LOGINตกดึก
เอยนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกหลังจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนเรียบร้อย เพียงแค่ไม่กี่วันที่กลับมาบ้านยาย เธอก็รู้สึกว่าจิตใจของเธอเริ่มได้รับการเยียวยาขึ้นมาก
เรื่องของอรรถพลเริ่มจางหายไปจากหัวใจของเธอทีละนิด...
"ป่ะ... เข้านอนกันลูก วันนี้เอยเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ" ยายอารีย์เดินเข้ามาหาในชุดคอกระเช้าและกางเกงขายาว
"ค่ะยาย"
วันนี้เอยทั้งช่วยร้อยพวงกุญแจและช่วยขาย มันเป็นตัวช่วยที่ดีช่วยไม่ให้เธอจมดิ่งไปกับความเศร้า หากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เธอเชื่อว่าวันหนึ่งเธอจะตัดขาดทุกความรู้สึกที่มีต่ออรรถพลได้จริง ๆ
และเมื่อวันนั้นมาถึง... เราสองคนจะกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า เดินบนเส้นทางคนละเส้น โดยไม่มีวันกลับมาบรรจบกันได้อีก!
แต่ถ้าหากวันหนึ่งเราต้องพบเจอกัน... เธอก็จะมองหน้าเขาได้โดยไม่รู้สึกอะไร...
"อุ่นจัง" เอยขยับตัวเข้าไปกอดยายที่นอนอยู่ข้าง ๆ
"งั้นก็กอดจนถึงเช้าเลยนะ ยายก็อยากกอดเอยไว้แบบนี้ทั้งคืนเหมือนกัน"
"ยายคิดถึงเอยล่ะสิ" หลานสาวผงกหัวขึ้นมาถามด้วยแววตาหยอกเย้า
"ก็หลานยายคนเดียวนี่นา จะไม่ให้คิดถึงได้ยังไงกัน"
"อิอิ เอยก็คิดถึงยายที่สุดในโลกเลยค่ะ... กอดดด" เอยล้มตัวลงนอนซุกอกยายอีกครั้ง เธอหอมแก้มท่านซ้ำ ๆ จนกระทั่งความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำและผล็อยหลับไปในที่สุด...
ทิ้งความเจ็บปวดทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงลมหายใจที่สงบนิ่งท่ามกลางอ้อมกอดของคนที่รักเธอมากที่สุดในชีวิต
หลายวันต่อมา...
"เป็นไงบ้างแกกก" เสียงหวานของนะโมเอ่ยถามผ่านวิดีโอคอล วันนี้เธอว่างจนอดไม่ได้ที่จะกดคอลหาเพื่อนรักที่หายหน้าไปเกือบครึ่งเดือน
นอกจากแชตกลุ่มที่คุยกันประปราย เอยก็ไม่ได้วิดีโอคอลเห็นหน้ากันตรง ๆ แบบนี้เลยสักครั้ง
"สบายดีจ้ะ" เอยมองกล้องแล้วส่งยิ้มกว้างให้นะโม ก่อนจะชูพวงกุญแจเปลือกหอยหลากสีที่เธอนั่งทำกับยายมาตั้งแต่ช่วงสายให้เพื่อนดู
[ว้าวสวยจัง กลับมาอย่าลืมเอามาฝากด้วยนะ]
"อืม ได้สิ" เอยตอบพลางพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับเพื่อนไปเรื่อย ๆ
[แกหายไปนานเลยนะเนี่ย นี่ไม่คิดจะกลับกรุงเทพฯ แล้วมั้งฮึ?]
