เข้าสู่ระบบหนึ่งเดือนต่อมา
ภายในห้องทำงาน ทิศตะวันถอนหายใจหนักหน่วงเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ เขมมิกา
ตั้งแต่วันหมั้น เธอก็เริ่มเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขามากขึ้น ทั้งที่เขาบอกชัดเจนแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจ ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึก แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมรับความจริง
ไม่ว่าจะเป็นการแวะมาหาที่บริษัทโดยไม่บอกล่วงหน้า โทรหาทั้งเช้า กลางวัน เย็น หรือแม้แต่ส่งข้อความหาทุกวันราวกับเขาเป็นคนรักของเธอจริง ๆ
“พี่ตะวัน วันนี้พี่ตะวันว่างทานข้าวกับเข็มไหมคะ?”
“พี่ตะวัน เข็มเห็นข่าวพี่ไปดูงานที่ต่างจังหวัด ทำไมไม่บอกเข็มล่วงหน้าบ้าง เข็มจะได้เคลียร์ตารางงานแล้วตามพี่ไปด้วย”
“พี่ตะวัน ทำไมพี่ถึงให้เลขาเป็นคนรับเรื่องสำคัญแทน พี่ไม่อยากคุยกับเข็มเหรอ เราหมั้นกันแล้วนะ”
ใช่...เขา ไม่อยากคุย กับเธอ
ทิศตะวันรู้ดีว่าถ้าเขายิ่งให้ความสนใจ เธอจะยิ่งถลำลึกไปกว่านี้ ทางเดียวที่จะทำให้เธอถอยออกไปคือทำให้เธอ เบื่อเขาเสียเอง
ดังนั้น ช่วงเดือนที่ผ่านมา เขาจึงทำตัวยุ่ง อยู่ตลอดเวลา
เขาไม่ค่อยเข้าบริษัท หาเรื่องออกไปดูงาน นัดประชุมกับลูกค้าข้างนอกโดยไม่แจ้งกำหนดการล่วงหน้า และมอบหมายให้ กฤษณ์ เลขาส่วนตัวของเขา จัดการเรื่องสำคัญแทน
แม้แต่บอร์ดบริหารของบริษัทก็ยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
“คุณตะวัน คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ ปกติคุณไม่เคยทิ้งงานที่บริษัทนานขนาดนี้” กิตติชัยเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เขาสังเกตว่าบนใบหน้านั้นมีแต่ความตึงเครียด
“ไม่มีอะไร” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะหยิบแฟ้มประชุมขึ้นมาอ่านต่อ
“ถ้าคุณตะวันไม่ได้คิดไปจนถึงขั้นแต่งงาน ผมว่ารีบจบเรื่องนี้เถอะครับ”
“คิดว่าพ่อจะยอมง่าย ๆ เหรอครับ” เขารู้ดี “ผมพลาดเองที่รับปากพ่อในวันนั้น ผมคิดน้อยไป”
“...” กิตติชัยได้แต่ถอนหายใจ เขารู้สึกสงสารเจ้านายแต่กลับช่วยอะไรไม่ได้
“รู้สึกเหมือนโดนผู้ใหญ่รังแกเลยครับ” ทิศตะวันเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วหลับตาลง ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะโดนบังคับเรื่องแต่งงาน
“เอาเถอะครับ เดี๋ยวผมจะช่วยคิดอีกทาง”
“ขอบคุณคุณกฤษณ์มากนะครับ”“ผมว่าจะลองคุยกับเข็มอีกครั้ง” เขาเอ่ยอย่างสิ้นหวัง แต่อยู่ ๆ ก็คิดถึงใครบางคนขึ้นว่า “เพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียวที่ทำให้ผมตกอยู่ในสภาพนี้”
“จะโทษคุณดารินทร์ก็ไม่ถูกนะครับ เธอก็โดนท่านลากเข้าไปในห้องนี่นา”
“นี่เข้าข้างคนอื่นเหรอ” ทิศตะวันนั่งตัวตรงแล้วจ้องหน้ากิตติชัย “เมื่อกี้คุณว่าผมเป็นฝ่ายลากเธอเข้าห้องเหรอ มีหลักฐานหรือไง”
“...”
