LOGINบทที่6
ฮีลใจ
ภูเก็ต
"ยายจ๋า เอยกลับมาแล้ว"
ทันทีที่ลงจากรถรับส่ง เอยก็รีบก้าวเข้าไปในบ้านชั้นเดียวหลังย่อมทันที ยายของเธอกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ริมรั้วอย่างขะมักเขม้น
"อ้าว... เอยกลับมาแล้วเหรอ" 'อารีย์' คลี่ยิ้มกว้างอย่างสดใสเมื่อเห็นหลานสาวสุดที่รักกลับมาจากซื้อของข้างนอก
"ค่ะ ได้ของมาเยอะเลย" เอยชูถุงอาหาร ขนมให้ยายดู และอุปกรณ์ทำพวงกุณแจที่ยายต้องการ
"ดี ๆ" อารีย์ยิ้มพลางปิดน้ำและเดินไปนั่งที่ตั่งที่ประจำของเธอ
"แล้วนี่จะอยู่จนถึงเมื่อไหร่กันล่ะ?" อารีย์เอ่ยถามขณะที่เอยจัดวางอุปกรณ์เครื่องมือทำมาหากินของยาย
ยายเปิดร้านพวงกุญแจพวกเปลือกหอย และเธอก็คิดว่าจะทำเป็นโมบายน่ารักเล็ก ๆ ขายด้วย
"ยังไม่รู้เลยค่ะ เอยกลายเป็นนางร้ายตกอับแบบนี้ ไม่มีงานทำด้วย เลยกะว่าจะมาพักสักเดือนหนึ่ง เกาะยายกิน" เอยพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก อารีย์ยิ้มพยักหน้า
"อยู่นานๆ เลยก็ได้ ยายเลี้ยงเอยเอง"
"เย้~" เอยยิ้มดีใจ กอดยายแนบแน่น เธอวางแผนให้กับชีวิตตัวเองแล้ว หนึ่งเดือนที่เธอจะกลับมาพักใจที่บ้านเกิด... เมื่อเข้มแข็งพอแล้ว เธอถึงจะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และหางานทำที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง
กลับไปลองแคสบทนางร้ายและหวนเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง!
"เอยจะใช้เวลาอยู่กับยาย จะนอนกอดยายทุกคืนเลยค่ะ" ว่าแล้วเอยก็ผละตัวออกมาเล็กน้อยเพื่อกดหอมแก้มยายฟอดใหญ่
"น่ารักจริง ๆ ยัยเด็กคนนี้" ยายอารีย์ยิ้มขำพลางลูบหัวหลานสาว พลางเริ่มทำพวงกุณแจเปลือกหอยต่อ เมื่อได้อุปกรณ์มาครบแล้ว
"ยาย... แล้วเงินที่เอยส่งมาให้ ทำไมยายไม่ใช้ล่ะคะ เอยไม่อยากให้ยายลำบากเลยนะ อยู่บ้านเฉย ๆ เถอะค่ะ เดี๋ยวเป็นอะไรไปจะทำยังไง เอยเหลือยายแค่คนเดียวแล้วนะคะ"
อารีย์นิ่งไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าหลานสาวคนนี้ถูกทอดทิ้งมาตั้งแต่เด็ก มีเพียงเธอที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ส่วนพ่อแม่แท้ ๆ ก็หายหน้าไปไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดู หากวันหนึ่งที่เธอต้องจากโลกนี้ไป เอยคงไม่เหลือใคร... ความกังวลใจนี้ทำให้เธออยากเร่งหาเงินทิ้งไว้ให้หลาน
"อย่าห่วงยายเลยลูก ยายทำแก้เหงา ไม่ได้หักโหมนะ ยายน่ะจะอยู่กับเอยไปนาน ๆ เลยล่ะ"
เอยเบะปากเหมือนจะร้องไห้ โผเข้ากอดยายอีกครั้ง "ยายสัญญากับเอยแล้วนะคะ"
"จ้า ๆ ต่อไปยายจะเบามือลงหน่อย ดีไหม?" มือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบเรือนผมหลานสาวอย่างอ่อนโยน เอยหลับตาพริ้มซึมซับความอบอุ่นที่โหยหามาตลอดหลายปี
"ถ้าจะให้ดียายต้องย้ายไปอยู่กับเอยที่กรุงเทพฯ ด้วยนะ" เอยเปรยขึ้น ถ้าหากยายยอม เธอจะยอมควักเงินก้อนสุดท้ายซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ เพื่ออยู่กับยายสองคน คงมีความสุขน่าดูเลย...
