เข้าสู่ระบบ3
จับกลุ่มด้วยความบังเอิญ
บนที่นอนขนาด 6 ฟุต ปรากฏร่างอรชรของสาวเจ้าของใบหน้าสะสวย ไม่ใช่ใครที่ไหน? ใบหน้าสะสวยที่ว่าคือฉันเอง ตัวเลขดิจิตอลบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือบอกเลข
03:16
หมายถึงช่วงเวลาที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีหลังจากกินยาแก้วิงเวียนศีรษะ ฉันหลับยาวและไม่ได้ไปปาร์ตี้รับน้องใหม่กับเพื่อน ๆ ที่ได้นัดหมายกันไว้ และแน่นอนว่า Miss Call. จากกลุ่มเพื่อนทั้งสามโทรสายเข้ามากันแบบไฟแลบ
ข้อความแรกจากมะลิ ‘เป็นยังไงบ้าง มาปาร์ตี้มั้ย?’ ข้อความที่สองจากกาย ‘ไม่มาจริงดิ ไม่สบายขนาดนั้นเลยเหรอ’ ก็คนเมาคลื่นซัดกระทบฝั่งจะให้ทำยังไงได้ล่ะ! ส่วนข้อความที่สามจากเดือนฉาย ‘ตื่นยัง?’
คิ้วทั้งสองข้างขมวดมุ่นด้วยความฉงน เพราะข้อความจากเดือนฉายพึ่งถูกส่งมาเมื่อ 1 นาทีที่แล้ว ด้วยความสงสัยจึงรีบละเลงนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อตอบกลับข้อความ ทว่ายังพิมพ์ได้ไม่ถึงสองตัวอักษรสายจากเดือนฉายก็โทรเข้ามาพอดี
“ว่า...”
(อยู่หน้าคอนโด ซื้อข้าวต้มกับยามาให้)
ตุ๊ด...
สายจากเดือนฉายตัดไปหลังจากที่เขาพูดจบ โดยไม่เปิดช่องว่างให้ฉันได้ถามคำถามหรือส่งเสียงตอบกลับเลยสักนิดเดียว ดูจากน้ำเสียงแล้วเขาไม่น่าจะพูดเรื่องโกหก ดังนั้นฉันจึงรีบลุกขึ้นจากเตียง โดยไม่ได้ตรวจดูสภาพความเป็นอยู่ของเสื้อผ้าหน้าผม มุ่งหน้าลงจากชั้น 5 ไปยังหน้าคอนโดทันที
“อย่าบอกนะว่าพึ่งกลับจากร้าน”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงอันคุ้นตา เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทนั่งไพล่ขาอยู่บน Forza350 สีดำ ในมือข้างขวาถือโทรศัพท์มือถือราคาเกือบแสนเลื่อนดูอะไรบางอย่าง ส่วนมือข้างซ้ายคีบมวนบุหรี่ที่ดูแล้วน่าจะพึ่งถูกจุดสูบแบบหมาด ๆ
...ตัวจริงไม่ใช่ผี
เดือนฉายหยัดตัวขึ้นเต็มความสูง เมื่อเห็นว่าฉันเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพลันยื่นถุงข้าวต้มพร้อมน้ำวิตามินมาให้
“เมื่อหัวค่ำแวะมารับ แถมยังโทรหาแล้วไม่รับสายเลยคิดว่าน่าจะไม่สบาย”
“ที่จริงมึงไม่ต้องลำบากซื้อมาให้กูก็ได้นะ”
“มะลิมันเห็นโจ๊กที่หน้าร้านเหล้าที่ไปกินกันน่ะ เลยซื้อและวานให้กูแวะเอามาให้มึง”
“อ๋อ...” ฉันพยักหน้ารับเบา ๆ พลางเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเห็นว่าเดือนฉายใช้สายตามองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหัวเราะขำในลำคอ “มีอะไร?”
“สภาพ! ขึ้นห้องไป ดูไม่ได้เลย”
“เอ้า! ก็คนนอนพึ่งตื่น”
“ฮ่า ๆ ตลกชะมัด กูไปละ”
บรื้น!
รถของเดือนฉายทะยานไปบนท้องถนนหลังจากที่เขาพูดจบ โดยปล่อยให้ฉันอ้าปากรับลมเข้าท้องขณะที่กำลังจะส่งเสียงต่อว่า ที่บังอาจมาหัวเราะสภาพของฉันในสภาพที่พึ่งตื่นนอน
“ไอ้เพื่อนบ้านี่ คนพึ่งตื่นจะให้สวยเชะเลยหรือไง!”
