42 คำอธิษฐานบนถนนหลากสี (42 Prayers on the Rainbow Road)

42 คำอธิษฐานบนถนนหลากสี (42 Prayers on the Rainbow Road)

last updateLast Updated : 2025-02-27
By:  Luna of The SeaOngoing
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
33Chapters
1.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

"บนระเบียงที่สูงเสียดฟ้า ท่ามกลางแสงไฟของเมือง เธอเฝ้ามองโลกเบื้องล่าง ราวกับกำลังถามหาสักที่ ที่หัวใจได้พักพิง ท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่มีวันจบสิ้น เธอโหยหาความสงบและรักแท้มาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจ"

View More

Chapter 1

บทที่ 1.โลกที่ไม่ใจดีกับฮันน่า

“대표님, 사모님께서 돌아오셨습니다.”

도우미의 보고를 받은 강재진은 2층 통유리창 너머로 별장 앞을 힐끗 내려다봤다.

늘씬한 몸매의 한서윤이 차에서 내려 별장 안으로 들어오고 있었다.

한서윤이 아래층에서 올라오자 누군가 큼직한 손을 뻗어 팔을 단단히 붙잡았다.

놀라서 고개를 돌리니 강재진이었다.

강재진은 관계를 나눌 때면 말수가 거의 없었다.

한서윤은 뜨겁게 달아오른 강재진의 품에 안겨 그의 불타는 체온에 녹아내릴 것만 같았다.

얼마 후, 뜨거웠던 열기가 차츰 가라앉았다.

한서윤은 한바탕 격정 넘쳤던 시간이 남긴 흔적을 멍하니 바라보았다. 그렇게 한참 동안 잔뜩 구겨져 엉망이 된 이불을 응시하다가, 덤덤히 몸을 일으켜 피임약을 꺼내 한 알 삼켰다.

그때, 강재진이 낮은 목소리로 말했다.

“아이 갖고 싶다며? 내가 못 갖게 하는 것도 아니잖아.”

한서윤은 약을 삼킨 뒤 입을 열었다.

“잊었어? 당신 첫사랑 임세린이 우리 아이를 발로 차서 죽였을 때… 분명히 말했잖아. 당신이 임세린을 용서하고 합의서에 도장 찍는다면, 난 두 번 다시 당신 아이를 낳지 않겠다고.”

한서윤의 눈가가 붉어졌다. 고통스러운 기억이 한꺼번에 머릿속으로 밀려들었다.

5년 전, 한서윤은 강재진과 결혼하며 앞으로 평생 그의 보호와 사랑 속에서 행복하게 살아갈 것이라 믿었다.

하지만 임신 7개월째가 되었을 무렵, 갑자기 찾아온 임세린이 한서윤의 배를 무자비하게 걷어찼다.

그 여파로 한서윤은 유산으로 아이를 잃었다.

그러나 가장 큰 고통을 안긴 사람은 임세린이 아니었다. 그 사람은 다름 아닌 남편 강재진이었다.

강재진은 오히려 한서윤에게 넓은 마음으로 임세린을 용서하라고 요구했다.

한서윤은 도무지 속내를 알 수 없는 표정으로 내뱉었던 강재진의 그 말을 평생 잊지 못했다.

“세린이가 일부러 그런 게 아니잖아. 아이는 다시 가지면 되지만, 세린이를 감옥에 보낼 수는 없어.”

‘세린이? 아주 다정하게도 부르네.’

임세린은 한서윤의 뱃속에 있던 아이를 죽인 장본인이었다.

그때, 한서윤은 사흘 내내 울다가 끝내 가슴에 맺힌 말을 쏟아냈다.

“난 평생 용서 못 해. 내 아이를 걷어차 죽인 사람을 위해 합의서에 서명할 수 없어. 난 임세린이 너무 미워.”

하지만 한서윤이 강재진 앞에서 아무리 울부짖으며 절대로 용서하지 않겠다고 버텨도, 강재진은 끝내 한서윤을 대신해 합의서에 서명했다.

그때, 강재진의 목소리가 한서윤의 귓가에 울렸다.

“이미 다 지난 일이잖아. 아이도 하나 입양했는데, 지난 일은 왜 또 들먹여? 괜히 사서 고생하지 마.”

강재진은 대수롭지 않다는 듯 아무렇지도 않게 말했다. 곧이어 한서윤을 달래려는 듯 손을 뻗어 뺨을 가볍게 어루만졌다.

“아이 낳기 싫으면 낳지 마. 네 마음대로 해.”

말을 마친 강재진은 침대에서 내려와 샤워하러 욕실로 향했다.

한서윤은 집에 돌아오자마자 아이부터 살펴보려 했지만, 강재진이 막아서는 바람에 그러지 못했다.

한서윤은 서둘러 옷을 챙겨 입고 놀이방으로 향했다. 놀이방으로 가던 길에 도우미와 마주쳤다.

“하준이는요?”

한서윤이 곧바로 물었다.

“자고 있어요.”

놀이방에 들어가 보니 강하준은 잠옷 차림이었지만 아직 잠들지 않은 듯했다.

아이는 작은 탁자 앞에 앉아 휴대전화를 들고 누군가와 영상 통화를 하는 데 정신이 팔려, 방 안에 사람이 들어온 것도 알아차리지 못하고 있었다.

“하준아?”

강하준은 한서윤의 목소리를 듣자마자 급히 화면을 눌러 영상 통화를 끊었다. 그리고 고개조차 돌리지 않았다.

한서윤은 다가가 강하준을 품에 안고 볼에 가볍게 입을 맞췄다.

그러자 강하준은 곧바로 울음을 터뜨렸다.

“저리 가요! 가짜 엄마는 싫어요!”

한서윤은 그대로 굳어 버렸다. 곧이어 이유를 알 수 없는 서글픔이 가슴 깊이 밀려들었다.

강하준이 한서윤이 낳은 아이가 아닌 건 사실이었지만, 한서윤은 줄곧 친자식처럼 키웠고 입양 사실도 단 한 번도 알려 준 적이 없었다.

집을 비운 건 고작 보름뿐인데 강하준이 갑자기 한서윤을 가짜 엄마라고 부르는 이유도, 이토록 거부하며 싫다고 말하는 이유도 알 수 없었다.

한서윤은 아이를 내려놓았다.

“엄마는 오랫동안 하준이를 못 봐서 얼마나 보고 싶었는지 몰라.”

하지만 아무리 달래며 설명해도 강하준은 계속 울며 떼를 썼다.

이윽고 한서윤이 놀이방을 나간 뒤에야 겨우 진정됐다.

한서윤은 이제 겨우 다섯 살인 강하준이 휴대전화에 중독되는 건 바람직하지 않다고 생각해 방을 나서며 기기도 함께 챙겼다.

잠시 후, 휴대전화를 살펴보니 강하준이 영상 통화를 나눈 상대는 ‘세린 이모’라는 이름으로 저장된 계정이었다.

한서윤은 순간 숨이 턱 막혔지만, 이내 어린이집에 새로 온 선생님일지도 모른다고 생각하며 임세린일 가능성을 애써 부정했다.

놀이방 문을 닫자마자 무언가 떠오른 한서윤은 도우미에게 물었다.

“요즘 하준이 어린이집에 새로 오신 여자 선생님이 있나요?”

도우미는 고개를 저었다.

침실로 돌아온 한서윤의 마음은 무겁게 가라앉았다. 가장 싫어하고 증오하는 사람의 이름이 대체 어떻게 아이의 휴대전화에 저장된 것인지 의문만 깊어졌다.

‘세린 이모는 대체 누구지?’

한서윤은 강재진의 휴대전화를 홱 집어 들었다.

그때 알림창에 떠 있는 읽지 않은 메시지 하나가 눈에 들어왔다.

[재진 오빠, 오빠와 함께 하준이 곁을 지킬 수 있어서 정말 행복해.]

