ANMELDENร่างบางเหมือนมีสติครบถ้วนแต่อันที่จริงเธอไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรหรืออยู่กับใคร
"อื้ม..อย่า" ร่างเล็กนอนส่ายไปมาอยู่บนเตียงกว้างเมื่อโดนจู่โจมจากใครไม่รู้ที่ด้านล่าง "อยู่นิ่งๆ ..แผล็บ" ลิ้นหนาละเลงที่กลีบกุหลาบงามปิดสนิทซึ่งมีเพียงน้ำหวานไหลออกมา "อย่าทำนะ..อ๊ะ" คนตัวเล็กพยายามดันอีกคนออกแต่ไม่ได้ผล เมื่อเขาเล่นจับล็อกขาเธอไว้แน่น ใบหน้าซุกเข้าที่กลางกายของเธอไม่ยอมหยุด "หวานมาก..อื้ม" ลิ้นหนายังคงละเลงกับกุหลาบงามไม่เลิก "อ๊า..พอแล้ว" เสียงหวานครางลั่นห้องด้วยความทรมาน คนตัวสูงลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างไว แก่นกายขนาดเท่าข้อแขนของเธอโผล่ออกมาทักทาย ส่วนหัวแก่นกายมนกระตุกหงึกๆ ราวกับพร้อมออกศึก "ใส่แล้วนะ..ซี้ด..แน่นมาก" ไม่รอให้อีกคนได้ตั้งตัวแก่นกายใหญ่ใส่เข้าไปในร่องแคบแน่นด้วยความยากลำบากจนสุดทาง "โอ๊ย!..เจ็บ..อื้อ" เสียงหวานร้องลั่นห้อง คนตัวใหญ่ยิ่งได้ใจดึงแก่นกายออกแล้วดันเข้าไปจนสุดอีกครั้ง "อ๊าส์..แน่นมาก" เสียวทุ้มคำรามเสียงดังรู้สึกได้ว่าช่องทางรักมันรัดแน่นมากๆ สะโพกสอบก็เริ่มขยับช้าๆ ด้วยจังหวะเนิบนาบ "อ๊ะ..อ๊า" เสียงหวานครางตามจังหวะแรงอัดกระแทกของคนด้านบน "ซี้ด..ตอดอีก..ดี..อ๊าส์" มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่หน้าอกสวยก่อนจะออกแรงบีบอย่างแรงจนรอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฎชัดเจน "อ๊ะ..อื้ม" คนตัวเล็กเริ่มเผลอไผลไปตามอารมณ์และครางแข่งกับคนด้านบน "ซี้ด..อ๊าาาส์..แน่นจนจะแตก" เสียงทุ้มเอ่ยเสียงดังก่อนจะอัดกระแทกแก่นกายใส่ร่องแสนแคบแน่นอย่างหนักหน่วงเหมือนลืมไปว่าครั้งนี้คือครั้งแรกของเธอ "เจ็บ..โอ๊ย..อ๊ะ..อ๊า" ร้องเจ็บได้ไม่นานก็ถูกความเสียวแทรกเข้ามาแทน "ซี้ด..เสียว×วยโว้ย!" เสียงทุ้มสบถออกมาด้วยความเสียว มันรู้สึกดีจนอธิบายไม่ได้ "อ๊ะ..อ๊า..ช้าหน่อย..อ๊าย!" คนตัวเล็กร้องบอกแม้สติในตอนนี้จะไม่ค่อยครบถ้วนแต่ความเร็วที่คนด้านบนส่งมามันเร็วจนเธอรับไม่ไหว "จะแตกแล้ว..ซี้ด" คนด้านบนหาได้ฟังไม่ เร่งอัดกระแทกใส่ระรัว เอวสอบทำหน้าที่ขยับไม่ยอมพักแม้แต่วินาทีเดียว คนด้านล่างนอนหัวสั่นหัวคลอนจนหัวแทบจะชนขอบเตียง "อ๊ะ..จะออก..อู๊ย" เสียงหวานครางลั่น คนด้านบนจัดการเร่งความเร็วให้มากขึ้น "อ๊ะ..อ๊าย!!!" เสียงหวานร้องเสียงดังลั่น ภายในร่องตอดตุบๆ เนื้อตัวเกร็งกระตุกถี่ๆ บ่งบอกถึงความเสร็จสม ร่างใหญ่ไม่รอช้าอัดกระแทกต่ออีกรัวๆ "อ๊าส์..