LOGINเพื่อนสนิทคิด(ไม่)ซื่อ ที่ต่างคนก็ต่างรู้สึกดีต่อกัน แต่ทว่าดันปากไม่ตรงกับใจเพียงเพราะสถานะคือเพื่อน
View Moreชีวิตของฉันที่รายล้อมไปด้วยกับคำว่าเพื่อนเนื่องจากพ่อแม่ของฉันท่านต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ จึงทำให้ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพียงลำพังกับกลุ่มเพื่อนเท่านั้น
แต่ภายในกลุ่มเพื่อนก็มีแต่พวกผู้ชายที่สนิทกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่ก็จะมีพระรามเท่านั้นที่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมจนมาถึงตอนนี้
ฉันเรียนอยู่ปีสี่คณะบริหารเนื่องจากที่บ้านทำธุรกิจบริษัทยักษ์ใหญ่ พอเรียนจบก็สามารถไปช่วยดูแลกิจการที่บ้านได้แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวเพราะฉันดันมีน้องสาวบุญธรรมคนหนึ่งที่อยู่ด้วยกับพ่อแม่ที่นู่นด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฉันไม่ย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ด้วย
ฉันชื่อพระพายเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพ่อกับแม่ที่จัดตั้งบริษัทเจลลี่กรุป บริษัทเพชรนำเข้าระหว่างประเทศ ส่วนน้องสาวบุญธรรมของฉันแต่จะให้เรียกน้องก็ไม่ได้เพราะเราอายุห่างกันแค่ไม่กี่เดือนเอง
นางชอบทำตัวอ่อนแอให้พ่อแม่รักและเอ็นดูจนฉันแทบจะอยู่นอกสายตาของพ่อแม่ตลอดเวลาอยู่แล้ว นางชื่อพระแพง เราสองคนมีนิสัยที่แทบจะต่างกันสุดขั่วและด้วยนิสัยน่ารักแบบนั้นก็ทำให้พ่อกับแม่รักและเอ็นดูนางมากกว่าฉันที่เป็นลูกแท้ๆ
ปึ้ง
เสียงหนังสือกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยนํ้าหนักมือของฉันที่เป็นฝ่ายกระทำด้วยความโมโหในระหว่างที่พวกเพื่อนๆ กำลังนั่งเล่นเกมกันอยู่ที่โต๊ะ
"เห้ยย เป็นอะไรไอ้พาย"
"ไปโกรธอะไรมาวะ"
"จะไปมีเรื่องอะไรอีก นอกซะจากพระแพง??"พวกมันพ่นคำถามจู่โจมมาที่ฉันทันทีอย่างไม่ได้คิดอะไรเมื่อเห็นใบหน้าฉันเป็นแบบนี้
ไอ้เรื่องหงุดหงิดถ้าไม่มาจากเพราะเรื่องพระแพงก็ทะเลาะกับต้าคนคุยของฉันที่เรียนคณะวิศวะนั่นเองแต่นี่ที่ฉันเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะต้าหรอก แต่เป็นเพราะพระแพง
ทุกคนพ่นคำถามมาใส่ฉันกันจนหมดทั้งอชิ เพื่อนสนิทสุดเฮฮาของฉัน อชิเป็นพวกชอบยิ้มแย้มแจ่มใสขาลุยไปพร้อมกับฉัน รูปร่างที่หล่อสูงคมเข้มมีสาวเข้ามาไม่ขาดสายด้วยหน้าตาและคารมของมันที่ดีเอามากๆ
"เอาหน่ายังไงมันก็น้องมึง"
คนต่อมาคือเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมของฉัน พระราม พระรามเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและสายเปย์มากๆ ทั้งหล่อ ใจดี เฟรนลี่ ยิ้มหวานแบบนี้ใครมองก็ต่างต้องพากันชอบเอามากๆ ถ้าไม่ติดที่เป็นเพื่อนและนางมีแฟนแล้วฉันคงหวั่นไหวไปแล้วแหละ
"มีอะไรไหนเล่ามา"