“คุณรู้ได้ยังไง”
“ก็วันที่คุณเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็ไปหาผู้จัดการของโรงแรมทันทีเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด เหมือนว่าตอนนั้นคุณตะวันจะเมามาก แล้วเดินโซซัดโซเซไปตามโถงทางเดิน คุณดารินทร์ที่บังเอิญออกจากห้องเธอก็เห็นคุณตะวัน จึงรีบเข้าไปช่วยผยุง ผมไม่ได้ยินว่าคุณคุยอะไรกัน แล้วคุณดารินทร์ก็พาคุณมาส่งหน้าห้องแต่ทันทีที่ประตูเปิดคุณก็ดึงเธอเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู”
“คุณจะบอกว่าทั้งหมดนั่นเป็นความผิดของผมงั้นเหรอ”
“ผมยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลยนะครับ”
“ก็นั่นแหละ คุณบอกว่าผมลากเธอเข้าห้อง”
“ใช่ครับ”
“แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าพอเข้าห้องไปแล้วเธออาจจะยั่วผมจนเกิดอารมณ์ก็ได้”
“ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ ผมเห็นว่าคุณตะวันแอบซุกที่คอของคุณดารินทร์ด้วยตอนที่เธอประคอง เธอคงคิดว่าคุณเมาจนขาดสติ เธอจึงไม่ได้ถือสา”
“อะไรกัน ทำไมไม่เอาวีดีโอนั้นมาให้ผมดูบ้าง” เขาบ่น “ช่างเถอะ ดูตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้ว ว่าแต่คุณเถอะคงจะคิดว่าผมเป็นพวกคนฉวยโอกาสใช่มั้ย”
“อะไรล่ะครับ” กิตติชัยยักไหล่ “ผมก็เล่าในสิ่งที่ผมเห็น”
“เลิกพูดเรื่องนั้นเถอะ คุณกลับไปดูภรรยาได้แล้ว”
สามเดือนต่อมา
ทิศตะวันมองโทรศัพท์ที่สั่นรัวอยู่บนโต๊ะทำงาน หน้าจอขึ้นชื่อของ กิตติชัย เลขาส่วนตัวของเขา ปกติแล้ว กิตติชัยไม่ใช่คนที่จะโทรซ้ำ ๆ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ
เขาขมวดคิ้ว ก่อนจะกดรับสาย “มีอะไรหรือเปล่า?”
“คุณตะวันครับ ผมมีเรื่องจะบอก คือผม...บังเอิญเจอคุณดารินทร์ที่คลินิกฝากครรภ์” เสียงของกฤษณ์ที่ปลายสายฟังดูร้อนรนกว่าปกติ
ทันทีที่ได้ยินชื่อ ดารินทร์ ทิศตะวันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง มือกำโทรศัพท์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“คุณว่าอะไรนะ?” เสียงของเขาเย็นลงอย่างไม่ตั้งใจ
“ผมเจอคุณดารินทร์ที่คลินิกฝากครรภ์ครับ” กิตติชัยย้ำ “แต่...ผมไม่แน่ใจว่าเธอไปทำอะไร เพราะตอนที่ผมเห็น เธอกำลังเดินออกจากคลินิกพอดี ตอนนั้นผมกำลังพาภรรยาเข้าไปตรวจครรภ์ที่คลินิกเลยไม่ทันได้ทักทาย”
ทิศตะวันเงียบไปชั่วขณะ
คลินิกฝากครรภ์ งั้นเหรอ?
เขาไม่แน่ใจว่าเธอไปที่นั่นทำไม แต่แค่คิดว่าอาจจะเกี่ยวกับเขา…ใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างประหลาด
‘คืนนั้น...ดูเหมือนฉันจะพลาดอะไรบางอย่างไป’
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามควบคุมความรู้สึกของตัวเอง “คุณแน่ใจใช่ไหมว่าคนที่เห็นคือดารินทร์?”
