ANMELDENเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงปารีส
เพล้ง!
แก้วไวน์เจียระไนราคาแพงถูกปาอัดกำแพงจนแตกกระจายละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไวน์แดงสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนวอลเปเปอร์สีทองราวกับหยดเลือด
"กรี๊ดดด! ไม่ได้เรื่อง! ไอ้สวะนั่นมันทำงานพลาด!"
เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของ 'คลอเดีย' หญิงสาววัย 22 ปี ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เธอคือลูกพี่ลูกน้องของลูซี่ และเป็น ลูกสาวแท้ๆ ของบารอนเคลาส์ ชายที่เคยจับลูซี่ไปเป็นตัวประกันและใช้มีดแทงคอสมอสเมื่อ 17 ปีก่อน
"ใจเย็นๆ สิคลอเดีย กรี๊ดกร๊าดไปก็ไม่ได้ช่วยให้ไอ้นักฆ่านั่นรอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกเอร์นานเดซหรอกนะ"
เสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งดังมาจากโซฟาบุนวมกำมะหยี่ 'มาดามโดโรธี' อดีตภรรยาของบารอนเคลาส์ และเป็นแม่แท้ๆ ของคลอเดีย นั่งไขว่ห้างจิบแชมเปญอย่างใจเย็น แม้สามีเก่าจะจบสิ้นอนาคตไปแล้ว แต่เธอก็ยังคงลอยนวลและเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทอง
"จะให้หนูใจเย็นได้ยังไงคะแม่!" คลอเดียหันมาตวาด "นังลูซี่มันรอดไปได้! แถมตอนนี้ไอ้คอสมอสมันยังคาบยัยนั่นไปซ่อนไว้ที่คฤหาสน์ของมันอีก! ถ้าเราฆ่านังลูซี่ไม่ได้ 'ที่ดินสามพันไร่' กับ 'คฤหาสน์ฤดูฝน' ที่ควรจะเป็นของหนู ก็จะไม่มีวันตกมาถึงมือเรา!"
ความแค้นที่ฝังรากลึกในใจคลอเดียมีมาตั้งแต่เด็ก เธอเกลียดชังลูซี่ที่เกิดมาพร้อมกับทุกอย่าง เกลียดที่ปู่ลำเอียงยกสมบัติมหาศาลให้ลูซี่ ทั้งที่พ่อของเธอ เป็นลูกชายคนโตแท้ๆ และต้องมาด่วนจากไปเพราะลูซี่ ญาติผู้น้องของเธอคนเดียว
"เคลาส์มันโง่เองที่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน... และแกก็กำลังจะทำพลาดเหมือนพ่อของแก คลอเดีย"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดมุมห้อง
ร่างของชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมสูทอิตาลีราคาแพงก้าวออกมา แววตาของเขาเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เขาคือ 'ลอร์ดวิกเตอร์' สามีใหม่ของมาดามเอลาร่า พ่อเลี้ยงของคลอเดีย และเป็นผู้มีอิทธิพลในตลาดมืดของยุโรป
"ท่านลอร์ดวิกเตอร์... คุณพ่อคะ แต่ถ้าเราปล่อยนังลูซี่ไว้แบบนี้ มันอาจจะแต่งงานกับไอ้คอสมอสก็ได้นะคะ! ถ้าสองตระกูลนั่นรวมเป็นทองแผ่นเดียวกันอย่างสมบูรณ์ เราจะไม่มีวันแตะต้องสมบัติของพวกมันได้อีกเลย!" คลอเดียกระทืบเท้าอย่างขัดใจ
ลอร์ดวิกเตอร์เดินมาสวมกอดเอวเอลาร่าผู้เป็นภรรยา ก่อนจะแสยะยิ้มเย็นเยียบ
"ใครบอกว่าจะปล่อยให้พวกมันแต่งงานกันล่ะ? ลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อสี่ปีที่แล้ว เราทำยังไงให้นังเด็กขี้ขลาดนั่นเตลิดเปิดเปิงจนไม่กล้ากลับไปเหยียบลาสเวกัส?"
