Masukโรงอาหารกลาง มหาวิทยาลัย X
กลุ่มเพื่อนทั้งสี่คนมานั่งรวมกันที่โต๊ะประจำในโซนที่เงียบสงบที่สุดของโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัยเกลซึ่งมีใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตราวกับเพิ่งออกจากสตูดิโอกำลังกินสลัดไก่ย่าง ที่ไร้น้ำสลัดรสจัดจ้านเพื่อควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด ขณะที่ข้าวฟ่างกินข้าวมันไก่ชามโตได้อย่างสบายอารมณ์
“นี่! ฉันบอกแล้วไงว่าปีนี้เด็ดจริง! ฉันเห็นน้องปีหนึ่งสาขาการแสดงคนหนึ่งชื่อ ต้า” พิชชี่เริ่มเปิดประเด็นเม้าท์มอยทันทีที่นั่งลง เขาเลือกสั่งบะหมี่เกี๊ยวและกำลังใช้ช้อนเขี่ยหมูแดงส่วนมัน ๆ ออกอย่างประณีต
“ไม่ต้องเขี่ยก็ได้มั้งพิชชี่” เมษาที่นั่งตรงข้ามพูดพลางหัวเราะเบา ๆ เธอเลือกเมนูมังสวิรัติ
“ไม่ได้ย่ะ! ฉันเป็นศิลปะการแสดง! ฉันต้อง Maintain หุ่น! ไม่เหมือนพวกดีไซเนอร์บางคนที่กินแต่ผักกาดหอมจนจะกลายเป็นกระต่าย” พิชชี่ว่าพลางเหลือบมองจานสลัดของเกล
เกลตักผักเข้าปากอย่างใจเย็น เธอจัดระเบียบเส้นผมสีบลอนด์และตรวจสอบการเขียนขอบตาของตัวเองผ่านกระจกในตลับแป้งเล็ก ๆ อย่างรวดเร็ว แม้จะกินสลัด เธอก็ยังคงไว้ซึ่งความงามที่สมบูรณ์แบบ
“แล้วต้าที่ว่านั่นมันดียังไงเหรอ?” ข้าวฟ่างถามอย่างสนใจ ดวงตาเป็นประกาย เธอเพิ่งกินข้าวมันไก่ไปครึ่งจานแล้ว แถมยังสั่งลอดช่องน้ำกะทิมาวางรอไว้ข้าง ๆ เธอเป็นคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
“กว่านั้นสิยะ! หล่อแบบ พระเอกซีรีส์วาย เลย! สูง หุ่นดี ผิวขาว ปากแดง และที่สำคัญคือ… หน้าตาดูเย่อหยิ่งมาก! เหมือนเจ้าชายที่เดินลงมาจากหอคอย! นึกออกปะ? The unattainable one!” พิชชี่ทำท่าทางประกอบอย่างออกรสออกชาติ ราวกับกำลังแสดงละครเวทีอยู่กลางโรงอาหาร
เกลหัวเราะพลางวางส้อมลง “เจ้าชายตกบัลลังก์เหรอ? น่าสนใจนะ”
“แกก็สนใจแต่เรื่องแบบนี้แหละเกล” พิชชี่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “แต่ช่างเถอะ! ประเด็นคือ พวกแกคิดว่าเราควรจะเอาใครมาเป็น ตัวเดินแบบหลัก ในงานแฟชั่นโชว์ของคณะช่วงปลายปีดี?”
