Share

Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก
Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก
Penulis: แสงกลางสมุทร

บทที่ 1

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-25 15:23:35

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันแหลมเล็กบาดลึกเข้ามาในโสตประสาท เกลได้แต่ก้มหน้าซ่อนใบหน้าเปื้อนน้ำตาไว้ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ร่างท้วมของเธอนั่งกองอยู่กับพื้นดินชื้นแฉะ เส้นผมเปียกที่ถักเปียไว้ถูกดึงกระชากจนหนังศีรษะตึงไปหมด

“ยัยอ้วน ยัยหมูพะโล้! ใครอยากเล่นกับเธอ!”

เสียงนั้นเป็นของคิรินเด็กชายหัวโจกของกลุ่ม เขาวิ่งวนเป็นวงกลมรอบตัวเธอพร้อมเพื่อนๆ อีกสามคน แต่ละคนโยนคำพูดร้ายกาจใส่ไม่หยุดหย่อน ความอับอายและเจ็บปวดจากการถูกแกล้งทำให้ไหล่ของเกลสั่นเทา เธอรู้ดีว่าเธออ้วนและเธอรู้ดีว่าน้ำหนักตัวของเธอมันเป็นเรื่องง่ายแค่ไหนที่คนอื่นจะใช้แกล้งเธอ

“หยุดนะ คิริน!”

เสียงแหลมเล็กอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น ทว่าเต็มไปความโกรธเกรี้ยวร่างบอบบางของกรีน พี่สาวของเกลพุ่งเข้ามาขวางราวกับกำแพง กรีนไม่ได้ท้วมเหมือนน้องสาว ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองเด็กผู้ชายกลุ่มนั้นอย่างไม่เกรงกลัว ในมือเรียวเล็กถือ ไม้เรียวที่เธอพกติดกระเป๋านักเรียนไว้อย่างพร้อมสรรพ

คิรินชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกใจทันที เขาเคยลิ้มรสความเจ็บปวดจากไม้เรียวของกรีนมาแล้ว

“อ้ากกกก! ยัยปีศาจมาแล้ว! หนีเร็ว!”

กลุ่มเด็กชายรีบแยกย้ายกันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับมาเยือนอย่างรวดเร็ว กรีนลดไม้เรียวลง หันกลับมามองน้องสาวด้วยแววตาอ่อนโยน

“เกล ลุกขึ้นมาเร็ว เจ็บตรงไหนไหม” เกลเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำสบเข้ากับดวงตาที่ห่วงใยของพี่สาว

ไม่มีคำถาม ไม่มีการตำหนิ มีเพียงกรีนยื่นมือมา ดึงร่างท้วมของน้องสาวให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ พวกเธอทั้งสองคนเดินจับมือกันกลับบ้าน

ระหว่างทางเดินกลับบ้านความเงียบสงบกลับมาเยือนอย่างรวดเร็ว กรีน ไม่ได้รอช้า เธอดึงร่างท้วมของน้องสาวให้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำหน้าไปทันที เกล ก้าวตามหลังพี่สาวไปอย่างเงียบๆ น้ำตาที่ยังไหลอาบแก้มสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็น มืออ้วน ของเธอกำมือเรียวเล็กของพี่สาวไว้แน่นราวกับกลัวว่าผู้พิทักษ์เพียงคนเดียวของเธอจะหายไป อีกข้างหนึ่งก็ยกขึ้นปาดน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุดหย่อน

กรีนหยุดเดินเธอหันกลับมาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองน้องสาวอย่างอ่อนโยน เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อนักเรียน หยิบ ลูกอมเม็ดสีแดงสด ออกมาแล้วยื่นให้เกล

“หยุดร้องได้แล้วเกล” น้ำเสียงของกรีนลดความแข็งกร้าวลง “ถ้าโดนแกล้งอีก มาบอกพี่ พี่จะตีพวกนั้นกลับให้เอง พี่สัญญา”

เกลรับลูกอมไว้ในมือ น้ำเสียงเล็กๆ ของเธอเต็มไปด้วยการสะอื้น “สัญญานะ พี่กรีน”

“สัญญา” กรีนตอบหนักแน่น แล้วพวกเธอก็เดินจับมือกันต่อไป ลูกอมเม็ดนั้นถูกแกะเปลือกออกอย่างรวดเร็ว ความหวานที่สัมผัสได้ช่วยปลอบประโลมความเจ็บปวดที่เพิ่งได้รับมา

