Masukเอยพยายามสั่งให้ทุกคนหยุด แต่ไม่มีใครฟัง เธอจึงรีบวิ่งลงไปที่หน้าบ้านทันที
"หยุดนะคะ! ทำอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี้!!" เอยวิ่งเข้าไปผลักชายฉกรรจ์ที่กำลังทำลายแปลงกุหลาบซึ่งเสียหายไปกว่าครึ่งแล้ว เธอห้ามใครไม่ได้จึงหันมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก จนกระทั่งเห็น 'คราม' บอดี้การ์ดคนสนิทของอรรถพลยืนอยู่
"คุณคราม สั่งให้พวกเขาหยุดนะ! กล้าดียังไงมาทำแบบนี้ในบ้านของเอย!" เอยปราดเข้าไปเขย่าตัวเขาพลางสะอื้นไห้จนตัวโยน
"พวกคุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ มาทำลายสวนคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง! คุณคราม... เอยขอร้อง บอกให้พวกเขาหยุดที ฮื่ออ"
เอยยืนร้องไห้โฮ ความหวังเดียวคือคนตรงหน้า แต่ครามยังคงนิ่งเฉย ไม่ยอมออกคำสั่งให้หยุด เอยรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ สวนดอกไม้ที่เธอรักและเฝ้าถนอมมาตลอดถูกทำลายจนพังยับเยิน
"คุณคราม... ฮื้อออ" เอยทรุดตัวลงแทบเท้าครามอย่างหมดแรง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาวิงวอน
"ผมขอโทษครับคุณเอย แต่นี่คือคำสั่งของคุณอรรถ"
หัวใจของเอยเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยี้จนแหลกลาญ เมื่อรู้ว่าคนที่สั่งรื้อสวนกุหลาบแห่งนี้คือ 'อรรถพล' คนที่เคยช่วยเธอปลูกและดูแลมันมาด้วยกัน... ความเจ็บปวดพุ่งพล่านจนหัวใจเหมือนถูกเหยียบซ้ำจนละเอียด
"ทำไม... ทำไมคุณอรรถถึงทำแบบนี้" เอยปล่อยมือจากคราม แขนเรียวบางทิ้งลงข้างลำตัวอย่างคนหมดสิ้นเรี่ยวแรง
ดวงหน้าหวานเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน ครามมองสีหน้าของเอยแล้วรู้สึกสงสารจับใจ แต่เขาก็จำเป็นต้องเอ่ยเตือนสติ "คุณเอยก็รู้จักคุณอรรถดี การที่คุณไปยั่วโมโหเขาแบบนั้นมันไม่ดีเลยนะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณทำไปเพื่ออะไร จะระบายความในใจหรือเรียกร้องความสนใจ แต่สิ่งที่คุณทำมันเหมือนการเปิดเผยความสัมพันธ์ ซึ่งคุณอรรถโกรธคุณในเรื่องนี้มาก"
เอยขมวดคิ้ว "เอยไปทำอะไรแบบนั้นตอนไหน!?" เธอไม่เห็นจำได้ว่าเธอทำเรื่องพรรคนั้น เธอไม่เคยคิดจะแสดงตัวตนอย่างที่ครามว่าเลยสักครั้ง
"คุณเอยแน่ใจนะครับว่าจะปฏิเสธ?" ครามรู้สึกผิดหวังที่เคยคิดว่าเอยต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เข้าหาเจ้านาย วันนี้เขาเข้าใจคำพูดของนายแล้วว่าผู้หญิงบางทีก็เหลี่ยมจัดจนมองไม่ออก
"เอยไม่ได้ทำจริง ๆ นะคะ" น้ำตาที่ไหลรินเหือดแห้งไปแทนที่ด้วยความงุนงง จนกระทั่งครามยื่นโทรศัพท์มาให้เธอดู
เธอคงไม่คิดจะกลับมา
ทำไมดวงใจยังห่วงหา และคิดถึงเธออยู่
ยังจำทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่าง เมื่อไหร่จะลบเลือนเธอจากใจ
คงไม่มีวันจะลืมเธอ~
เพลงความทรงจำของวีโอเลตดังขึ้นพร้อมกับภาพที่มีมือของอรรถพลถือต้นดอกกุหลาบ คนอื่นที่ไม่เคยเห็นรอยสักที่มือของคุณอรรถอาจจะไม่ได้สนใจภาพนี้ แต่คนที่รู้จักมาเห็น ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าพวกเขาจะคิดยังไง
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าทำไมอรรถพลถึงโกรธเธอ ขนาดถึงขั้นต้องรื้อสวนกุหลาบของเราทิ้ง
"เอยไม่รู้ตัวว่าเอยทำ... เมื่อคืนเอยเมามาก อาจจะเผลอลงสตอรี่ไป" เอยขบเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะรีบกดลบสตอรี่นั้นทิ้งทันที "เอย เอยลบแล้วค่ะ"
เอยยื่นมือถือให้ครามดูพรางน้ำตาซึม คิดหาคำพูดที่น่าเชื่อถือให้ครามกลับไปรายงานคุณอรรถ ให้คุณอรรถมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
"เอยผิดเอง เอยจะไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก"
"ผมหวังว่าจะเป็นแบบนั้นครับ" ครามตอบเสียงเรียบนิ่ง เอยจึงส่งมือถือให้เขาอีกครั้ง
"ครับ?" ครามไม่เข้าใจ เอยจึงสูดน้ำมูกก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
"รูปทั้งหมดเอยแอบถ่ายแอบเก็บไว้ดูเล่น เอยไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครดู และยิ่งไม่ได้อยากให้มันกลายเป็นเรื่องแบบนี้ ดังนั้นเอยขอยกมือถือเครื่องนี้ให้คุณอรรถเก็บไว้ค่ะ" ต่อไปหากเธอเมา จะได้ไม่ใจกล้าบ้าบิ่นโพต์อะไรแบบนี้ลงไปอีก
"...!?"
