LOGIN3 แม่ม่าย
โรงแรมอิมพีเรียลยังคงเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วแม้ว่าเธอจะไม่ได้เหยียบย่างมาที่นี่มาหลายปี พริยาพาร่างบางเข้าไปในลิฟต์กดขึ้นไปยังชั้นบนที่พักของชายหนุ่ม เพนต์เฮ้าส์ราคาแพงที่เขามักมาเช่าอาศัยยามมาพักที่เมืองไทยคราวละหลายเดือน ความทรงจำไหลย้อนมาอีกครั้ง
“วันหนึ่งผมจะทำให้คุณคุกเข่าอ้อนวอนผม พริยา จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ผมจะทำลายชีวิตคุณ”
เสียงขู่อาฆาตครั้งสุดท้ายที่เจอเขาเมื่อสามปีที่แล้วยังหลอกหลอนในความทรงจำดั่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและแรงแค้น แผ่นหลังบอบบางเริ่มมีเหงื่อผุดซึม
คาร์ลอสทำลายชีวิตเธอ เขาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างมีคิดว่ามีคุณค่าทางใจต่อเธอจนย่อยยับ แต่สุดท้ายเธอก็รู้ว่าที่จริงแล้วไม่ใช่เขา หากแต่เป็นตัวเธอเองต่างหากที่ทำลายตัวเอง
ความเป็นนักล่าเต็มตัวทั้งโหดเหี้ยมอำมหิตไม่ยอมลงให้ใคร และไม่อดทนต่อคนที่อ่อนแอกว่าเขา
พริยาไม่มีวันลืมวิธีที่เขามองเธอในวันแต่งงาน เขามองเธอด้วยความโกรธคุกรุ่นระคนความเกลียดชังที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน
สิ่งที่ทำให้เขารับไม่ได้ก็เพราะเธอปฏิเสธเขา เขามาหาเธอในวันแต่งงานด้วยหวังว่าวินาทีสุดท้ายเธอจะเปลี่ยนใจ หากแต่ไม่ เธอยืนยันเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นหนุ่ม
“ผมจะไม่มีวันยกโทษให้คุณ”
เสียงกดต่ำเปล่งหนักแน่นยืนยันจากภายนอกประตูโบสถ์ ทำให้ทุกคนหันมองชายผู้เย่อหยิ่งร่ำรวยเป็นตาเดียวก่อนที่เขาจะหันกลับออกไปและเธอไม่เจอเขาอีกเลย
ในวันแต่งงาน บีม คู่หมั้นหนุ่มบีบมือให้กำลังใจเธอและบอกกับเธอว่าเขาให้อภัยเธอทั้งหมด ขอเพียงแต่งงานกับเขาและเธอก็เชื่อเขา ชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนของเธอมาช้านาน หากแต่ใครจะรู้ว่าการแต่งงานที่จัดขึ้นมาช่างจอมปลอม และเธอต้องทนฝืนอยู่กับบีมจนกระทั่งเขาเสียชีวิต
เธอพยายามดึงสมาธิกลับมาอย่างยากลำบาก ยกมือที่กำลังสั่นเทานวดคลึงกลางหน้าผาก บีมเป็นชายหนุ่มที่เธอเคยฝากความหวังไว้ เขาเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงโดยไม่บอกให้เธอรับรู้มาก่อน เขาไม่สามารถทำงานได้ทำให้ธุรกิจที่เขาสร้างขึ้นมาล้มครืนลงในระยะเวลาไม่นาน
ตอนนี้ทุกสิ่งในชีวิตเธอพังพินาศ และคนอย่างคาร์ลอสคงสะใจที่เธอมีชีวิตอย่างที่เขาตั้งใจ การเรียกเธอมาครั้งนี้เธอยังไม่แน่ใจว่าจะได้อะไรกลับไปนอกจากความชอกช้ำ
ประตูลิฟต์เปิดออกเธอมองออกไปยังโถงทางเดินทอดยาวนึกไปถึงความทรงจำวัยเยาว์กว่านี้ โรงแรมอิมพีเรียลเป็นอดีตที่เธอไม่อยากจดจำ เป็นโรงแรมหนึ่งในอีกหลายโรงแรมที่แม่ของเธอแอบนัดผู้ชาย
ใช่แล้ว แม่ของเธอคบชู้ และเธอรับรู้ด้วยความปวดร้าวในใจว่าสถานที่นี้คือสถานที่ที่เดียวกับสิ่งที่เธอทำกับคาร์ลอสเมื่อสามปีก่อน