เมษาตอบอย่างมีเหตุผล “ถ้าเป็นงานโชว์ของ แฟชั่นดีไซน์ เราควรเน้นคนที่รูปร่างตามแบบที่กำหนด และมีทัศนคติที่ดีในการทำงานนะพิชชี่ น้องสาขาเราเองก็มีหลายคนที่หุ่นดี”
“อี๋! น้องในสาขาดีไซน์มันดู อินดี้ เกินไปย่ะ! ชุดที่เกลออกแบบมามันคือ ชุดว่ายน้ำสุดแซ่บ นะ! มันต้องใช้คนที่ยืนแล้วดูเป็น Statement! ฉันว่าน้องต้าที่ฉันเห็นนั่นแหละ! ลุคแบบ Bad Boy ที่กำลังจะมาเป็นพระเอกซีรีส์วาย มันจะช่วยดึงดูดสื่อได้เยอะ” พิชชี่พยายามโน้มน้าว
ข้าวฟ่างพยักหน้าเห็นด้วยขณะที่กำลังดูดลอดช่อง
“จริงค่ะเกล! พิชชี่พูดถูก! ถ้าชุด Siren Strings ของเกลได้นายแบบนางแบบที่มี ออร่ามันจะปังกว่านี้อีก! ข้าวว่าเราควรส่งเมษาไปทาบทามน้องต้าดูนะ เมษาเป็นประธานรุ่น ดูน่าเชื่อถือ”
เกลเช็ดปากด้วยทิชชู่อย่างแผ่วเบา โดยระวังไม่ให้ลิปสติกเลอะ แล้วจึงหันไปมองออกไปนอกหน้าต่างโรงอาหารอย่างใช้ความคิด
“เอาสิ” เกลตอบเสียงเรียบ “แต่เกลไม่ยุ่งนะ ให้พวกแกจัดการไป เพราะชุดว่ายน้ำของเกล ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับนายแบบที่หล่อที่สุด แต่ถูกออกแบบมาสำหรับ ผู้หญิงที่ต้องการความมั่นใจที่สุด”
“นี่ไง! เกลมาอีกแล้ว! พูดจาเป็นปรัชญาชุดว่ายน้ำ” พิชชี่บ่น แต่ก็ยิ้มอย่างพอใจ “เอาเป็นว่า เมษา! ภารกิจทาบทาม เจ้าชายต้า เป็นของแกนะ!”
เมษาถอนหายใจ แต่ก็ยิ้มรับบทบาท “โอเคค่ะ ฉันจะลองติดต่อให้ ถ้าเขาตกลง พวกแกต้องเลี้ยงข้าวฉันนะ”
ทุกคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน ปมเรื่องนายแบบและนางแบบสำหรับแฟชั่นโชว์ของคณะก็กลายเป็นเรื่องใหม่ให้เม้าท์มอยกันไปจนหมดชั่วโมงพักเที่ยง
ห้องประชุมคณะกรรมการนักศึกษา, มหาวิทยาลัย X
หลังกินข้าวเสร็จไม่นาน กลุ่มเพื่อนก็ย้ายมาที่ห้องประชุมของคณะกรรมการนักศึกษาเพื่อเตรียมเอกสารสำหรับกิจกรรมในช่วงเย็น
“เรื่องชุดว่ายน้ำ Siren Strings ของแกน่ะเกล” เมษาเปิดแฟ้มเอกสารขึ้นมาพลางพูด “ถ้าเราจะทำโชว์ใหญ่ปลายเทอมจริงๆ เกลว่าเราควรหาคอนเซปต์ที่ดีกว่าที่เรามีนะ”
เกลที่กำลังใช้กระดาษซับความมันบนใบหน้าอย่างเบามือเงยหน้าขึ้นมา “เกลก็คิดแบบนั้นแหละเมษา”เธอวางกระดาษซับหน้าลงในถังขยะอย่างเรียบร้อย
“เกลตัดสินใจแล้วว่า เราจะไม่ใช้ชุดจากแบรนด์ของเกล สำหรับงานโชว์ของสาขา แต่เราจะออกแบบคอลเลกชันใหม่ขึ้นมาทั้งหมดเลย”
“อะไร? ออกแบบใหม่หมดเลยเหรอ?! แกจะเอาเวลาที่ไหนไปทำยะ! แบรนด์ตัวเองก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว!” พิชชี่เบิกตากว้าง
“เวลาน่ะมีเสมอ ถ้าเราอยากทำ” เกลตอบอย่างมั่นใจ น้ำเสียงของเธอแสดงความมุ่งมั่นในฐานะดีไซเนอร์ที่จริงจัง
“คอนเซปต์ของชุดใหม่เกลคิดไว้แล้ว เกลจะว่าจะทำเป็นชุดที่ออกนอกกรอบที่ผสมผสานวัฒนธรรมกับชุดที่นิยมช่วงนี้ ดีไหม” เธอพูดพร้อมขอความเห็นเพื่อนๆ
“ข้าวว่าดีนะ เอาเกลย”ข้าวฟ่างปรบมือเบา ๆ