목구멍이 바짝 조여 들었고 휴대전화를 움켜쥔 손가락이 하얗게 질렸지만, 한서윤은 애써 담담한 척 그대로 메시지를 열어보았다.

강재진과 임세린의 카톡 대화창에는 셀 수 없이 많은 메시지가 남아 있었다.

두 사람은 거의 매일 연락을 주고받고 있었다.

5년 전, 임세린은 두 사람의 아이를 걷어차 죽였다.

한서윤은 강재진이 임세린을 조금도 원망하지 않을 뿐만 아니라, 오히려 더욱 긴밀하게 연락을 주고받고 있으리라고는 상상조차 하지 못했다.

더욱 충격적인 것은 채팅 기록 속에서 강하준을 언급할 때마다 보인 임세린의 다정한 말투였다.

마치 강하준이 임세린과 강재진 사이에서 태어난 사생아라도 되는 것만 같았다.

한서윤의 눈에서 눈물이 흘러내려 손에 쥔 휴대전화 화면 위로 떨어졌다.

온몸이 사시나무처럼 떨렸다. 분노와 굴욕감, 고통이 거센 파도처럼 한꺼번에 가슴을 덮쳐 왔다.

‘5년 전 내가 아이를 잃었던 것도... 전부 임세린이 혼외자를 우리 집에 들이기 위해 강재진과 미리 입을 맞추고 꾸민 일이었다는 거야?’

당시 한서윤은 아이를 잃고 극도로 무너진 상태였기에 강하준을 마음의 버팀목으로 삼았다.

하지만 이제 와 돌이켜 보니, 그저 바보처럼 이용당한 채 임세린과 강재진의 뜻대로 놀아나고 있었던 셈이었다.

카톡 대화를 증거로 남기려던 순간, 욕실에서 들려오던 물소리가 갑자기 뚝 끊겼다.

강재진이 욕실에서 나왔다.

한서윤은 이미 강재진의 휴대전화를 내려놓은 뒤였지만, 머리카락은 헝클어져 있었고 얼굴은 눈물범벅이었다.

극심한 슬픔에 온몸이 경련하듯 떨려, 마치 제정신이 아닌 사람처럼 보였다.

강재진은 눈을 내리깔고 한서윤을 바라봤다.

한서윤의 처참한 모습을 본 순간, 조금 전까지 품고 있던 욕정도 흔적 없이 식어 버렸다.

“우리 아이 기일이 언제인지 기억해?”

한서윤이 묻자, 강재진은 이번에도 냉담하게 말했다.

“감정이 너무 격해진 것 같네. 혼자 좀 진정해. 내일 얘기하자.”

말을 마친 강재진은 휴대전화와 침대 위에 놓인 잠옷을 챙겨 들고 침실을 나갔다.

결혼한 지 여러 해가 지났지만, 강재진은 잠자리를 가질 때를 제외하면 늘 한서윤에게 냉담하고 무심했다.

언제나 거리를 둔 채 귀찮다는 듯한 태도로 일관했다.

하나뿐인 아이의 기일조차 기억하지 못할 정도였다.

반면 임세린에게는 귀찮은 기색 한 번 보이지 않았다. 무엇을 물어도 빠짐없이 대답해 주었으며 언제나 너그럽고 인내심이 넘쳤다.

한서윤은 진작 이런 차별에 익숙해졌어야 했다.

하지만 이제는 더 이상, 이 결혼을 이어 가고 싶지 않았다.

‘이제 이혼할 때가 온 것 같아!’

