เข้าสู่ระบบ“ถ้าอย่างนั้นเธอรีบไปเตรียมไฟล์ให้ครบก่อน
“ถ้าอย่างนั้นเธอรีบไปเตรียมไฟล์ให้ครบก่อนไปจดลิขสิทธิ์เถอะ ฉันจะไปบอกพวกพี่ม่อให้เองว่าพรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางไปดีซีกัน” เซียวอวี้ตงคิดว่าพวกพี่บอดี้การ์ดน่าจะคุยกันอยู่ด้านข้างบ้านเหมือนกับทุกวันที่พวกเขานั่งคุยกันที่ห้องรับแขก“ได้สิ ฝากด้วยนะอวี้ตง” เพ่ยหยูพยักหน้ารับคำแล้วรีบลุกเดินกลับขึ้นห้องไปลงโปรแกรมเอาไว้โดยครั้งนี้เธอจะลงอัลกอริทึมเพื่อป้องกันการคัดลอกไฟล์ของเธอซ่อนเอาไว้ด้วย“เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนนายเอง” หวังหมิงทงพูดจบก็ลุกเดินตามเซียวอวี้ตงไปอีกคนเมื่อทั้งสองคนเห็นกลุ่มพี่ชายทั้งสี่นั่งคุยกันอยู่ พวกเขาก็บอกเรื่องที่เพ่ยหยูต้องการทันที ม่อชิวที่ต้องไปขอเอกสารการจดลิขสิทธิ์ก็รับปากว่าหลังมื้อเช้าเขาจะรีบไป เพราะเท่าที่ม่อชิวรู้มา เที่ยวบินไปวอชิงตันดีซีมีหลายเที่ยวบิน ถึงจะไปกันช้าหน่อยก็น่าจะไม่
“ไปสิ พวกเราเองก็อยากรู้ขั้นตอนเหมือนกันนี่นา พองานวิจัยเสร็จจะได้ไปขอลิขสิทธิ์ด้วยกันอีกครั้งหนึ่งไง ครั้งนี้ไปขอแค่ลิขสิทธิ์โปรแกรมสร้างโปรโตคอลเสมือนของเธอใช่ไหมล่ะ” เซียวอวี้ตงยิ้มบอกเพื่อนพร้อมกับตั้งใจว่าจะรีบเขียนโปรโตคอลออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อให้เพ่ยหยูเริ่มสร้างอัลกอริทึมใหม่สำหรับเครือข่ายความเร็วสูงได้สักที“ฉันก็อยากไปด้วยนะ” หวังหมิงทงเอ่ยด้วยความเกรงใจ เขามีเงินในบัญชีแต่ยังไม่เคยนำมาใช้เลยสักครั้ง ครั้งนี้เขาก็คิดว่าเพ่ยหยูจะต้องจ่ายเงินให้เขาอีกแน่ แต่หวังหมิงทงก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี เพราะฉินจ้วงบอกให้เพ่ยหยูดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี“ตกลง ถ้าอย่างนั้นฉันจะโทรหาพี่โทนี่ลองดูก่อน” เพ่ยหยูพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาโทนี่ตามหมายเลขในนามบัตรที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้โทนี่มองหมายเลขโทร
เพ่ยหยูกับหวังหมิงทงกลับถึงบ้านในเวลาต่อมา พวกเขาต่างก็ยังไม่หิวข้าว แต่เลือกที่จะให้ม่อชิวไปเรียกเซียวอวี้ตงลงมาคุยกันเรื่องการแจ้งขอลิขสิทธิ์แทนไม่นานเซียวอวี้ตงก็ลงมาด้วยสีหน้าสงสัย เขาเห็นเพื่อนทั้งสองคนดูมีสีหน้าจริงจังแปลก ๆ เลยรีบนั่งลงที่โซฟาข้างหวังหมิงทงแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้นหวังหมิงทงเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดให้เซียวอวี้ตงฟังอย่างละเอียดเหมือนที่เคยเล่าให้กับเพ่ยหยูฟังก่อนหน้านี้ จากนั้นเพ่ยหยูและหวังหมิงทงก็รอว่าเซียวอวี้ตงจะคิดยังไงกับเรื่องนี้“อืม...สำหรับฉันที่ต้องไปทำงานวิจัยที่แล็ปของพี่เซี่ยไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ มีก็แต่นายนั่นแหละหมิงทงที่จะทำยังไงต่อไปเรื่องพัฒนาชิปน่ะ” เซียวอวี้ตงเป็นห่วงเพื่อนมากกว่า&nb