"เอยจะได้ดูแลยายง่าย ๆ ไม่ต้องมานั่งคิดถึงแบบนี้ด้วย"
"ไม่เอาหรอก ยายไม่ชิน... ไปอยู่ที่นั่นยายคงเหงากว่าที่นี่แน่ ๆ ไม่มีเพื่อนบ้านมาคุยด้วยเหมือนที่บ้านเราหรอกนะ"
อารีย์ยังคงปฏิเสธเหมือนเดิม แม้หลานจะชวนมาหลายครั้งแล้วก็ตาม เธอรักและผูกพันกับบ้านเกิดเกินกว่าจะย้ายไปเริ่มต้นใหม่ในเมืองกรุง เอยที่เห็นความดื้อรั้นของยายก็ได้แต่ถอนหายใจและยอมรับความต้องการนั้นของยาย
"โอเคค่ะ อยู่นี่ก็อยู่นี่" เอยส่งยิ้มอ่อนใจ ในใจตั้งมั่นว่าหลังจากนี้คงต้องขยันส่งเงินและของใช้จำเป็นมาให้ยายไม่ขาดสายเหมือนเดิม
"ไปๆ ไปหาข้าวกินก่อน ยายทำแกงส้มปลาไว้ในหม้อ"
"ค่ะยาย งันเดี๋ยวเอยมาช่วยนะ ...ว่าแต่ยายทานแล้ว?"
"ยายทานแล้ว เอยน่ะไปทานเลย"
"โอเคค่ะ"
"โห้ กับข้าวอร่อยมาก ๆ เลยค่ะยาย"
เอยพูดขึ้นหลังจากทานจนอิ่มท้อง แม้ตอนแรกจะรู้สึกไม่อยากอาหารเท่าไรนัก แต่พอเป็นรสมือของยาย เธอก็ฝืนใจทานจนหมดได้ไม่ยาก
"กินเยอะ ๆ จะได้ตัวโต ๆ ช่วงนี้ดูผอมไปนะเอย" ยายทักท้วงด้วยความเป็นห่วง เอยชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อน
"ก็เพราะเอยไม่ได้ทานข้าวรสมือยายน่ะสิคะ กลับมาคราวนี้ยายต้องขุนเอยให้อ้วนเลยนะ"
แท้จริงแล้วสภาพจิตใจที่บอบช้ำต่างหาก ที่ทำให้เธอเริ่มตรอมใจจนน้ำหนักลดฮวบ แต่เอยไม่อยากให้ยายต้องมากังวลกับเรื่องไร้สาระจึงทำตัวให้ดูมีความสุข
"ได้สิ ยายจะทำของอร่อย ๆ ให้เอยทานทุกวันเลยดีไหม?"
"ดีค่า~" เอยยิ้มแป้น
"เอยอิ่มแล้ว เดี๋ยวเอยกลับมาช่วยยายนะคะ" ร่างเล็กรีบเก็บจานไปล้างอย่างกระฉับกระเฉง ยายอารีย์มองตามแผ่นหลังหลานสาวด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ
ตลอดบ่าย เอยนั่งล้อมวงช่วยยายร้อยพวงกุณแจอย่างสนุกสนาน ซึ่งมันดีนะ
การได้อยู่กับความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ มีอะไรให้ตั้งใจทำแบบนี้ ทำให้เธอไม่มีเวลาไปฟุ้งซ่านนึกถึงเรื่องบ้าบอพวกนั้นอีก...
*******************
น้องมาฮีลใจตัวเองแล้ว อิพี่เตรียมโดนทิ้งได้เลยยย
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
หลายวันต่อมา...เอยได้รับคัดเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของสายการบินชาร์นแอร์เวย์ วันนี้เธอมีนัดถ่ายทำวิดีโอโปรโมตและถ่ายภาพนิ่งตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีปอร์เช่และนะโมตามมาคุมที่กองถ่ายด้วย
ปอร์เช่ไม่ตอบอะไร เขาค่อย ๆ เอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายหากออกแรงมากเกินไป เขากระชับมือนั้นไว้ในอุ้งมือที่อบอุ่นก่อนจะก้มลงสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดูแข็งกร้าวในสายตาคนอื่น บัดนี้กลับฉายแววรักใคร่และอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิดภายใต้แสงจันทร์
บทที่10เลื่อนสถานะ"อ๋อ งันพักกันก่อนมีเรื่องอะไรอยากคุยด้วย""เรื่องอะไรอ่ะ อย่าบอกว่าซื้อแหวนเพชรมาขอเอยมันแล้วน่ะ รวยจังนะ"เอยยิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางของนะโมที่ทำท่าเหมือนอยากจะหยุมหัว ทั้งจิกกัดปอร์เช่ตั้งแต่เห็นหน้า"แน่นอนสิว่ารวย แต่ฉันยังไม่ขอเอยตอนนี้หรอกนะ ถ้าขอจริงๆต้องเซอร์ไพรส์ครับ" ปอร์
นะโมพยักหน้าเข้าใจ ความรักของปอร์เช่ที่มีต่อเอยนั้นบริสุทธิ์ใจจนเธอเองก็สัมผัสได้ และเธอมั่นใจว่าเพื่อนชายคนนี้จะดูแลเอยได้ดีกว่าผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้แน่นอน"เรื่องนั้นฉันเชื่อใจมันนะ... แต่เป็นไงมาไงล่ะเนี่ย ไปตกลงคุยกันตอนไหน?"เอยจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เธอหนีไปพักใจที่ภูเก็ต แ