อ๊าง" แก่นกายใหญ่กดแช่ไว้ในร่องสวาทจนสุด น้ำสีขาวข้นถูกฉีดพ่นออกมาจนรู้สึกอุ่นวาบในช่องท้อง ป๊อก! แก่นกายใหญ่ถูกถอนออกมาจากโพรงคับแน่น น้ำสีขาวไหลย้อนออกมาจนเลอะหว่างขาของเธอ ส่วนคนตัวสูงทรุดนอนข้างเธออย่างหมดแรง ร่างบางเองก็ไม่ต่างกันนอนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอิทธิพลทำหน้าที่ขับรถพาหนูน้อยน่ารักน่าเอ็นดูมาส่งถึงหน้าโรงเรียนโดยมีคนเป็นแม่นั่งมาด้วย"ตอนเย็นลุงอิฐจะมารับหนูไหมคะ" เสียงเจื้อยแจ้วของคนที่นั่งข้างหลังชะโงกหน้ามาถามคนขับรถ"มาสิคะลุงอิฐจะพาน้องเพียงไปเดินเล่นที่ห้างก่อนกลับดีไหมคะ" อิทธิพลวางแพลนให้หลานสำหรับวันนี้ไว้แล้ว"ดีค่ะ เย้ๆ แม่ไปด้วยหรือเปล่าคะ""แม่ต้องไปส่งของให้ลูกค้าค่ะ ถ้าน้องเพียงอยากไปกับลุงอิฐแม่อนุญาตนะคะ" บารารีบอกกับลูกเธอมีของที่ต้องส่งลูกค้าอีกเป็นร้อยๆ ที่รอให้กลับไปจัดการ"เดี๋ยวฉันกลับไปช่วยแพ็กส่งก่อนมารับน้องเพียงแน่นอน แกต้องไปด้วย" อิทธิพลมองกระจกหลังเห็นหนูน้อยหน้าเศร้าลงพอบารารีบอกว่าไปด้วยไม่ได้เขาจึงอาสาช่วยงานเธอให้เสร็จ"แสดงว่าแม่ก็ไปได้ใช่ไหมคะ เย้ๆ" หนูน้อยดีใจที่จะได้ไปพร้อมกันสามคน"ถึงโรงเรียนแล้วค่ะ ตั้งใจเรียนนะคะ" บารารีบอกกับลูกสาว อันที่จริงหนังสือที่ลูกอ่านอยู่ประจำเป็นหนังสือของเด็กประถมเพียงใจเลยสอบได้คะแนนดีกว่าเด็กวัยเดียวกันตลอด"สวัสดีค่ะ จุ๊บ จุ๊บ" หนูน้อยจุ๊บแก้มแม่แล้วหันไปจุ๊บแก้มเพื่อนของแม่ด้วยก่อ
อิทธิพลลงมือเข้าครัวทำสุกี้หม้อไฟสูตรเด็ดของตัวเอง ส่วนสองแม่ลูกนั่งรออย่างใจจดใจจ่อโดยเฉพาะหนูน้อยที่กลับมาถึงก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมารอกินสุกี้ฝีมือเพื่อนแม่ที่มาอยู่ตั้งแต่เช้า"ว้าว! หอมมาก น่ากินจังเลยค่ะลุงอิฐ" หนูน้อยเอ่ยปากชมไม่หยุดเมื่อหม้อสุกี้ถูกวางลงที่กลางโต๊ะ"กินได้เลยค่ะคนสวย ลุงอิฐทำสุดฝีมือเลยนะ" อิทธิพลเอ็นดูท่าทางน่ารักของหนูน้อย ถ้าเขามีลูกน่ารักแบบนี้คงหลงตายเลย"ทำยังไงก่อนคะน้องเพียง" บารารีถามลูกสาว"ขอบคุณค่ะลุงอิฐ" หนูน้อยยกมือไหว้ขอบคุณคุณลุงใจดีที่ทำอาหารให้ บารารีจะสอนลูกเสมอว่าเวลารับของจากใครต้องขอบคุณทุกครั้ง"ค่ะ กินเถอะเดี๋ยวลุงตักให้" อิทธิพลผู้ไม่เคยใช้คะขากับใครแต่กลับได้มาใช้กับหนูน้อยน่ารักตรงหน้า เขาอยากจะเป็นพ่อบุญธรรมของน้องเพียงเข้าให้แล้วจริงๆ ไม่ใช่เพราะสงสารบารารีแต่เพราะเขาหลงหนูน้อยคนนี้จนอยากได้เป็นลูกเสียเอง"อร่อยมากเลยค่ะ" หนูน้อยตักเข้าปากคำโตแล้วเอ่ยปากชมจนคนทำชักจะเขินเข้าให้"กินเยอะๆ นะคะ" อิทธิพลหยิบทิชชูมาเช็ดปากให้หนูน้อยที่กินเพลินจนปากเลอะ บารารีมองแล้วยิ้
