/ LGBTQ+ / I'm all yours / 챕터 11 - 챕터 20

I'm all yours의 모든 챕터: 챕터 11 - 챕터 20

69 챕터

หรือจะมีใครถูกลืม 4

เวลาผ่านไปราว 20 นาที แซมไม่ได้พูดหรือกระดิกตัวทำอะไรในรถอีกหลังจากถูกแอนนาหลอกด่าที่เธอลดกระจกข้างลง จริงๆ แซมก็ทำไม่ถูกเท่าไหร่ล่ะ เธอรู้ตัว เธอควรขออนุญาตเจ้าของรถก่อนจะทำอะไร จริงๆ ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ไม่สมควร ตอนนี้แซมคิดว่าก็ดีแล้วที่ขอโทษแอนนาไป ถึงจะเป็นการขอโทษแบบประชดแต่ก็ถือว่าขอโทษแล้วรถของแอนนาเลียบจอดหน้ารั้วไม้ของบ้านหลังหนึ่ง แซมมองเข้าไปข้างใน แต่ยังไม่เห็นแคลร์อยู่ตรงไหนเลย“ถึงแล้วเหรอคะ” แซมถามเพราะไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกไหมที่แอนนาบอกว่าแคลร์ซื้อบ้านไว้ที่เวสต์วู้ด แอนนาไม่ตอบ แต่มองหน้าแซมตามสไตล์“ก็ฉันไม่เคยมาไง ก็เลยไม่รู้ว่าหลังนี้รึเปล่า” แซมพูดต่อหลังจากแอนนาไม่พูดอะไรจนเธอเริ่มโมโห“รอฉันเดี๋ยว” แอนนาตอบแล้วลงจากรถเดินเข้าประตูเล็กข้างรั้วไป ตอนนี้แซมอยากจะบ้า เธอต่อสายหาแคลร์ทันที ... แคลร์ไม่รับ แล้วตกลงนี่บ้านใคร บ้านแคลร์ บ้านแอนนา หรือบ้านแม่ใคร! มือถือของแซมดังขึ้น แคลร์โทรกลับมาแล้ว“ฮัลโหล”“จ้ะ ว่าไง ตะกี้รับไม่ทัน”“เอ่อ ฉันไม่รู้จะบอกยังไง แต่ผู้ช่วยคุณดูไม่พอใจฉันมากนะคะ เขา เอ้ย เธอพูดจากับฉันไม่ดีเท่าไหร่เลย นี่ก็ให้ฉันรอหน้าบ้านใครก็ไม
더 보기

หรือจะมีใครถูกลืม 5

ช่วงเช้าของวันยังไม่ทันวาย แซมกลับอยากให้ถึงเวลาตะวันตกดิน อยากเห็นดวงจันทร์สีเหลืองตัดสีท้องฟ้ามืดๆ เธอชอบเวลากลางคืน มันสุขใจบอกไม่ถูก มันสงบทั้งที่บางครั้งสรรพเสียงก็ยังเซ็งแซ่ มันรู้สึกสงัด ทั้งที่บ่อยๆ รอบข้างก็โหวกเหวกไม่ต่างกับกลางวัน จริงสิ แซมเคยชอบช่วงกลางคืนออกจะตายไป แต่หมู่นี้ กลางคืนกลับกลายเป็นความอึดอัด เป็นความว่างเปล่าที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แซมนั่งกอดกระเป๋าสะพายระหว่างที่โดยสารรถปีศาจของนังบ้าจากนรกต่อไปอย่างจำใจรถของแอนนาเลี้ยวผ่านประตูรั้วที่เปิดรอไว้เข้ามาจอดตรงทางรถหน้าบ้านสีครีมเบจ หลังคาจั่วทรงสูงสไตล์นอร์ดิค วงกบบานประตูหน้าต่างทุกชิ้นเป็นสีดำ มองไกลๆ ยังไม่เห็นว่าใช้วัสดุประเภทไหน แต่มันโดดเด่นสะดุดตา สมกับเป็นรสนิยมของศิลปิน เธอคิดเสมอว่าสิ่งต่างๆ ในชีวิตของใครคนหนึ่งมักจะเชื่อมโยงและสื่อถึงเจ้าตัว แม้มันจะบอกอะไรไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม แคลร์เป็นช่างภาพที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในความรู้สึกของแซม บรรดาช่างภาพจะมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ต่างกันคือพื้นฐานและเทคนิคต่างๆ แต่อีกสิ่งที่แต่ละคนมีมากน้อยแตกต่างกันอย่างมากคือสไตล์ เป็นแนวทางที่ชี้ถึงความเป็นปัจเจกของแต่ละคนโดย
더 보기

