื่น หลังจากนอนคิดอยู่พักใหญ่ ฉินกวงก็ทำได้แค่ต้องหลับตาลงนอนพักผ่อนพร้อมกับภรรยาเมื่อถึงมื้อเที่ยง พ่อบ้านก็ให้คนไปตามทุกคนมาทานข้าวร่วมกัน เซี่ยเยี่ยนยังคงสอนเพ่ยหยู
พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน
เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่า
เด็กสี่คนที่ยืนคุยกันอยู่เป็นจุดสนใจให้กับคนที่กำลังทำครัวอยู่ไม่น้อย พวกเขาหันไปมองกลุ่มของเพ่ยหยูไม่นานก็หันกลับไปทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ต่อ ในตอนที่พวกเขาได้มาอยู่ที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ต่างจากพวกเพ่ยหยูนัก แต่ละคนทั้งกลัวทั้งกังวลแต่ก็ไม่ถึงกับขาดค
เด็กทั้งสี่คนหอบหิ้วสิ่งของออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกด้านหนึ่งซึ่งจูข่ายหนิงชี้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในอาคารสองชั้นแห่งนี้มีห้องนอนใหญ่อยู่มากถึงหกห้อง และมีห้องน้ำใหญ่เอาไว้ใช้สอยอยู่เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างและอยากอ







