ログインจันทร์กระจ่างเป็นเพียงเงาของใครบางคน ที่เขามีไว้เพื่อปลอบใจตัวเองว่าใครคนนั้นยังคงอยู่... จนกระทั่งถึงวันที่แน่ใจแล้วว่าไม่มีวันที่เขาจะมองหล่อนอย่างคนรัก จึงตัดสินใจเดินออกมาเงียบๆ พร้อมกับอีกหนึ่งชีวิตที่เพิ่งอุบัติ…
もっと見るวันที่ 9 เดือน 9 พ่อหนูตัวอวบก็ถือกำเนิด เนื่องจากตอนที่ลูกชายคนแรกลืมตาดูโลกนั้น อิชย์แทบไม่มีส่วนร่วมดูแลตอนที่เขาอยู่ในครรภ์มารดาจวบถึงตอนคลอด ชายหนุ่มจึงไม่ยอมพลาดที่จะเป็นคนตัดสายสะดือให้กับลูกอีกสองคนถัดมา... “เป็นยังไงบ้างลูก” นางมนพรลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อลูกชายออกมาจากห้องคลอด เขายิ้มกว้างพร้อมกับจับมือมารดาแล้วนั่งลงตามเดิม “สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งแม่และลูกครับ หลานชายคนนี้หน้าเหมือนคุณย่าเลยนะครับ” คนฟังถึงกับเป็นปลื้ม น้ำตาซึมออกมา “อีกนานไหมพวกเราถึงจะได้เจอหลาน” “ก็ต้องรอให้จันทร์เข้าพักในห้องพักฟื้นก่อนครับ คงอีกสักพักใหญ่ ตอนนี้เราทำได้แค่รอ แต่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลานแม่คนนี้ตัวใหญ่กว่าทุกคนเลยนะ เสียงร้องยังดังกว่าใครเพื่อนอีกด้วย” เขาเล่าอย่างภาคภูมิใจ ดวงตาคมกริบอ่อนโยนลงและเต็มเปี่ยมด้วยความรักที่พร้อมจะมอบให้กับลูกๆ ทุกคนของเขา รวมทั้งแม่ของลูกที่กำลังนอนให้คุณหมอเย็บแผลอยู่ในห้องคลอดสองวันต่อมา จันทร์กระจ่างสามารถกลับบ้านได้ พี่เจตน์และพี่อิ่มนั่งเฝ้าน้องเล็กไม่ห่างเลยทีเดียว “ไงคนเก่ง คนนี้ผิว
เวลาเกือบสามทุ่มของคืนหนึ่ง จันทร์กระจ่างกำลังนั่งพิมพ์งานเหมือนทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะถึงแม้จะยุ่งกับการดูแลลูกและสามีมากแค่ไหน ก็ยังคงรับจ็อบแปลหนังสือและเขียนนิยายที่รักเสมอ ก่อนหยุดชะงักเมื่อหันไปเห็นสันหนังสือที่เป็นผลงานการเขียนของหล่อนเข้า ครั้งหนึ่ง อิชย์เคยหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ‘เมียบำเรอไร้รัก’ เรื่องราวในนั้นคือส่วนหนึ่งในชีวิตของหล่อนและเขา วันนั้นจึงทำให้อิชย์เงียบซึมไปทั้งวัน ‘พี่เพิ่งรู้ว่าตัวเองเลวและแย่แค่ไหน ที่ทำให้จันทร์เหมือนตกอยู่ในนรกแบบนั้น’ นั่นคือประโยคหนึ่งที่เขากล่าวออกมาในค่ำคืนนั้น และหล่อนก็กลายเป็นคนที่ปลอบใจพ่อคนจิตใจอ่อนไหวตลอดทั้งคืน แต่พอตื่นขึ้นมา คนที่ปวดเมื่อยไปทั้งตัวกลับกลายเป็นหล่อน แต่พ่อคนอ่อนไหวดันสดใสกระปรี้กระเปร่าอยู่คนเดียว เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออกมา ทำให้หญิงสาวที่กำลังยิ้มจางๆ ให้กับความทรงจำหันไปมอง พอดีกับคนตัวสูงที่มีเพียงผ้าขนหนูพันกายท่อนล่างโน้มกายลงมาจูบแก้มนุ่มของภรรยา “ไปอาบน้ำได้แล้ว” “อาบเร็วจัง ถึงห้านาทีไหม” หญิงสาวมองตามสามีที่เดินไปหยิบเสื้อผ้าที่หล่อนเตรียมเอาไว้ใ
บทส่งท้ายวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ อิชย์และจันทร์กระจ่างกำลังจะกลายเป็นคุณพ่อคุณแม่ลูกสาม ทั้งเพื่อนบ้านและคนงานต่างแซวชายหนุ่มว่าแรงดีไม่มีตก กิจการของเขาเองก็กำลังไปได้สวย รับพนักงานใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน เพื่อสลับสับเปลี่ยนกับดนัย ส่วนตัวเขารับงานเพียงช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายเน้นเข้าฟาร์ม แต่ก็ไม่ทุกวัน เพราะเสาร์อาทิตย์เขาจะอยู่กับครอบครัวเป็นหลัก สี่คนพ่อแม่ลูกจึงมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นกว่าเดิม