และคนสุดท้ายไอ้คนหน้านิ่งของฉันเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ทำให้ฉันมีหวั่นไหวกับมันเอามากๆ นิสัยของมันก็จะคล้ายๆ กับพระรามหน่อยๆ แต่ด้วยความเป็นผู้ชายอบอุ่นและมันและฉันอยู่ใกล้กันบ่อยๆ ก็ไม่แปลกเลยที่จะทำให้ฉันหวั่นไหวบ้างอย่างไทม์โซน
แต่ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงได้ไปชอบมันได้ทั้งๆ ที่มันก็เป็นคนเจ้าชู้คนหนึ่งแต่ฉันดันไปชอบมัน คงเป็นเพราะอะไรหลายๆ อย่างที่ทำด้วยกันสองคนจึงมีหวั่นไหวกับเพื่อนคนนี้บ้าง
"ก็ยัยแพงอ่ะดิพูดกับพ่อแม่ฉันอีท่าไหนไม่รู้ พ่อแม่ไม่กลับไทยแล้วแต่ดันไปเฝ้าลูกรักคนโปรดเอาจนได้"
"แต่กูเห็นแพงอัพสตอรี่ไอจีว่าป่วยเป็นไข้หวัดอ่ะ"
"แล้วกูล่ะ กูก็น้อยใจเป็นนะเว้ย"เมื่อบทสนทนาเริ่มเศร้าขึ้นมาบรรยากาศรอบๆ ดูหม่นหมอง ไทม์จึงยกมือขึ้นมาขยี้หัวฉันเป็นว่าเล่นเพื่อให้ผ่อนคลาย
"อื้ออ มึงเล่นอะไรเนี่ยไทม์"
"มึงก็มีพวกกูนี้ไงน้อยใจทำไมวะไอ้สัส"
"มันน่าน้อยใจไหมล่ะ กูไม่ได้เจอพ่อกับแม่เพราะยัยแพงมาสองปีแล้วนะ"
"อย่าเศร้าๆๆ แดกเหล้าดีกว่า"
@YU CLUB
ทุกคํ่าคืนของแก๊งพวกฉันก็จะมารวมตัวกันที่ผับไม่ก็ห้องฉันหรือห้องของพระรามแทนสลับกันไปเพราะพวกฉันพักอยู่ใกล้ๆ ผับและใกล้ๆ มอ.การเดินทางเลยสะดวกกว่าพวกมันที่พักอยู่ไกลพอสมควร
พอมาถึงผับก็ต้องเข้ามานั่งรอพวกมันที่สลับกันไปสูบบุหรี่กันและอยู่เป็นเพื่อนฉันที่โต๊ะบ้าง พวกเราสั่งเหล้ากันมาดื่มปกติเหมือนกับทุกๆ วัน
"กว่าจะมานั่งจนครบกูแดกจนจะเมาละเนี่ย"
"อย่าเวอร์ เมื่อกี้กูเห็นไอ้ต้าด้วยเดี๋ยวมันคงเดินมาหามึงแน่"ฉันทำหน้าเบื่อหน่ายกับชื่อนี้ที่สุด สถานะแค่คำว่าคนคุยแต่ชอบทำตัวเหมือนแฟนสุดๆ ฉันโคตรเบื่อเลยแต่ก็เป็นความผิดฉันเองแหละที่ไม่ยอมตกลงคบกับต้าไปซะดีๆ
"สภาพแบบนี้คือไรวะ"
"นั่นดิ"
"เบื่อมัน???"ไอ้คนหน้านิ่งที่เหมือนจะฉลาดก็พูดออกมาตามที่เห็น ใครจะไปทนได้แบบนี้ดีนะที่ฉันยังไม่ได้คบเป็นแฟนจริงๆ จังๆ ไม่งั้นคงเหมือนตกนรกทั้งเป็น ขนาดแค่อยู่กับเพื่อนแค่นี้ก็หาว่าฉันมีคนอื่นแล้ว
"เบื่อก็คงไม่แปลกปะวะ ดูแม่งทำกับไอ้พายดิ"
"เอ่อหวงก้างชิป เดี๋ยวกูจับมึงทำเมียอย่างที่มันพูดแม่งเลย"ไอ้ไทม์พูดออกมาด้วยวาจาที่พูดเล่นและหมั่นไส้ชื่อคนในบทสนทนาทำเอาฉันที่ดื่มเหล้าอยู่ถึงกับสำลักทันที
//แค้กๆๆๆ
"ใจเย็นดิวะ"
"พูดเชี้ยไรเนี่ยขนลุกว่ะ"
"เอ่อนั่นดิ ขนาดกูฟังยังขนลุกเลย"
"ถ้าเบื่อพวกมึงก็ลองแกล้งเป็นแฟนกันดิ ก็เหมือนแฟนกันอยู่นะเว้ย"
"ไอ้สัสอยากแดกอยู่มั้ยแม่ง"ฉันส่ายหน้าในคำพูดของเพื่อนๆ และหันไปสนใจเหล้าในมือต่อและไอ้คนหน้านิ่งที่นั่งอยู่ข้างกาย
เหมือนจะไม่สะทกสะท้านมันเลยด้วยซํ้าและตอนนี้สายตาของฉันก็ต้องมองไปที่อื่นซะมากกว่าเลยทำให้มันแทบจะไม่ได้ยินในคำพูดเพื่อน
"จะแดกสาวอีกละ"
"ของเก่ากูไม่แดก"
"จ้าา พ่อหนุ่มหน้าหล่อ"พอฉันพูดกระแหนะกระแหนเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่ไอ้คนข้างกายจะจับฉันไว้อย่างแน่นและเทเหล้าเข้มกรอกปากฉันทันทีอย่างว่าเล่นพร้อมกับไอ้อชิที่ร่วมด้วย