ฉันยกถุงโจ๊กไข่ในมือขึ้นมาดูพลันนึกถึงคำพูดของคนที่พึ่งขับรถออกไป มะลิฝากซื้ออย่างนั้นเหรอ? ริมฝีปากหยักได้รูปคลี่ยิ้มบางเบาก่อนจะก้าวเข้าไปในตึก อย่างน้อยเพื่อนก็นึกถึง...แม้จะพึ่งรู้จักกันไม่นานก็ตาม
คณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยบัณฑิต
เพราะซัดโจ๊กจนพุงกางและตบท้ายด้วยของหวานที่ซื้อตุนเอาไว้ในตู้เย็น ตามด้วยยาแก้วิงเวียนศีรษะอีก 1 เม็ด ทำให้ฉันหลับยาวจนถึงแปดโมงเข้าเรียนสายเกือบหมดคาบเช้า
“ที่จริงมึงลาหยุดไปเลยก็ได้นะสำหรับวิชานี้”
“ไม่คิดว่าจะตื่นสายน่ะสิ” ฉันวางสัมภาระของตัวเองลงบนโต๊ะพลันทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ กับมะลิ และหันหน้าไปหากายที่ส่งเสียงทักทายเป็นคนแรกเมื่อขาก้าวเข้ามาภายในห้องเรียน “ว่าแต่เขาสั่งงานอะไรไปบ้างแล้ว”
“รายงานตั้งแต่ต้นเทอมเลยค้าบ”
“ใช่ และทำกันเป็นคู่” มะลิเสริม แล้วก้มหน้าดูไอแพดต่อ
“แล้วกูคู่กับใคร พวกมึงได้คู่ยัง”
“ทุกคนในห้องได้คู่กันหมดแล้ว” หัวหน้าห้องหรือสองหันหน้ามาตอบ ก่อนจะยื่นกระดาษรายชื่อที่ถูกลงรายละเอียดเอาไว้มาให้ฉันดู “มึงกับไอ้ฉายได้คู่กัน เพราะมาสายกันอยู่สองคน หรือบางทีวันนี้ไอ้ฉายอาจจะไม่มายังไงมึงช่วยไปอธิบายงานให้มันฟังด้วยนะ” ฉันพยักหน้ารับระรัวเมื่อสองเงยหน้าขึ้นมาสบสายตา “อาจารย์ให้ทำรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยที่หน้างานน่ะ ต้องออกไปสำรวจเองจริง ๆ แบบไม่ใช่นำข่าวมาลงอะไรทำนองนั้น”
“ส่งเป็นไฟล์หรือเล่มกระดาษ”
“เล่มกระดาษอ่ะดิ สมัยนี้แล้วโบราณฉิบหาย” ‘แป้ง’ ที่นั่งติดกับสองหันหลังมาตอบ แถมเธอยังกลอกตาด้วยความเซ็ง “ให้ส่งเป็นไฟล์ก็จบ ต้องทำเป็นเล่มเสียเงินอีก”
“เขาคงอยากเก็บเล่มรายงานของนักศึกษามั้ง” ฉันแสดงความคิดเห็น แต่ดูเหมือนว่าอีกสองคนคงไม่เห็นด้วย
“เป็นไฟล์มันก็เก็บได้ เก็บได้นานกว่าแบบเล่มและไม่หายด้วย”
“ใช่ ๆ ไอ้สองพูดถูก”
ฉันระบายยิ้มแหยพลางส่งเสียงหัวเราะแฮะ ๆ ให้กับเพื่อร่วมห้องที่บ่นเรื่องการส่งงานของอาจารย์ประจำวิชา ก่อนจะหันหน้าไปหามะลิที่นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาในรายงาน
“ได้คู่ใครเหรอ”
“ไอ้กายแก้ว”
“ทำไมมึงไม่เลือกกูอ่ะ โยนไปให้ไอ้ฉายทำไม”
“กูไม่ได้เลือกเองค่า อาจารย์เป็นคนจับฉลากเลือกคู่ให้”
“ดูเหมือนว่าวันนี้ไอ้ฉายมันจะไม่เข้าเรียนนะ ยังไงมึงก็โทรไปบอกมันด้วยแล้วกัน ใกล้หมดคาบแล้วกูขอตัวก่อนนะ มีธุระกับที่บ้านต้องรีบไป ยังไงเจอกันพรุ่งนี้”
กายไม่เว้นช่วงให้ฉันกับมะลิได้ตั้งคำถาม พูดรวดเดียวจบแล้วก็ลุกเดินออกจากห้องเรียนไป ปล่อยให้ฉันกับมะลิกะพริบตาปริบ ๆ สบสายตากันอยู่สองคน