ครามแอบอึ้งในการตัดสินใจของเอยไม่น้อย แต่เขาก็จำต้องรับมือถือของเอยมาไว้ในมือ
"ครับ แล้วผมจะบอกนายให้" เอยยิ้มบาง ๆ
"ทุกอย่างในเครื่องนี้เอยให้อำนาจคุณอรรถตัดสินใจทำทั้งหมด เขาจะทำอะไรกับมือถือเครื่องนี้ ทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ"
"แล้วคุณเอยจะใช้มือถือเครื่องไหนครับ?" ครามถามอย่างไม่เข้าใจ
"เครื่องใหม่สิคะ ส่วนเครื่องเก่านี้เอยยกให้คุณอรรถค่ะ" ตอนนี้เธอเจ็บไปทั้งหัวใจแล้ว ดังนั้นสิ่งที่อรรถพลกระทำต่อเธอในวันนี้มันทำให้เธอรู้สึกควรพอได้แล้ว...
เอยยิ้มบาง ๆ ที่แฝงไปด้วยความขื่นขมให้กับคราม
"สตอรี่นั่นเอยไม่ได้ตั้งใจจะโพสต์จริง ๆ ค่ะ เพลงที่สื่อความหมายว่าเอยยังรอ มันอาจจะทำให้เข้าใจผิด... แต่ตอนนี้เอยเลิกรอแล้ว เอยเข้าใจสถานะของตัวเองดีทุกอย่าง ฝากบอกคุณอรรถด้วยนะคะว่าขอให้เขาสบายใจได้ ต่อไปเอยจะไม่ทำอะไรให้เขาลำบากใจอีก"
"ผมหวังว่าคุณเอยจะทำได้อย่างที่พูดนะครับ" ครามเอ่ยเสียงเรียบพลางจ้องหน้าเธอ "นายฝากมาเตือนคุณเอยเป็นครั้งสุดท้าย ว่าอย่าทำอะไรที่มัน 'ล้ำเส้น' อีก อย่าปรากฏตัวให้ท่านเห็น อย่าตามตอแยวุ่นวาย หรือสร้างสถานการณ์ใด ๆ ที่ทำให้ท่านต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถ้าคุณเอยยังกล้าทำ... ก็อย่าหาว่าเจ้านายกับคุณเอยนะครับ"
"ค่ะ... เอยจะไม่ตามตอแยคุณอรรถอีก และจะหายไปจากชีวิตของคุณอรรถตามที่คุณเขาต้องการค่ะ"
คำพูดนั้นเบาหวิวทว่ากลับบาดลึกจนเจ็บแปลบไปทั้งขั้วหัวใจ เอยฝืนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะรีบหันหลังให้กับครามทันที เธอไม่อยากให้ครามหรือใครเห็นน้ำตาของเธอ
เธอไม่อยากประจานความอ่อนแอต่อหน้าใคร!
***************************
ทำร้ายจิตใจน้อง สมควรแล้วที่น้องจะไป!
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
เอยนิ่งเงียบไป คงมีเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้ามาไม่หยุดหย่อน เนิ่นนานเอยเริ่มสบตากับปอร์เช่อีกครั้งเพราะสำหรับเอยแล้ว... การมีปอร์เช่อยู่ในชีวิต ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะใดก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือเธอสูญเสียปอร์เช่ไปไม่ได้...เปอร์เช่ได้ยินข้อเสนอของเอย เขาไม่ได้แสดงท่าทีผิดหวังหรือน้อยใจออกมาเลยแม้แต่น้อย
หลังจบมื้อเที่ยง ปอร์เช่พาเอยมาเดินเล่นรับลมที่ชายหาด บรรยากาศรอบตัวดูพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวที่บ้างก็ลงเล่นน้ำ บ้างก็เดินทอดน่อง เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังคลอไปพร้อมกับสายลมเย็นที่ปะทะใบหน้า ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น กลับมีความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคนมันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต
บทที่8คนที่เฝ้ารอเช้าวันต่อมา...เอยตื่นขึ้นมาช่วยยายทำขนมไทยและข้าวต้มมัดตั้งแต่ตีสี่ เพื่อให้ทันใส่บาตรในช่วงเจ็ดโมงเช้า และเริ่มเปิดร้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อของแต่เช้าตรู่ ร้านของยายเป็นร้านขายของฝากเล็ก ๆ ต่อไปเธอคิดว่าจะทำพวกเครื่องประดับขายด้วยในช่วงที่เธออยู่ที่นี่"ขอบคุณนะคะ วันหน้า
อรรถพลลืมตาขึ้นอีกครั้ง มือหนาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูแอปพลิเคชันอินสตาแกรม นิ้วเรียวไถฟีดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกดเข้าไปในหน้าโปรไฟล์ของเอย แต่มันกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จนเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า...โทรศัพท์ของเอยอยู่กับเขา!ในวันที่เขาสั่งรื้อสวนกุหลาบของเธอ เอยกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด คิดว่า