พอพูดถึงเรื่องนี้ คลอเดียก็เหยียดยิ้มร้ายกาจออกมาทันที "อ๋อ... จดหมายเปื้อนเลือดกับรูปภาพตัดต่อพวกนั้นน่ะเหรอคะ หึ นังลูซี่มันโง่จะตาย แค่เห็นเลือดกับรูปไอ้คอสมอสโดนซ้อมนิดหน่อย อาการผวาของมันก็กำเริบจนหัวหด ตัดขาดไอ้หมอนั่นไปตั้งสี่ปี"
"ใช่... แผลในใจ ของลูซี่คือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด" ลอร์ดวิกเตอร์หยิบบุหรี่ซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ "แต่ตอนนี้มันไม่ง่ายเหมือนเมื่อสี่ปีก่อนแล้ว คอสมอสไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ทำได้แค่เขียนจดหมายข้ามประเทศ ตอนนี้มันคือ 'มาเฟียวงการแพทย์' ที่มีทั้งเงิน อำนาจ และเทคโนโลยีล้ำสมัย ถ้าเราส่งคนไปลอบฆ่าโง่ๆ อีก พวกมันจะสาวมาถึงตัวเราได้"
"แล้วคุณมีแผนยังไงคะที่รัก?" โดโรธีเงยหน้าถามสามีใหม่
ลอร์ดวิกเตอร์พ่นควันซิการ์ออกมาช้าๆ ดวงตาหรี่แคบลงอย่างเจ้าเล่ห์ "ปราการที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ได้ถูกทำลายจากภายนอก... แต่มันจะพังทลายลงจาก 'ภายใน' ต่างหาก"
เขาหันไปมองหน้าจอทีวีที่กำลังฉายข่าวซุบซิบไฮโซของไทย ภาพบนหน้าจอคือ 'ไดร่า ฟลอยด์' ที่กำลังให้สัมภาษณ์สื่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้คอสมอสจะทิ้งเธอไว้กลางงานแฟชั่นโชว์ แต่เธอก็ยังคงรักษาหน้าและให้สัมภาษณ์ทำนองว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขายังแน่นแฟ้น
"ไอ้คอสมอสมันขังลูซี่ไว้ในคฤหาสน์ที่มีการคุ้มกันแน่นหนาก็จริง แต่มันลืมไปว่า... ยิ่งมันปกป้องลูซี่มากเท่าไหร่ ผู้หญิงอีกคนที่อยู่ข้างกายมันมาตลอดก็จะยิ่ง 'ริษยา' มากเท่านั้น"
คลอเดียตาโต เริ่มเข้าใจแผนการของพ่อเลี้ยง "คุณพ่อหมายความว่า... เราจะยืมมือยัยไดร่าอะไรนั่น?"
"ถูกต้อง" ลอร์ดวิกเตอร์ยิ้มเหี้ยม "ผู้หญิงที่กำลังจะเสียตำแหน่ง 'คุณนายเอร์นานเดซ' ไป ย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อทวงสิทธิ์ของตัวเอง... เราแค่ต้องส่งคนไปกระซิบ 'ความจริง' บางอย่างให้ผู้หญิงคนนั้นรู้ และมอบเครื่องมือให้เธอไปจัดการนังลูซี่ให้เรา"
"แล้วถ้าไดร่าทำไม่สำเร็จล่ะคะ"
"ถึงตอนนั้น... ความสัมพันธ์ของคอสมอสกับลูซี่ก็จะแตกร้าวด้วยความระแวงและหึงหวงอยู่ดี" ลอร์ดวิกเตอร์หัวเราะในลำคอ "เมื่อไหร่ที่นังลูซี่ทนไม่ไหวและก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์คอสมิกวินเทจ เมื่อนั้นแหละ จะเป็นวันตายของมัน!"
คลอเดียกับโดโรธีมองหน้ากันแล้วหัวเราะร่วนออกมาอย่างสะใจ แผนการยืมมือคนในเพื่อทำลายศัตรูช่างสมบูรณ์แบบ พวกเธอแค่ต้องนั่งรอเวลาให้ไฟริษยาของไดร่าแผดเผาปราการอันแข็งแกร่งของคอสมอสให้เป็นจุณ
และเมื่อถึงเวลานั้น... สมบัติทั้งหมดของเมอร์เวล ก็จะตกเป็นของพวกเธอแต่เพียงผู้เดียว!