“เอาล่ะ ถ้าเกลตกลงจะออกแบบใหม่หมด ก็เท่ากับว่าเราต้องรีบทาบทามนายแบบนางแบบให้ได้ก่อนสิ้นสัปดาห์นี้” เมษาพูดอย่างจริงจัง “ฉันจะไปหา ต้า ที่ตึกศิลปะการแสดงเดี๋ยวนี้แหละ ถ้าได้เขามาร่วมงาน คอนเซปต์ของเกลจะยิ่งปังขึ้นไปอีก”
ตึกคณะศิลปะการแสดง
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมษาเดินถือแฟ้มเอกสารตรงไปที่ตึกคณะศิลปะการแสดง ซึ่งเป็นที่ที่เธอมั่นใจว่าจะเจอน้องต้าได้
เมษาพบต้ากำลังซ้อมบทละครอยู่กับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ต้าที่สูงและดูโดดเด่นสะดุดตาตามที่พิชชี่บรรยายไว้หยุดซ้อมทันทีเมื่อเมษาเข้าไปทักทาย
“สวัสดีค่ะน้องต้า พี่ชื่อเมษานะคะ เป็นประธานรุ่นปีสามของคณะศิลปกรรมศาสตร์” เมษายื่นนามบัตรคณะให้ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุด
“พี่อยากชวนน้องมาเป็น Model หลัก ในแฟชั่นโชว์ใหญ่ของกลุ่มพี่ พอจะสนใจไหมคะ?”
ต้ารับนามบัตรไปดูอย่างสุภาพ แต่สีหน้ากลับดูเกรงใจ
“สวัสดีครับพี่เมษา ขอบคุณมากนะครับที่สนใจ” ต้ากล่าว “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากเลยครับที่พี่มาทาบทามถึงที่เลย”
เมษายิ้มกว้าง “โอเคเลย งั้น…”
“แต่ว่า” ต้าเว้นจังหวะ “ต้องขอโทษพี่เมษาจริงๆ ครับ คือตอนนี้ผมรับงานถ่ายแบบให้กับ กลุ่มพี่ปีสามไปแล้วครับ พวกพี่ๆ มาคุยกับผมตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ให้เป็นนายแบบหลักในโปรเจกต์ใหญ่ของเขาพอดี ผมเลยรับปากไปแล้วครับ”
เมษาถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย
“อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ” เมษาพยายามเก็บอาการผิดหวัง “ไม่เป็นไรค่ะ งั้นพี่ขออวยพรให้งานของน้องประสบความสำเร็จนะคะ”
“ขอบคุณครับพี่เมษา” ต้ายิ้มตอบ
ห้องประชุมคณะกรรมการนักศึกษา, มหาวิทยาลัย X
“เสียใจด้วยนะพิชชี่” เมษาบอก “น้องต้า ถูกทาบทามไปแล้วอะ” เมษาถอนหายใจและทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน
พิชชี่ทำหน้าตกตะลึงราวกับโลกกำลังแตก เขาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง มือเรียวยกขึ้นกุมหน้าอย่างดราม่า
“อะไรนะ! จริงดิ นี่มันการทำลายล้างความฝันชัดๆ ต้าของพี่ฉันเล็งไว้นานละนะ”
“พิชชี่ เว่อร์ละ” เกลพูดพลางรวบผมของตัวเองอย่างขำๆ ดวงตาที่แต่งแต้มอย่างพิถีพิถันของเธอฉายแววครุ่นคิด
“ไม่บ่นได้ไงยะเกล ชุดแกมันดีมากนะแต่ไม่มีนายแบบที่มีเสน่ห์พอจะดึงดูดคะแนนโหวตจากคนทั้งมหาวิทยาลัยไม่ได้ด้วย งานนี้มันเน้นโหวตสาธารณะถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์นะ” พิชชี่โวยวาย
ข้าวฟ่างรีบเดินเข้ามาปลอบพิชชี่ “ใจเย็น ๆ นะคะพิชชี่ ถึงต้าจะไม่ได้ แต่เราก็ต้องหาคนใหม่ได้สิ”
“ปัญหาคือใครล่ะข้าวฟ่าง!” พิชชี่เด้งตัวขึ้น “พวกน้องปีหนึ่งสาขาฉันที่เหลือก็ดูพื้น ๆ เกินไป ไม่ก็ดูแข็งทื่ออย่างกับท่อนไม้”
เกลเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองไปที่บอร์ดขนาดใหญ่ที่เมษาเขียนรายละเอียดงานประกวดเอาไว้