อิทธิพลอาสาอุ้มหนูน้อยที่นั่งรอแม่คุยกับเพื่อนจนหลับคาหนังสือ เขาจัดการอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยแล้วเดินไปที่รถของเธอ"ขอบใจมากนะอิฐ ฉันไปก่อนนะ" พอวางหนูน้อยอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ บารารีพยายามพูดกับเพื่อนเสียงเบาๆ เพราะกลัวลูกสาวจะตื่น"ไม่เป็นไร ไว้ฉันจะไปหาแกที่คอนโด" คุยกันไปคุยกันมาความสนิทสนมของทั้งคู่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม บารารียอมบอกที่อยู่ของเธอให้เพื่อนรู้ในที่สุด"อืม ฉันไปละนะ" คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวขับรถมุ่งหน้ากลับคอนโดโดยมีลูกสาวตัวน้อยหลับอุตุไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างๆ พอถึงคอนโดก็จัดการอุ้มลูกสาวขึ้นห้องพาเข้านอนก่อนที่เธอจะออกมาตอบข้อความและแพ็กของให้ลูกค้าต่อ หลังจากทำอะไรเสร็จเรียบร้อยร่างบางอาบน้ำอาบท่าก่อนจะจัดการเปลี่ยนชุดให้ลูกสาวเพื่อให้หลับสบาย"จุ๊บ แม่ขอโทษนะคะคนเก่ง แต่เราอยู่กันสองคนแบบนี้ได้ใช่ไหมลูก" เธอมักจะขอโทษลูกทุกครั้งที่คิดถึงคนเป็นพ่อของลูก ใจอยากจะบอกคนคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดว่าเพราะคืนนั้นทำให้มีเด็กน้อยคนนี้ แต่เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วเธอเองก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะรับผิดชอบเพราะเขาคนนั้นคงจำเรื่องคืนนั้น
หลังจากพาลูกสาวกินของที่ชอบแล้วสองแม่ลูกก็พากันกลับคอนโดเพื่อมาทำงานที่ค้างเอาไว้ หนูน้อยเพียงใจช่วยวิ่งหยิบส่งเสื้อผ้าให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังไลฟ์สดขายเสื้อผ้า "ตัวนี้เป็นกางเกงยางยืดนะคะ ยืดได้สูงสุดเอวสี่สิบสองเลยนะคะ" คุณแม่ลูกหนึ่งกำลังใส่เสื้อเกาะอกสีดำในมือถือสินค้าโชว์ให้ลูกค้าที่มาดูไลฟ์สดได้เห็นอย่างชัดเจน "สีดำหมดค่ะลูกค้าตอนนี้เหลือสีครีม น้ำตาล เทาค่ะ ถ้ารับทักไลน์แม่ค้าเลยนะคะ" แม่ค้าออนไลน์ที่นานๆ ครั้งจะมาไลฟ์สดให้ลูกค้าได้เห็นหน้า เพราะส่วนใหญ่บารารีใช้วิธีการโพสต์รูปและลงรายละเอียดสินค้าเสียมากกว่า เธอไม่ค่อยมีเวลาว่างเพราะการไลฟ์สดแต่ละครั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างนานและเธอต้องทำคนเดียวทั้งขายของ ตอบข้อความ แพ็กของ ส่งของ ถึงบางวันจะมีแม่ค้าตัวน้อยอย่างเพียงใจมาช่วยก็ตาม "ทักแล้วอย่าทักซ้ำนะคะแม่ค้าตอบจากล่างขึ้นบนค่ะ" คุณแม่ลูกหนึ่งยังสวยไม่เปลี่ยน ที่ขายดิบขายดีอาจเป็นเพราะความขยันและไม่เคยโกงใครแถมยังส่งของเร็วทำให้ลูกค้าติดอกติดใจทั้งชายและหญิง "ต่อไปเป็นงานเสื้อเป