เมื่อก้าวเข้าสู่ประตูบ้าน กลิ่นอาหารหอมกรุ่นที่ลอยมาปะทะจมูกก็แทรกซึมเข้ามาแทนที่ความรู้สึกเศร้าหมองทั้งหมด เกล แทบจะลืมไปแล้วว่าเมื่อครู่เธอเพิ่งโดนแกล้งจนร้องไห้ โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารน่ารับประทานมากมาย ทั้งปีกไก่ทอดสีทอง ปลาทอดตัวอวบ และผัดผักชามใหญ่

เธอนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเอง แล้วเริ่มกินข้าวอย่างมีความสุขความเครียด ความอับอาย หรือแม้แต่คำพูดร้ายกาจของคิริน หายไปทั้งหมดในทันทีที่เธอได้จดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้า

ตาของเกลเป็นประกายขณะที่เธอมองไปยัง ปีกไก่ทอด ชิ้นใหญ่ที่สุด เธอเอื้อมมือออกไปหวังจะคว้ามันเข้ามาในจาน

“เกล! พอแล้ว! อ้วนเป็นหมูจะทำยังไงลูก”

เสียงอันเฉียบขาดของ อรุณี ผู้เป็นมารดาดังก้องไปทั่วโต๊ะอาหาร มือของเกลที่กำลังจะสัมผัสปีกไก่ต้อง หดกลับ เข้ามาทันทีอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าของอรุณีเคร่งเครียด ดวงตาเต็มไปด้วยการตำหนิ เธอจับจ้องที่ลูกสาวคนเล็กราวกับกำลังจ้องมองความล้มเหลวที่แก้ไขไม่ได้

เกลก้มหน้าลงทันที ความสุขทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาของคำพูดผู้เป็นแม่ ปีกไก่ทอดชิ้นนั้นดูห่างไกลและน่าเศร้ากว่าเดิมหลายเท่า

ทันใดนั้น เกลก็รู้สึกถึงแรงสะกิดเบาๆ ที่เอว เธอไม่ทันได้มอง ร่างกายก็ถูกดึงให้ชิดกับกำแพง เมื่อก้มลงมอง มือเรียวเล็ก ของพี่สาวกำลังทำสิ่งที่คุ้นเคย ช็อกโกแลตแท่งเล็กๆ ถูกยื่นมาใส่มือเธออย่างรวดเร็วและลับๆ ล่อๆ เกลเงยหน้าขึ้น มองพี่สาวที่ทำทีเป็นมองวิวข้างทาง สีหน้าของกรีนเรียบเฉย แต่แววตาของเธอเตือนให้น้องสาวรีบซ่อนมันไว้

เด็กหญิงร่างท้วมแอบยิ้มดีใจในความมืดสลัวที่พี่สาวสร้างขึ้น ถึงแม้ แม่ จะใจร้ายกับเธอ คอยจับจ้องและตำหนิเรื่องอาหารการกินตลอดเวลา แต่เธอก็ยังมี พี่สาว ของเธอนี่แหละ ที่เป็นเหมือนผู้กอบกู้ เป็นความลับที่อบอุ่น เป็นคนเดียวที่คอยแอบยื่นความหวานชิ้นเล็กๆ เหล่านี้มาให้เธอได้กินอย่างมีความสุข

ช็อกโกแลตแท่งนั้นถูกกำไว้แน่น มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความรักที่ซ่อนเร้น และเป็นความสุขเดียวที่เธอได้เป็นเจ้าของ

หลายปีผ่านไป

แสงจากวงแหวนไฟ LED ดับลงแล้ว แต่บรรยากาศภายในห้องคอนโดก็ยังเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของคริสตัลที่ตกแต่งตามข้าวของเครื่องใช้หรูหรา

“โอเคค่ะ วันนี้เม้าท์มอยกันสนุกมากเลยน้าทุกคน เอาไว้เจอกันใหม่สัปดาห์หน้าเวลานี้นะคะ บ๊ายบายค่ะ! รักนะคะ จุ๊บๆ”

เกลกดปุ่ม ‘End Stream’ อย่างรวดเร็ว หน้าต่างแชตที่เต็มไปด้วยข้อความและอิโมจินับพันข้อความก็หายไปทันที เหลือไว้เพียงภาพใบหน้าของเพื่อนอีกสามคนที่กำลังนั่งรอเธอบนโซฟาหนังอย่างอดทน