🏆 วิทยานิพนธ์ศิลป์: ไร้กรอบ
· ตัดสิน: กรรมการ (50%) | โหวตสาธารณะ (50%)
“ไม่ต้องหาจากคณะศิลปะการแสดงก็ได้พิชชี่” เกลพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอเริ่มมีประกายความคิด
“งานนี้มันคือ การสร้างสรรค์ที่ไร้กรอบ เกลอยากได้คนที่ดูแตกต่างไปจากเดิม ที่ไม่จำเป็นต้องหล่อแบบเจ้าชาย แต่ต้องมี เอกลักษณ์ ที่แข็งแกร่ง”
“เอกลักษณ์แบบไหนล่ะเกล” เมษาถามอย่างสนใจ
เกลยิ้มเล็กน้อย พลางใช้ดินสอที่ปักอยู่บนดังโงะของข้าวฟ่างมาวาดสเก็ตช์คร่าว ๆ บนกระดาษแผ่นหนึ่ง
“เราอยากได้คนที่ดู ต่อต้านแฟชั่น ดูเข้าถึงยาก ดูเหมือนคนที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แต่พอใส่ชุดของเราแล้วมันจะเกิด ความขัดแย้งที่ดึงดูด เกลอยากได้คนที่ดูดิบ ดูจริง ไม่ใช่แค่หล่ออย่างเดียว”
“แค่นายแบบก็ขัดแย้งกันแล้ว กูจะบ้า” พิชชี่ทำปากยื่น
“แบบนี้จะไปหาจากไหนได้ล่ะ! ต้องเป็นพวกนักเรียนสถาปัตย์ที่ดูเซอร์ ๆ หรือพวกวิศวะที่ดูเนิร์ด ๆ เลยนะยะ!”
“ทำไมจะหาไม่ได้ล่ะพิชชี่” ข้าวฟ่างพูดอย่างร่าเริง
“ลองไปดูตามคณะอื่นๆ สิคะ! พิชชี่กับเมษาถนัดเรื่องการส่องผู้ชายจะตายไป”
เมษายกมือขึ้นแตะคางอย่างใช้ความคิด “ข้าวฟ่างพูดถูก ถึงต้าจะไปแล้ว แต่เราก็ยังเหลือเวลาอีกสองสัปดาห์ก่อนถึงเส้นตายการยืนยันรายชื่อนายแบบนางแบบ” เมษาหันไปทางพิชชี่
“พิชชี่! ภารกิจใหม่ของเราคือ ปฏิบัติการค้นหาหานายแบบ เราจะแยกกันไปสแกนผู้ชายที่ดูน่าสนใจตามคณะต่างๆ บอกรายละเอียดนายแบบที่แกต้องการให้ละเอียดกว่านี้หน่อยสิ!”
เกลพยักหน้าอย่างเห็นด้วย สายตาของเธอเต็มไปด้วยไฟแห่งการสร้างสรรค์ เธอพร้อมที่จะเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นความท้าทายครั้งใหม่
“ได้เลย! เกลจะวาดภาพของนายแบบที่ต้องการให้พวกพิชชี่ไปตามล่ามานะ”
ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัย X
เมษาและพิชชี่แยกตัวออกมาจากห้องประชุมทันทีหลังได้รับแบบจากเกล โดยเมษาถือโทรศัพท์มือถือที่บันทึกภาพสเก็ตช์นายแบบที่เกลต้องการไว้ ส่วนพิชชี่สวมแว่นกันแดดอันใหญ่พร้อมสแกนทุกองศา
“ให้ตายสิเมษา! ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องมาเริ่มที่ตึกวิศวะก่อนด้วย!” พิชชี่บ่นขณะที่พวกเขาเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาชายในชุดช็อปที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและเหงื่อ
“ก็ตามที่แกพูดไงพิชชี่” เมษาตอบอย่างใจเย็น
“เกลอยากได้คนที่ดู ‘ดิบ ดูจริง ไม่ใช่แค่หล่อ’ พวกนักศึกษาคณะนี้แหละที่ดูดิบ เถื่อนที่สุดแล้ว”
“แต่แกดูแต่ละคนสิยะ!” พิชชี่ชี้ไปที่กลุ่มชายหนุ่มที่กำลังเดินหัวเราะกันออกมาจากห้องแล็บ
“นี่มันไม่ใช่ ‘ดิบ’ นะ! นี่มัน ‘สกปรก’ ย่ะ! แฟชั่นของเกลมันคือ ศิลปะที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่ชุดคลุมช่างยนต์นะ!”
