Masuk"หากโลกนี้เหลือคนที่รักท่านเพียงสองคน ข้าคือหนึ่งในนั้น... และหากวันใดที่ท่านไม่รักตัวเองแล้ว ข้าก็ยังจะเป็นคนเดียวที่รักท่านสุดหัวใจ" 'ท่านอ๋อง' ผู้ถูกขนานนามว่าแม่ทัพปีศาจ โหดเหี้ยม เย็นชา และไร้หัวใจ โลกทั้งใบของเขามีเพียงพี่สาวที่เขารักและปกป้องสุดชีวิต จนไม่เหลือพื้นที่ให้ใครได้ก้าวเข้าไป แต่ท่ามกลางสายตาที่หวาดกลัวและคำสาปแช่งจากทุรชน กลับมีหญิงสาวตัวเล็กๆ อย่าง 'จูซานเฉียว' ที่เฝ้ามองเขาด้วยสายตาที่ต่างออกไป นางไม่ได้รักเขาที่เกียรติยศ นางไม่ได้รักเขาที่ความเก่งกาจ แต่นางรัก... แม้ในวันที่เขาเกลียดตัวเองที่สุด "คนทั้งโลกอาจตราหน้าว่าท่านคือปีศาจ แต่สำหรับซานเฉียว ท่านคือโลกทั้งใบที่ข้าอยากโอบกอดไว้ด้วยรักทั้งหมดที่ข้ามี"
Lihat lebih banyakบทที่ ๑๗๘เห็นแต่จัดการไม่ได้คุ้นหรือไม่สามบุรุษราชวงศ์หนานกงวันนี้ได้มีการนัดหมายกันแข่งขี่ม้า ยิงธนู ฮ่องเต้หนานกงฮั่นจึงถือโอกาสนี้ประพาสป่า ฟื้นฟูความสัมพันธ์พี่น้อง ปล่อยวางอดีต ทำเพื่ออนาคต ช่วยกันสร้างต้าอู่ให้ร่มเย็นเป็นสุขอาชาสีขาวของฮ่องเต้หนานกงฮั่นนำอาชาตัวสีดำของหนานกงมู่และสีน้ำตาลของหลิวเยี่ยน มีองครักษ์ฝีมือดีล้อมหน้าล้อมหลัง ยากจะมีมือสังหารฝีมือดีคนใดเข้ามากล้ำกราย...แน่นอนว่าหนึ่งในองครักษ์นั้นยังมีหนี่ว์อีด้วย!เมื่อเจ้านายได้รับตำแหน่งใหญ่โต นางก็ได้รับโอกาสให้กลับมาเป็นองครักษ์ประจำกายอีกครั้งหนานกงมู่ที่เห็นว่าบรรยากาศดูผ่อนคลายเกินไปก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา...“ไม่คิดว่าเราสามคนจะมีวันนี้ด้วย ขี่ม้าท่ามกลางบรรยากาศทุ่งนาป่าเขา ไม่สนใจว่าจะเสียพันธมิตรจากแคว้นใดไปบ้าง”ฮ่องเต้หนานกงฮั่นค่อย ๆ หันมามองอนุชา ด้วยสายพระเนตรเรียบเฉย ไม่เป็นมิตรนัก
บทที่ ๑๗๗การแก้แค้นฉบับจูซานเฉียวหยางยี่เหรินสังเกตอาการสหายตั้งแต่ที่นั่งรถม้าผ่านตลาดจนกระทั่งถึงสุสาน จูซานเฉียวคล้ายมีเรื่องในใจตลอดเวลา แต่หยางยี่เหรินยังไม่ได้เค้นถามอันใด จนกระทั่งทำงานช่วงเช้าที่สุสานเสร็จแล้วถึงเอ่ยถามสหายให้รู้แจ้ง“ซานเฉียว เจ้าดูมีเรื่องในใจ”จูซานเฉียวยิ้มน้อย ๆ หมุนกำไลข้อมือเบา ๆ ถงเหยาที่แต่เดิมอยู่ในท่านอน ร่างกระเด็นไปทางนั้นทางนี้ตามการหมุน“ข้าแค่กำลังคิดว่างานอภิเษกจะออกมาดีหรือไม่ สุสานจะสร้างเสร็จได้ทันกาลหรือเปล่า มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย แต่ข้าไม่เป็นอันใด”หยางยี่เหรินถอนหายใจเบา ๆ เพราะทราบว่าสหายไม่ได้พูดความจริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นางก็ไม่คิดเค้นความสหาย หากว่าอีกฝ่ายไม่ประสงค์พูด“เอาเถอะ หากเจ้าอยากบอกข้าก็บอกข้าเอง”หยางยี่เหรินคนใหม่ไม่เซ้าซี้เช่นคนเดิม นี่เป็นข้อดีที่จูซานเฉียวค้นพบในร่างนี้ของสหาย“อีกไม่กี่วันเจ้าก็ต้องเข้าพิธีอภิเษก ไม่ต้องมาช่วยงานข้าที่สุสานแล้ว เตรียมอาบน้ำ ขั