“แน่ใจครับ” กิตติชัยตอบเสียงหนักแน่น “ผมเห็นชัดเต็มสองตาว่าเป็นคุณดารินทร์”
ทิศตะวันเม้มริมฝีปาก ดวงตาคมกริบหรี่ลงขณะคิดอะไรบางอย่าง
“โกรธพี่หรือเปล่า”“เรื่องอะไรคะ” เธอเอียงหน้าถาม “ก็ที่ผู้หญิงคนนั้นมาบอกว่าเคยคบกับพี่” “ก็ยังโกรธอยู่นะคะ แฟนเก่าของสามีมางานแต่งแถมยังมาพูดแบบนั้นใครจะไม่รู้สึกโกรธกันล่ะ” “แต่พี่ไม่ได้เชิญมานะ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยสักครั้ง” “มุกแค่อยากรู้ว่าที่ห้างวันนั้นใช่คนนี้หรือเปล่า” “ใช่ครับ” เขาตอบ “เพราะไม่ได้มีอะไร พี่เลยไม่บอกมุก” “คุยเรื่องอะไรกันเหรอคะ” “ก็ทำนองเดียวกันกับที่คุยเมื่อกี้” วันนั้นเธอเอาแต่ถามว่ามาทำอะไร มานั่งรอใคร รอคนอื่นเป็นกับเขาด้วยเหรอ สำคัญมากหรือไงถึงนั่งรอได้นานขนาดนี้ “ที่ผ่านมาเธอคงโกรธพี่มาก” ถึงได้กล้ามาพูดเรื่องแบบนั้นในงานแต่ง ไม่ได้มาหาเรื่อง เหมือนมาระบายความในใจมากกว่า “ก็คงจะเป็นแบบนั้น ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้ในงานแต่งของเรา” “...” “พี่ทำให้มุกไม่สบายใจอีกแล้วสินะ” เขาก้มหน้าลงเพราะรู้สึกผิด ทั้ง ๆ ที่สัญญากับเธอไว้ว่าจะทำให้มีความสุข แต่ก็มีเรื่องไม่สบายใจเข้ามาแทรกตลอด “ไม่เป็นไรค่ะ” เพราะบทสนทนาของเขามันช
ดารินทร์มองทั้งคู่สลับกัน บทสนทนาของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ “สวัสดีค่ะ” เธอหันมาทักทายแล้วยิ้มให้ดารินทร์ ดารินทร์ยิ้มตอบ แม้ภายในใจจพมีคำถามมากมายอยากจะถามทิศตะวันก็ตาม “เลือกเจ้าสาวได้ไม่เลวนี่” เธอพูดกับทิศตะวัน “แต่ถ้ายังทำนิสัยเดิม ไม่มีใครอยู่กับนายได้นานหรอก” “เลิกพูดจาไร้สาระแล้วเข้างานไปซะ” “นี่นายกล้าพูดกับแขกแบบนี้เหรอ” “ฉันกล้าทำมากกว่านี้ ถ้าคิดจะมาทำให้เจ้าสาวของฉันคิดมาก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “นี่คือคำขู่เหรอ” เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดของทิศตะวันเลยสักนิด ทิศตะวันขบกรามแน่น รู้สึกไม่สบอารมณ์ คำพูดพวกนั้นทำให้ดารินทร์คิดมากได้เลย ยิ่งเธอเป็นคนขี้คิดมากอยู่แล้วด้วย แต่เขาจะใช้วิธีไหนไล่คน ๆ นี้ไป “คุณไม่สงสัยเหรอคะ ว่าฉันเป็นอะไรกับเขา” หญิงสาวชี้ไปที่ทิศตะวัน “นี่...” ทิศตะวันขยับมายืนด้านหน้าของดารินทร์ “ถ้าจะมาแสดงความยินดีก็เชิญด้านใน แต่ถ้ามาป่วนก็เชิญกลับไป” “หยาบคายสิ้นดี” เขาว่าทิศตะวัน ก็จะเอียงตัวมองดารินทร์ที่ถูกซ่อนไว้ด้านหลัง “คุณเห็นหรือเปล่าว่
ดารินทร์ออกมาจากห้องสปา เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนคุยกับทิศตะวัน และหญิงสาวคนนั้นก็เดินไปก่อนที่เธอจะเดินไปถึงโซฟาตัวที่ทิศตะวันนั่ง เธอจึงไม่ทันได้เห็นหน้า “เสร็จแล้วเหรอครับ” ดารินทร์มองตามผู้หญิงคนนั้นไปโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่ทิศตะวันถาม ทิศตะวันก็มองตามสายตาของดารินทร์ไปเช่นกัน เขารู้ได้ในทันทีว่าดารินทร์คงจะเห็นตอนที่เขาคุยกับเธอคนนั้นและคงจะสงสัยว่าเป็นใคร “อยากไปไหนต่ออีกมั้ย” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโอบเอวของเธอไว้ “อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” “ไม่มีค่ะ” ดารินทร์หันไปตอบเขา “งั้นไปกันเถอะ” ทั้งคู่เดินออกไป ดารินทร์ก็ยังคงมองหาหญิงสาวคนนั้น ไม่รู้ทำไมเธอแค่รู้สึกว่าอยากเห็นหน้าเธอก็แค่นั้น “ที่รัก” เหมือนทิศตะวันจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกตินั้น เขาจับมือเธอแน่น “ผมอยากให้คุณมีความสุขมากกว่านี้” “...” “ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ ผมอยากให่พูดกับผมตรง ๆ อย่าเก็บไว้เลย” “มุกไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย” เธอพูดปัดพลางบีบมือเขาแน่น จริง ๆ เธอไม่ได้อยากคิดมาก มันเป็นแค่เสี้ยวของ
ไม่กี่นาทีต่อมา ผ้าม่านถูกเลื่อนออกช้า ๆ ทิศตะวันที่นั่งรออยู่เงยหน้าขึ้นแล้วก็หยุดนิ่งไปชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบหรูโอบรับรูปร่างของเธออย่างพอดี ลูกไม้บาง ๆ คลุมไหล่ ทำให้เธอดูอ่อนโยนและสง่างามในเวลาเดียวกัน“เป็นยังไงคะ” ดารินทร์ถามเสียงเบา มือกำชายกระโปรงแน่น “มันดูแปลก ๆ มั้ย”ทิศตะวันลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินเข้าไปหาเธอทีละก้าว เขาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอื้อมมือเชยคางให้เธอเงยขึ้นมาสบตา“แปลกครับ”คำตอบของเขาทำให้ดารินทร์รู้สึกประหม่า“แปลกตามาก และก็สวยมากด้วย” “งั้นตกลงเอาชุดนี้ค่ะ” แค่ทิศตะวันบอกว่าเธอใส่แล้วสวย เธอก็โอเคแล้ว “ไม่ลองชุดอื่นก่อนเหรอเผื่อที่รักจะชอบ” ทิศตะวันเสนอทางเลือก “แต่ไม่ว่าที่รักจะใส่ชุดไหน พี่เชื่อว่าสวยทุกชุด” “นั่นเป็นคำพูดของคุณพนักงานหรือเปล่าคะ” ดารินทร์เอ่ยแซวทิศตะวันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจับชายกระโปรงของเธอจัดให้เข้าที่อย่างระมัดระวัง“หมุนตัวหน่อยสิครับ”เธอลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมหมุนตัวช้า ๆ กระโปรงสีขาวบานออกอย่างสวยงาม เขามองตามทุกการเคลื่อนไหว ก่อนจะพึมพำเบา ๆ“สวยชะมัด…” “คุณผู้ชายเชิญทางนี้ค่ะ” “ค
ภาสกรนั่งมองทั้งคู่เดินลงมาด้านล่าง ดารินทร์หลบสายตาพ่อสามีเพราะรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังบกพร่องในหน้าที่ “ย้ายเข้าไปอยู่คืนแรกก็ทำเมียลงมาทานข้าวช้ากว่าทุกวันเลยนะ” “ข้าวใหม่ปลามันครับพ่อ” “นี่คุณ” ดารินทร์หยิกไปที่เอวของเขา “พ่อคงผ่านเรื่องแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว คงจะจำไม่ได้แล้วใช่มั้ยครับ” ภาสกรรู้ว่านี่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นคำโอ้อวดซะมากกว่า “แกมันไม่รู้จักโต” “ไม่โตได้ยังไงละครับ มีทั้งเมียและแถมลูกมาอีกสอง แบบนี้พ่อยังว่าผมไม่โตอีกเหรอ” “แก” “ครับคุณพ่อ” ภาสกรสะบัดหน้าหนี อยากเขวี้ยงอะไรสักอย่างใส่ลูกชายแต่ก็กลัวว่าหลานกับลูกสะใภ้จะตกใจ “ขอโทษนะคะคุณแม่” “จะขอโทษทำไมล่ะ” “ก็หนูไม่ได้ลงมาช่วยแต่งตัวให้ลูก” “ปกติหนูมุกก็ทำไม่เคยขาดตกบกพร่องนี่ ไม่ได้ทำสักวันจะเป็นอะไรไป” ทิพย์สุดาพูดปลอบดารินทร์ เธอเข้าใจถึงความกังวลนั้น แต่เธออยากให้ดารินทร์คิดว่าเธอก็คือแม่คนหนึ่งที่สามารถทำทุกอย่างให้ดารินทร์ได้ “ปกติเช้ามาแม่ก็ไม่ได้ทำอะไร วันนี้ได้ตื่นมาแต่งตัวใ