“คุณเกล เกวลิน จะเลิกไลฟ์ได้ยังยะ! แม่ดาราท่านหนึ่ง!” พิชชี่ เอ่ยแซะทันทีที่เกลหันกลับมา เขากอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ ร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟเน้นให้ชุดนักศึกษาของเขาดูโดดเด่นเกินกว่าเหตุ

“แหมๆ อย่าแซะเพื่อนสิคะพิชชี่” ข้าวฟ่าง ปรามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนตามแบบฉบับ “เราเพิ่งได้ยอดจองบิกินี่ ‘สายสิญจน์’ คอลเลกชันใหม่จากไลฟ์ไปตั้งหลายร้อยชุดนะ แกไม่ดีใจกับเพื่อนเหรอ”

เกลปิดโน้ตบุ๊กเก็บเข้ากระเป๋าอย่างไม่รีบร้อน เธอหันกลับไปหาเพื่อนๆ พร้อมรอยยิ้มที่ไม่ได้หวานเหมือนตอนอยู่หน้ากล้องแล้ว

“โถ่ พัชร แค่ไลฟ์ขายของเอง พัชรก็รู้ว่าเกลต้องหาเงินจ่ายค่าเทอม” เกลตอบอย่างใจเย็น

“หาเงิน? อี๋! พูดอย่างกับไม่มีเงินจากที่บ้าน อีเกล! แกน่ะมัน หลอกลวง ย่ะ! เป็นถึงเจ้าของแบรนด์ชุดว่ายน้ำพันเชือกที่บ้าที่สุดในประเทศ เอาลูกปัดมาผูกบิกินี่ขายตัวละเกือบหมื่น แต่มานั่งไลฟ์ทำเป็นคนธรรมดาหาเงินค่าเทอม แม่ดาราท่านหนึ่ง เขาทำกัน! แล้วอีกอย่างนะ แกหยาบคายมากนะ พิชชี่ย่ะ ไม่ใช่พัชร”

 พิชชี่ด่ากลับมาทันควัน แววตาของเขามีความหมั่นไส้ในความสามารถในการทำเงินของเพื่อน

เกลยักไหล่ เธอเดินตรงไปยังโซฟาแล้วล้มตัวลงนั่งข้าง เมษา ซึ่งเป็นผู้ห้ามทัพของกลุ่ม

“พิชชี่ก็พูดเกินไป” เกลว่าพลางซบไหล่เมษาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู

“แบรนด์ ‘Siren Strings’ ของเกลมันคือ แฟชั่นเลยนะ มันคือศิลปะที่นำเอา เชือก มาถักทอประสานกับ ลูกปัด หลากสีสัน เพื่อตกแต่งบิกินี่ให้ไม่เหมือนใคร ใครๆ ก็อยากใส่ชุดที่ทำให้ตัวเองดูผอมเพรียวและโดดเด่นที่ทะเลทั้งนั้นแหละ”

เกลพูดพร้อมตรวจเช็คชุดไปด้วย แบรนด์นี้เธอเริ่มทำตั้งแต่เข้ามหาลัย เธอเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาแฟชั่นดีไซน์ หลังจากทำได้ไม่นาน เกลก็ชวนข้าวฟ่างเข้ามาทำแบรนด์ด้วยกัน ส่วน พิชชี่กับเมษาเป็นเพื่อนคณะเดียวกันแต่อยู่สาขาศิลปะการแสดง

เกลเดินตรงไปยังโซฟา เธอล้มตัวลงนั่งข้างเมษา ซึ่งกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างเงียบๆ เมษาคือผู้ห้ามทัพคนสำคัญของกลุ่มนี้เสมอ

“เมษาขาาาา ดูพิชชี่สิคะ! ดุเกลอีกแล้ววว” เกลหันไปอ้อนพลางซบไหล่เมษาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู

เมษาหัวเราะเบาๆ เธอยกมือขึ้นลูบผมเกลอย่างปลอบโยน ก่อนจะเงยหน้าสบตากับพิชชี่ที่ยังทำหน้าเหวี่ยงไม่เลิก

“พอเลยทั้งสองคน” เมษาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

ข้าวฟ่างพยักหน้าเห็นด้วยอย่างร่าเริง กลิ่นของความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ ก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของเพื่อนรักทั้งสี่คน