"พวกมึงก็ไปแกล้งมันเดี๋ยวมันก็เมาเละอีกหรอก"
//แค้กๆๆๆ
"ไอ้เพื่อนชั่วทำบ้าอะไรเนี่ย"
"แกล้งมึงนี้โคตรสนุกเลย"พวกเรากลับมานั่งดื่มกันต่อจนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานฉันก็เริ่มเมาได้ที่เพราะพวกมันเล่นมอมเหล้าฉันตลอดเวลาแต่ก็พอมีสติอยู่บ้างก่อนที่จะมีร่างสูงของใครคนหนึ่งเดินมาที่โต๊ะพวกเรา
"พายทำไมเมาแบบนี้ล่ะ"ต้าพยายามจะเดินแทรกเข้ามาจับตัวฉันไว้แต่ก็ถูกเพื่อนๆ ห้ามเอาไว้เพราะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันและฉันเวลาเมาก็แทบจะอ่อนเบอร์แรงอีก
"อื้ออ อารายเนี่ย"
"พายเดี๋ยวต้าพาพายกลับดีไหม"
"พายมีพวกกูดูแลแล้วไม่ต้องห่วง"
"เอ่อนั่นดิ พวกกูดูแลมันเองมึงกลับเหอะ"ต้ายังคงลังเลเล็กน้อยกับสภาพของหญิงสาวที่กำลังคุยดูใจตกอยู่ในสภาพที่เมาเละเทะแบบนี้และกำลังนั่งซบอกอยู่กับเพื่อนสนิทอย่างไทม์โซนที่ใครๆ ก็ต่างจับจิ้นตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง
แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ต้องยอมถอยทัพเดินจากไปจากตรงนั้นเพื่อตั้งหลักใหม่และกลับมาคุยจริงๆ จังๆ กับหญิงสาวในวันรุ่งขึ้น
"นั่งดีๆ ดิวะไอ้พาย"
"พรุ่งนี้แม่งทะเลาะกันอีกแน่"
"อื้ออ ดื่มๆๆ"
"คืนนี้เอาไงเนี่ยไปนอนห้องมันหรือห้องกู"
"ห้องมันก็ได้"เป็นเรื่องปกติที่พวกเราทั้งหมดจะนอนด้วยกันเลยไม่แปลกเลยที่จะมีใครเห็นพวกมันเข้าออกห้องฉันอยู่ประจำอยู่แล้ว
ด้วยความที่สนิทสนมกันมานานและทุกครั้งที่เมาเละเทะกันแบบนี้ก็ต้องจำเป็นที่จะต้องนอนรวมกันพวกมันและฉันเลยไม่ติดขัดอะไรมากนัก
พอมาถึงห้องพวกมันก็พาฉันไปนอนที่เตียงและปูผ้านอนพื้นกันบ้าง นอนบนเตียงบ้างแหละหลับใหลกันไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
"แม่เสียใจเรื่องลูกกับต้าด้วยนะ แม่พึ่งรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"วันนี้เป็นวันที่พ่อกับแม่จะได้กลับไปที่ต่างประเทศอีกครั้งและฉันก็โดนไอ้พวกเพื่อนตัวดีลากมาส่งพ่อกับแม่ท่านซะ ฉันไม่ได้พูดหรือกล่าวลาพวกท่านเลยด้วยซํ้าทำได้แค่เพียงยืนนิ่งๆ มองพวกเขาเท่านั้นเอง ส่วนพระแพงก็ทำตัวออดอ้อนพวกเพื่อนๆ และพ่อกับแม่ไปตามประสาของมันและคงมีแต่ไทม์ที่แยกออกมาและอยู่ใกล้ๆ ฉันเพียงเท่านั้น"แม่ขอโทษนะพายที่แม่ทำกับพายแบบนี้""ไม่เป็นอะไรค่ะ""แม่กับพ่อรักพายนะลูก ไม่มีพ่อแม่คนไหนรักคนอื่นมากกว่าลูกแท้ๆ ของตัวเองหรอกนะพาย""แต่ทำไม....พายถึงไม่เคยคิดแบบนั้นล่ะคะ อ้อพายลืมไป อีแพงต่างหากที่เป็นลูกสาวของพ่อกับแม่จริงๆ ไม่ใช่พาย"เมื่อฉันพูดออกมาแบบนั้นนํ้าตาก็ไหลคลอที่เกิดความน้อยใจในการกระทำของพ่อกับแม่ที่ได้ทำแบบนี้กับฉันก่อนที่อีนางตัวดีจะวิ่งเข้ามากอดแม่และทำเป็นอ้อนตีหน้าซื่อกับแม่ด้วยความอิจฉา