เท้าบางในรองเท้าส้นสูงสามนิ้วค่อยย่างไปบนพรมหนาชั้นดีสีเลือดหมู
“เธอมันเหมือนพ่อของเธอพริยา มีคุณธรรมสูงส่ง รอบ ๆ ตัวเธอดูดีมีศีลธรรมจนแม่อยากจะอ้วก แล้ววันหนึ่งเธอจะแสดงให้ทุกเห็นว่าที่จริงเธอไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอก เธอมันก็เหมือนฉัน ร่านและร้อน”
เสียงหวีดแหลมตะโกนของแม่ก่อนจะหนีหายออกไปจากบ้านในวันนั้นยังทำให้เธอสะท้านจนถึง ณ วินาที นี้ และเธอกำลังจะทำแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม ร่างบางสั่นเทายกมือขึ้นกอดตัวเองขณะก้าวเดิน
เธอรังเกียจตัวเองทั้งยังโกรธที่ยังเฟ้อฝันฟุ้งซ่านถึงชายคนนั้น คนที่ทำให้ชีวิตของเธอพัง
เมื่อสามปีที่แล้ว เธอเดินปึงปังมาทางเดินเดียวกันนี้ด้วยความโมโห โดยหมายมั่นว่าจะจัดการกับคาร์ลอส ซานญ์ให้ได้ และมันไม่ใช่เลย วันนั้นเธอเกือบจะลงเอยกับเขาแล้วบนเตียง
ทั้งคู่ต่างเสมือนสัตว์ป่าที่โหยหากันกระโจนเข้าหากันถอดทึ้งเสื้อผ้า มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วร่างเธอ และเธอก็เช่นกันลูบไล้ทั่วร่างแกร่งของเขา
ในตอนั้นเธอยังเด็กเกินกว่าจะรับรู้ถึงความน่ากลัวของชายผู้นั้นผิดไปจากตอนนี้ ร่างระหงกำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เธอกลัวมากพอที่จะยอมมาหาเขา เธอให้กำลังใจตัวเองและคิดว่าทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อพ่อของเธอ
ก๊อก ก๊อก
พริยายังหลับตาลงพักใจให้สงบ พยายามไม่คิดแง่ลบว่าชายหนุ่มต้องการอะไร แต่ที่แน่ ๆ เขาคงต้องการให้เธอคลานเข้าไปหาเขาเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ และการทำลายพ่อของเธออาจเป็นการแก้แค้นที่น่าสนุกสำหรับเขา
“เชิญ”
เสียงหนักทรงอำนาจตอบรับ พริยาเปิดประตูออกแล้วก้าวเข้าไปในอณาจักรของเขาที่เหมือนเช่นเดิมไม่มีผิด ไม่ว่าจะวิธีการวางเตียงนอน โซฟาที่เธอและเขาเคยคลุกเคล้า หรือแม้กระทั่งตัวเขาเองจนร่างกายเธอร้อนผ่าวด้วยไฟสวาทยามนึกถึง
มีเสียงพึมพำเบา ๆ ดังลอดมาจากร่างสูงใหญ่ ภาษาที่เธอฟังไม่ออกเนื่องจากไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เธอคาดว่าคงเป็นภาษาอิตาลีภาษาแม่ของเขา ร่างสูงเดินทอดน่องเข้ามาใกล้และคว้ากระเป๋าของเธอออกมามือนำไปวางไว้บนโต๊ะด้านข้าง
ความดิบเถื่อนทำให้เธอละสายตาไปจากเขาไม่ได้ ทุกตารางนิ้วแผ่รังสีความต้องการทางเพศมากจนเกินไปและมันทำให้เธอร้อน แรงดึงดูดแปลกประหลาดจนน่ากลัว
เขาเคลื่อนตัวด้วยท่วงท่าดั่งพยัคฆ์ร้ายออกล่าเหยื่อ ใบหน้าคมเข้มที่มีดวงตางดงามสีทองมีเสน่ห์ดึงดูดของเพศชาย โหนกแก้มสูงที่เพิ่มความโหดเหี้ยมจมูกโด่งเป็นสันบ่งบอกความดื้อรั้น
“ฉันพนันได้เลยว่าเขาต้องเป็นนักรักที่ไม่รู้จักพอแน่ ๆ” เสียงมารดาเธอที่เคยเอ่ยถึงเขาดั่งลอดเข้ามาในห้วงคิด “เขามีพลังทางเพศ ผู้หญิงที่ไหนก็ต้องรู้สึกเมื่ออยู่ใกล้ พริยาลูกไม่รู้สึกหรือ?”