เมษาหัวเราะเบาๆ เธอหยุดเดินเพื่อพิจารณาผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ใต้ต้นไม้ เขาตัวสูง มีโครงหน้าที่ชัดเจน แต่ใส่แว่นหนาเตอะและเสื้อยืดสีซีด
“คนนั้นล่ะ?” เมษาเอ่ย พิชชี่ใช้มือป้องปากกระซิบ
“หน้าตาผ่าน แต่แว่นตาใหญ่ไป! และดูสิ เสื้อยืดนั่นย้วยมาก! มันไม่มีความ ‘สตรีทแฟชั่น’ เลยเมษา! มันมีแต่ความ ‘เนิร์ด’ ล้วน ๆ! ถ้าให้คนแบบนี้ใส่ชุด The Unseen Art ของเกล คะแนนโหวตสาธารณะห้าสิบเปอร์เซ็นต์เราจะร่วงไปอยู่ใต้บาดาลเลยนะ!”
“แต่เกลไม่ได้ต้องการคนหล่อแบบพระเอกซีรีส์วายแล้วนะพิชชี่” เมษาย้ำ
“เธอต้องการเอกลักษณ์”
“เอกลักษณ์น่ะใช่! แต่ต้องเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนอยากมองไม่ใช่เอกลักษณ์ที่ทำให้คนอยากมองข้าม!” พิชชี่พูดอย่างมีหลักการ
“ไม่เอาแล้วตึกนี้! เสียเวลา! ไปตึกสถาปัตย์เลย! อย่างน้อยพวกนั้นก็มีความเป็นศิลปินอยู่บ้าง!”
ตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ทั้งคู่ย้ายมาที่ตึกสถาปัตย์ ซึ่งมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและดูมีสไตล์กว่ามาก ผนังอาคารเต็มไปด้วยภาพสเก็ตช์และโมเดลที่ยังสร้างไม่เสร็จ
พวกเขาเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาที่กำลังระดมความคิดกันอย่างเคร่งเครียด บางคนใส่เสื้อผ้าที่ดูวินเทจ บางคนใส่เสื้อผ้าสีเรียบ ๆ แต่ดูดี
“นี่ดูดีขึ้นมาหน่อย” พิชชี่พูดพลางสแกนกลุ่มนักศึกษาที่กำลังสูบกาแฟ “คนนั้นที่ใส่หมวกบีนนี่! หน้าตาดูติสต์ดีนะ!”
เมษาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเทียบกับสเก็ตช์ของเกล “สูงไม่พอพิชชี่ และไหล่แคบไปหน่อย”
“เฮ้อ! เกลก็เรื่องมากเกินไปแล้วนะ!” พิชชี่ถอนหายใจยาว “นี่มันงานเดินแบบประกวดนะ ไม่ใช่การหานายแบบมืออาชีพที่ต้องตรงตามขนาดทุกตารางนิ้ว!”
“นั้นสิ แต่หุ่นนายแบบก็มีผลกับชุดนะ” เมษาพูดอย่างหนักแน่น “เราต้องหาคนที่ทำให้เกลไม่ต้องแก้ชุดเยอะที่สุดด้วย”
พิชชี่ทอดถอนใจ เขาพิงกำแพงอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“ไม่ไหวแล้วเมษา! ฉันเริ่มหมดพลังการสแกนผู้ชายแล้วนะ! ทำไมการหาผู้ชายดี ๆ สักคนมันถึงได้ยากขนาดนี้!”
