LOGINภายในวิลล่าที่เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ อรรถพลนั่งรอเอยอยู่บนโซฟาตัวยาว รังสีอำนาจที่แผ่ออกมานั้นกดดันจนน่าขนลุก เงาของเขาที่ทอดลงบนพื้นดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขามราวกับพญามัจจุราช เอยที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาถึงกับชะงักงัน เมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบที่จับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา
"มานี่"
น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยเรียบ ๆ ทว่าก้องกังวานและทรงพลัง เอยเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด เธอพยายามสะกดกลั้นความกลัวก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
"อ๊ะ!"
ข้อมือบางถูกกระชากเพียงเบา ๆ ร่างทั้งร่างก็เสียหลักไถลลงไปกองอยู่บนตักกว้าง อรรถพลวาดวงแขนรัดเอวคอดไว้แน่นจนร่างกายแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
"ใครมาส่ง?" เขาถามชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนเอยขนลุก จมูกโด่งสันซุกไซ้คลอเคลียอยู่ที่ซอกคอขาวผ่อง สูดกลิ่นกายหอมกรุ่นเพื่อพิสูจน์ว่ามีกลิ่นอายของชายอื่นปะปนมาด้วยหรือไม่
"ปอร์เช่ค่ะ" เอยตอบตามจริง เธอรู้ดีว่าการโกหกผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เรื่องดี
"หึ... ใจกล้าดีนี่" อรรถพลเหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก ก่อนจะฉกจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างรุนแรง จูบนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเคืองและการลงโทษ เขาได้กลิ่นน้ำหอมแปลกปลอมติดตัวเธอมา และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นของใคร!
"ได้กันไปกี่รอบแล้วล่ะ? กว่าจะมาถึงที่นี่" อรรถพลถอนจูบออกเพียงนิด กระซิบถามทั้งที่ริมฝีปากยังคลอเคลียไม่ห่าง
"เอยไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น!" เอยตวาดกลับ เสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธที่ถูกดูถูก
"งั้นเหรอ... แล้วกลิ่นน้ำหอมของมันติดตัวเธอมาได้ยังไงเอย? ฉันเป็นเจ้าของเธอ ทำไมฉันจะจำกลิ่นของเธอไม่ได้!"
เอยชะงักไปครู่หนึ่ง... ภาพที่เธอกอดกับปอร์เช่ผุดขึ้นมา นั่นคงเป็นเหตุผลที่กลิ่นน้ำหอมของเขาติดตัวเธอ "เราแค่กอดกัน... แต่มันไม่มีอะไรมากกว่านั้นจริง ๆ ค่ะ"
"เหอะ! อยากให้ฉันเชื่อ?" เขาหัวเราะในลำคออย่างสมเพช
"เอยไม่ได้ทำอะไรผิด คุณจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ!" เอยยังคงถือดี ความรั้นในแววตานั้นยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณอยากเอาชนะของเสือร้าย
"ได้... ฉันจะยอมเชื่อเธอ แต่เธอต้องเป็นคนพิสูจน์มันเอง"
"หมายความว่ายังไง!?"
ฝ่ามือหนาตอบคำถามด้วยการบีบเค้นสะโพกมนอย่างแรงจนขึ้นรอยนิ้วมือ เอยหน้าร้อนผ่าวและรับรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังเรียกร้องอะไร "เอยน่าจะรู้ดีนะ... บทลงโทษของเด็กดื้อเป็นยังไง"
"ไม่..."
"ถ้าคิดจะขัดใจผม ก็ลองคิดดูดี ๆ" มือหนาลากไล้ผ่านสาบกระโปรงที่ถูกถลกขึ้นจนเอยตัวสั่นเทาด้วยความอัปยศ
"ขึ้นสิ... ขึ้นขย่มผมเหมือนที่เอยเคยทำ" เขาคำรามสั่งเสียงแหบพร่า แววตาวาวโรจน์ที่เต็มไปด้วยแรงปราถนา "ทำให้ผมพอใจจนกว่าผมจะสั่งให้หยุด และถ้าผมยังไม่เสร็จ... เอยก็ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด!"