ความกลัวในตอนนั้น กลัวการผิดศีลธรรม กลัวการถูกดูถูกจากผู้เป็นแม่และคนรอบข้างทำให้เธอเลือกบีม
“ทำไมคุณถึงนัดฉันมา” ในที่สุดเธอก็หาเสียงของตัวเองเจอ เอ่ยถามชายหนุ่มทันที
“นั่งลงก่อนสิ” ร่างสูงใหญ่นั่งลงบนโซฟาจ้องตอบมาที่เธอ
“ไม่ ฉันคงอยู่ไม่นาน ..”
“งั้นออกไปสะ กลับไป มันทำให้ผมเสียเวลา”
น้ำเสียงทุ้มโหดร้าย ชายหนุ่มยกมือโบกไล่หยิบแก้วเหล้าขึ้นจิบ หากแต่นัยน์ตาสีทองยังจ้องเธออยู่
พริยากัดฟันแน่นด้วยความอดทน เดินมายังโซฟาตัวเดิมที่เคยนั่งแล้วค่อยหย่อนสะโพกงามลงเชื่องช้า
“คุณนัดฉันมาทำไม”
“ก็แค่อยากเห็นคุณ”
ดวงตาสีทองวาววับยามกวาดไปทั่วร่างบางระหง แล้วหยุดนิ่งยังทรวงอกอวบอิ่มขนาดใหญ่ที่น่าแปลกใจบนร่างผอมบาง และเลื่อนลงไปยังส่วนสะโพกผายแบบผู้หญิงของเธอ
พริยารู้สึกไม่สบายใจกับรูปร่างดั่งนาฬิกาทรายของเธอมาตลอด มันยั่วยวนและเรียกให้ผู้ชายทุกคนเข้าหาเธอ และมักจะคิดว่าเธอนั้นง่าย โดยเฉพาะถ้ารู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของปรียา ภรรยาของนักธุรกิจประกาย เจ้าของบริษัทลาสอินสตรัคชั่น
ส่วนโค้งกระตุ้นราคะเพศผู้ ผมหยักศกสวยเป็นลอนดำขลับ ดวงตาหวานคมเสริมใบหน้าจมูกโด่งสันเรียว ผิวขาวจัดจนแม้แต่เธอเองยังแปลกใจ
เธอเหมือนแม่มากเกินไป ทั้งรูปร่างหน้าตาและท่าทาง ซึ่งเธอพยายามปกปิดมาตลอดตั้งแต่แตกเนื้อสาวโดยการพรางรูปร่างตัวเองด้วยการสวมเสื้อผ้าตัวใหญ่ แต่ในวันนี้เธอต้องไปทำงานและยังคงสวมชุดเดิมเมื่อเช้า เข็มขัดเส้นเล็กยิ่งเน้นเอวคอด เสื้อเชิ้ตสีขาวแม้มีเสื้อคลุมตัวใหญ่หากแต่ตัวเม็ดกระดุมดันกันจนแน่นแทบปริตรงส่วนกลาง กระโปรงทำงานตัวสั้นเผยท่อนขาเรียวขาวใสจนเห็นเส้นเลือด
เธอจ้องมองกลับด้วยดวงตาวาวโรจน์ เขามีสิทธิ์อะไรมาจับจ้องดั่งกำลังเปลื้องผ้าเธออยู่ เชิดหน้าสูง
“ดื่มอะไรก่อนไหม”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณ”
“ที่จริงผมเกลียดการดื่มฉลองเพียงลำพัง วัฒนธรรมบ้านผมคนอิตาลีมักคึกครื้นด้วยผู้คนญาติพี่น้องเสมอ แต่ที่จริงถ้าคุณจะดื่มสักนิดหน่อยคงจะพอได้นะ หรือคุณยังดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ ไม่น่านะคุณจะยังไร้เดียงสาถึงขนาดนั้นเลยหรือไง”
เสียงเยาะหยันปนขบขันจากเสียงทุ้มยิ่งทำให้เธอขบฟันกันแน่น ไม่พยายามนึกเหตุการณ์เมาเหล้าครั้งแรก
“คุณฉลองเรื่องอะไร”
“ก็เรื่อง..คุณ เป็น ม่าย”
การตอบเว้นวรรคเน้นจังหวะคำว่าม่ายราวกับว่าเขาฝึกคำพูดนี้มาเนิ่นนาน ดวงตาวับด้วยความสนุกยกเบอร์เบินขึ้นจิบ
“เราต้องคุยกันเรื่องของพ่อ พ่อของฉัน..”