ในขณะที่พิชชี่กำลังบ่นอย่างท้อแท้ เมษาก็เหลือบไปเห็นประตูสตูดิโอแห่งหนึ่งที่ถูกเปิดแง้มไว้ ด้านในดูมืดสลัวและเต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการทำงานศิลปะชิ้นใหญ่ ๆ
“พิชชี่” เมษาเรียกเสียงเบา “ลองดูคนนั้นสิ”
พิชชี่หันตามสายตาของเมษา
ชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้นพิงขาโต๊ะทำงาน มีแสงไฟจากโคมไฟดวงเดียวส่องกระทบใบหน้า เขาไม่ได้สนใจโลกรอบตัว กำลังใช้ผ้าเช็ดมือที่เปื้อนสีและผงฝุ่นเช็ดเครื่องมือทำงานศิลปะบางอย่าง
เขาดูสูง ร่างกายผอมเพรียวแต่ดูแข็งแรงจากการใช้แรงงาน ผิวคล้ำแดดเล็กน้อย ผมยาวปรกหน้า แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาคือแววตาของเขาที่ดูเย็นชาและไม่สนใจสิ่งใด
“โอ้โห้” พิชชี่พึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนจากความเบื่อหน่ายเป็นความตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว
ชายคนนั้นในสตูดิโอดูแตกต่างจากทุกคนที่พวกเขาเจอมาอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้หล่อแบบสะอาดสะอ้านเหมือนต้า แต่มีบางอย่างที่ดูเป็น เอกลักษณ์ที่จับต้องไม่ได้ ตามที่เกลต้องการ
พิชชี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที “คนนี้แหละเมษา! คนนี้แหละคือ ปัง”
“หัวเราะอะไรหนักหนา ยัยอ้วน!” คิรินแกล้งทำเสียงดุ เกลรีบหยุดหัวเราะ แล้วทำท่าจะถอยหนี แต่ไม่ทันแล้ว คิรินคว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว แล้วอุ้มร่างเล็กของเธอขึ้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียว ทำให้เกลต้องรีบใช้มือโอบรอบคอเขาไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ“เฮ้ย! ทำอะไรของนาย!” เกลตกใจ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นทันทีที่ถูกอุ้มลอยขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงแบบฉับพลันคิรินชั่งน้ำหนักของเกลอย่างสบาย ๆ ในวงแขน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เกลใจเต้นไม่เป็นส่ำ“ก็ไม่อ้วนเท่าไหร่นะ” คิรินยิ้มกวน ๆ “ตัวแค่นี้” เกลพยายามดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนที่เปียกน้ำของเขา“ปล่อยนะไอ้บ้า! เกลใส่ชุดถ่ายรูปอยู่นะ!”“ไม่ปล่อย!” คิรินทำเสียงดื้อ ก่อนที่เขาจะพาเกลเดินไปที่ขอบสระว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว“กรี๊ดดดด!” เกลร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไรคิรินกระโดดลงน้ำต่อทันที โดยที่ยังอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ร่างของทั้งคู่ตกลงไปในน้ำพร้อมกัน ทำให้เกิดเสียงดัง ตูม! ตามมาเป็นครั้งที่สาม น้ำกระเซ็นไปทั่วบริเวณจนเพื่อน ๆ ที่เหลือหัวเราะลั่น ส่วนเกลเมื่อโผล่ขึ้นมาจากน้ำ เธอก็รีบพ่นน้ำออกจากปาก แล้วตีไหล่ของคิรินอย่างแรงด้วยความโมโหที่ปนความ