“จะทะเลาะกันทำไมเนี่ย” เมษาเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างใจเย็น น้ำเสียงของเธอเป็นกลางและนุ่มนวลเสมอ เธอกล่าวพลางยื่นมือไปแตะแขนพิชชี่เบาๆ เพื่อให้เพื่อนลดโทนลง

ข้าวฟ่างพยักหน้าเห็นด้วยอย่างร่าเริง เธอใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนประเด็นทันที

“ถูกต้องค่ะ! พวกเรา ‘แรดเรียกพี่ กระทิงเรียกน้อง’ จะตีกันเองไม่ได้นะ” ข้าวฟ่างว่าพลางเดินไปหยิบแก้วน้ำมาเสิร์ฟให้เพื่อนๆ

“ชุดใหม่ของเกลสวยมากเลยนะเกล ข้าวมั่นใจเลยค่ะว่าเกลทุ่มเทกับรายละเอียดเชือกและลูกปัดมากแค่ไหน คอลเลกชั่นนี้ต้องปังแน่ๆ เห็นแล้วข้าวอยากใส่ไปเที่ยวเกาะทางใต้เองเลยค่ะ”

พิชชี่ทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ใบหน้ายังคงแสดงความไม่พอใจ แต่สายตาของเขากลับเหลือบมองแคตตาล็อกชุดว่ายน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ

“แน่นอนสิยะ ยัยเกล น่ะ… เป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่า การปิดบังอำพราง จุดบกพร่องของตัวเองด้วย เชือกและลูกปัด น่ะ มันได้ผลดีแค่ไหน” พิชชี่พูดเสียงเบาลง

รอยยิ้มบนใบหน้าของเกลชะงักไปเล็กน้อย แววตาของเธอวูบไหวด้วยความไม่พอใจ ในเสี้ยววินาทีนั้นเธอเห็นตัวเองในชุดนักเรียนเก่าๆ ร่างท้วมที่ถูกกลุ่มเด็กผู้ชายรุมล้อเลียนในอดีต ภาพความอับอายและปีกไก่ที่ถูกห้ามไม่ให้กินมันย้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว

แต่แล้ว สติของเธอก็กลับมา เกล ไม่ใช่เด็กคนนั้นอีกต่อไปแล้ว เธอคือเจ้าของแบรนด์ Siren Strings ที่ประสบความสำเร็จ

เกลผละศีรษะออกจากไหล่เมษาอย่างช้า ๆ เธอปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นแบบ ปกติ ที่ควบคุมทุกอย่างได้ มือเรียวของเธอเอื้อมไปหยิบแคตตาล็อกชุดว่ายน้ำขึ้นมา แล้วยกมันขึ้นสูงตรงหน้าพิชชี่

“ใช่ค่ะพิชชี่” เกลตอบด้วยน้ำเสียงหวาน

“ดีไซเนอร์ที่ดีต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และรู้ว่าอะไรคือจุดบกพร่องที่ต้องซ่อนไว้ ชุดว่ายน้ำของเกลมันไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่มันคือ อาวุธ ที่ทำให้ลูกค้าของเราทุกคนมั่นใจ ไม่ว่าจะมีรูปร่างแบบไหน”

เกลพลิกแคตตาล็อกไปที่หน้าภาพชุดบิกินี่ ‘สายสิญจน์ของพิชชี่ ซึ่งมีรายละเอียดการผูกเชือกและร้อยลูกปัดที่ซับซ้อน

“เอาล่ะ” เกลตัดบทอย่างเด็ดขาด “มาทำงานกันได้แล้ว ข้าวฟ่าง! เมษา! ช่วยเกลคัดเลือก เลือกชุดสำหรับถ่ายแบบคอลเลกชันใหม่ได้แล้วค่ะ เดี๋ยวเรายังมีถ่ายแบบชุดกันอีกสามเซ็ทนะคะ”

ทุกคนสลายตัวจากโซฟาไปรวมกันที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว ความวุ่นวายเล็กๆ ที่เกิดจากปมในอดีตของเกล ก็ถูกกลบไว้ด้วยความเร่งรีบของธุรกิจ และการทำงานร่วมกันของแก๊งเพื่อนรัก ที่พร้อมจะก้าวข้ามทุกดราม่าเพื่อความสำเร็จของกันและกัน