"กลับสิ แต่ยังไม่พร้อมน่ะ อยากพักฮีลใจไปนาน ๆ หน่อย"
[เข้าใจแหละ... วันที่แกหากลับมา ฉันหวังว่าจะได้เห็นยัยเอยคนเดิมกลับมานะ]
"แน่นอนสิ ตอนนี้ฉันก็คือเอย เพื่อนคนเดิมของแกไง" เอยพูด นะโมก็เริ่มน้ำตาซึม เธอรู้ดีว่ากว่าจะกลับมายิ้มได้แบบนี้ เพื่อนต้องผ่านช่วงที่เจ็บปวดมากแค่ไหน
[ฉันแค่เสียใจที่ไม่ได้อยู่ปลอบแกในตอนที่แกเจ็บที่สุด]
"โธ่... อย่ามาทำน้ำตาซึมแถวนี้ดิ เพื่อนแกเก่งจะตาย เห็นไหมว่าตอนนี้หายดีขึ้นเยอะแล้วน่ะ" เอยพยายามพูดติดตลกพลางส่ายหน้าให้กับความขี้แยของนะโม
[อืม... ดูจากสีหน้าแววตาและรอยยิ้มของแกวันนี้ ฉันยอมเชื่อก็ได้] นะโมปาดน้ำตา เธอมั่นใจว่าเพื่อนเริ่มทำใจได้แล้วจริง ๆ
"ก็ปอร์เช่บอกเองไม่ใช่เหรอว่า... ความเจ็บปวดจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น"
[ก็จริง... ดีใจนะที่แกดีขึ้นขนาดนี้]
"เอย คุยกับใครอยู่เหรอลูก?" เสียงยายตะโกนเรียก เอยจึงหันไปหายายในทันที
"คุยกับเพื่อนค่ะยาย ยายมีอะไรหรือเปล่าคะ?"
"กับข้าวเสร็จแล้ว มากินข้าวเถอะจ้ะ"
"ค่ะยาย... โม งั้นเราวางก่อนนะ ยายเรียกทานข้าวแล้ว" นะโมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะกดวางสายไป เอยปิดหน้าจอ เก็บของให้เรียบร้อยแล้วเดินตามยายเข้าไปในครัวทันที
"ว้าวว น่ากินจังเลยค่ะ" เอยมองกับข้าวหลากหลายอย่างที่ยายตั้งใจทำ "ยายกะจะขุนให้เอยอ้วนจริง ๆ ใช่ไหมคะเนี่ย"
"แน่นอนสิ มากินเถอะ" อารีย์ยิ้มให้หลานสาวอย่างเอ็นดู เธอแอบสังเกตสีหน้าที่ดูแจ่มใสขึ้นของเอยเงียบ ๆ
เมื่อครู่เธอแอบได้ยินสิ่งที่เด็ก ๆ คุยกัน จึงพอจะเดาสาเหตุได้ว่าทำไมวันแรกที่เอยกลับมาถึงมีสีหน้าเศร้าหมองได้ขนาดนั้น ที่แท้หลานสาวเธอก็ 'อกหัก' นี่เอง...
*******************
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
หลายวันต่อมา...เอยได้รับคัดเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของสายการบินชาร์นแอร์เวย์ วันนี้เธอมีนัดถ่ายทำวิดีโอโปรโมตและถ่ายภาพนิ่งตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีปอร์เช่และนะโมตามมาคุมที่กองถ่ายด้วย
ปอร์เช่ไม่ตอบอะไร เขาค่อย ๆ เอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายหากออกแรงมากเกินไป เขากระชับมือนั้นไว้ในอุ้งมือที่อบอุ่นก่อนจะก้มลงสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดูแข็งกร้าวในสายตาคนอื่น บัดนี้กลับฉายแววรักใคร่และอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิดภายใต้แสงจันทร์
บทที่10เลื่อนสถานะ"อ๋อ งันพักกันก่อนมีเรื่องอะไรอยากคุยด้วย""เรื่องอะไรอ่ะ อย่าบอกว่าซื้อแหวนเพชรมาขอเอยมันแล้วน่ะ รวยจังนะ"เอยยิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางของนะโมที่ทำท่าเหมือนอยากจะหยุมหัว ทั้งจิกกัดปอร์เช่ตั้งแต่เห็นหน้า"แน่นอนสิว่ารวย แต่ฉันยังไม่ขอเอยตอนนี้หรอกนะ ถ้าขอจริงๆต้องเซอร์ไพรส์ครับ" ปอร์
นะโมพยักหน้าเข้าใจ ความรักของปอร์เช่ที่มีต่อเอยนั้นบริสุทธิ์ใจจนเธอเองก็สัมผัสได้ และเธอมั่นใจว่าเพื่อนชายคนนี้จะดูแลเอยได้ดีกว่าผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้แน่นอน"เรื่องนั้นฉันเชื่อใจมันนะ... แต่เป็นไงมาไงล่ะเนี่ย ไปตกลงคุยกันตอนไหน?"เอยจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เธอหนีไปพักใจที่ภูเก็ต แ