คำทวงรางวัลหน้าตายของมาเฟียหนุ่ม ทำเอาความมั่นใจของเลดี้สาวที่เพิ่งฟื้นฟูเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา ลูซี่หน้าแดงซ่านไปถึงใบหู แต่คราวนี้เธอไม่ได้วิ่งหนีเหมือนทุกที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แล้วพยักหน้า"กะ...ก็ได้ นั่งลงสิ ฉันจะล้างแผลให้ก่อน"คอสมอสยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างว่าง่าย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย ลูซี่หยิบกล่องปฐมพยาบาลและเจลสมานแผลนวัตกรรมใหม่ของเขามาจัดการให้อย่างเบามือที่สุดใบหน้าหวานใสขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ คอสมอสจ้องมองแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชด้วยความหลงใหล ความเจ็บแสบจากบาดแผลแทบไม่มีผลกับเขาเลยเมื่อเทียบกับความปั่นป่วนในหัวใจ"เสร็จแล้ว...แผลดูดีขึ้นมากเลยนะ พรุ่งนี้น่าจะ..."ลูซี่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ทันทีที่เธอแปะพลาสเตอร์กันน้ำแผ่นสุดท้ายเสร็จ มือหนาข้างขวาก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอให้ถลำลงมานั่งแหมะบนตักแกร่งทันที"หมดหน้าที่หมอแล้ว... ถึงเวลาจ่าย 'ค่ารักษา' สักทีนะ เลดี้"น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่คอสมอสจะทาบทับริมฝีปากหยักลึกลงมาบดเคล้าความหวานโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว จู
แสงแดดยามเช้ายังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ แต่ภายในห้องประชุมผนังทึบของคฤหาสน์กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดคอสมอสนั่งอยู่หัวโต๊ะกระจกตัวยาว แขนซ้ายที่เพิ่งเย็บแผลถูกพันด้วยผ้าพันแผลใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท นัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง เขามองภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดและเศษซากกระสุนที่บอดี้การ์ดเก็บกู้มาได้จากที่เกิดเหตุเมื่อวาน"ไอ้มือปืนรับจ้างนั่นหนีรอดไปได้ครับบอส ส่วนพวกรถที่ขับไล่กวดเรา พวกมันกัดลิ้นตัวเองตายก่อนที่เราจะเค้นความลับได้" อดัมมือขวาคนสนิทรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ดูเหมือนฝั่งนั้นจะจ้างพวกเดนตายมาทำงาน และเตรียมการมาอย่างดีเพื่อเล็งเป้าไปที่เลดี้ลูซี่โดยเฉพาะ""พวกสวะเอ๊ย..." คอสมอสสบถเสียงเหี้ยม นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ที่ทำให้ลูกน้องในห้องแทบกลั้นหายใจความหวาดกลัวของลูซี่ที่ร้องไห้ตัวสั่นในอ้อมกอดเขาทั้งคืน เป็นเหมือนเชื้อไฟที่ราดรดลงบนความโกรธแค้นของมาเฟียหนุ่ม เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องอยู่อย่างหวาดผวาแบบนี้อีกต่อไป"ในเมื่อพวกมันชอบลอบกัดอยู่ในมุมมืด เราก็จะกระชากหัวพวกมันออกมาสว่างๆ" คอสมอสแสยะยิ้มร้ายกาจ แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว "อดั
หลังจากผ่านพ้นบทเรียนจูบแรกที่ทำเอาหัวใจแทบวาย ลูซี่ที่หน้าแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกก็รีบขอตัวหนีกลับมานอนที่ห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้คนป่วยเจ้าเล่ห์นอนยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีแต่ทว่าเมื่อความเงียบสงัดของยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อช่วงบ่าย ก็เริ่มประท้วง ความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกกดทับไว้ด้วยความเขินอายเมื่อครู่ เริ่มตีรวนขึ้นมาในรูปแบบของฝันร้ายฟุ่บ! ปัง! ปัง!เสียงปืนไรเฟิลดังก้องอยู่ในหัวของลูซี่ ภาพจุดเลเซอร์สีแดงที่ชี้มาตรงหน้าผาก สลับกับภาพร่างสูงใหญ่ของคอสมอสที่พุ่งเข้ามากอดเธอไว้ ก่อนที่เลือดสีแดงฉานจะสาดกระเซ็นย้อมเสื้อเชิ้ตของเขาจนเปียกชุ่ม ภาพนั้นทับซ้อนกับเด็กชายวัยสิบแปดปีในรูปถ่ายตัดต่อที่ถูกซ้อมจนเลือดอาบ และเด็กชายวัยห้าขวบที่นอนจมกองเลือดเพื่อปกป้องเธอ"ไม่...ไม่เอาแล้ว...คอสมอส!"ร่างบางบนเตียงนอนดิ้นกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้าหวาน มือเล็กรวบกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ นัยน์ตาปิดสนิทแต่กลับมีหยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เสียงละเมอสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องที่มืดมิด"อย่าตายนะ... คอสมอส... เลือด... เลือดเต็มไ