มหาวิทยาลัย X, คณะศิลปกรรมศาสตร์

เสียงประกาศจากลำโพงดังลอดออกมาจากหอประชุมกลางของคณะศิลปกรรมศาสตร์ แม้จะอยู่ไกล แต่ก็ยังได้ยินชัดเจน

เกลในชุดนักศึกษาที่เสื้อเข้ารูปและกระโปรงสั้นตามแฟชั่น ยืนพิงเสาอยู่ข้างโต๊ะลงทะเบียน เธอย้อมผมสีบลอนด์อ่อน ทันทีที่พ้นช่วงปีหนึ่งมาได้ เพื่อประกาศอิสรภาพจากกฎระเบียบเดิม ๆ

“โอ๊ยยย! เมื่อไหร่จะเสร็จสักทีเนี่ย!” พิชชี่ บ่นเสียงดังขณะที่เขากำลังสแกนบาร์โค้ดให้น้องปีหนึ่งที่ต่อแถวยาวเหยียด

“ฉันบอกแล้วไงว่าการบังคับให้ฉันมานั่งเป็นพี่โต๊ะ มันคือการทำลายความงามของฉันนะยะ ผิวฉันจะเสียแสงแดด”

“โถ่ พิชชี่… ทนหน่อยน่า” ข้าวฟ่าง ที่กำลังยุ่งกับการจัดแฟ้มเอกสารเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยรอยยิ้ม เธอมวยผมเป็นดังโงะ อย่างเป็นระเบียบพร้อมปักดินสอสีเหลืองเอาไว้ข้างมวยผมอย่างเป็นเอกลักษณ์

“ก็อย่างที่เมษาบอก เราเป็นคณะกรรมการนักศึกษาปีสามนี่นา อีกอย่าง น้องปีหนึ่งหล่อ ๆ เยอะแยะเลยนะคะปีนี้ โดยเฉพาะพวกที่ลงทะเบียนสาขา ศิลปะการแสดง น่ะ ฉันเห็นแล้วใจละลายเลย”

พิชชี่ชะงักมือจากการสแกน เขาเลิกคิ้วสูงอย่างเห็นด้วย

“จริง! หล่อกรุบกริบมากหลายคน! แต่พวกสาขาดีไซน์อย่างเรานี่… ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แถมส่วนใหญ่ก็ดูเนิร์ด ๆ ทุ่มเทให้กับการออกแบบกันไปหมด”

เกลยิ้มเล็กน้อย พลางใช้ปากกาเคมีขีดชื่อในลิสต์รายชื่อปีหนึ่ง

“ก็ดีแล้วนี่” เกลตอบอย่างสบาย ๆ “เราต้องโฟกัสที่งานค่ะ ข้าวฟ่างงานออกแบบสำคัญกว่าผู้ชายนะย่ะ”

“แหม! แม่คนเก่ง! แม่คนไม่สนผู้ชาย!” พิชชี่กลอกตา

“แต่เอาจริงเถอะเกล เธอว่าชุดนักศึกษาแบบนี้มันจำเจตายตัวไปมั้ย? ทำไมไม่หาทางดัดแปลงอะไรให้มันดูเป็นแฟชั่นมากกว่านี้”

“เกลน่ะดัดแปลงไปแล้วไง ด้วยสีผมเนี่ย” เกลหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเบนความสนใจไปที่เสียงจากไมโครโฟน

เมษาในฐานะประธานรุ่นปีสามและหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมของงานรับน้องก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีเล็ก ๆ ข้างหน้า เธอรวบผมหางม้าเรียบร้อยและสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดอย่างคมกริบ ใบหน้าของเธอดูสงบและมีอำนาจตามแบบฉบับของคนที่ต้องควบคุมสถานการณ์ใหญ่

เสียงประกาศของเธอดังออกมาจากไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง:

“เอาล่ะค่ะน้องๆ วันนี้พอแค่นี้นะคะ” เมษาพูดผ่านไมค์

“พี่ๆ เข้าใจว่าคณะของเราอาจจะไม่ได้เข้มงวดเรื่องการแต่งกายมากนัก แต่สำหรับน้องๆ ปีหนึ่ง อย่าลืมนะคะว่ากฎระเบียบของมหาวิทยาลัยในช่วงปีแรกยังค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกายให้เรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดคือห้ามย้อมผมในช่วงรับน้องนะคะ!”