คาร์ลอสลุกขึ้นทันทีโบกมือให้เธอเงียบ ดวงตาสีทองวาวโรจน์
“เขาขโมยเงินบริษัท ขโมยเงินน้ำพักน้ำแรงของลูกจ้างตัวเอง ทุกคนรู้เรื่องนั้นดี รวมทั้งตัวคุณ”
“แต่ว่า จะต้องโหดร้ายกับพ่อของฉันขนาดเลยเหรอ” น้ำเสียงอ้อนวอนออกจากปากสาวน้อย ขยับร่างบางวิงวอนไม่รู้ตัว
“พ่อแค่ทำพลาด...”
“ในเรือนจำมีผู้ที่ทำพลาดมากมายพรีส” เขาแทรกด้วยคำพูดเฉือดเฉือน จ้องกลับมายังเธอ “ยักยอกเงินจำนวนมหาศาลเพื่อเล่นพนัน และยังเป็นเรื่องส่วนตัว”
“ส่วน..ตัว..”
“ใช่ส่วนตัว ผมช่วยซื้อลาสอินสตรัคชั่นในวันที่ร่อแร่ด้วยจำนวนสูงลิบให้บ้านของคุณทั้ง ๆ ที่มันราคาต่ำเตี้ย เพียงเพื่อคุณ เพื่อให้ครอบครัวคุณเห็นว่าผมจริงใจต่อคุณ”
“จริงใจ คุณไม่รู้หรอกว่าความจริงใจคืออะไร มันคือการแบล็คเมล์ คุณแค่กดดันให้ฉันยอมคุณในตอนนั้น ให้ฉันไม่เหลือสถานะใดที่จะต่อรองได้”
“ผมแค่ต้องดูแลของ ๆ ผม”
“ฉันไม่เคยเป็นของ ๆ คุณ”
คิ้วเข้มเลิกสูงจ้องตอบด้วยนัยน์ตาสีทองวาวเต็มอารมณ์
“คุณเป็นของผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพบกัน พรีส แต่คุณมันโง่ และขลาดกลัวต่อทุกสิ่ง คุณกลัวไฟร้อน คุณกลัวว่าตัวคุณเองจะเหมือนแม่ของคุณ”
“คาร์ลอส คุณมันบ้าไปแล้ว!”