“วันนี้เขาเป็นอะไร”
“ไม่รู้ ดูท่าทางร้อนรนตั้งแต่เข้าเรียน” มะลิไหวไหล่ขึ้น เธอเลิกสนใจเรื่องของกายและกลับไปสนใจหน้าจอไอแพดต่อ แต่ก็เหมือนว่าพึ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเงยหน้ามาพูดกับฉันอีกครั้งหนึ่ง “ได้หน้างานที่จะไปสำรวจยัง อาจารย์เขาให้ส่งชื่อบริษัทฯ พร้อมชื่อโครงการสัปดาห์หน้านะ”
“ยังอ่ะ เดี๋ยวขอหาข้อมูลแล้วก็ถามเดือนฉายก่อน”
“โอเค”
เจ้าของเรือนผมสีแดงเลือดนกพยักหน้าหงึกหงัก เธอไม่ได้ถามอะไรต่อและฉันก็ไม่ได้ตั้งคำถามอะไรกลับ อ้อ! แต่มีอยู่อีกเรื่องที่ยังติดค้างมะลิอยู่นั่นคือเรื่องโจ๊กเมื่อคืน
“ขอบใจนะ ที่นึกถึงและซื้อโจ๊กไปให้น่ะ”
“หืม...โจ๊ก?” มะลิมีสีหน้ามึนงง “โจ๊กอะไรจ๊ะ เมื่อคืนฉันเฝ้าพระอินทร์ไปตั้งแต่เที่ยงคืน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลับถึงห้องได้ยังไง”
“อ้าว”
“ทำไมรึ”
“เปล่า” ฉันรีบตอบมะลิทันทีแล้วแสร้งเปิดไอแพดขึ้นมาเพื่อดูอะไรบางอย่าง ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยนอกจากเรื่องโจ๊กเมื่อคืน
ไอ้ฉายมันโกหกงั้นเหรอ?
สุดท้ายก็เลือกที่จะสลัดความคิดเรื่องโจ๊กออกจากหัว ทำการก้มหน้าดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่พึ่งส่งแจ้งเตือนเข้ามาเมื่อครู่พลันขมวดคิ้ว
‘เลิกเรียนยัง พี่มารอรับที่หน้ามหา’ลัย’
ข้อความจากชายที่ไม่อยากจะเจอหน้า ทำให้อารมณ์ของฉันเปลี่ยนไปทันทีราวกับกดสลับสวิตช์
“เป็นอะไร หน้าบึ้งเชียว”
“เปล่า”
“คราวนี้ฉันไม่เชื่อ” มะลิยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย “ใครเหรอ ทักมาไม่หยุดเลย”
เธอพยักพเยิดหน้าไปบนหน้าจอไปแพดของฉันที่กางอยู่ตรงหน้า และเมื่อหลุบสายตามองก็แทบอยากจะกดดับหน้าจอทันทีเพราะรู้สึกรำคาญ
“แฟนเก่าน่ะ”
“ตามง้อเหรอ”
“ประมาณนั้นแหละ”
“ไม่คืนดี?”
“เลิกกันเพราะเรื่องอื่นยังพอทำใจ แต่เลิกกันเพราะเรื่องนอกใจไม่อาจให้อภัย”
“ถูก!” มะลิเน้นเสียงหนักพลางยกนิ้วขึ้นมาตรงหน้า “เพราะฉะนั้นอย่าใจอ่อน”
“กลับบ้านกันดีกว่า หมดคาบเรียนละ อยากนอนพักผ่อนสักหน่อย”
“แหมะ...มาเรียนไม่ถึงชั่วโมง”
“ก็อาการปวดหัวยังไม่หายนี่นา เมาคลื่นทรมานจะตายห่า”
“คลื่นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไม่ใช่คลื่นทะเล”
“มันก็คลื่นเหมือนกันนั่นแหละ”
เลือกที่จะเลิกสนใจเพื่อนสาวที่เดินตีคู่มาด้วยกัน สาวเท้ายาว ๆ ไปที่หน้ามหา’ลัยเพื่อรอขึ้นรถกลับคอนโดฯ แต่ระหว่างทางที่กำลังจะเดินไปถึงหน้าประตูทาง สายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับสายตาของใครบางคนที่ไม่ค่อยอยากจะเจอหน้าอย่างถึงที่สุด
“กลับกันหรือยังคะ?”