เมษาพูดจบ ก็มีเสียงฮือฮาเล็กน้อยจากกลุ่มน้องใหม่ ขณะที่เกลหัวเราะคิกคักเบา ๆ

“เห็นไหมล่ะ?” เกลหันไปกระซิบกับพิชชี่ “หลังจากผ่านปีหนึ่งมาได้ เกลเลยย้อมผมบลอนด์ทันที!”

พิชชี่ทำปากยื่น “แกมันสายแข็งอยู่แล้ว! แต่เอาเถอะ อย่างน้อยกิจกรรมวันนี้ก็จบแล้ว ไปหาอะไรกินกัน ฉันหิวมาก!”

เมษายิ้มให้ทุกคนก่อนจะวางไมค์ลง และเดินลงจากเวทีมาหาเพื่อน ๆ ทันที

“จบสักที” เมษาถอนหายใจ “เหนื่อยจะตายอยู่แล้วค่ะ ไป! พิชชี่หิวแล้ว ไปหาอะไรรองท้องก่อนเข้าประชุมบ่ายกันดีกว่า”

ทุกคนเก็บของอย่างรวดเร็ว เสียงบ่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จางหายไปแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนสนิท ที่พร้อมจะวุ่นวายและไปหาของอร่อยกินกันต่อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 15

    “หัวเราะอะไรหนักหนา ยัยอ้วน!” คิรินแกล้งทำเสียงดุ เกลรีบหยุดหัวเราะ แล้วทำท่าจะถอยหนี แต่ไม่ทันแล้ว คิรินคว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว แล้วอุ้มร่างเล็กของเธอขึ้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียว ทำให้เกลต้องรีบใช้มือโอบรอบคอเขาไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ“เฮ้ย! ทำอะไรของนาย!” เกลตกใจ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นทันทีที่ถูกอุ้มลอยขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงแบบฉับพลันคิรินชั่งน้ำหนักของเกลอย่างสบาย ๆ ในวงแขน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เกลใจเต้นไม่เป็นส่ำ“ก็ไม่อ้วนเท่าไหร่นะ” คิรินยิ้มกวน ๆ “ตัวแค่นี้” เกลพยายามดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนที่เปียกน้ำของเขา“ปล่อยนะไอ้บ้า! เกลใส่ชุดถ่ายรูปอยู่นะ!”“ไม่ปล่อย!” คิรินทำเสียงดื้อ ก่อนที่เขาจะพาเกลเดินไปที่ขอบสระว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว“กรี๊ดดดด!” เกลร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไรคิรินกระโดดลงน้ำต่อทันที โดยที่ยังอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ร่างของทั้งคู่ตกลงไปในน้ำพร้อมกัน ทำให้เกิดเสียงดัง ตูม! ตามมาเป็นครั้งที่สาม น้ำกระเซ็นไปทั่วบริเวณจนเพื่อน ๆ ที่เหลือหัวเราะลั่น ส่วนเกลเมื่อโผล่ขึ้นมาจากน้ำ เธอก็รีบพ่นน้ำออกจากปาก แล้วตีไหล่ของคิรินอย่างแรงด้วยความโมโหที่ปนความ

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 14

    นี่มันน่าจับมาตีแทนคุณป้าอรุณีจริง ๆ เลย สั้นจนเห็นตูดละนั้น! ถ้าไม่ติดว่าผ้ามันพลิ้ว ๆ แล้วมีกางเกงซับในนะ...คิรินวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาเกลที่กำลังหมุนตัวอยู่หน้ากระจก“ชุดนี้สวยนะ” คิรินพูดเสียงทุ้ม เขายืนประชิดด้านหลังเกลจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเขา“แน่นอน” เกลตอบอย่างภูมิใจ คิรินโน้มตัวลงมาใกล้จนปากของเขาอยู่ข้างใบหูของเธอ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว“แต่เกลมันโป๊ไป”เกลหันขวับมามองเขาอย่างกวนๆ “โป๊อะไรละ ยาวเป็นคืบ”คิรินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เขาละเบื่อไอนิสัยดื้อตาใสของยัยอ้วนจริงๆเขาใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่เอวบางของเกล ก่อนจะเลื่อนมือลงไปสัมผัสที่ขอบกระโปรงสั้นกุดของเธอ การสัมผัสที่ดูรุกล้ำและคุกคามทำให้เกลตัวแข็งทื่อทันที“มันถอดง่ายไงล่ะ” คิรินพูดเสียงต่ำ ดวงตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเกลอย่างดุดัน “ผู้ชายมันไม่ได้คิดดีแบบที่เธอคิดหรอกนะเกล”เขาหยุดมือไว้ที่ขอบกระโปรงนั้น ก่อนจะเลื่อนมันขึ้นไปสัมผัสที่ต้นขาของเธอเบา ๆ เป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของชุดที่ง่ายต่อการเข้าถึง“ขนาดฉันที่อยู่กับเกลแบบ

