เข้าสู่ระบบ"โอเค ไม่เป็นไรนะเอย ไม่ว่าเอยจะตัดสินใจยังไง เอยก็จะมีปอร์อยู่ข้าง ๆ เสมอ เป็นเพื่อนของเอยเสมอ" และไม่ว่าเธอจะรักหรือไม่รักอรรถพล สุดท้ายเขาก็ไม่อาจทิ้งเธอไปได้อยู่ดี
"ขอบคุณนะ" เอยขอบคุณอย่างซึ้งใจ
"ตอบแทนด้วยการให้ปอร์ไปส่งนะ?"
"แต่ว่า..." เอยลังเล เพราะกลัวว่าปอร์เช่จะปะทะกับอรรถพลเข้า
"แค่ไปส่ง... ให้ปอร์รู้ว่าเอยอยู่ที่ไหน ปลอดภัยหรือเปล่า มันทำอะไรเอยไหม ปอร์ขอแค่นี้... ปอร์จะส่งแค่หน้าบ้านเท่านั้น"
เอยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าตกลงในที่สุด ปอร์เช่คลี่ยิ้มที่อ่านไม่ออก เขาเอื้อมมือไปช่วยถือกระเป๋าเดินทางให้เธอ ก่อนจะพาเอยก้าวออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังรถที่จอดรออยู่...
"แล้วบอกนะโมหรือยัง"
ระหว่างทาง ปอร์เช่ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดด้วยคำถามสั้น ๆ
"เราแชทบอกแล้ว แต่โมคงยังไม่ว่าง ช่วงนี้ยุ่ง ๆ เรื่องเตรียมงานแต่งด้วยมั้งน่ะ" เอยตอบเสียงแผ่ว
"อืม... เดี๋ยวถ้าโมยังไม่รู้ ปอร์จะบอกให้เอง"
"ขอบใจนะปอร์... ปอร์ไม่โกรธเราจริง ๆ ใช่ไหม?" เอยถามย้ำอีกครั้ง เธอหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะต้องเสียเพื่อนคนสำคัญอย่างเขาไป
"..."
ปอร์เช่เงียบไปครู่หนึ่ง เขายอมรับกับตัวเองว่าโกรธ โกรธมากที่เอยตัดสินใจแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ทำใจทิ้งเธอไปไม่ได้จริง ๆ
"ปอร์จะไม่ทิ้งเอย"
คำยืนยันนั้นทำให้น้ำตาของเอยร่วงเผาะอย่างห้ามไม่อยู่ เธอพยักหน้างึกงักพลางเช็ดน้ำตาออกลวก ๆ หัวใจที่เคยหนักอึ้งผ่อนคลายลงบ้างเมื่อรู้ว่าเขายังอยู่ข้างกัน "ขอบคุณนะปอร์ที่เข้าใจเรา"
บางที... การที่เธอตัดสินใจลองเปิดใจคุยกับปอร์เช่เร็วเกินไปอาจเป็นความผิดพลาด …แต่ตอนนั้นเธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าอรรถพลจะหวนกลับมาทำลายชีวิตของเธอแบบนี้ และไม่คิดเลยว่าเขาจะใจร้ายถึงขั้นไม่ยอมปล่อยกันไป
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้งจนกระทั่งรถหรูเคลื่อนมาจอดสนิทหน้าวิลล่าลับของอรรถพล ก่อนที่เอยจะก้าวลงจากรถ ปอร์เช่รีบคว้าข้อมือเธอเอาไว้แน่น แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและอาลัยอาวรณ์
"มีอะไรโทรหาปอร์ได้ตลอดนะเอย อย่าโกหกกันอีก... ยังไงปอร์ก็ยังเป็นเพื่อนเอยเสมอ" ปอร์เช่ดึงเอยเข้ามากอดแน่น
"อย่าทำแบบนี้เลย ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้ว" เอยค่อย ๆ ผลักปอร์เช่ออกเบา ๆ