ฉันถอนลมหายใจออกมาด้วยความเอือมระอา เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับชายที่ได้คำนำหน้าว่าแฟนเก่าอย่าง ‘โค้ก’ หนุ่มสาขาเครื่องกลฯ ใบหน้าตี๋ ผิวขาวดุจหยวกกล้วยจนผู้หญิงยังอาย ฉันเลือกที่จะเดินผ่านรถของโค้กที่จอดรออยู่หน้าประตู โดยไม่ได้ชายตามองเลยแม้แต่น้อย
“เดี๋ยวก่อนพาย”
“ปล่อย” สายตาของฉันหลุบมองข้อมือที่ถูกฉุดเอาไว้จากทางด้านหลัง พอเห็นว่าโค้กไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยแถมยังกระตุกให้ฉันเข้าไปใกล้จึงต้องย้ำเสียงหนัก “บอกให้ปล่อย!”
“ไม่ เดี๋ยววันนี้โค้กไปส่งที่คอนโดฯ”
“ทำแบบนี้ทำไม”
“พาย”
“เราเลิกกันไปแล้ว เรื่องนี้ฉันย้ำเป็นรอบที่สาม”
“แต่ว่าพาย”
“ในเมื่อผู้หญิงเขาไม่เอาก็ยังจะตอแย”
ตอนที่ 9มีรุ่นพี่เข้ามาจีบ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นมีอยู่จริง! สีหน้า แววตา และคำพูดของเดือนฉายในคืนนั้นยังติดตรึง ถ้าไม่มีประโยคต่อท้ายที่ทำเอาคนฟังถึงกับกุมขมับคงคล้อยตามไปถึงไหนต่อไหน “ปฏิเสธเพื่อนเพราะจะไปกับผู้ น่าหมั่นไส้ว่ะ” มะลิจีบปากจีบคอพูดด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้ยแหย่ “ว่าแต่ไปรู้จักกันตอนไหนวะ?” “เขาทักไอจีมา บอกว่าอยากทำความรู้จัก” “แล้วมึงก็ยอมคุยกับเขาง่าย ๆ เลยเหรอ” “ก็ไม่เชิง” ละสายตาจากหนังสือที่กำลังอ่าน เม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันแน่นทอดสายตามองใบหน้ากายอย่างเอือม ๆ “เกือบ ๆ อาทิตย์ถึงยอมเปิดใจคุยน่ะ” “เล่นตัวเอาเรื่อง” “แน่นอน” “สรุปตกลงคบกันแล้ว?” บุคคลที่เอนหลังเอาขาพาดโต๊ะส่งเสียงขึ้นมา พลางหยิบหนังสือที่ใช้ปิดบังใบหน้าออกทอดสายตามองมาที่ฉันด้วยความว่างเปล่า “ยัง แค่คุย ๆ แล้วก็พึ่งนัดเจอกันคืนนี้แหละ” “ระวังบ้างก็ดี ไม่ใช่ใครทักหาและชวนไปไหนก็จะไปกับเขาเลย” หนังสือเล่มหนาเตอะถูกวางทับบนใบหน้าดังเดิม ส
ตอนที่ 8เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ต้นเดือนมีนาแรกเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ในอดีตอาจจะใช่! แต่ไม่ใช่ในยุคปัจจุบันที่เริ่มเข้าหน้าร้อนตั้งแต่ปลายมกราคม หรืออาจจะเรียกว่าฤดูร้อนตลอดทั้งปีเพราะสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปอย่างมาก เราทั้งหมดตกลงสถานที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในช่วงปิดเทอม คือหมู่บ้านในหุบเขาที่มีจุดเด่นคือเหมืองหินติดชายแดนไทย-พม่า มีสภาพภูมิอากาศที่เย็นยะเยือกอยู่ตลอดปี แน่นอนว่าฉันเคยไปมาครั้งหนึ่งแต่เพราะเพื่อน ๆ ต่างลงความเห็นฉันจึงไม่ได้ติดขัดเพราะบรรยากาศในหุบเขาถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร เดินทางผ่านเทือกเขาลำห้วยเพื่อพิชิตโค้งอันน่าหวาดเสียว อาจจะเป็นความฝันและความตื่นเต้นของนักบิดสายลุยหลายคน ...แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน! รถยนต์มีกันทุกคนแต่เลือกขับมอเตอร์ไซค์เพื่อความตื่นเต้นและเร้าใจ “สีหน้าไอ้พายไม่สู้ดีเลย ไหวป่าววะ” กายเดินเข้ามาดูอาการของฉันที่นั่งสูดยาดมตราโป๊ยเซียนอยู่ม้านั่งทางเข้าห้องพัก “ไหวมั้ย เดี๋ยวจ่ายเงินค่าห้องเสร็จมึงนอนพักก่อนก็ได้นะ”