“ใช่ ผมมันบ้า แล้วคุณกล้าดียังไงเดินเข้ามาในห้องนี้ห้องที่คุณเคยเกือบอ้าขาให้ผม พรีส”
เธอสะอึกอยากจะตบหน้าเขานักที่รื้อความจำขึ้นมา ทั้งยังอับอายต่อเหตุการณ์วันนั้น
“ฉันมาที่นี่เพราะเรื่องพ่อของฉัน”
“พ่อของคุณเป็นลูกจ้างของผมที่ถูกตามใจจนเสียคนเท่าที่ผมเคยจ้างมา ผมให้สิทธิ์ดูแลบริษัททุกอย่างแต่กลับกลายเป็นว่าทรยศหักหลังผมเสียเอง”
“แต่เราสามารถขายที่ดินที่มีอยู่ชดใช้ให้คณได้”
“พรีส ตื่นยอมรับความจริง ที่ดินถูกจำนองไปหมดแล้วและถ้าขายมันทิ้งก็ต้องใช้หนี้แบงก์ก่อนอันดับแรก มันไม่พอเหลือใช้หนี้ของบริษัทผมหรอก”
พริยาชะงัก เธอไม่รู้มาก่อนว่าพ่อของเธอนำที่ดินที่มีอยู่ไปจำนองกับแบงก์
“เอาเป็นว่าพรีส ผมไม่อยากจะสนใจพ่อของคุณหรอกนอกจากจะเป็นเครื่องมือให้ผม คุณจะมาทำตัวอ่อนแอเรียกร้องความสงสารมันไม่เป็นผลหรอกพรีส ทุกอย่างเป็นธุรกิจ”
“ดังนั้นคุณให้ฉันมาที่นี่เพื่ออะไร เพื่อความสะใจแค่นั้นใช่ไหม”
เธอตะโกนตอบสายตาวาววับ เธออยากจะตบหน้าคมเข้มที่กำลังมองเธออย่างเหยียดหยามเต็มประดา
“พรีส ผมจะบอกอะไรให้นะ คุณแค่ชอบผู้ชายอ่อนแอที่จูงจมูกได้ง่าย ผู้ชายที่คุณจะควบคุมเขาได้ แต่นั่นไม่ใช่ผม”
“เหอะ! คาร์ลอส คุณมันหลงตัวเองและฉันก็เกลียดทัศนคติแบบนี้ที่สุด ผู้ชายก้าวร้าว คร่ำครึและ..”
“ผมไม่ได้คร่ำครึหรอกคาร่า ผมแค่มีสายเลือดอิตาลีที่เก่าแก่” เสียงทุ้มแทรกเข้ามาก่อนที่เธอจะพูดจบ
“คุณมันแสนงี่เง่าที่เลือกไอ้หมอนั่นแทนผม”
“หยุด อย่าเรียกฉันว่างี่เง่าอีกแม้แต่ครั้งเดียว”
“คาร่า คุณน่ะไม่ได้ซื่อสัตย์กับคู่หมั้นของตัวเอง เขาเสนอแหวนแต่งงานและผมเสนออะไรที่มันมั่นคงน้อยกว่า แต่คุณเลือกแหวนแต่งงาน”
“ฉันเลือกแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันรัก!”
คาร์ลอสหัวเราะเสียงดัง “รักงั้นเหรอ ผมถามหน่อยเวลาคุณนอนกับเขา คุณไม่นึกถึงผมบ้างเหรอ ไม่โหยหาสิ่งที่เรามีต่อกันบ้างหรือไง แล้วตอนที่คุณร้องครวญครางได้เผลอเรียกชื่อผมไปบ้างหรือเปล่า”
“เพียะ”
ร่างบางถลาเข้าใส่เขาตบใบหน้าคมอย่างแรง ชายหนุ่มหันกลับจ้องตาวาวปากคอเราะร้ายยังพ่นคำที่เสียดแทงใจเธอ
“คุณมันแค่แต่งตัวภายนอกให้ดูทึนทึกแต่แท้จริงคุณคือนางแมวป่า หัวใจของสัตว์ป่า และมันทำให้เลือดผมพลุ่งพล่านอยากจะล่าคุณเต็มทนคาร่า”
“บ้าจริง ไอ้คนลามก หุบปากนะ!”