หกปีผ่านไป...เวลาผ่านไปราวกับแค่ฝัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน จากวันนั้นที่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่เธอเรียกว่า 'ลูก'"วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง" คุณแม่คนสวยขับรถมารับลูกสาววัยห้าขวบที่หน้าโรงเรียน พอขึ้นรถได้คนเป็นแม่ก็ถามลูกสาวตัวน้อยทันที"วันนี้คุณครูให้จับกลุ่มทำงานหนูได้เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยค่ะ" หนูน้อยตอบแม่อย่างน่าเอ็นดู บารารีเรียนขับรถและใช้เงินเก็บที่พอมีซื้อรถยนต์เพื่อมารับลูกจะให้เธอกระเตงลูกขึ้นรถแท็กซี่หรือรถประจำทางทุกวันคงไม่ได้ เธออยากให้ลูกสบายที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำได้"แล้วน้องเพียงทำได้ไหมคะ""ทำได้ค่ะเพราะหนูเก่งเหมือนแม่เบลคนสวย" สองแม่ลูกหยอกล้อกันไปมา หนูน้อยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่จำความได้ก็มีแค่แม่คนเดียวมาตลอด"เก่งมากค่ะสุดสวยของแม่" ยีหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะขับรถกลับคอนโดที่ซื้อเอาไว้หลังจากเรียนจบเมื่อถึงคอนโดสองแม่ลูกอาบน้ำกินข้าวเรียบร้อย บารารีก็ลงมือตอบแชทลูกค้าต่อโดยมีลูกสาวตัวน้อยช่วยหยิบช่วยแพ็กของ
หลังจากไปส่งของกลับมาแล้วหญิงสาวก็นั่งเก็บของในห้องพักของตัวเองใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเธอจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"ทำไมแกต้องรีบเก็บของอย่างกับจะย้ายพรุ่งนี้" อิทธิพลเดินเข้ามาในห้องของเธอด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องเคาะ"ก็แค่อยากเก็บก่อนน่ะ ถึงเวลาย้ายจริงๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย" ของในห้องค่อนข้างมากพอสมควรเพราะเธออยู่ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้เธอไม่มีบ้านแบบคนอื่นให้กลับเลยต้องอยู่หอพักตลอด"แกมีอะไรที่ยังไม่บอกฉันอีกไหมเบล" อิทธิพลเลิกคิ้วถามเพื่อน"ไม่มี แกจะถามทำไม""ตอนฉันไปหาอาจารย์กมลเรื่องทุน รายชื่อนักศึกษารับปริญญาไม่มีชื่อแก" อิทธิพลเอ่ยออกมาเอง ในเมื่อเพื่อนไม่ยอมบอกเขาก็ต้องถาม บารารีนิ่งเงียบเธอยังไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้แต่ตอนนี้เขาดันรู้แล้ว"อืม ฉันไม่อยากรับน่ะ""ทำไม?" อิทธิพลถามเธอเสียงเข้ม ทำไมพักหลังมานี้บารารีมีเรื่องปิดบังเขาตลอด"ฉันคิดว่ารับหรือไม่รับเวลาสมัครงานบริษัทก็ไม่ได้ขอดูจริงไหม มีแค่วุฒิก็พอแล้ว" แม้จะให้เหตุผลไปแบบนั้นแต่ในใจจริงๆ เธอก็อยากเข้ารับปริญญาพร้อมกับเพื่อนๆ