นี่มันน่าจับมาตีแทนคุณป้าอรุณีจริง ๆ เลย สั้นจนเห็นตูดละนั้น! ถ้าไม่ติดว่าผ้ามันพลิ้ว ๆ แล้วมีกางเกงซับในนะ...คิรินวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาเกลที่กำลังหมุนตัวอยู่หน้ากระจก“ชุดนี้สวยนะ” คิรินพูดเสียงทุ้ม เขายืนประชิดด้านหลังเกลจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเขา“แน่นอน” เกลตอบอย่างภูมิใจ คิรินโน้มตัวลงมาใกล้จนปากของเขาอยู่ข้างใบหูของเธอ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว“แต่เกลมันโป๊ไป”เกลหันขวับมามองเขาอย่างกวนๆ “โป๊อะไรละ ยาวเป็นคืบ”คิรินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เขาละเบื่อไอนิสัยดื้อตาใสของยัยอ้วนจริงๆเขาใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่เอวบางของเกล ก่อนจะเลื่อนมือลงไปสัมผัสที่ขอบกระโปรงสั้นกุดของเธอ การสัมผัสที่ดูรุกล้ำและคุกคามทำให้เกลตัวแข็งทื่อทันที“มันถอดง่ายไงล่ะ” คิรินพูดเสียงต่ำ ดวงตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเกลอย่างดุดัน “ผู้ชายมันไม่ได้คิดดีแบบที่เธอคิดหรอกนะเกล”เขาหยุดมือไว้ที่ขอบกระโปรงนั้น ก่อนจะเลื่อนมันขึ้นไปสัมผัสที่ต้นขาของเธอเบา ๆ เป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของชุดที่ง่ายต่อการเข้าถึง“ขนาดฉันที่อยู่กับเกลแบบ
คิรินปล่อยให้เดย์จัดการเรื่องข้างนอกร้าน ก่อนที่เขาจะพุ่งกลับเข้ามาในร้าน ‘มินิมา’ อีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลและร่องรอยของการต่อสู้เล็กน้อยเขาตรงไปที่โต๊ะของเกลทันที เกลที่กำลังเต้นอยู่กับพิชชี่ ด้วยท่าทางยั่วยวน ก็ต้องชะงักเมื่อ โดนกระชากแขนอย่างแรงเสียงหวานร้องครางออกมานิดหน่อย ด้วยความเจ็บที่ข้อมือ เธอถูกแรงกระชากจนตัวของเธอ ปลิวไปชนกับร่างสูง แผ่นอกของเธอกระแทกเข้ากับกล้ามเนื้อแข็ง ๆ ของคิรินอย่างจัง“เป็นบ้าอะไรเนี่ย คิริน!” เกลบ่นออกมาอย่างหัวเสีย เธอพยายามจะดึงมือกลับคิรินไม่รอช้า เขาหันไปบอกลาเพื่อน ๆ ของเกลอย่างรีบร้อย โดยใช้ท่าทางที่สุภาพแต่เด็ดขาด“ขอโทษนะเมษา ข้าวฟ่าง ฉันขอพาเกลกลับก่อนนะ”ก่อนที่เมษาจะทันได้ตอบ คิรินก็ ดึงร่างบางให้เดินตามเขาไป เกลอารมณ์เสียมากแต่เพราะตัวเธอเล็กกว่ามากเลยสู้แรงไม่ไหว ต้องจำยอมเดินตามเขาออกมาจากร้านเหล้าที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายคิรินไม่พูดอะไรกับเธอ ตลอดทางที่ขับรถ รถออดี้คันหรูก็พุ่งไปสู่จุดหมายของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว“จะพาเกลไปไหน เกลถามเสียงดังด้วยความหวาดระแวงและหงุดหงิด แต่คิรินก็ยังคงนิ่งเงียบรถมาจอดเทียบหน้าอาคา
มีนา? คิรินปิดเปลือกตาลงอย่างหงุดหงิด มีนา แฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกันไปเมื่อหลายเดือนก่อน กำลังอยู่ในร้านเดียวกับเกล!“มึงอยู่ที่ ‘มินิมา’ ใช่ไหม!” คิรินถามย้ำจนสุดท้ายก็ได้ตำแหน่งที่ชัดเจน“เออ! แต่กูไม่รู้แล้วนะว่ายัยอ้วนไปอยู่ไหนแล้ว!” คิรินตัดสายทิ้งทันที เขาลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้าแจ็คเก็ตและกุญแจรถ“พี่สอง! ผมไปก่อนนะ งานเสร็จแล้ว!”ก่อนที่พี่รหัสจะอ้าปากโวยวาย คิรินก็รีบพุ่งออกจากห้องไปทันที เขาควบรถออดี้ สีดำ ออกจากตึกคณะอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เดย์บอกทันทีร้าน ‘มินิมา’ เต็มไปด้วยเสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่เร้าใจและแสงไฟนีออนสลัว ๆ โต๊ะของแก๊ง แรดเรียกพี่กระทิงเรียกน้อง โดดเด่นอยู่กลางร้านเมษา ที่ปกติจะดูเป็นสาวเข้มงวดและเคร่งเครียดกับการเป็นประธานรุ่น วันนี้กลายเป็น สาวเซ็กซี่ เต็มตัว ร่างบางสูงโปร่งของเธอสวมชุดราตรีสั้นสีแดงสดผ่าข้างเล็กน้อย เรียกสายตาของคนรอบข้างได้ไม่ยากเลยส่วน ข้าวฟ่าง ที่ปกติจะเรียบร้อยและแต่งตัวติสต์ ๆ วันนี้ผมที่ชอบม้วนเป็นมวยและต้องมีดินสอปักทุกครั้ง ได้ ปล่อยปลายสยายลงมาเกือบถึงบั้นเอว ร่างเล็กใส่สายเดี่ยวสีขาว กระโปรงขาวถึงข
คิรินเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้เกลยืนอยู่กลางห้องพร้อมกับความสับสน ความโกรธ และความอับอายที่ปนเปกันอยู่ เกลหยิบเสื้อผ้ามาสวมอย่างรีบร้อน โดยพยายามไม่มองไปที่ประตูห้องน้ำครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคิรินและเกลก็รีบออกจากคอนโดมาขึ้นรถออดี้สีดำคันหรู เพื่อไปมหาวิทยาลัยเกลนั่งเงียบ ๆ ที่เบาะข้างคนขับ เธอพยายามจดจ่ออยู่กับวิวข้างทางเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับคิริน แต่ความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงทันทีเสียงไลน์กลุ่มแรดเรียกพี่ กระทิงเรียกน้อง กรีดร้องไม่หยุดเกลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว กลุ่มแชทของเพื่อน ๆ เต็มไปด้วยข้อความและอิโมจิกรีดร้องนับไม่ถ้วนMISSPichy: กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!! @Glae แกทำอะไร!!! **แม่ดาราออกมาแถลงสื่อค่ะคนออะไรเป็นข้าว: [ภาพที่คิรินลงถูกแคปลงกลุ่มไลน์] เกล! นี่มันรูปอะไร! แกกับคิรินคือ คือผีผลักกันจริง ๆ เหรอคะ!!!Maysa: อุ๊ย!!!MISSPichy: บอกมาว่านี้แค่ซ้อมเดินแบบด้วยกัน ทำไมถึงนอนซบกันเบอร์นี้! OMG! แกหลงเสน่ห์เจ้าชายแห่งมอ ไปแล้วใช่ไหม!เกลหน้าแดงก่ำ เธอหันไปมองคิรินที่กำลังขับรถอย่างสบายอารมณ์“บ้าจริง คินลงรูปบ้าอะไรเนี่ย ผู้ชา
หลังจากการไลฟ์สดสั้น ๆ สิ้นสุดลง เกลก็ถอดเครื่องสำอางออกอย่างรวดเร็ว เธออาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าไหมซาตินสีดำที่ให้สัมผัสเย็นสบาย แล้วเดินออกมาจากห้องนอนเธอเห็น คิรินกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่นอย่างสบายอารมณ์ เขาสวมแค่กางเกงวอร์มตัวเดียว เผยให้เห็นแผ่นหลังที่กว้างและรอยกล้ามเนื้อที่คมชัดดูก็รู้ว่าเขาออกกำลังกายอย่างหนัก“นายมานั่งตรงนี้ทำไม!” เกลโวยทันที คิรินเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่นเกมอยู่“อ้าว ก็โซฟามันสบายที่สุด จะให้ไปนั่งโซฟาเล็ก ๆ ตรงนั้นทำไม”“แต่มันคือโซฟาของเกลนะ เกลต้องใช้นอนดูหนัง!” เกลเดินไปหยุดอยู่หน้าโซฟา “เกลต้องใช้พื้นที่ในการเยียวยาตัวเองจากโรคจิตที่อยู่แถวนี้”“งั้นนั่งนี้ปะ” คิรินลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ คิรินยิ้มกวน ๆ มือหนาก็ตบตักตัวเองสองสามที “ฉันก็ต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดเพื่อดูแลเธอเหมือนกะนนั่นแหละ ยัยอ้วน”เกลไม่อยากสนใจคนแถวนี้ ไม่รู้คนด้านนอกหรือด้านในไหนโรคจิตกว่ากัน เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง ตั้งใจจะเบียดให้คิรินขยับออกไป แต่แทนที่จะขยับ คิรินกลับทิ้งน้ำหนักลงมาเล็กน้อย ทำให้เกลถูกบีบให้ติดอยู่กับพนักพิงโซฟา พวกเขาอยู่ในระยะประช