ความปวดระบมแล่นไปทั่วร่างกายเมื่อคนตัวเล็กขยับเริ่มตัว หลังลืมตาตื่นดารินทร์ก็มองไปรอบ ๆ จนเห็นใครบางคนนอนมองเธออยู่ตรงหน้า“ทำไมไม่ปลุกคะ” เธอถามเขา“ไม่อยากรบกวน อยากให้ที่รักนอนให้เต็มอิ่ม” เขาเกลี่ยผมที่หล่นมาปรกหน้าของเธอ“กี่โมงแล้วคะเนี่ย”“เกือบเจ็ดโมงแล้วครับ”“ตายจริง” ดารินทร์ตกใจจนตาโต เธอไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ หรือเป็นเพราะเมื่อคืนกันนะ“วันนี้เราจะลางานกันนะ”“ทำไมคะ” ดารินทร์สงสัย หรือเขามีโปรแกรมจะไปที่ไหน“ก็ดูเหมือนว่าที่รักจะเดินไม่ไหวนี่ครับ" เขาสังเหตเห็นว่าเธอขมวดคิ้วทุกครั้งที่ขยับตัว“...”“ประธานบริษัทอยู่ตรงนี้จะไปกลัวอะไรละครับ”“แต่...”“ไม่มีแต่นะ” นิ้วยาวจิ้มไปที่ปลายจมูกของดารินทร์“งั้นเอามือออกก่อนค่ะ มุกจะไปดูเด็ก ๆ”“แม่จัดการเด็ก ๆ ให้แล้วครับ”ดารินทร์ขมวดคิ้ว รู้สึกไม่ดี เธอมาอยู่บ้านเขาแต่กลับนอนสบายให้ผู้ใหญ่ดูแลลูก ๆ แทน“พี่เป็นคนบอกแม่เองว่าเมื่อคืนที่รักไม่ค่อยสบาย”ดารินทร์เงยหน้ามองเขา เธอไม่คิดว่าเขาจะรอบคอบขนาดนี้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ เขาก็ยังปกป้องเธอ"เดี๋ยวพี่พาไปอาบน้ำนะ""มุกอาบเองดีกว่าค่ะ""ไม่เป็นไร" ทิศตะวันช้อนตัวดารินทร์ขึ้นอุ้ม "
“ทิศตะวัน ลูกชายคนเล็กของตระกูลชัยณรงค์เทพ ซ่อนผู้หญิงท้องไว้ในบ้านแม่ตัวเอง”ข่าวลือนั้นลามไปถึงวงสังคมระดับสูง จนกระทั่งไปถึงหูของทศพลพ่อของเขมมิกาที่พ่อของทิศตะวันหมายมั่นให้แต่งงานด้วย“ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง มันกระทบชื่อเสียงลูกสาวของผม” เสียงของทศพลเอ่ยหนักแน่นในห้องทำงานของภาสกร “ผมว่าเราไม่คว
ร่างอวบโดนอุ้มขึ้นจนตัวลอย เธอไม่กล้าดิ้นเพราะกลัวจะตกลงไปพรึ่บ!! แผ่นหลังของเธอทาบลงไปบนที่นอนที่เย็นเฉียบเพราะแอร์ที่เปิดทิ้งไว้ เจ้าของร่างสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมีอะไรบางอย่างกำลังถูไถอยู่ตรงกลีบกุหลาบ หน้าอกแอ่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อโดนบีบคลึงด้วยมือหนา ทิศตะวันขบกรา
ดารินทร์ที่ได้ยินทุกประโยคของทิศตะวันก็รู้สึกหน้าชา ทั้ง ๆ ที่คำพูดเหล่านั้นไม่ได้เกินความคาดหมายของเธอสักเท่าไหร่ แต่ทำไมพอได้ยินจากปากของเขาแล้วมันทำให้เธอรู้สึกจุกอยู่ในอกทิพย์สุดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เธอมองลูกชายสลับกับหญิงสาวที่กำลังอุ้มท้องหลานของเธอ“เธอเป็นแม่ของเด็กที่ลูกคิดว่าเป็นเลือดเนื
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนถึงหูผู้ใหญ่ของทั้งสองฝั่งอีกครั้ง ทิศตะวันถูกภาสกรเรียกไปพบและต่อว่าที่ไม่ให้เกียรติคู่หมั้น แต่เขากลับนิ่งเฉย“ถ้าแกดื้อดึงที่จะทำแบบนี้ เราจะได้เห็นดีกัน”“ผมก็บอกพ่อตั้งหลายครั้งแล้วว่าผมไม่อยากแต่งงานกับเข็ม”“แล้วแกจะแต่งกับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคน






![คลั่งรักยัยลูกหนี้ [Black List]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