หรือจะมีใครถูกลืม 6

แซมจิบชาไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว แคลร์เล่าเรื่องสนุกและบรรยายถึงสิ่งต่างๆ ได้เห็นภาพ เธอยังเดินทางเก่งอีกด้วยในความรู้สึกของแซม ทุกครั้งที่มีนัดถ่ายภาพ แคลร์จะต้องมีเรื่องราวจากที่นั่นที่นี่มาเล่าต่อให้แซมฟัง คงเพราะแคลร์เกิดมามีพร้อม ถึงได้อยากสัมผัสชีวิตผู้คนต่างถิ่นต่างที่ ทั้งสองรู้จักกันจากการทำงาน แต่ความเข้ากันได้และวัยที่ไล่เลี่ยกันทำให้พวกเธอเหมือนเพื่อนกันกลายๆ แต่นานๆ จะได้พบหน้ากันสักหนผ่านการนัดถ่ายแบบ พวกเธอจึงไม่เคยได้ใช้เวลาด้วยกันจริงๆ จังๆ บางครั้งแซมก็วางตัวไม่ค่อยถูก แคลร์กับแซมจะค่อยๆ ดูเหมือนเพื่อนกันหลังจากเจอหน้ากันแล้วสักพักเมื่อบทสนทนาเริ่มลื่นไหล แต่เพื่อนที่ไหนจะทักทายกันอย่างเป็นทางการทุกครั้ง หรืออาจเป็นแซมฝ่ายเดียวก็ได้ที่ยังเกรงใจแคลร์เพราะจะว่าไปแล้วแคลร์คือผู้ว่าจ้างแซมฟังแคลร์เล่าเรื่องชุมชนทิเบตให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน มีแอนนานั่งลอยหน้าเป็นหอกข้างแคร่อยู่ใกล้ๆ ทริปนั้นแอนนาก็ไปกับแคลร์ด้วย ในอัลบั้มภาพที่แคลร์นำมาอวดมีแอนนาหน้าระรื่นอยู่อย่างสะเหล่อ แม่นั่นไม่ไปไหนเสียที แซมเริ่มรำคาญอีกแล้ว เมื่ออารมณ์ของทุกฝ่ายกำลังได้ที่ แคลร์จึงชวนแซมแต่งหน้าทำผมแล
더 보기

ฝืน 1

บทที่สาม “ฝืน” ใต้ต้นจูนเบอร์รีความสูงราว 10 ฟุตที่บ้านคุณนายวีเนอร์เพื่อนบ้านของริค ริคยืนเท้าสะเอวอยู่กับคุณนายเจ้าของบ้าน ทั้งคู่มองขึ้นไปบนต้นไม้“ปกติพวกลูกสัตว์พลัดหลงก็คงแบบนี้ล่ะมั้งครับ” ริคหันกลับมาพูดกับคุณนาย“เธอไม่ได้ยินเลยเหรอเมื่อคืนนี้น่ะ มันร้องทั้งคืน เสียงแหลมอย่างกับค้างคาวผี” เธอแหงนหน้าพูดกับริค เขาก้มมองหน้าเธออย่างให้กำลังใจ “ไม่ต้องมองฉันแบบนั้นหรอก” เธอพ้อ “เอ่อ แบบไหนเหรอครับ” ริคไม่รู้จริงๆ “เหมือนสงสารน่ะ ฉันยังอยู่สบายๆ ได้อีกหลายปีกว่าจะเริ่มเลอะเลือน นี่สติฉันครบถ้วนดีอยู่นะ แต่เสียงมันน่ากลัวจริงๆ” คุณนายวีเนอร์เล่าถึงเสียงลูกค้างคาวบนต้นไม้บ้านเธอ มันส่งเสียงร้องทั้งคืน “ผมไม่ได้สงสารครับ แต่เห็นใจและเข้าใจด้วย ผมคงหลับสนิทหรือห้องนอนผมคงอยู่ไกลไปหน่อยเลยไม่ได้ยินอะไรเลย เอางี้ ผมว่ามันคงลงมาเองไม่ได้ เราโทรเรียกเจ้าหน้าที่แล้วกัน เดี๋ยวผมอยู่ช่วยจนเสร็จเรื่องเลย ดีไหมครับ” ริคบอกกับเธออย่างจริงใจ เขาอยากช่วยเธอจริงๆ คุณนายวีเนอร์เป็นคนแก่ตัวเล็กนิดเดียว มองดูเหมือนตุ๊กตาเหี่ยวๆ ที่เขียนหน้าทาปาก ตั้ง
더 보기