“เป็นไง มันทำให้คุณตื่นเต้นใช่ไหมสาวน้อย”
เขากระชากร่างบางเข้าหาตัว จับข้อมือรั้งไว้ด้านหลังให้ความอวบอิ่มดันเข้าหาตัว จ้องเธอด้วยตาคมกร้าว กดท่อนล่างให้เธอรับรู้ว่าเขากำลังแข็งชันขนาดไหน
“ผมสามารถเอากับคุณที่นี่เดี๋ยวนี้ จะกำแพง บนพื้น ในห้องน้ำ ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นเพียงแค่กระดิกนิ้วซึ่งคุณก็รู้ดีคาร่า”
มือใหญ่ล้วงเข้าใต้กระโปรงเกาะกุมเนินเนื้อนุ่มไว้กดแนบจนเธอสะดุ้งสุดตัว
“รู้สึกยังไง แฉะไหม”
พริยาจ้องตอบด้วยสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริศ คาร์ลอสล้วงใต้กระโปรงเธอ จับสิ่งที่เธอหวงแหนแต่ที่เลวร้ายที่สุดเธอกำลังเร่าร้อนและต้องการมัน
“คาร์ลอส”
20 18+ จบบริบูรณ์“เขายังโทรมานะลูก”พริยานิ่งเงียบมือบางกำโทรศัพท์แน่นเมื่อพ่อของเธอเอ่ยถึงคาร์ลอส“ปล่อยเขาไปเถอะคะ”“พ่อว่าหนูควรพูดคุยกับหน่อยไม่ดีกว่าหรือลูก? พ่อว่าเขาจริงใจกับลูกนะ”“พ่อคะ อย่าไปฟังเขานะคะ เขาแค่โกหกพ่อค่ะ”“แต่พริยา ตอนนี้เขาอยู่ที่เมืองไทยและโทรหาพ่อทุกวัน ให้พ่อกลับไปทำงานที่บริษัทเหมือนเดิมโดยที่ไม่ต้องใช้หนี้อะไร แค่นี้พ่อว่าเขาคงจริงใจต่อลูกไม่น้อยนะ”น้ำเสียงจริงจังของพ่อประกายทำให้พริยารู้ว่าพ่อคงโดนคาร์ลอสเสือเจ้าเล่ห์หลอกเอาเสียสนิท“พอเถอะคะพ่อ เราอย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้นะคะ”พ่อของเธอวางหูไปนานแล้ว ฟังจากน้ำเสียงพริยาก็รู้ได้ว่าคาร์ลอสคงทำให้พ่อของเธอไว้ใจมากขนาดไหนตั้งแต่วันนั้นผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนที่พริยาหนีกลับมาก่อน เธอไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวของเขาอีกแล้ว และเธอรู้ว่าเขาจะต้องมาหาพ่อของเธออย่างแน่นอน พริยาจึงเลือกที่จะไปหาที่แห่งใหม่“ติ๊ง”เสียงลิฟต์ดึงขึ้นแล้วขณะที่พริยาเดินมาถึงด้านหน้าหลังจากวางโทรศัพท์ คอนโดมิเนียมแห่งใหม่ที่เธอมาเช่าอยู่สะดวกสบายมากพอในย่านกลางเมืองและที่สำคัญราคาค่าเช่าไม่แพงจนเกินไปนักในตอนนี้เธอยัง
19 ลิซพริยาพลิกตัวพาดแขนไปทางด้านข้างตัวในยามเช้ารุ่งขึ้น เตียงที่เคยอุ่นเมื่อคืนว่างเปล่า เธอค่อยลืมตามองร่องรอยบุ๋มบนที่นอนและหมอนนุ่มใบใหญ่อาการอ่อนเพลียจากการร่วมรักอันหนักหน่วงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน เธอปวดเมื่อยไปทั้งตัวทั้งยังอ่อนแรงจนแทบไม่สามารถลุกขึ้นจากที่นอนได้“คุณตื่นแล้ว”เสียงแม่บ้านที่อยู่ในห้องก่อนที่เธอจะตื่นเอ่ยทักขึ้น พริยาเห็นแม่บ้านเข็นรถอาหารเข้ามายังปลายเตียง“คุณคาร์ลอสแจ้งว่าคุณอาจจะตื่นสายเสียหน่อยและให้เตรียมอาหารไว้ตลอดเวลาค่ะ”พริยาค่อยยันตัวขึ้นนั่งพิงพนักหัวเตียงมองดูแม่บ้านที่จัดแจงเลื่อนรถเข็นถาดแบบสอดบนเตียงนอนมาไว้ตรงหน้า กลิ่นอาหารเช้าหอมโชยจนเสียงในท้องของเธอโอยครวญ“ขอบคุณค่ะ ที่จริงไม่ต้องลำบากเลย