ตอนที่ 7ผีห่าซาตานเข้าสิง ทุกคนอึ้ง กรรมการอึ้ง เมื่อเดือนฉายพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยระหว่างที่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ฉันอ้าปากค้างเกือบหนึ่งนาทีเต็ม และพอเรียกสติกลับมาได้จึงยื่นแก้วของตัวเองไปตรงหน้า “มึงเอาจริงเหรอ” “เออ”“โอเค มึงบอกแบบนั้น กูก็ไม่อยากขัดศรัทธา ดีล!” กริ๊ง เสียงแก้วกระทบแก้วเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฉันกับเดือนฉายได้ทำสัญญากันขึ้น เกี่ยวกับการเป็นแฟนปลอม ๆ ที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้กลายมาเป็นบทสนทนาของเราทั้งสี่คนได้อย่างไร “แล้วเราจะรออะไรอยู่ล่ะค้าบ โชนแก้ววววว” ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล ต่างคนต่างยกแก้วขึ้นกระดกราวกับเครื่องดื่มที่อยู่ในแก้วนั้นไร้ซึ่งแอลกอฮอล์ กระดกดื่มราวกับน้ำเปล่าที่ต้องดื่มกินหลังจากที่กินข้าวเสร็จ ยิ่งดึกบรรยากาศที่ร้านยิ่งครึกครื้น นักท่องราตรีที่หลุดออกจากอีกร้านก็เริ่มทยอยเข้ามา ณ ร้านนั่งชิวแห่งนี้เนื่องจากเปิดถึงตี 4 โปรแรกผ่านไป โปรสองสาม สี่และห้าก็ผ่านมาเรื่อย ๆ กระทั่งรู้สึกว่าลิ้นเริ่มจะหวาน พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง “มึง
ตอนที่ 6จำไม่ได้เหรอ?นานนับเดือนกว่าเดือนฉายจะโผล่หัวมาที่มหา’ลัย ให้เพื่อน ๆ และอาจารย์ในคณะได้เห็นหน้า จนเพื่อนบางคนในห้องคิดว่าเขาลาออกไปแล้ว แถมอาจารย์ที่เข้าสอนแต่ละวิชายังถามหาจนขี้เกียจตอบคำถาม…เพราะหายเข้ากลีบเมฆแบบไร้ร่องรอย“อ้าวเพื่อน…มึงยังมีชีวิตอยู่เหรอวะ”เสียงทักทายจาก ‘มะเดี่ยว’ เพื่อนร่วมชั้นเจ้าของสีผิวสีดำทมิฬ ชนิดที่คนอย่างฉันที่ไม่ค่อยมีสีผิวขาวนวลมากนัก ไปยืนเทียบข้างยังเหมือนกับช็อกโกแลตกับนมได้เลยทีเดียว เดือนฉายไม่ได้ตอบกลับมีเพียงริมฝีปากที่หยักยิ้มพร้อมมือที่ชูขึ้นมาทักทาย“กูก็นึกว่าลาออกไปแล้ว หายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว” ตามมาด้วยสอง หัวหน้าห้องที่เดินเข้ามาทักทายด้วยสีหน้ายียวนตามแบบฉบับของหนุ่มอารมณ์ดี“กูก็อยากจะลาออกอยู่เหมือนกัน บางทีก็ขี้เกียจเรียน”“มึงก็พูดไป เรียน ๆ ไปเดี๋ยวก็จบเว้ย”“เออ”สองตบไหล่ของเดือนฉายเบา ๆ ก่อนจะหันมาส่งรอยยิ้มให้พวกเราทั้งสามคนที่นั่งทบทวนโจทย์สำหรับสอบปลายภาคอยู่ จากนั้นก็เดินกลับไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ของตัวเองที่อยู่ถัดไปประมาณคืบนึง“หยุด!” ปากของกายอ้าค้างกลางอากาศในระหว่างที่กำลังจะขยับปากพูดอะไรบางอย่างกับเดือนฉาย “ก