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 13

    คิรินปล่อยให้เดย์จัดการเรื่องข้างนอกร้าน ก่อนที่เขาจะพุ่งกลับเข้ามาในร้าน ‘มินิมา’ อีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลและร่องรอยของการต่อสู้เล็กน้อยเขาตรงไปที่โต๊ะของเกลทันที เกลที่กำลังเต้นอยู่กับพิชชี่ ด้วยท่าทางยั่วยวน ก็ต้องชะงักเมื่อ โดนกระชากแขนอย่างแรงเสียงหวานร้องครางออกมานิดหน่อย ด้วยความเจ็บที่ข้อมือ เธอถูกแรงกระชากจนตัวของเธอ ปลิวไปชนกับร่างสูง แผ่นอกของเธอกระแทกเข้ากับกล้ามเนื้อแข็ง ๆ ของคิรินอย่างจัง“เป็นบ้าอะไรเนี่ย คิริน!” เกลบ่นออกมาอย่างหัวเสีย เธอพยายามจะดึงมือกลับคิรินไม่รอช้า เขาหันไปบอกลาเพื่อน ๆ ของเกลอย่างรีบร้อย โดยใช้ท่าทางที่สุภาพแต่เด็ดขาด“ขอโทษนะเมษา ข้าวฟ่าง ฉันขอพาเกลกลับก่อนนะ”ก่อนที่เมษาจะทันได้ตอบ คิรินก็ ดึงร่างบางให้เดินตามเขาไป เกลอารมณ์เสียมากแต่เพราะตัวเธอเล็กกว่ามากเลยสู้แรงไม่ไหว ต้องจำยอมเดินตามเขาออกมาจากร้านเหล้าที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายคิรินไม่พูดอะไรกับเธอ ตลอดทางที่ขับรถ รถออดี้คันหรูก็พุ่งไปสู่จุดหมายของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว“จะพาเกลไปไหน เกลถามเสียงดังด้วยความหวาดระแวงและหงุดหงิด แต่คิรินก็ยังคงนิ่งเงียบรถมาจอดเทียบหน้าอาคา

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 12

    มีนา? คิรินปิดเปลือกตาลงอย่างหงุดหงิด มีนา แฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกันไปเมื่อหลายเดือนก่อน กำลังอยู่ในร้านเดียวกับเกล!“มึงอยู่ที่ ‘มินิมา’ ใช่ไหม!” คิรินถามย้ำจนสุดท้ายก็ได้ตำแหน่งที่ชัดเจน“เออ! แต่กูไม่รู้แล้วนะว่ายัยอ้วนไปอยู่ไหนแล้ว!” คิรินตัดสายทิ้งทันที เขาลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้าแจ็คเก็ตและกุญแจรถ“พี่สอง! ผมไปก่อนนะ งานเสร็จแล้ว!”ก่อนที่พี่รหัสจะอ้าปากโวยวาย คิรินก็รีบพุ่งออกจากห้องไปทันที เขาควบรถออดี้ สีดำ ออกจากตึกคณะอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เดย์บอกทันทีร้าน ‘มินิมา’ เต็มไปด้วยเสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่เร้าใจและแสงไฟนีออนสลัว ๆ โต๊ะของแก๊ง แรดเรียกพี่กระทิงเรียกน้อง โดดเด่นอยู่กลางร้านเมษา ที่ปกติจะดูเป็นสาวเข้มงวดและเคร่งเครียดกับการเป็นประธานรุ่น วันนี้กลายเป็น สาวเซ็กซี่ เต็มตัว ร่างบางสูงโปร่งของเธอสวมชุดราตรีสั้นสีแดงสดผ่าข้างเล็กน้อย เรียกสายตาของคนรอบข้างได้ไม่ยากเลยส่วน ข้าวฟ่าง ที่ปกติจะเรียบร้อยและแต่งตัวติสต์ ๆ วันนี้ผมที่ชอบม้วนเป็นมวยและต้องมีดินสอปักทุกครั้ง ได้ ปล่อยปลายสยายลงมาเกือบถึงบั้นเอว ร่างเล็กใส่สายเดี่ยวสีขาว กระโปรงขาวถึงข