“ได้ ได้ ฉันจะเตือนเพ่ยหยูให้” หวังหมิงทงรีบพยักหน้ารับคำ เขาเองก็ยังไม่เห็นประสิทธิภาพโปรแกรมที่เซียวอวี้ตงว่าเลย เพราะมัวแต่ศึกษาเรื่องการพัฒนาชิปที่ได้มาใหม่อยู่หลังกินข้าวกันเสร็จ อวี่หนิงก็พาหวังหมิงทงไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าไปห้องแล็ปที่อาจารย์ที่ปรึกษาจัดเตรียมเอาไว้ให้ ซึ่งหวังหมิงทงยังไม่รู้ว่าหากใช้ทรัพยากรของ MIT ลิขสิทธิ์จะเป็นของมหาวิทยาลัยเท่านั้น นักวิจัยอย่างหวังหมิงทงจะไม่สามารถได้รับเครดิตเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลงานนี้นอกจากเขาจะวิจัยและใช้ทุนของตัวเองจนสำเร็จเมื่อหวังหมิงทงไปถึงมหาวิทยาลัย เขาก็ไปขอพบอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนเพื่อให้พาไปยังห้องแล็ปที่อาจารย์จองเอาไว้ให้ แต่ขณะที่พวกเขากำลังจะไปยังห้องแล็ป อวี่หนิงกลับถามเรื่องลิขสิทธิ์ขึ้นมาเสียก่อน เพราะเขาได้ยินเรื่องที่คุณชายทั้งสองคุยกันในห้องอาหาร
พวกเพ่ยหยูรอจนกระทั่งเซี่ยเยี่ยนกับผานฟงเดินลับสายตาไป พวกเขาจึงหันหลังเพื่อออกจากสนามบินและกลับขึ้นรถของตัวเอง ครั้งนี้ม่อชิวไปขับรถให้กับเพ่ยหยูเพราะดูท่าทีคุณหนูของเขาแล้วก็ไม่วางใจที่จะให้เธอขับกลับเองคนเดียวสักเท่าไหร่ อีกทั้งตอนนี้เวลาก็ค่ำมากแล้วด้วย ระยะทางจากสนามบินกลับไปบ้านที่ฝั่งเคมบริดจ์ยังต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงถึงแม้จะไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนก็ตามทีเมื่อกลับมาถึงบ้าน ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับห้องพักของตัวเอง เพ่ยหยูรีบอาบน้ำแล้วเข้านอนทันที พรุ่งนี้ยังมีวันหยุดอีกวันก่อนจะต้องไปเข้าเรียนในช่วงสายวันจันทร์ เธอคิดที่จะลุยงานวิจัยให้ได้มากที่สุดเพื่อที่โปรแกรมการสร้างโปรโตคอลเสมือนอาจเสร็จก่อนที่เซียวอวี้ตงจะใช้โปรแกรมเก่าสร้างเสร็จ เพ่ยหยูอยากให้เพื่อนทดสอบโปรแกรมและสามารถซิมมูเลทงานได้ก่อนที่จะนำไปทดสอบจริงที่แล็ปของบริษัทเซี่ยเยี่ยนหลังมื้อเช้าวันต่อมา เพ่ยหยูรีบกลับขึ้นห้องของตัวเองเพื
เซี่ยเยี่ยนกับผานฟงยังคงนั่งรถที่ซี่หลิวขับและมีม่อชิวนั่งข้าง ส่วนเพ่ยหยูนั้นเลือกที่จะขับรถด้วยตัวเองไปยังสนามบิน เธอกลัวว่าถ้าได้อยู่ใกล้กับเซี่ยเยี่ยนนาน ๆ แล้วจะไม่อยากให้เขากลับไปจริง ๆ เพ่ยหยูรู้สึกว่าการมีเซี่ยเยี่ยนอยู่ข้าง ๆ ทำให้เธอมีความมั่นใจมากขึ้นในงานวิจัยที่กำลังทำอยู่ อีกทั้งยังรู้สึกเหมือนเขาเป็นครอบครัวคนหนึ่งของเธอด้วยรถทั้งสี่คันไปจอดยังที่จอดรถของสนามบินเสร็จ ทุกคนก็พากันลงจากรถ โดยเซี่ยเยี่ยนและผานฟงต่างลากกระเป๋าเดินทางกันคนละสองใบเพื่อเข้าไปภายในสนามบิน เพ่ยหยูเห็นแบบนั้นก็อยากเข้าไปช่วยเซี่ยเยี่ยนถือกระเป๋า แต่กลับถูกห้ามเอาไว้เสียก่อน“พี่ถือเองได้ครับ น้องเพ่ยหยูไม่ต้องเป็นห่วงนะ” เซี่ยเยี่ยนบอกด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เขาเองก็ไม่อยากรีบกลับสักเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่ได้ไปเดทกันเมื่อวานนี้ เซี่ยเยี่ยนก็รู้สึกอยากอยู่ดูแลเพ่ยหยูให้ได้นานกว่านี้ น่าเสียดายที่เขายังมีงานต้อง
จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวันไป่หลิวกับซู่ฟางช
“ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห
พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน