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
33 Chapters
บทที่ 1.โลกที่ไม่ใจดีกับฮันน่า
ปี 1985 “ฮันน่า..ฮันน่า!”เสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนเรียกชื่อเด็กน้อยดังลอยมาจากในบ้านแต่ฮันน่ายังคงก้มหน้าก้มตาเล่นของเล่นอยู่บนพื้นดินหน้าบ้านอย่างไม่สนใจ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอเต็มไปด้วยความสุขและจินตนาการที่ไร้ขอบเขตในโลกส่วนตัวของเธอเองตามประสาเด็กอายุ 4 ปี เดือน ลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่าฮันน่าหลายปีปลุกเธอจากความสนุกเล็กๆ น้อยๆ นั้น "ฮันน่า แม่เรียกแล้วนะ" ฮันน่าหันไปมองยังไม่ทันขานรับเสียงใดๆ ทันใด หญิงสาวคนหนึ่งเดินตรงมาด้วยท่าทางมั่นใจอายุราว 20 ปีแต่งตัวด้วยเสื้อตัวใหม่สีสดใส ชายเสื้อถูกเก็บเข้าในกางเกงยีนเอวสูงอย่างเนี้ยบ ริมปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดใบหน้าของเธอเรียบเฉยจนแทบจะไร้อารมณ์ ท่าทางของเธอดูเคร่งขรึมและจริงจัง และนั่นก็คือ จูเลีย แม่ของฮันน่า “ไปกันได้แล้วนะ ฮันน่า ไหนชิ้นไหนของลูก เอาไปเล่นที่นู่นด้วยนะ”จูเลีย พูดพลางหยิบของเล่นที่ฮันน่าถืออยู่ในมือเก็บใส่ลงกระเป๋าข้างในนั้นเต็มไปด้วยเสื้อผ้าของลูกสาวที่พับอย่างระมัดระวังแล้ว เธอจูงมือเล็กๆ ของลูกสาวออกไปด้วยสายตาเย็นชา "แต๊ก... แต๊ก... แต๊ก..." เสียงมอไซค์คันเก่า เสียงนั้นดังสนั่นเหมือนเสียงคำรามที่แทรกผ่านความเง
Read more
บทที่2.เสียงปลอบโยน
เมื่อฤดูทำไร่ทำสวนได้ผ่านพ้นไป ความวุ่นวายจากการเก็บเกี่ยวก็ทุเลาลง แต่สำหรับฮันน่า งานยังไม่จบเพียงเท่านั้น วันหยุดของเธอยังคงเต็มไปด้วยงานรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มาถูกเก็บหอมรอมริบเพื่อค่าใช้จ่ายในการไปโรงเรียนแต่ในบางวันเสาร์อาทิตย์ที่งานไม่หนักจนเกินไป ฮันน่าก็พอจะมีช่วงเวลาที่ได้ผ่อนคลายบ้าง ช่วงเวลานั้น เธอจะได้นั่งดูรายการโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นเล็กๆ ของบ้าน ความสุขเล็กๆ นี้คือช่วงเวลาที่ฮันน่าได้หลบหนีจากโลกแห่งความรับผิดชอบและความกดดัน เธอจะดูโทรทัศน์ด้วยสายตาเปล่งประกาย ไม่ว่าจะเป็นรายการเกี่ยวกับการ์ตูน นิทาน หรือเรื่องราวจากต่างแดนที่เธอไม่เคยสัมผัส มันทำให้เธอได้เปิดโลกในจินตนาการของเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ยังคงมีความฝันและความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่ในใจ วันหยุดสัปดาห์ก็มาถึงอีกครั้งวันนี้เป็นวันที่ไม่มีงานจิปาถะใดๆ ที่ต้องทำ ฮันน่ารู้สึกดีใจที่วันนี้เธอได้มีเวลาว่างเป็นของตัวเอง เธอได้นั่งลงอย่างสบายใจบนพื้นไม้เย็นๆ ในห้องนั่งเล่นเล็กๆ โทรทัศน์เก่าเครื่องนั้นที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ฮันน่านั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์เก่าๆ มือเล็กๆ ของเธอค่อยๆ หมุนปุ่มปรับช่องไปทีละนิด
Read more
บทที่3.เพื่อนคนหนึ่งที่ห่วงใย
ในโลกส่วนตัวที่ฮันน่าสร้างขึ้นทุกอย่างเต็มไปด้วยสีสันและจินตนาการอันไร้ขอบเขต โลกใบนี้คือที่ที่เธอได้หลบหนีจากความเหนื่อยล้าและความโดดเดี่ยวในชีวิตจริง ความสุขเล็กๆ ที่เธอเฝ้ารอทุกสัปดาห์คือรายการ “เพื่อนของเด็กๆ”ที่ออกอากาศช่วงบ่ายของทุกเสาร์และอาทิตย์ซึ่งก็ทำให้เธอว่างจากการทำงานในบ้านตอนเช้าแล้วก็ตั้งตารอราวกับเป็นช่วงเวลาที่พิเศษของเธอ รายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการรับจ้างที่เธอเก็บหอมรอมริบสำหรับไว้เป็นค่าขนมไปโรงเรียนแต่ก็เพียงพอที่จะให้เธอได้ทำสิ่งหนึ่งที่เธอตั้งใจเธอยอมที่จะอดกินขนมเพื่อใช้เงินที่เก็บไว้ซื้อตราไปรษณียากรและซองจดหมายที่เธอตั้งใจเขียนจ่าหน้าซองถึงตัวเองตามผู้ดำเนินรายการได้แนะนำเพื่อให้ทางรายการจะได้ส่งของขวัญให้กับเด็กๆ ทุกคน ซองเอกสารสีน้ำตาลที่มาพร้อมกับอากรแสตมป์สีสันสดใสถูกส่งมาถึงมือฮันน่า เธอจับมันด้วยมือเล็กๆ ที่สั่นเล็กน้อยจากความตื่นเต้น สายตาจดจ่ออยู่ที่ชื่อของเธอที่เขียนด้วยลายมือบรรจงบนมุมซอง นั่นคือลายมือของเธอเอง... ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่ภายใน จนในที่สุด... สิ่งที่เธอเฝ้ารอคอยก็ปรากฏออกมา ภาพนิทานแสนงดงามพร้อมสมุดระบายสีเล่มเล็กๆ ที่มีเรื่องราวเกี่ยว
Read more
บทที่4.ปลาน้อยในลำคลอง
7 ปีผ่านไป…ฮันน่าโตเป็นสาวน้อยวัยรุ่นที่มีชีวิตเรียบง่ายในชนบท เธอใช้วันหยุดเสาร์อาทิตย์ช่วยปู่ย่าทำไร่ไถนาตามประสาคนในครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ แต่เมื่อกลับมาบ้าน เธอมักจะแอบหลบอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของตัวเอง โลกส่วนตัวที่เธอสร้างขึ้นยังคงเต็มไปด้วยการขีดเขียนนิยายน้ำเน่าเล่มแล้วเล่มเล่าลงบนสมุดเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเจ้าชาย เจ้าหญิง หรือชีวิตแสนสุขที่เธอจินตนาการขึ้นเพื่อหลีกหนีจากความเหงาและความโดดเดี่ยวที่เกาะกินใจในห้องเล็กๆ นั้น เธอรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองจากโลกภายนอก มีเพียงแต่เสียงดินสอขูดขีดบนกระดาษและเรื่องราวในหัวของเธอคือสิ่งเดียวที่ทำให้วันเวลาผ่านไปอย่างมีความหมายแต่แล้ว เสียงของหญิงชราก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง "ฮันน่า ได้เวลาออกจากห้องแล้วนะ" เสียงนั้นเข้มงวด เรียกให้เธอออกมาจากโลกส่วนตัว เสียงฝีเท้าของหญิงชราดังชัดเจนขึ้นเมื่อเธอเดินมาเคาะประตูซ้ำฮันน่าเงยหน้าขึ้นจากสมุดที่เธอกำลังเขียน นิ้วเล็กๆ ของเธอยังคงจับดินสอแน่น เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้เก่าที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีด เธอเดินออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าเก่าๆ ที่มีกลิ่นอายของบ้านไร่ติดตัว"ไปหาปูหาป
Read more
บทที่5.คำพิพากษาในห้องสี่เหลี่ยม
แล้ววันนี้ก็มาถึงครูใหญ่ผู้เข้มงวดนั่งประจำโต๊ะในห้องปกครอง ใบหน้าดุดันและสายตาเย็นชา จับจ้องไปที่ฮันน่า ราวกับทุกคำพูดเป็นคำพิพากษา"เราจะไม่สามารถเก็บเธอไว้ในระบบทุนได้อีกต่อไป" ครูใหญ่พูดเสียงหนักแน่น "การไม่ปฏิบัติตามกฎและความประพฤติที่ไม่เหมาะสมไม่เป็นที่ยอมรับ เธอต้องเข้าใจว่าสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของโรงเรียน"ฮันน่าก้มหน้าลง น้ำตาไหลเงียบๆ ลงบนมือที่วางอยู่บนตัก เสียงของครูใหญ่ที่กล่าวคำตัดสินดังก้องในหูของเธอ ราวกับเสียงฟ้าผ่าที่ทำลายทุกความหวังในใจลงในพริบตา "เราจะไม่สามารถอนุญาตให้ฮันน่าเรียนต่อได้อีก..." คำพูดนั้นจบลง แต่ความหนักหนาของมันยังคงกดทับเธอไว้เธอพยายามจะกลั้นน้ำตา แต่ความเสียใจที่ท่วมท้นเกินจะทนก็ทำให้ไหลพรั่งพรูออกมา ใบหน้าของเธอก้มต่ำ มองเห็นเพียงเงาของตัวเองที่สะท้อนกับพื้นห้อง เงานั้นดูสั่นไหวและพร่าเลือนราวกับสะท้อนถึงหัวใจที่แตกสลาย ความผิดหวังที่ถาโถมเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนคลื่นลูกใหญ่ เธอไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นจากความรู้สึกนี้ได้อย่างไร เสียงสะอื้นที่เธอพยายามกลั้นไว้กลับหลุดออกมาเป็นระยะ ความรู้สึกอับอาย ผิดหวัง และเสียใจ
Read more
บทที่6.หนุ่มน้อยแววตาซื่อ
ณ.จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน บรรยากาศยามเช้าของหมู่บ้านเงียบสงบ เสียงไก่ขันคลอไปกับเสียงพูดคุยในตลาดเล็กๆ ที่ผู้คนมารวมตัวกันจับจ่ายใช้สอยกันตามปกติ แต่ในวันนี้ มีภาพที่แตกต่างออกไป ชายหนุ่มสูงยาวคนหนึ่ง ใบหน้ามีแววตาใสซื่อ แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาคือ อาดัม หนุ่มน้อยลูกครึ่งที่พูดไทยไม่ชัดนัก มือข้างหนึ่งถือหนังสือพระธรรม ขณะที่อีกข้างหนึ่งโบกเรียกความสนใจจากผู้คน“คุณ...อยากขึ้นสวรรค์ไหม? พูดตามผม...”อาดัม หนุ่มน้อยใบหน้าสดใสที่สะท้อนความมุ่งมั่น ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน น้ำเสียงของเขาแฝงความกระตือรือร้น แม้จะติดสำเนียงแปลกๆ แต่ความจริงใจที่แสดงออกทางแววตาและน้ำเสียงของเขา ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนบางคนหยุดเดิน และเริ่มมองไปที่เขาด้วยความสนใจ“พูดตามผมครับ...” เขากล่าวต่อ พลางหยิบหนังสือเล่มเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า “บนโลกนี้ เราอาจมีทั้งความสุขและความทุกข์ แต่บนสวรรค์ จะมีแต่ความสุขที่สมบูรณ์แบบ...”ผู้คนเริ่มรุมล้อมรอบตัวเขา บางคนยิ้มอย่างอ่อนโยน บางคนมองด้วยความสงสัย แต่ไม่มีใครเดินหนีไปไกล อาดัมไม่ใช่เพียงแค่พูด แต่แววตาและท่าทางของเขาบอกชัดว่าเขาเชื่อมั่นในสิ่งที่เขากำลังสื่อสาร