ฝืน 2

เมื่อวานริคกับซูใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างคนรักตั้งแต่หลังมื้อเที่ยง ซูโทรหาเขาตอนแปดโมงด้วยน้ำเสียงปกติอย่างที่สุด เหมือนที่พวกเขาเคยคุยๆ กันมานับสิบนับร้อยหน ริคเสียอีกที่ตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า จดๆ จ้องๆ ที่โทรศัพท์มือถือ ลังเลใจว่าจะโทรหาเธอสักกี่โมงดี ซูคงไม่ตื่นเต้นมากเท่าเขาหรอก เธอก็แค่ตอบรับ แค่ไม่ปฏิเสธเขา ริครู้ตัวว่าเกมนี้เขาเป็นรองซู ซึ่งเขาก็ยินดีอย่างแน่นอนอยู่แล้ว จากนี้ไปก็แค่อย่าทำเสียเรื่อง ซูอ้าแขนรับเขาเข้ามาในอ้อมกอดแล้ว ที่เหลือคือหน้าที่ของเขาที่ต้องทำให้ซูไม่อยากไปไหนจากอ้อมกอดนี้อีกเลย เขายกโต๊ะออก ม้วนผืนพรมเตรียมนำไปไว้นอกบ้าน แล้วค่อยคิดอีกทีว่าจะเอาไปทิ้ง ขายต่อ หรือบริจาคที่ไหนยังไงดี พื้นบ้านบริเวณใต้พรมที่เพิ่งนำออกไปนั้นดูสีด้านกว่าพื้นรอบๆ เล็กน้อย ริคมาสังเกตได้อีกทีก็ตอนเดินกลับเข้ามา หรือเขาหาเรื่องวุ่นวายใส่ตัวอีกล่ะเนี่ย พื้นเงาไม่เท่ากันเป็นด่างๆ ต้องขัดออกไหม หรือปูพรมผืนใหม่ หรือง่ายที่สุดคือเอาพรมผืนเก่ามาไว้ที่เดิม โวะ!เขาส่ายหัวให้กับความเงอะงะของตัวเอง ก่อนจะหันไปที่ประตูหน้าโดยสัญชาตญาณเมื่อเสียงกริ่งดังขึ้น เขาสาวเท้าเดินมาที่ประตูแล้วเปิดอ
더 보기

ฝืน 3

“อะไรเหรอ ผมขอโทษๆ ก็ไหนคุณบอกให้ทำตัวตามสบายไง เลยคิดว่าเรื่องแค่นี้น่าจะถามได้ มันก็เรื่องธรรมชาติไม่ใช่เหรอ ได้ยินว่าผู้หญิงเวลาถึงวันนั้นของเดือนเธอจะอารมณ์บูดง่าย ซึ่งผมโอเคนะ ผมแค่ถามดูเผื่อคุณไม่กล้าบอก... ก็คุณบอกว่าให้ทำตัวตามสบายนี่” ริคเริ่มข้องใจแล้วตอนนี้ เขาไม่เคยเห็นซูในเวอร์ชันเอาแต่ใจ เพิ่งคบกันได้สองวัน ไหงมันออกมาเป็นแบบนี้ได้เล่า“เอาเป็นว่าฉันผิดเองแล้วกันที่มา ขอโทษนะคะ” เธอลุกขึ้น ตอนนี้ริคเพิ่งสังเกตว่าเธอไม่ได้ถือกระเป๋าหรือมีของอะไรติดตัวมาเลยนอกจากโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์น่าจะอยู่ในกระเป๋ากางเกงผ้าลูกฟูก ซูก็ยังดูน่ารักไปอีกแบบในชุดนี้“เดี๋ยวฉันโทรหาค่ะ รอรับสายนะ” ซูบอกกับเขาด้วยสายตาอาวรณ์และรู้สึกผิดเต็มที่“ครับ” ริคลังเลอยู่ 2-3 วินาทีก่อนจะถามซูอีกข้อหนึ่ง“ไปเยี่ยมแซมกันไหม” ซูมองหน้าเขา เธอเงียบไปเดี๋ยวหนึ่ง“ค่ะ ก็ดีเหมือนกัน ขอบคุณค่ะ นึกว่าคุณจะไม่ถามซะแล้ว”“ผมขอเปลี่ยนกางเกงเดี๋ยวนะ แป๊บเดียว คุณรอตรงนี้ล่ะ .. เอ่อ หรือจะรอตรงไหนก็ได้แล้วแต่เลย” ริครีบวิ่งขึ้นข้างบน เข้าไปหยิบกางเกงตัวเมื่อวานจากราวแขวนแล้วรีบเปลี่ยน ตอนนี้เขาไม่รู้สึกอะไรน
더 보기

ฝืน 4

เป็นช่วงเวลาไม่กี่สิบนาทีที่เนิ่นนานเหลือเกินในความรู้สึกของริค ทั้งคู่มาถึงบ้านซูได้ครู่หนึ่งแล้ว ตอนนี้เขานั่งเงียบอยู่ที่หน้าเฉลียง เขายังไม่รู้เลยว่าซูมาบ้านเขายังไง รถก็ไม่ได้ขับมา สองวันก่อนที่ตรงนี้ยังมีแต่ความสุข ทำไมฉากเปิดเรื่องราวแสนโรแมนติคของเขามันจบลงเร็วนักนะ เรื่องราวที่เขาคือตัวเอก เหตุใดมันถึงไม่สง่าเอาเสียเลย เขาเพิ่งบอกรักนางเอกสาวสวย นางในฝันของเขา เมื่อวานเรายังใช้เวลาด้วยกันอย่างหวานชื่น เรื่องอื่นๆ ของใครๆ ไม่ควรมีผลกับเราเร็วเท่านี้สิ มันเพิ่งจะสองวัน... เท่านั้นเอง ซูหายไปไม่ถึงห้านาทีเธอก็กลับออกมา ตอนนี้เธอหิ้วกระเป๋าสะพายผ้าถัก ใบที่เขาเห็นบ่อยๆ ในวันหยุดเวลาได้เจอซู เธอสวมเสื้อผ้าชุดเดิม สีหน้าเหมือนจะดีขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว “ไปค่ะ คุณจักโรงพยาบาลอีตันใช่ไหม” “ครับ” ริคตอบเธอด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย ซูสบตาริคเพียงเล็กน้อย ตอนนี้เธอไม่ต้องเงยหน้ามองเขาแล้ว เมื่อริคอยู่ที่บันไดชั้นกลางหน้าเฉลียง ส่วนซูยังไม่ได้ก้าวลงมา ในมุมนี้เธอแปลกไปเป็นคนละคน เมื่อสายตาที่เธอใช้มองเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ในมุมเงย เหมือนเขาเองที่กลายเป็นคนตัวเ
더 보기

ฝืน 5

ความรักของริคที่เพิ่งจะเป็นรูปเป็นร่างได้ไม่ทันพ้นสุดสัปดาห์ ตอนนี้มันเปลี่ยนโทนสีจากชมพูหวานแหววกลายเป็นเทาหม่น ริคขับรถกลับมาบ้านอย่างเศร้าสร้อย เขายังไม่รู้สึกดีขึ้นเลยหลังจากส่งซูที่โรงพยาบาลแล้ว เขาไม่คิดแม้แต่จะจอดรถรอเพราะซูก็คงต้องเฝ้าไข้แซมโดยไม่สนใจอะไรเขา หากจะให้บรรยายความรู้สึกตอนนี้อย่างซื่อสัตย์โดยไม่เข้าข้างตัวเอง คงพูดได้ว่าเขามันไม่สำคัญ คงจะดีกว่านี้มากถ้าเรื่องวันนี้เกิดขึ้นก่อนเขาจะตกลงคบหากับเธอ เขาคงพอจะมีโอกาสถอยหลังไปคิดอะไรอีกสักนิดก่อน ริคเป็นคนจิตใจดี ใจเย็น แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่อาจทนได้เลยคือการไม่ให้เกียรติกัน และวันนี้เขารู้สึกเหมือนผู้หญิงที่เขาหลงรักทำกับเขาอย่างนั้น เขาเจ็บในใจอย่างบอกไม่ถูก มันไม่เหมือนอาการของคนอกหัก จะว่าเศร้าไหมก็ใช่ แต่เขาโกรธมากกว่า ใช่ เขาโกรธ ซูกดโทรศัพท์หาริค... เขาไม่รับสาย แต่ซูกลับยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อหวนคิดเรื่องริคเธอก็รู้สึกเอ็นดูเขามากมายนัก เช้านี้เธอทำตัวแย่กับเขามากแต่เขาก็ยังยิ้มได้ ยังขับรถมาส่งเธอทั้งที่ในใจคงงุนงงอยู่ไม่น้อย ซูอุ่นใจขึ้นมาเมื่อตระหนักได้ว่าริคยังอยู่ข้างเธอเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธ
더 보기

ฝืน 6

“น่าทานมากเลยครับ เสิร์ฟมาในตะกร้าเลย น่ารักดี” เขาบอกกับบริกร “ขออนุญาตแนะนำนะครับ” ริคฟังบริกรพูดด้วยภาษาอังกฤษถูกหลักไวยากรณ์ติดสำเนียงฟาร์ซีเล็กน้อย ก่อนเขาจะพูดต่อ ริคหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกหนแล้วเก็บมันกลับลงกระเป๋าไปใหม่ “เชิญแนะนำเลยครับ” เขาบอกกับบริกร บริกรยิ้มแล้วพยักหน้าเบาๆ “นี่เป็นแซนด์วิชที่ลูกค้าเราชื่นชอบและสั่งกันบ่อยมาก ไส้แซนด์วิชทำจากลิ้นวัวที่ตุ๋นนาน 12 ชั่วโมงจนนุ่มดีแล้ว อร่อยมาก ลูกค้าบางท่านมาจากต่างประเทศเพื่อลองชิมเมนูนี้โดยเฉพาะ” เขานำเสนออย่างภาคภูมิใจ “โอเค ขอบคุณมากครับ” บริกรก้มศีรษะเบาๆ อีกหนึ่งครั้ง แล้วขอตัวเดินออกไป ริคหยิบห่อแซนด์วิชขึ้นมาแบบเต็มกำมือ นี่ยังคิดจะให้เขาสั่งอะไรเพิ่มอีกเหรอเนี่ย เขามาคนเดียวนะ ริคส่ายศีรษะเบาๆ ใบหน้ายังเปื้อนยิ้มตามสไตล์ นี่ถ้าเขาเป็นคนไม่กินเนื้อวัวล่ะ จะทำยังไง ฮ่าๆ เขาคิดติดตลกอยู่คนเดียวในใจแล้วลงมือกินมื้อกลางวันที่ค่อนมาไกลจนเกือบจะเป็นมื้อค่ำของเขา อาหารเปอร์เชียนอร่อยไม่เบาเลยจริงๆ ลิ้นวัวในตัวแซนด์วิชนุ่มละมุนอย่างบริกรคนนั้นว่า สมแล้วที่เป็นเมนูแนะนำ เขาค่อ
더 보기

สรรพเสียงของค่ำคืน 1

ดวงไฟประดับห้อยระย้าเป็นแนวระหว่างต้นไม้ในร้าน ตัดกับท้องฟ้ายามกลางคืนที่มืดไร้แสงจันทร์ แซมเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอย่างผ่อนคลาย บรรยากาศในร้านยังอบอุ่นไม่เปลี่ยนไป มันยิ่งทรงเสน่ห์มากขึ้นด้วยแสงนวลๆ ของไฟประดับที่โยงเป็นแนวระหว่างต้นไม้สูงแต่ละต้น และไฟดวงที่เล็กกว่าเหมือนหมู่ดาวบนเรือนยอดไม้ ไม่รู้เพราะอะไรแซมถึงชอบเวลากลางคืนนัก มันสงบทั้งที่โดยรอบก็ครึกครื้น มันรู้สึกผ่อนคลายแม้จะมีเสียงพูดคุยจอแจ แม้ว่าบางเสียงจะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แซมชอบสีดำ ชอบความมืดของค่ำคืน ชอบความเงียบที่ถูกเสียงต่างๆ สอดแทรกรบกวนอยู่ตลอดจนกว่าจะดึกสงัดจริงๆ ยิ่งมีลมพัดมาเป็นระยะอย่างนี้ เหมือนธรรมชาติที่แฝงตัวอยู่ในเขตเมืองกำลังพยายามปลอบประโลมเธออย่างแผ่วเบาเมื่อสายลมนั้นพัดเข้ามากระทบร่าง แซมสูดหายใจเข้าออกอย่างผ่อนคลาย ลูกค้าหลายๆ โต๊ะในร้านเริ่มเป็นลูกค้าหน้าเดิมๆ ที่มากันตั้งแต่เย็น จนล่วงเลยเวลาของมื้อค่ำกลายมาเป็นชั่วโมงกินดื่มกับกลุ่มสังสรรค์แล้ว โต๊ะของแซมก็เช่นกัน พวกเขายังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ยังสั่งอาหารกันเรื่อยๆ สลับกับเครื่องดื่มเป็นระยะ “ทำไมเราไม่ไปไนต์คลับกันซะเลยนะ”
더 보기
이전
1234567
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status