บทที่ ๑๗๖ตัดขาดทุกช่องทางหยางยี่เหรินมาเยี่ยมจูซานเฉียวหลังจากที่ได้ยินข่าวว่านางต้องพิษ จูซานเฉียวจึงบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมถึงว่าใครที่เป็นตัวการในการวางยาองค์หญิงกงซุนหมิงจู“ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นพ่อครัวถง หลิวเยี่ยนรับรู้แต่ไม่ห้าม ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ ฮ่องเต้หนานกงฮั่นที่แสดงออกว่ารักองค์หญิงมากกลับปล่อยหลิวเยี่ยนไปง่าย ๆ เพราะเห็นว่าเขาเป็นสายเลือดสุดท้ายของเสด็จอา เจ้าว่า…หากองค์หญิงทราบจะเสียพระทัยหรือไม่”หยางยี่เหรินสรุปเรื่องทุกอย่างด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก อีกทั้งยังหน่วงหัวใจเมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่นางพยายามคิดในแง่ดีเอาไว้เช่นว่า…อย่างน้อยองค์หญิงของนางก็ยังได้ตำแหน่งฮองเฮาที่ใครก็ตามจะไม่สามารถเป็นได้ในอีกหลายปีต่อจากนี้“องค์หญิงทราบหรือไม่ ข้าไม่ทราบ แต่คนที่เสียใจคือพวกเรา ข้าจะไม่ปล่อยให้คนที่รู้เห็นการตายขององค์หญิงแล้วยังเพิกเฉยได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
บทที่ ๑๗๕ราคาของความเสียใจจูซานเฉียวนั่งอยู่บนเตียง อ้าปากรับข้าวต้มฝีมือมารดาป้อนโดยมารดา ทว่าหูกับสายตากลับมองออกไปนอกลานเรือน ดูบิดากับสวามีสนทนากันด้วยท่าทางที่สงบนิ่งกว่าที่นางคิดเอาไว้เล่าย้อนไปหลังจากที่รถม้าเทียบหน้าประตูหอคอยเมือง จูซานเฉียวโผล่หน้าออกจากหน้าต่างรถม้าเพื่อให้บิดามารดาเห็นว่านางปลอดภัยดีจูกังเจิ้ง กัวน่ายเหมี่ยวยังไม่ถามสิ่งใดให้มากความ ให้รถม้ามุ่งไปจวนตระกูลจู ถือโอกาสนี้สอบถามเรื่องราวทั้งหมดจากอ๋องกงซุนหยุนไฮ้จูซานเฉียวถูกพาตัวมาที่เรือนส่วนตัวเพื่อทำการอาบน้ำ เช็ดตัว คนที่อาสาอุ้มนางคืออ๋องกงซุนหยุนไฮ้ ทว่าหลังจากที่โดนใช้แรงงานแล้วกลับถูกเชิญออกโดยจูกังเจิ้งจูกังเจิ้งสนทนากับอ๋องกงซุนหยุนไฮ้อยู่หน้าลานเรือน ตั้งแต่จูซานเฉียวยังไม่ได้อาบน้ำ จนกระทั่งนางเปลี่ยนเป็นชุดนอน ให้มารดาป้อนข้าวต้ม ทั้งสองก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสนทนากันเสร็จสนทนาอันใดกันมากมายหนอ“เฉียวเอ๋อร์ ข้าวต้มที่แม่ทำ ไม่น่าสนใจเท่าว่าที่ลูกเขยสูงศักดิ์ของแม่หรือ&rdq
๙๘เมื่อปีศาจร่วมมือกัน ...!!! บรรยากาศภายในห้
๒๖หย่อนไปเดี๋ยวก็มีอารมณ์เอง…!!!ดวงตาคู่คมไหววูบหลังจากที่ได้เห็นสายตาแน่วแน่ คำพูดเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของนางที่ตรงข้ามกับส่วนลึกในจิตใจของเขาแม้ไม่อยากยอมรับ แต่เขาหวั่นใจในตัวเองว่าคนที่จะเป็นฝ่ายร้องขอก่อนอาจเป็นเขา‘ขึ้นสูงจะลงลำบาก’คนที่หาทางรอดให้ตัวเองเสมอเช่นเขาไม่ยอมให้ตนตกอยู่ใ
๑๐เปิ่นหวางดีใจที่เจ้าปากแข็ง จูซานเฉียวแม้จะมีใจให้อ๋องกงซุนหยุนไฮ้ แต่องค์หญิงก็เป็นญาติผู้พี่ของนางพ่วงตำแหน่งเจ้านายที่ต้องรักษาความลับเอาไว้ สะกดจิตตัวเองในใจ ไม่ได้นะจูซานเฉียว เจ้าจะใจอ่อนเพื่อบุรุษแล้วหักหลังองค์หญิงไม่ได้ “ท่านอ๋องทรงเข้าพระทัยผิดแล้วเพคะ หม่
๙บอกความลับของเสด็จพี่หญิงมา จูซานเฉียวจะมีวันที่กลับจวนเพื่อนอนค้างที่จวนตระกูลจูซึ่งก็คือวันนี้ นางนั่งเกี้ยวสองคนหาบมาหน้าพระราชวังที่ยามนี้รถม้ามีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลจูจอดรออยู่พร้อมสาวใช้คนสนิทของนาง “คุณหนู!” ทันทีที่เห็นเจ้านาย เฉาเฉ่าสาวใช้คนสนิทที่โตมาพร้อ

