Read more
บทที่7.ความฝัน
กลางกรุงที่พลุกพล่าน ท้องฟ้าสีครามถูกขับเน้นด้วยเส้นขอบฟ้าของตึกสูงรายรอบเสียงรถยนต์และฝูงชนที่เดินขวักไขว่สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของเมืองหลวง ใจกลางความวุ่นวาย สองพ่อลูกยืนอยู่ริมฟุตาบาธในเสื้อผ้าที่เรียบง่าย ฝุ่นจับรองเท้าสะพายกีต้าร์คู่ใจข้างหลัง ดวงตาของอาดัมเปี่ยมไปด้วยความหวัง ลึกซึ้งและสุกใส ราวกับแสงประกายเล็กๆ ที่ส่องผ่านม่านเมฆหมอกแต่เขามองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ ตึกกระจกสูงระฟ้าที่สะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูเหมือนจะเป็นมากกว่าอาคารมันเป็นเป้าหมาย เป็นปลายทางของความฝันที่เขาและพ่อร่วมกันสร้าง ดวงตาคู่นั้นไม่เพียงสะท้อนภาพความทะเยอทะยาน แต่ยังแฝงไว้ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของเสียงเพลงและอนาคตที่ยังไม่ถูกกำหนด อาดัมและพ่อก้าวเข้าไปในตึกสูงตระหง่าน ประตูอัตโนมัติเปิดออก ล็อบบี้กว้างขวางที่ปูด้วยหินอ่อนเงาวับ แสงไฟนีออนสาดส่องให้ทุกอย่างดูหรูหราและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม เสียงรองเท้าของพวกเขากระทบพื้นดังกังวานในพื้นที่ที่ดูจะกว้างใหญ่เกินกว่าที่คุ้นเคย อาดัมเหลือบมองรอบตัวด้วยความตื่นเต้น ขณะที่พ่อมองตรงไปยังแผงปุ่มเรียกลิฟต์ ด้วยใบหน้าที่แฝงความมุ่งมั่นเมื่อประตูลิฟต์เปิ
Read more
บทที่8.เส้นทางที่กำหนด
อาดัมก้าวเข้ามาในห้องที่ดูโอ่อ่า แต่กลับมีบรรยากาศที่เคร่งขรึมจนทำให้เขารู้สึกเหมือนอากาศหนักขึ้นทุกย่างก้าว พื้นพรมหนานุ่มช่วยกลบเสียงฝีเท้าของเขา แต่หัวใจที่เต้นแรงกลับก้องอยู่ในความรู้สึก ราวกับเสียงกลองที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ใกล้จังหวะไคลแมกซ์แสงไฟสีขาวนวลส่องลงมาจากโคมระย้าด้านบน ทำให้เงาบางๆ จากเฟอร์นิเจอร์ในห้องทอดลงบนพื้น เจ้าของค่ายเพลงนั่งอยู่ที่เก้าอี้หนังตัวใหญ่ ด้านหลังเป็นชั้นวางหนังสือและรางวัลมากมายที่ประดับอย่างเป็นระเบียบ เขาดูสง่างามแต่ก็น่าเกรงขาม ราวกับราชาผู้ครองอาณาจักรมือของเขาเคาะปากกากับเอกสารตรงหน้าอย่างเป็นจังหวะ เบา แต่ชัดเจนพอที่จะสร้างแรงกดดันในความเงียบของห้อง ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่อาดัม ราวกับสามารถมองทะลุความคิดในใจของเขาได้ทุกอย่าง“นั่งลงสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้อาดัมขยับเข้าไปน
Read more
บทที่9.ทุ่งนาที่แห้งแล้ง