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 11

    คิรินเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้เกลยืนอยู่กลางห้องพร้อมกับความสับสน ความโกรธ และความอับอายที่ปนเปกันอยู่ เกลหยิบเสื้อผ้ามาสวมอย่างรีบร้อน โดยพยายามไม่มองไปที่ประตูห้องน้ำครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคิรินและเกลก็รีบออกจากคอนโดมาขึ้นรถออดี้สีดำคันหรู เพื่อไปมหาวิทยาลัยเกลนั่งเงียบ ๆ ที่เบาะข้างคนขับ เธอพยายามจดจ่ออยู่กับวิวข้างทางเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับคิริน แต่ความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงทันทีเสียงไลน์กลุ่มแรดเรียกพี่ กระทิงเรียกน้อง กรีดร้องไม่หยุดเกลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว กลุ่มแชทของเพื่อน ๆ เต็มไปด้วยข้อความและอิโมจิกรีดร้องนับไม่ถ้วนMISSPichy: กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!! @Glae แกทำอะไร!!! **แม่ดาราออกมาแถลงสื่อค่ะคนออะไรเป็นข้าว: [ภาพที่คิรินลงถูกแคปลงกลุ่มไลน์] เกล! นี่มันรูปอะไร! แกกับคิรินคือ คือผีผลักกันจริง ๆ เหรอคะ!!!Maysa: อุ๊ย!!!MISSPichy: บอกมาว่านี้แค่ซ้อมเดินแบบด้วยกัน ทำไมถึงนอนซบกันเบอร์นี้! OMG! แกหลงเสน่ห์เจ้าชายแห่งมอ ไปแล้วใช่ไหม!เกลหน้าแดงก่ำ เธอหันไปมองคิรินที่กำลังขับรถอย่างสบายอารมณ์“บ้าจริง คินลงรูปบ้าอะไรเนี่ย ผู้ชา

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 10

    หลังจากการไลฟ์สดสั้น ๆ สิ้นสุดลง เกลก็ถอดเครื่องสำอางออกอย่างรวดเร็ว เธออาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าไหมซาตินสีดำที่ให้สัมผัสเย็นสบาย แล้วเดินออกมาจากห้องนอนเธอเห็น คิรินกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่นอย่างสบายอารมณ์ เขาสวมแค่กางเกงวอร์มตัวเดียว เผยให้เห็นแผ่นหลังที่กว้างและรอยกล้ามเนื้อที่คมชัดดูก็รู้ว่าเขาออกกำลังกายอย่างหนัก“นายมานั่งตรงนี้ทำไม!” เกลโวยทันที คิรินเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่นเกมอยู่“อ้าว ก็โซฟามันสบายที่สุด จะให้ไปนั่งโซฟาเล็ก ๆ ตรงนั้นทำไม”“แต่มันคือโซฟาของเกลนะ เกลต้องใช้นอนดูหนัง!” เกลเดินไปหยุดอยู่หน้าโซฟา “เกลต้องใช้พื้นที่ในการเยียวยาตัวเองจากโรคจิตที่อยู่แถวนี้”“งั้นนั่งนี้ปะ” คิรินลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ คิรินยิ้มกวน ๆ มือหนาก็ตบตักตัวเองสองสามที “ฉันก็ต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดเพื่อดูแลเธอเหมือนกะนนั่นแหละ ยัยอ้วน”เกลไม่อยากสนใจคนแถวนี้ ไม่รู้คนด้านนอกหรือด้านในไหนโรคจิตกว่ากัน เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง ตั้งใจจะเบียดให้คิรินขยับออกไป แต่แทนที่จะขยับ คิรินกลับทิ้งน้ำหนักลงมาเล็กน้อย ทำให้เกลถูกบีบให้ติดอยู่กับพนักพิงโซฟา พวกเขาอยู่ในระยะประช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status