"คนเลว..." เอยกัดริมฝีปากจนสั่นระริก หยาดน้ำตาไหลร่วงเผาะลงบนแผงอกของเขา เธอสมเพชตัวเองที่ไร้ทางสู้แบบนี้
"เลือกเอา... จะทำเอง หรือจะให้ผมส่งคนไปกระทืบมัน"
"อย่าทำอะไรปอร์เช่นะคะ!" เอยอุทานเสียงหลง นั่นยิ่งทำให้อรรถพลแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ
"ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เอย... จะเป็นที่ระบายอารมณ์ให้ผม หรือจะให้ปอร์เช่เป็นคนรับกรรมแทน เลือกเอาว่าจะลบกลิ่นกายของมันออกด้วยตัวเอง หรือจะให้ผมไปจัดการมัน!"
มือบางกำเข้าหากันแน่น ทว่าในที่สุดเธอก็ค่อย ๆ เอื้อมมือที่สั่นเทาลงไปจัดการปลดเข็มขัดหรูออก เอยก้มหน้าลงพยายามไม่สบตาขณะรูดซิบกางเกงของเขาลง มือเรียวคว้าจับแก่นกายแข็งแกร่งออกมาลูบไล้จนมันขยายตัวสู้มือ
เมื่อเห็นว่าเขาพร้อม เอยจึงค่อย ๆ ถอยตัว คุกเข่าลงบนพื้นพรม พลางก้มศีรษะลงใช้กลีบริมฝีปากบางครอบครองความแข็งขืนนั้นเพื่อปรนเปรอและเล้าอารมณ์อรรถพลตามคำบัญชา...
"อ่าห์..."
เสียงครางต่ำอย่างพึงพอใจดังระงมอยู่ในลำคอแกร่ง เมื่อศีรษะเล็กขยับขึ้นลงเป็นจังหวะตามที่เขาเคยพร่ำสอน เอยรู้ดีว่าจุดอ่อนไหวของเขาอยู่ตรงไหน และต้องทำอย่างไรให้อรรถพลคลั่งจนไปไหนไม่รอด
"อืมม..."
ระหว่างที่เอยกำลังปรนเปรอส่วนล่าง มือหนาก็ไม่ปล่อยให้ส่วนบนว่างเปล่า เขาฉวยโอกาสสอดมือลงไปเคล้นคลึงอกอิ่มใต้ร่มผ้า บัดนี้อกอิ่มถูกเปิดเปลือยท้าทายสายตาคม รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นที่มุมปากก่อนที่อรรถพลจะบีบเค้นเต้านุ่มนิ่ม ใช้นิ้วเรียวเขี่ยขยี้ยอดถันสีหวานจนเอยสะดุ้งวาบด้วยความเจ็บแกมเสียว
ทว่าเธอไม่สามารถไม่หยุดมันได้...
ร่างกายที่เดือดปะทุไปด้วยเพลิงพิศวาสกลับยิ่งตอบสนองเขาอย่างรุนแรงหนักหน่วง ทุกครั้งที่ถูกบดขยี้ยอดอก ร่างกายของเอยก็ยิ่งรุ่มร้อนราวกับถูกไฟแผดเผาไปทั่วร่างกาย
"อ่าห์..."
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
เธอฝืนลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ที่ไร้อรรถพล อาหารเช้าคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต้มทิ้งไว้จนเส้นอืดพองเพราะเธอกินไม่ลง สุดท้ายเอยจึงมานั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟานุ่มในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง ปล่อยให้ความเงียบกัดกินหัวใจจนเริ่มรับมันไม่ไหว
"ได้สิ! งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ผมขอยุติความสัมพันธ์ของเรา ต่อไปนี้เอยไม่ใช่คนของผมอีก!"แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอประโยคนี้หลุดออกมาจากปากเขาจริงๆ หัวใจเอยกลับสั่นคลอนจนแทบยืนไม่อยู่ ทว่าศักดิ์ศรีที่เหลืออยู
บทที่2อารมณ์ชั่ววูบเอยรีบขับรถกลับถึงวิลล่าในเวลาไม่นานนัก หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อเห็นรถหรูจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้าน... คุณอรรถมาจริงๆ และเขายังไม่กลับ
เอยเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว เธอรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสติที่กระจัดกระจายตั้งสติก่อนจะกดรับสาย"ค่ะ..." น้ำเสียงแผ่วเบาด้วยความเกรงกลัวค่อย ๆเอ่ยขึ้นเมื่อรับสาย ปลายสายเงียบไปอึดใจ จนบรรยากาศในตอนนี้ยิ่งกดดัน