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องน้ำก็เปิดออก คอสมอสเดินออกมาในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท กระดุมถูกติดอย่างเรียบร้อยทุกเม็ดตามคำสั่งเป๊ะ แม้ผมจะยังชื้นนิดๆ แต่ความหล่อเหลาและรังสีความอันตรายก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยลูซี่นั่งรออยู่ตรงขอบเตียงกว้าง เมื่อเห็นเขาทำตามข้อตกลงอย่างว่าง่าย เลดี้สาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินเข้าไปหามาเฟียหนุ่มที่กำลังยืนรอรับรางวัลด้วยสายตาพราวระยับ"เก่งมาก...คนไข้เชื่อฟังหมอแบบนี้ ต้องได้รางวัล"ลูซี่ยิ้มบางๆ เธอขยับเข้าไปประชิดตัว ยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนแผลที่ต้นแขนซ้าย ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยฟอดดด...ฟอดดด...จมูกรั้นกดฝังลงบนแก้มสากทั้งซ้ายและขวา สูดดมกลิ่นครีมอาบน้ำหอมสดชื่นผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศเข้าเต็มปอด คอสมอสหลับตาพริ้มรับสัมผัสแสนหวาน รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อร้ายกาจ เขายกมือข้างขวาขึ้นตวัดรัดเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอก แล้วก้มลงหอมแก้มเนียนนุ่มของเธอคืนทั้งสองข้างเช่นกัน"ชื่นใจจัง..." คอสมอสกระซิบชิดใบหู ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียไม่ห่างพวงแก้มใส "แต่รางวัล
หลังจากทานซุปจนหมดชามและกินยาเรียบร้อย ลูซี่ก็ประคองคอสมอสกลับขึ้นมาบนห้องพักชั้นสามเพื่อเตรียมตัวเข้านอน แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ คนเจ็บถูกสั่งห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาดดังนั้น ภาระหน้าที่ที่เต็มใจจึงตกเป็นของพยาบาลส่วนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องน้ำหรูหราที่กรุด้วยหินอ่อนสีดำสนิท ไอน้ำอุ่นๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นครีมอาบน้ำสปาหอมสดชื่น คอสมอสนั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนเก้าอี้สตูลบุกำมะหยี่กันน้ำตรงหน้าอ่างล้างหน้า ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงสแล็กที่ถูกพับขาขึ้นมาลวกๆลูซี่ในสภาพรวบผมมวยสูง แขนเสื้อถูกถลกขึ้น กำลังใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำสบู่อุ่นจัด ค่อยๆ บรรจงเช็ดไปตามแผงอก ลาดไหล่ และแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นไปโดนผ้าพันแผลที่ต้นแขนซ้าย ส่วนท่อนล่างเขาก็นุ่งผ้าขนหนูเอาไว้บรรยากาศในห้องน้ำเงียบกริบ มีเพียงเสียงน้ำหยดและเสียงลมหายใจ ที่ดูเหมือนจะติดขัดของใครบางคน"เอ่อ...ลูซี่"คอสมอสส่งเสียงเรียกเบาๆ นัยน์ตาสีดำขลับที่เคยมองใครต่อใครด้วยความดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้หลุบต่ำลงมองหยดน้ำบนพื้น หูทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มแดงเถือก ลามไปจนถึงลำคอ"หืม น้ำร้อ
"กระสุนแค่ถากไปครับบอส ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่หรือกระดูก ผมทำแผลและเย็บปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่คืนนี้อาจจะมีไข้ขึ้นสูงเพราะแผลอักเสบนะครับ ผมจะจัดยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ไว้ให้"หมอฟิลลิปรายงานอาการ ขณะเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าคอสมอสพยักหน้ารับเรียบๆ แต่คนที่ดูจะใส่ใจกับคำสั่งหมอมากกว่าคนป่วยกลับเป็นเลดี้สาวที่ยืนกุมมือเขาอยู่ไม่ห่าง ลูซี่ขยับเข้าไปใกล้คุณหมอ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"คุณหมอคะ แล้วเรื่องการล้างแผลล่ะคะ ต้องทำยังไงบ้าง? ต้องระวังเรื่องน้ำหรืออาหารอะไรเป็นพิเศษไหม?"คำถามรัวเป็นชุดของลูซี่ทำเอาคุณหมอยิ้มเอ็นดู ก่อนจะอธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดแผล การทายา และข้อห้ามต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งเลดี้สาวก็ตั้งใจฟังและจดจำทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ราวกับนักเรียนหน้าชั้นที่กำลังจดเลคเชอร์คอสมอสมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก เม่นน้อยของเขา ไม่กลัวเลือดของเขาอีกต่อไปแล้ว*********************หนึ่งชั่วโมงต่อมาแม้จะเป็นถึงเลดี้แห่งเมอร์เวล แต่ลูซี่ก็สลัดคราบลูกคุณหนูทิ้ง จัดการรวบผมยาว สวมผ้ากันเปื้อน และลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำซุปบำรุงกำลังให้คนเจ็บลูซี่เลือกทำซุปมันฝร