ตอนที่ 5เซอร์ไพรส์“จะพาไปไหน”“มีของขวัญจะให้แฟนน่ะ แต่ของชิ้นใหญ่ ถือใส่มอเตอร์ไซค์คงไม่ไหวคนเดียว”“อ๋อ~” ฉันทำเสียงยาวพลางพยักหน้ารับเรื่อง “งั้นไปเลยมั้ย มึงนัดเขาไว้กี่โมง”“ไม่ได้นัด กะว่าจะไปเซอร์ไพรส์น่ะ วันนี้ครบรอบ 2 ปี”“ว้าว” น้ำเสียงตื่นเต้นบวกกับแววตาพราวระยับที่ฉันแสดงออก ทำให้ใบหูของเดือนฉายขึ้นสีแดงระเรื่อ “ยินดีด้วยนะ อ้อ! เกือบลืม เอากูไปเป็นเพื่อนแทนที่จะเป็นเพื่อนผู้ชาย แฟนมึงจะไม่ว่าเอาเรอะ”ข้อนี้ฉันอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวล ร้อยทั้งร้อยไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากให้แฟนตัวเองสนิทกับเพื่อนผู้หญิงหนักหรอก และยิ่งเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ยิ่งจะทำให้เข้าใจผิดไปใหญ่“ไม่หรอก เพราะปกติกูก็มีแต่เพื่อนผู้หญิง เพื่อนชายก็มีแค่ไอ้กายที่สนิท”“มึงเป็นตุ๊ดป่ะเนี่ย!”“ตุ๊ดบ้านป้ามึงสิคบผู้หญิง”แรงมากกกกกก! แต่ก็จริงอย่างที่เดือนฉายว่าเดือนฉายกลอกสายตามองอย่างเอือมระอาและออกเดินกลับไปยังทางที่เราจากมา โดยไม่ได้สนใจฉันที่ยืนฉีกยิ้มอยู่ราวกับเป็นอากาศ ดังนั้นจึงรีบสาวเท้ายาว ๆ ตามหลังเขาไปติด ๆ“โทษที ๆ ก็เห็นบอกว่ามีแต่เพื่อนหญิง”มีเพียงหางตาที่ปรายมามองพร้อมสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ
ตอนที่ 4วิ่งหนีอะไรบางอย่างเจ้าของเสียงราบเรียบเมื่อครู่ยืนเอาหัวไหล่พิงกำแพงพลางกอดอกอยู่ตรงประตูทางเข้ามหา’ลัย รู้สึกแปลกใจอยู่ในทีที่อยู่ ๆ เดือนฉายก็โผล่มาทั้งที่หมดคาบเรียนแล้ว“มาทำไม?” มะลิทักขึ้นก่อน เมื่อเดือนฉายเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ“ว่าจะมาเรียน แต่ลืมไปว่าวันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้า” เจ้าของนัยน์ตาสีสนิมหันหน้าไปตอบมะลิ แล้วเลื่อนสายตาเข้ามาจ้องหน้าฉันที่ส่งสายตามองเขาอยู่เช่นกัน “ไป กลับห้อง”“เดี๋ยวก่อนพาย!”ตอนนี้แขนของฉันถูกยื้อยุดฉุดกระชากด้วยฝีมือของชายหนุ่มสองคน ราวกับว่าพวกเขาเห็นฉันเป็นเชือกชักเย่อยังไงยังงั้น“โอ๊ย!” ในที่สุดก็ทนไม่ไหวจนต้องเปล่งเสียงตะโกนขึ้นกลางอากาศ สะบัดแขนทั้งสองข้างให้หลุดออกจากการยื้อกระชาก “เจ็บนะเว้ย! แขนคนไม่ใช่เชือกชักเย่อ”“แต่พาย”“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น! แล้วก็พอได้แล้วโค้ก พายว่าพายพูดชัดตั้งแต่วันนั้นแล้วนะ เราเลิกกันแล้ว แล้วโค้กก็เปิดตัวคบกับคนใหม่ไปแล้วด้วย ยังจะต้องการอะไรจากพายอีก! พอได้แล้ว!” ฉันโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่ก็ยังระงับอารมณ์ฉุนเฉียวเอาไว้พลันสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกวาดสายตามองเพื่อนทั้งสองที่ยืนรออยู่ “ไปพวกมึง กลับ!”



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