ฉันลงไปทานด้านล่างได้ค่ะ”“ไม่ลำบากค่ะ เป็นหน้าที่ของดิฉันอยู่แล้วค่ะ คุณพริยาทานไปก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเตรียมน้ำอุ่นให้ค่ะ”พริยามองชุดอาหารเช้าที่ตอนนี้กลายเป็นอาหารกลางวัน พรางยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มก่อนเป็นอันดับแรก“แล้วคุณคาร์ลอสไปไหนแล้วคะ”“คุณคาร์ลอสออกไปกับดอนค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะกลับมากี่โมง”เสียงแม่บ้านตะโกนตอบออกมาจากในห้องน้ำแข่งกับเสียงน้ำท
18 18+“หง่าง หง่าง”เสียงระฆังโบสถ์ก้องกังวานยามพิธีสัตย์คำสาบานเสร็จสิ้น พริยามองเจ้าบ่าวหมาด ๆ ที่เพิ่งสวมแหวนลงนิ้วนางข้างซ้ายของเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่คาร์ลอสเลือกให้ยิ่งส่งให้พริยาสวยหวานกว่าที่เคยคาร์ลอสคมเข้มในชุดทักสิโดสีเข้ม ใบหน้าแกร่งหล่อคม นัยน์ตาสีเขียวทอประกายหลายเฉกกว่าทุกวันงานแต่งงานเรียบง่ายที่มีเพียงคนในครอบครัวของคาร์ลอส ดอนคาโล และโรสพี่สาวของเขาเท่านั้นพริยาเดินออกมานอกตัวโบสถ์เธอมองช่อดอกไม้ในมือ พิธีกรรมการโยนช่อดอกไม้ หากแต่ภายนอกโบสถ์ไม่มีใครให้เธอโยนให้ พริยาเหลือบมองโรสที่เดินตามออกมาจึงยื่นช่อเจ้าสาวพร้อมรอยยิ้ม“มันสมควรเป็นของคุณโรส”พี่สาวของโรสรับช่อดอกไม้มาด้วยรอยยิ้มจริงใจ“ขอบคุณพริยา”ดอนคาโลไม่รอใคร เขารีบร้องเดินอย่างชายขรากลับเข้าไปในรถและสั่งให้คนขับรถขับออกไปทันที“เราคงไม่มีงานเลี้ยงฉลองนะพรีส”“ค่ะไม่เป็นไร กลับบ้านกันเถอะคะ”คาร์ลอสจูงมือเจ้าสาวลงบันไดโบสถ์หลังเล็กในหมู่บ้าน เขามองชุดเจ้าสาวที่เลือกให้พลันนึกไปถึงยามค่ำคืนที่เขาจะถอดมันออกมา แต่ไม่หรอกเขาจะไม่รอตอนกลางคืน หลายวันที่นอนคนเดียวทำเขาทรมาน เขาจะกลับไ
17 ดอน“เปลี่ยนไป?” พริยาเน้นย้ำให้แน่ใจ เธอไม่คาดคิดว่าจะมีใครกันที่ไม่หลงรักคาร์ลอส“ใช่เปลี่ยนไป คฤหาสน์หลังนี้ไม่ใช่ของคาร์ลอส และดอนคาโลชี้นำให้เบลเห็นว่าคาร์ลอสจะไม่ได้อะไรเลยแม้แต่แดงเดียว”“โอ้!”“น่าสงสารคาร์ลอสที่เขาต้องมาอยู่เป็นพยานในงานแต่งงานของพ่อกับแฟนของตัวเอง”“พระเจ้าช่วย” พริยาดวงตาเบิกกว้างมองโรสให้แน่ใจว่าเธอพูดไม่ผิดและพริยาเองฟังถูกต้องแล้ว“เบลเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะมารดาเลี้ยงคาร์ลอส พริยาคิดดูสิว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ดอนและคาร์ลอสทะเลาะกันไม่เว้นวัน จนในที่สุดคาร์ลอสต้องออกจากบ้านหลังนี้ไปกลับไปอยู่กับบ้านทางแม่เขา”“แล้วทำไมเขาถึงต้องแต่งงานด้วยคะ”“ที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่เอาเป็นว่าดอนไม่มีอำนาจอะไรที่จะทำให้คาร์ลอสแต่งงานได้ ฉันบอกได้เท่านี้ เอาล่ะ ฉันว่าคงพอแล้วสำหรับข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะทำให้เธอเข้าใจและเห็นภาพรวมของที่นี่ และอยากให้ฟังคำของฉันไว้ จงอย่าเชื่ออะไรที่เห็นในบ้านหลังนี้ก่อนจะพิสูจน์ว่าเรื่องนั้นจริง”พริยามองตามหลังโรสที่เยื้องย่างออกไปอย่างเงียบเฉียบ พรมหนานุ่มเก็บเสียงยิ่งทำให้ท่าเดินสง่างามทุกสิ่งทุกอย่างที่ลิซแล