บางครั้งในวันหยุด หญิงสาวจึงชวนสามีไปเยี่ยมปัทมาที่ราชบุรี “คิดถึงแกมาก” ปัทมาสวมกอดเพื่อนรัก “ฉันก็คิดถึงแก ไหนลูกสาวล่ะ” “ไม่อยู่ เพิ่งออกไปกับพ่อ ไปซื้อขนม มาเถอะเข้าบ้านก่อน เชิญค่ะคุณอิชย์” หญิงสาวกล่าวเชิญสามีของเพื่อน รวมทั้งเรียกเด็กๆ ให้เดินตาม หนุ่มน้อยสาวน้อยดูจะชอบร่องสวนมะพร้าวมาก เพราะกระโดดข้ามกันสนุกสนาน “ดูลูกแกสิ ท่าจะสนุกมากนะนั่น” จันทร์กระจ่างมองตามแล้วยิ้มอ่อนพลางยกน้ำมะพร้าวขึ้นดื่ม “คุณอิชย์ดูดีกว่าเมื่อก่อนอีกนะเนี่ย มีสาวๆ มาเกาะแกะบ้างไหม” ปัทมากระซิบกระซาบเอ่ยถาม จันทร์กระจ่างหัวเราะขันเพื่อน พลางมองไปยังร่า
“ขอโทษทีค่ะ จันทร์ก็มัวแต่ยุ่งๆ กับเรื่องของลูก” “มีใครพาไปหาหมอหรือยัง” “พาไปแล้วค่ะ แต่ดีที่ยังเป็นไม่มาก หมอเลยให้กลับมานอนพักที่บ้าน จันทร์เลยให้หยุดไปก่อน หายดีค่อยมาทำงาน” ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะบอกกับหญิงสาว “จันทร์อยู่กับลูกเถอะ พี่ซักเอง เผื่อน้องอิ่มหิวขึ้นมาจันทร์จะได้ให้นมลูก” พูดจบร่างสูงก็ลุกขึ้นจากพื้นบ้าน แล้วคว้าตะกร้าผ้าจากมือภรรยามาถือเอาไว้เอง “ขอบคุณนะคะ สามีจันทร์น่ารักที่สุดในโลกเลย” หญิงสาวยิ้มหวาน ทำให้คนใจดีน่ารักที่สุดในโลกยิ้มหน้าบาน “งั้นจันทร์ต้องเตรียมตอบแทนพี่แล้วแหละ” เขายักคิ้วหลิ่วตา พลางทำตาวาวแล้วมองด้วยสายตาโลมเลียจนหญิงสาวค้อนขวับ “รีบไปเถอะค่ะพ่อคนหื่น คิดแต่เรื่องนี้อยู่ได้” อิชย์หัวเราะขัน พลางบอกขณะสาวเท้าออกไป “อยู่กับเมียจะให้คิดอะไรได้เล่า” สิ้นเสียงหัวเราะของสามี หญิงสาวก็ได้แต่ส่ายหน้า ทว่าดวงตาเป็นประกายแห่งความสุข แม้หล่อนจะบ่นเขาไปบ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เคยปฏิเสธเขาลงสักครั้ง เพราะมันก็คือความสุขของหล่อนเช่นเดียวกัน ที่ทำให้คนที่รักมีความสุ
ที่สถานีขนส่ง จันทร์กระจ่างส่งเงินให้คนขับรถรับจ้าง แล้วลากกระเป๋าเดินทางตรงไปยังรถประจำทางที่จอดอยู่ภายในสถานีขนส่งของจังหวัด ร่างระหงตรงไปยังช่องจำหน่ายตั๋ว นั่งรอไม่นานรถโดยสารคันโตก็เคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่ง ทะยานสู่จุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนต่างจดจ่อรอคอย... เมื่อออกมาจากตัวเมืองได้สั
อิชย์ออกจากบ้านด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขายังจดจำสายตาที่มองตามท้ายรถยนต์ของตนได้ไม่ลืม แววตาคู่นั้นหม่นเศร้าและมองตามจนลับตากันและกัน เหตุใดหล่อนมองเขาแบบนั้น แล้วไยเขาจึงได้ใจหายแบบนี้... วันนี้มีบรรดาเจ้าของพาสัตว์เลี้ยงแสนรักเข้ามารักษารวมทั้งครบรอบตรวจสุขภาพหลายราย เขาและดนัยจึงวุ่นอยู่
๓เมียหาย ล้อมคอกอิชย์กลับบ้านในเช้าวันใหม่ และพบว่าอาหารถูกตั้งโต๊ะรอท่าอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มกวาดสายตามองหาภรรยาเพื่อที่จะอธิบายทุกอย่างถ้าหล่อนต้องการรู้ แต่พบเพียงแม่ครัวที่เดินออกมาเจอเขาพอดี “อ้าวคุณอิชย์! คุณหายไปไหนมาคะ คุณจันทร์นั่งรอคุณทั้งคืน พยายามติดต่อคุณแต่คุณไม่ยอมรับสาย ไม่
ไม่เพียงจันทร์กระจ่างที่จมอยู่กับความหม่นหมอง อิชย์เองก็รู้สึกหงุดหงิดทั้งวัน เขาขับรถออกจากคลินิกในช่วงบ่ายจัดแล้วตรงไปยังฟาร์มโคนม ใช้เวลาขลุกอยู่ที่นั่นจนเย็นย่ำ ขณะที่กำลังนั่งมองคนงานปิดคอก เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น “สวัสดีครับ ใช่ครับ ผมอิชย์พูดครับ” เมื่อตอบรับปลายส