"กลับได้แล้วเพื่อนรออยู่"มือหนาของเพื่อนสนิทเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ พวกเราสองคนก็รีบจับแยกและดึงร่างกายของฉันให้ออกมาจากต้าทันที ทั้งคู่ต่างจ้องมองกันนิ่งๆ และไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักนิดมีเพียงสายตาที่มองกันราวกับจะฆ่าแกงกันได้เลยด้วยซํ้าแม้ว่าฉันจะพยายามดึงไทม์ให้เดินออกไปแต่เขาก็นิ่งและไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิดและทำได้แค่เพียงจับมือฉันอย่างแน่นเท่านั้นเอง"เลิกกันแล้วก็ขอให้จบๆ กันไปแล้วอย่ามายุ่งกับเพื่อนกูอีก ไปไอ้พาย""เดี๋ยว! กูมีเรื่องจะคุยกับมึง"ไทม์ค่อยๆ คลายมือจากฉันออกและยื่นกุญแจรถให้กับฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ฉันไม่ได้รับกุญแจที่เขายื่นให้เลยก่อนที่ไทม์เองจะยัดเยียดใส่ในมือของฉัน"ไปรอกูที่รถ!""ไทม์""ไปรอกูที่รถ เดี๋ยวกูตามไป"ฉันลังเลใจอยู่สักนิดว่าจะทำตามที่เพื่อนขอหรือไม่ แต่ก็ต้องทำตามเมื่อสถานการณ์มันกลับเงียบลงและก
ผมนั่งมองดูตัวเล็กที่เดินเข้าไปในร้านอาหารด้วยความประหม่าและสั่นกลัว ตอนแรกผมก็ตัดใจจากมันแล้วจริงๆ และพยายามจะเป็นเพื่อนกับมันให้ได้ แต่พอมาวันนี้ผมกลับต้องมารู้สึกกับมันอีกครั้งและพอนึกภาพว่ามันร้องไห้ผมก็ยิ่งเจ็บเข้าไปใหญ่ปกติพระพายไม่ใช่คนอ่อนแอหรือร้องไห้ให้ใครเห็นได้ง่ายๆ เธอเป็นผู้หญิงแกร่งคนหนึ่งที่ซ่อนความเจ็บปวดของตัวเองไว้ภายใต้รอยยิ้มเท่านั้น เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนใครมันเลยทำให้ผมรู้สึกดีกับมันและเลิกชอบมันยากมาก และความสัมพันธ์ของเราที่มันลึกซึ้งเข้าไปอีกมันเลยทำให้ผมตัดใจจากเธอยากมากอยู่พอสมควร"กูจะอยู่ข้างๆ มึงเองพระพาย"PART PAPIEฉันยืนเก็บรวบรวมความกล้าของตัวเองไว้ให้มั่นรวบรวมความกล้าให้พร้อมเพื่อที่จะได้ไปสู้รบกับศึกในครั้งนี้ให้ได้ฉันเดินเข้าไปในร้านชั้นบนสุดที่ต้าได้จองไว้และไม่มีคนเลยด้วยซํ้า พอฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ เขา ต้า
และหลังจากวันนั้นก็เหมือนจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิตฉัน ต้าที่เคยตามติดฉันตอนนี้กลับค่อยๆ หายจากชีวิตฉันขึ้นทุกที เขาบอกว่างานที่คณะหนักต้องทำถึงเช้าและแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลยด้วยซํ้าฉันไม่อยากเซ้าซี้มากและเข้าใจอีกด้วยว่างานของพวกเราเยอะเลยปล่อยให้ต่างคนต่างใช้ชีวิตและโฟกัสกับงานของตัวเองไป"ช่วงนี้ไม่เห็นมึงกับไอ้ต้าอยู่ด้วยกันเลย ทะเลาะกันหรอวะ ปกติตามติดอย่างกับอะไรดี""ช่วงนี้พวกกูยุ่งๆ อ่ะต้าก็มีงานที่คณะ กูก็ติดงานกลุ่มกับพวกมึงเนี่ยเลยไม่ได้อะไรกันมาก""ติดงานหรือติดใคร อ่าแหกตาดู"อชิพูดเอ่ยออกมาพร้อมกับยื่นมือถือมาให้กับฉันได้ดูซึ่งนั่นเป็นรูปที่แฟนหนุ่มของฉันและน้องสาวบุญธรรมตัวดีนั่นเอง แต่ฉันก็นิ่งไปเพราะไม่ใช่พวกเพื่อนๆ ที่มีมาบอกให้รู้แต่ก็มีใครหลายคนเดินเข้ามาถามเช่นกัน แต่ที่นิ่งเพราะอยากจะทำใจเงียบๆ เฉยๆ และไม่อยากงี่เง่ามากจนเกินไปเหมือนที่ผ่านมา