แต่เวลานี้ครอบครัวฮันน่าและชาวบ้านในชนบทแทบจะสิ้นหวังก็ว่าได้เมื่อถึงกลางฤดูร้อนที่แสนโหดร้ายจนทำให้ผู้คนท้อแท้กับอาชีพทำไร่ทำสวน ท้องฟ้าสีครามที่เคยงดงามบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยหมอกควันจางๆ ที่เกิดจากไอร้อนระอุ นาข้าวที่เคยเขียวขจีและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลับกลายเป็นเพียงทุ่งกว้างที่ปกคลุมด้วยความแห้งแล้ง ดินแตกระแหง สีน้ำตาลหม่น ฝุ่นทรายปลิวฟุ้งอยู่ในอากาศ เหมือนกับเสียงสะท้อนของธรรมชาติที่กำลังร้องไห้ในลำคลองที่เคยเต็มไปด้วยน้ำใสและฝูงปลาว่ายวน บัดนี้กลับกลายเป็นแค่ทางน้ำแคบๆ ที่แห้งขอด ปลาน้อยใหญ่ที่เคยมีให้จับกินทุกวัน เริ่มหร่อยหรอจนแทบจะมองไม่เห็น ความแร้นแค้นทำให้ชีวิตของชาวไร่ชาวนาหนักหนากว่าเดิม สถานการณ์การเงินของทุกครอบครัวในหมู่บ้านดิ่งลงเหว การขายผลผลิตที่เคยเป็นที่พึ่งในฤดูก่อนกลายเป็นเพียงฝันเลือนราง ในบ้านไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่กลางทุ่งแห้งผาก สองปู่ย่าของฮันน่าก็ไม่ต่างจากธรรมชาติรอบตัว พวกท่านนับวันยิ่งแก่ชราลง กำลังวังชาที่เคยมีเริ่มหมดไป การเดินเหินกลายเป็นเรื่องยากยิ่ง ลำพังการใช้ชีวิตประจำวันก็เหนื่อยล้า การทำไร่ทำสวนที่เคยเป็นความภาคภูมิใจในอดีตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอ
Read more
บทที่10.มิตรภาพและความลับ
ฮันน่าใช้ชีวิตในเมืองที่ไม่คุ้นเคยด้วยความเหงาและโดดเดี่ยว แต่โชคดีที่เธอมีแจนเป็นเพื่อนสนิทในโรงงาน ความไว้ใจจึงเริ่มขึ้นทีละเล็กละน้อยจากการพูดคุยและการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน“ฮันน่า คืนนี้ไปกับฉันได้ไหม? มีหนุ่มนัดเจอที่ร้านอาหาร ไม่ไกลจากที่นี่หรอก เขาบอกว่าอยากเจอเธอด้วย” แจนพูดพร้อมส่งสายตาอ้อนวอน ในห้องน้ำหญิงที่ทั้งสองแอบมาพักเบรกช่วงบ่าย ฮันน่ามองแจนด้วยความลังเล เธอไม่ค่อยชอบพบปะคนแปลกหน้า แต่ก็ไม่อยากทำให้แจนผิดหวัง“แล้ว...เขาเป็นใครเหรอ?” ฮันน่าถามน้ำเสียงเรียบ แจนยิ้มทันทีราวกับรู้ว่าฮันน่าจะตอบตกลงในที่สุด“แค่ไปสนุกๆ เองน่า ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธออึดอัด” แจนกล่าวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ฮันน่าพยักหน้าเบาๆ แม้ใจจะยังครุ่นคิด แต่เธอก็รู้สึกว่าแจนเป็นคนเดียวที่ทำให้ชีวิตในเมืองใหญ่นี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นคืนนั้นอาจเป็นอีกครั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอแน่นแฟ้นขึ้น หรืออาจนำไปสู่เรื่องราวใหม่ที่ฮันน่าเองก็ไม่คาดคิด...หลังจากเลิกงาน ฮันน่าและแจนรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกเดินทางไปยังจุดหมายที่อยู่ห่างออกไปโดยรถแท็กซี่บาร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยเปลี่ยวลึกฮันน่าเดินตามแจนเข้าไปในร้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status