16 ลิซ “เธอไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ คุณไม่ต้องเป็นห่วง”“แต่เธอยังไม่ฟื้น มันนานแล้ว”“เธออาจจะอ่อนเพลียเพียงเท่านั้น เออ หากให้พักผ่อนเสียหน่อยคงทำให้เธอแข็งแรงโดยเร็วครับ”พริยาพยายามขยับศีรษะที่เจ็บปวดลืมตาที่พร่าเลือน เธอมองเห็นแสงจ้าและได้ยินเสียงทุ้มเข้มหนักร้อนใจของคาร์ลอส มือบางยกขึ้น“นั่นเธอฟื้นแล้วครับ”คาร์ลอสปรี่มาที่เตียงโดยควัน เขานั่งลงที่ขอบเตียงดันพริยาไว้“อย่าเพิ่งขยับ นอนลงไปก่อนหลับตาสะ”เสียงทุ้มทรงอำนาจยังสั่งการให้เธอทำตามคำสั่งเหมือนเคย ร่างบางเจ็บปวดเมื่อเริ่มขยับตัว“อืม ที่นี่ที่ไหนคะ”“ห้องนอนของเรา นอนเถอะพรีส”“อืม ฉันเจ็บ”“คุณตกไปในหลุมโพรงที่น้ำเซาะตรงใกล้ชายเขา นอนก่อนแล้วตื่นมาผมจะเล่าให้ฟัง”พริยาพยายามฝืนลืมตาอีกครั้งแต่ทำไม่ได้ ในความรางเลือนเธอรู้สึกอบอุ่นเหมือนมีคนโอบกอดเธออยู่ มันช่างให้ความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน เป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนจากใคร“พรึบ”แสงแดดผ่านหน้าต่างเข้ามาทันทีเมื่อม่านถูกเปิดออก เธอลืมตามองเห็นแม่บ้านกำลังผูกมัดผ้าม่าน“คุณตื่นแล้ว ดิฉันจะไปแจ้งคุณคาร์ลอสก่อนค่ะ”พริยาพยายามพยุงร่างบางขึ้นลุกนั่ง อาการเจ็บบนร่าง
15 โรสมื้อค่ำที่น่าอึดอัดอีกครั้งในวันที่ดอนคาโลกลับมาถึงบ้านหลังจากออกจากโรงพยาบาล บนโต๊ะอาหารค่ำนี้เหลือเพียงพริยา ลิซและหญิงสาวอีกคนความเงียบงันมีเพียงเสียงของมีดส้อมกระทบจานหรูราคาแพง เสียงพนักงานที่คอยจัดเสิร์ฟอาหารตลอดเวลาที่คนทั้งสามรับประทาน“เคล้ง!” ลิซกระแทกมีดลงอย่างแรง“พอกันที เลิกแสร้งทำเป็นกินอย่างผู้ดีได้แล้ว”ร่างอวบอัดลุกดันเก้าอี้อย่างแรงจนเสียงดัง สะบัดก้นออกไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอม“อย่าไปสนใจหล่อนเลยพริยา”พริยาหันกลับมองหญิงสาวที่หน้าตาคล้ายกับคาร์ลอส หล่อนจะคงทานต่อเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“หล่อนก็แค่เรียกร้องความสนใจจากทุกคน หล่อนมักอยากให้จักรวาลทั้งหมดหมุนรอบตัวเองแต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่”พริยาเงียบเสียงตั้งใจฟังหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามเธอ เหลือบตาสังเกตลักษณะความเป็นผู้ดีของเธอช่างเหมือนกันคาร์ลอสไม่มีผิด“ฉันยังไม่ทันได้แนะนำตัว แต่มาเกิดเรื่องเสียก่อนทุกครั้ง ฉันเป็นพี่สาวของคาร์ลอสค่ะ ชื่อโรส”พริยายังนิ่งเงียบรับประทานของหวานต่อ“คุณอย่าได้แปลกใจไป ฉันเป็นลูกคนละแม่กับคาร์ลอส ดอนคาโลมีเมียหลายคน”เรื่องนี้เรียกความสนใจจากพริยาได้ เธอเงยหน้าขึ้