Masuk"บนระเบียงที่สูงเสียดฟ้า ท่ามกลางแสงไฟของเมือง เธอเฝ้ามองโลกเบื้องล่าง ราวกับกำลังถามหาสักที่ ที่หัวใจได้พักพิง ท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่มีวันจบสิ้น เธอโหยหาความสงบและรักแท้มาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจ"
Lihat lebih banyak「いつまでそうしているつもりだ? どれだけ手間をかけさせれば気が済む」
夫であるヴィンセント・フォン・ローゼンベルク公爵の冷たい声が、エレノアの心に突き刺さった。 ――ああ、この人は、こんな状況ですら、私を心配するような言葉のひとつもかけないのだ。 5年間の冷え切った結婚生活が頭をよぎった。涙がこぼれそうになる。 強い風に吹かれながら、エレノアはバルコニーから身を乗り出すように背中を預けた。 「お兄様、そんな言い方はよくありませんわ。エレノア様、どうか戻っていらして」 そこに追い打ちをかけるような、柔らかな声。 いつのまにか夫の隣には、リリアーナが寄り添っていた。 風が強い中、リリアーナを気遣うように夫が腕を差し出している。 そんなことは、一度もしてもらったことがなかった。 義務として参加させられたパーティーでさえ、エレノアはいつもひとりで壁の花だった。 中心にいたのはリリアーナだ。 ヴィンセントの妹で――そして、彼の本当に愛する人。エレノアが嫁いできた日、初夜にすら夫はリリアーナのベッドにいた。 「お兄様だって本当は心配していらっしゃるのよ」 リリアーナの言葉が空虚に響いた。 そんなことがないのは、エレノアが一番よくわかっている。 一度だって顧みられることのなかった、5年の結婚生活。いつも目の前で見せられる、自分という存在の不要さ。 愛されているという自信で輝いているリリアーナとは対照的に、どんどんと疲れてみすぼらしくなっていく自分。 「リリアーナもこう言っているだろう。まともに子も産めないくせに、迷惑までかけるのはやめてくれ」 夫は苛立ちを隠そうとすらしていない。 エレノアはもはや、涙を抑えることができなかった。 そっと腹に手を添える。 そこには確かに、命があったはずなのに――今朝、流れてしまった。大量の血が寝具を汚した。 夫から何度も身体を蹂躙されながら、それでも授かった愛しい命。 それさえもなくした今、エレノアにはもう、何もなかった。 「お兄様! エレノア様がおかわいそう。公爵家のためにお子を産むというお仕事を果たせないからといって、出来損ないのように言うだなんて」 リリアーナにはまったく悪気がない。 だが、その悪気のなさが致命的だった。 もう耐えられない。 エレノアは地面を軽く蹴った。 身体がバルコニーを超え――そして。 落ちていく瞬間、ヴィンセントと目が合った。 余計な手間をかけさせるなという、冷たい目。 言葉がなくてもはっきりとわかる。何の心もない、思いやりも愛情もない彼のまなざし。 「――さようなら。二度と会いたくないわ」 絞り出すように口にして、そのままエレノアは――落ちた。 身体がバラバラになるような、引き裂かれるような痛みを感じた。 頭の後ろが熱く、どくどくと何かが流れ出ていく。 意識が遠のく。 「ふふ……」 これで終わるのだ。 そう思うとおかしかった。 何のために嫁いできたのか。なぜ5年も耐えたのか。 「もっと早くこうすればよかったわ……」 そうして――エレノアは、深い眠りの中にのまれていった。◇
「ヴィンセント公爵様は、本日はこちらにはいらっしゃいません」
「えっ……」 気が付くと、目の前には長身のメイドがいた。 リリアーナ付きのメイドだ。エレノアが輿入れしたときには彼女がリリアーナのメイドだとは知らなかったが――初夜に、こうして言われたことを思い出した。 「ヴィンセント公爵様は、本日はこちらにはいらっしゃいませんと言ったのです」 メイドはいらだったように繰り返した。 「そう……、下がっていいわ」 エレノアは静かに返しながら、ふらふらと、寝台に腰かけた。 なんだかまるで、夢を見ているみたい。 ヴィンセントのもとに輿入れした、あの日を思い出しているような――そう思いながら横を見る。窓には、記憶にあるよりも若い、自分の姿が映っている。 「えっ……?」 どういうこと? これは走馬灯なの? エレノアは混乱した。 自分は確かに死んだはずだ。城のバルコニーから飛び降りた。あの高さからなら、絶対に助からないことを見越していた。 だがそれなのに――今は。 「まるで、5年前の夜のよう」 声もまだ若かった。 夫に蹂躙され、貶められ、疲れ切ってしまう前のエレノアの、柔らかな声。 まさか――奇跡が起こったというの? エレノアは立ち上がって、窓に近づいた。 窓に映る自分の姿は、やはり、輿入れした日のもの。着ているドレスも、結い上げた髪も。記憶の中の自分そのままだった。 「ということは――」 今頃、夫はリリアーナの寝室にいる。 気づいても、もう昔のように傷つくことはなかった。ただ、無力感だけがあった。 妹であるリリアーナと激しい夜を過ごす夫を想像しても、何の感慨も湧かなかった。胸の中にあるのはただひとつ。 「もしも奇跡が起きて、私が過去に戻っているのなら――もう、夫の好きにはさせないわ」 離婚しよう。 そうして、自分の人生を取り戻すのだ。 エレノアの胸に、新しい目標が生まれていた。อาดัมเชื่อว่า... อาการป่วยของฮันน่าไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาเพียงอย่างเดียว มันต้องการบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น คือ ความรัก และ หัวใจ เขาเชื่ออย่างยิ่งว่าเขาจะเป็นคนที่เยียวยาเธอได้ ไม่ใช่ด้วยคำพูดหวานหูหรือคำสัญญาที่เลื่อนลอย แต่ด้วยการอยู่เคียงข้างเธอทุกวัน ทุกวินาที คอยประคองเธอขึ้นจากความเจ็บปวด ให้เธอเห็นว่าโลกใบนี้ยังมีที่ให้เธอยืนอยู่ได้ …………….. แสงแรกของพระอาทิตย์สาดส่องเข้ามา กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกวางรออยู่กลางห้อง รอคอยการเดินทางครั้งสำคัญที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่ก่อนที่พวกเขาจะก้าวออกไปจากที่นี่ ฮันน่ามีบางสิ่งที่ต้องเผชิญ บางสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ ประตูห้องน้ำเปิดกว้าง... ฮันน่ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขวดยาในมือถูกกำไว้แน่นจนฝ่ามือสั่นระริก เธอค่อยๆ เปิดฝาขวด เทเม็ดยาสีขาวจำนวนมากลงบนมือ เธอจ้องมันนิ่งงัน หัวใจเต้นแรง ความลังเลและความกลัวตีตื้นขึ้นมา นี่คือสิ่งที่เธอพึ่งพามาตลอด… สิ่งที่ช่วยให้เธอหลับในคืนที่ฝันร้าย สิ่งที่กดเสียงในหัวให้เงียบลง แต่วันนี้ เธอจะปล่อยมันไป เธอหันมองอาดัม เขายืนอยู่ข้างๆ ดวงตาของเขาส่งผ่านความมั่นใจและความเข้าใจ ไม่มี
สามเดือนผ่านไป.. ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ฮันน่าอาศัยอยู่กับอาดัม แม้จะยังต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเอง และต้องทานยารักษาอาการทางจิตควบคู่ไปด้วย เธอก็ยังคงไปพบแพทย์ตามนัด โดยมีอาดัมคอยดูแลอยู่ไม่ห่างแม้กายจะค่อยๆ ฟื้นตัว แต่หัวใจของเธอยังคงกลัวและหวาดระแวง... เงาของ "ลินลี่" และคำขู่ในวันนั้นยังตามหลอกหลอนเธอเสมอ ทำให้บางคืนเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก พร้อมกับเสียงหายใจหอบหนักแต่ไม่ว่าเมื่อไรที่เธอตื่นขึ้นมา เธอมักจะพบว่า อาดัมยังอยู่ตรงนั้นเขาไม่เคยห่างไปไหนเธออาจจะยังลังเลและหวาดกลัว แต่สำหรับอาดัม… ยิ่งวันเวลาผ่านไป เขากลับแน่ใจมากขึ้น"เขารักเธอเข้าแล้ว..."กลางดึกที่เงียบสงัด ความเงียบโรยตัวไปทั่วทั้งบ้าน“กรี๊ดดด!!”เสียงกรีดร้องดังลั่น ทำลายความสงบในชั่วพริบตาฮันน่าสะดุ้งตื่นขึ้นมา ดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสาย ลมหายใจของเธอหอบหนักราวกับขาดอากาศ เงาของฝันร้ายยังคงตามหลอกหลอน ภาพเลือนรางจากอดีตซ้อนทับเข้ามาไม่หยุดเธอพยายามควบคุมตัวเอง สูดลมหายใจลึกแม้จะไม่ช่วยอะไรเลยเธอเอื้อมไปจับไม้พยุง ก่อนค่อยๆ พยุงร่างกายที่อ่อนแรงไปยังห้องน้ำ ก้า
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดแผ่วเบาลอดผ่านหน้าต่างห้องของอาดัม เขายืนถือโทรศัพท์ไว้แนบหู ปลายสายนั้นคือวิน เพื่อนสนิทที่โทรมาจากต่างแดน เพราะหลังจากเหตุการ์ณ์ที่เกาะทองคำวันนั้นวินได้บินกลับไปอย่างกระทันหัน "นายแน่ใจเหรอ...อาดัม?" เสียงของวินชัดเจนผ่านใบหูของอาดัมในขณะที่ทั้งสองได้คุยกันมาได้สักพักแล้วจนมาถึงช่วงสุดท้ายก่อนจะวางสายลง “แน่ใจสิ…”อาดัมตอบกลับด้วยความมั่นใจขณะที่ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววความแน่วแน่มั่นคง ถึงแม้เขาจะรู้จักเธอแค่เพียงหนึ่งสัปดาห์ก็ตาม แต่บางอย่างในตัวเธอทำให้เขาตัดสินใจได้โดยไม่ลังเล เมื่อวินได้ยินคำตอบที่ราวกลั่นออกมาจากหัวใจของอาดัมแล้ว เขาก็เอ่ยด้วยด้วยน้ำเสียงแห่งความยินดี “เมื่อนายมั่นใจและเชื่อมั่นแล้ว ฉันก็เชื่อในตัวนายเช่นกันว่านายนั้นทำได้ดี” วินตอบกลับแล้วหันมองดูเวลาบนข้อมือที่ใกล้เข้ากะทำงานไปทุกที“ ไว้คุยกันใหม่ ฉันต้องเข้าทำงานแล้ว ขอพระเจ้าอวยพร นายกับฮันน่า นะ" “ขอบใจมากเพื่อน ..วิน! แล้วเจอกัน ” .. ตุ๊ด.. ตุ๊ด.. ตุ๊ด..………….เมื่อวางสายไปแล้ว อาดัมถอนหายใจออกมาช้าๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรี แสงดาวระยิบระยับสะท้อ
ยามหัวค่ำในห้องพักฟื้น อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านลึกเข้าไปถึงกระดูก ฮันน่า นอนนิ่งอยู่บนเตียง แม้ร่างกายยังคงเจ็บปวดจากบาดแผลที่ยังไม่หายดี แต่ถึงกระนั้นความเจ็บปวดจากร่างกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่กัดกินเธออยู่ภายในความกลัว ที่เหมือนเงาดำซึ่งคืบคลานเข้ามารัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออกเธอรู้ดีว่าการหนีจาก ลินลี่ ไม่ใช่เรื่องง่าย... ไม่สิ มันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างเธอ นี่คือเมืองที่ลินลี่ครอบครองทุกสิ่งหญิงผู้มีอิทธิพล ผู้ทรงพลังยิ่งกว่ากฎหมายและความยุติธรรม ไม่มีมุมใดของเมืองนี้ที่จะหลบพ้นสายตาของเธอได้หัวใจของฮันน่าเต้นแรงในอก ดวงตาจ้องมองเงาตรงประตูหน้าห้องที่ดูเหมือนจะขยับเคลื่อนไหวตามเสียงฝีเท้าในจินตนาการของเธอ ทุกวินาทีราวกับกำลังรอคอยหายนะที่จะมาถึงโดยไม่มีวันเลี่ยงได้เธอไม่ได้หวังปาฏิหาริย์อีกต่อไป... ในเมืองของลินลี่ คนที่หนีไปได้ มีเพียงเงา หรือซากศพตึก... ตึก...ตึกเสียงรองเท้าส้นสูงดังสะท้อนก้องมาตามทางเดินยาวนอกห้อง ทุกก้าวการเดินนั้นราวกับกำลังย้ำเตือนถึงชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง ทุกก้าว ยิ่งกระชั้นชิด เสมือนเสียงของนาฬิกาเรือนใหญ่ที่น
ฮันน่าใช้ชีวิตในเมืองที่ไม่คุ้นเคยด้วยความเหงาและโดดเดี่ยว แต่โชคดีที่เธอมีแจนเป็นเพื่อนสนิทในโรงงาน ความไว้ใจจึงเริ่มขึ้นทีละเล็กละน้อยจากการพูดคุยและการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน“ฮันน่า คืนนี้ไปกับฉันได้ไหม? มีหนุ่มนัดเจอที่ร้านอาหาร ไม่ไกลจากที่นี่หรอก เขาบอกว่าอยากเจอเธอด้วย” แจนพูดพร้อมส่งสายตาอ้อนวอน
แต่เวลานี้ครอบครัวฮันน่าและชาวบ้านในชนบทแทบจะสิ้นหวังก็ว่าได้เมื่อถึงกลางฤดูร้อนที่แสนโหดร้ายจนทำให้ผู้คนท้อแท้กับอาชีพทำไร่ทำสวน ท้องฟ้าสีครามที่เคยงดงามบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยหมอกควันจางๆ ที่เกิดจากไอร้อนระอุ นาข้าวที่เคยเขียวขจีและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลับกลายเป็นเพียงทุ่งกว้างที่ปกคลุมด้วยความแห้ง
อาดัมก้าวเข้ามาในห้องที่ดูโอ่อ่า แต่กลับมีบรรยากาศที่เคร่งขรึมจนทำให้เขารู้สึกเหมือนอากาศหนักขึ้นทุกย่างก้าว พื้นพรมหนานุ่มช่วยกลบเสียงฝีเท้าของเขา แต่หัวใจที่เต้นแรงกลับก้องอยู่ในความรู้สึก ราวกับเสียงกลองที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ใกล้จังหวะไคลแมกซ์
กลางกรุงที่พลุกพล่าน ท้องฟ้าสีครามถูกขับเน้นด้วยเส้นขอบฟ้าของตึกสูงรายรอบเสียงรถยนต์และฝูงชนที่เดินขวักไขว่สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของเมืองหลวง ใจกลางความวุ่นวาย สองพ่อลูกยืนอยู่ริมฟุตาบาธในเสื้อผ้าที่เรียบง่าย ฝุ่นจับรองเท้าสะพายกีต้าร์คู่ใจข้างหลัง ดวงตาของอาดัมเปี่ยมไปด้วยความหวัง ลึกซึ้