"แต่เอยก็อยากขอบคุณปอร์นะ ที่เข้าใจเอย" เอยยิ้มเศร้า ขอบคุณในความหวังดีที่เธอรู้สึกว่าตัวเองแทบไม่มีสิทธิ์ได้รับมันจากเขาเลย สุดท้ายเอยจึงตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่ทบทวนมาตลอดทาง
เธอต้องกันปอร์เช่ออกไปให้ไกลจากเรื่องนี้
"ปอร์... เอยอยากคุยเรื่องแอมบาสเดอร์ เอยอยากถอนตัว เอยไม่อยากให้ปอร์ต้องเดือดร้อนเพราะเอยในวันข้างหน้า ถ้าเรื่องของเอยกลายเป็นข่าวฉาวขึ้นมา มันจะกระทบกับภาพลักษณ์สายการบินของปอร์แน่ๆ"
ปอร์เช่ลอบถอนใจ 'หึ... เป็นอย่างที่คิดจริงๆ เอยกำลังถูกข่มขู่และเธอก็เลือกที่จะปกป้องเขาสินะ'
"สัญญาจ้างมีระยะเวลาหนึ่งปี ถ้าถอนตัวตอนนี้ ฝ่ายกฎหมายบริษัทจะเล่นงานเอยหนักแน่" เขาอธิบายเสียงเข้ม อ่านเจตนาที่เธอพยายามจะผลักไสเขาออกไปจากวงจรขุมนรกนี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
"งั้นถ้าเอยไม่ต่อสัญญา... ปอร์จะไม่โกรธเอยใช่ไหม?"
"ไม่โกรธหรอก ยัยบื้อ" เขาพยายามยิ้มบาง ๆ เพื่อให้กำลังใจ "แต่ห้ามถอนตัวกลางคันเด็ดขาด เพราะเอยอาจถูกฟ้องร้องจนรับมือไม่ไหว"
เอยพยักหน้ารับ แค่ปีเดียวเอง... เธอจะพยายามอดทนและเอาใจอรรถพลให้ถึงที่สุด
"งั้นเอยไปก่อนนะ ขับรถกลับดี ๆ ล่ะ" เอยบอกลาทั้งน้ำตาคลอ แต่ปอร์เช่ยังไม่ยอมปล่อยมือ
"ถ้ามันขู่เอย เอยบอกปอร์ ปอร์จะช่วยเอยเต็มที่" เขาพยายามส่งผ่านความมั่นใจให้ แต่แววตาของเอยมีแต่ความหวาดกลัว และเขารู้ดีว่าคนอย่างเอยไม่มีทางขอร้องให้เขาช่วยแน่ ๆ
"เอยไม่ได้ถูกบังคับ เอยยอมที่จะอยู่แบบนี้เอง... กลับเถอะปอร์ เอยไม่อยากให้คุณอรรถเห็นเราอยู่ด้วยกัน"
ปอร์เช่นิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะยอมพยักหน้าพร้อมยิ้มบางเบา
ได้... ในเมื่อเอยต้องการแบกรับมันไว้คนเดียวและพยายามกันเขาออกไป เขาก็จะยอมถอยออกมาช่วยอยู่ห่าง ๆ และเขาจะเอาคืนอรรถพลให้เจ็บแสบที่สุด!
"โอเค... แล้วเจอกัน"
เอยมองหน้าเพื่อนรักเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังก้าวลงจากรถ เธอหยุดยืนนิ่ง หลับตาเรียกสติ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เพราะเธอไม่อยากเดินเข้าไปหาอรรถพลด้วยสภาพที่อ่อนแอไปมากกว่านี้
เอยลากกระเป๋าเดินเข้าสู่วิลล่าหรูที่สภาพไม่ต่างจากกรงขังด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทิ้งให้ปอร์เช่มองตามหลังด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความแค้นขุ่นเคือง
หึ! เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้น และเขาจะไม่มีวันยอมให้เอยต้องจมดิ่งอยู่กับคนอย่างอรรถพลไปตลอดชีวิตแน่นอน!
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







