แชร์

บทที่ 13: เมื่อมีคนมาท้าทาย

ผู้เขียน: ลัลลลิญน์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-20 18:13:46

​แสงไฟสลัวโทนสีส้มอบอุ่นในบาร์แจ๊สสุดหรูเคล้าไปกับเสียงเปียโนนุ่มลึกที่แว่วมาจากเวทีริมในสุด กลิ่นหอมหวานของซิการ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายค็อกเทลอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว มินทร์นั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกใสริมผนังกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวง ตรงข้ามกับเธอคือ "ภากร" นักบริหารหนุ่มมาดเนี๊ยบทายาทสายการบินชื่อดัง ภากรเยื้องกายด้วยท่าทางสุภาพและสง่างาม รอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติรับกับบุคลิกอบอุ่นที่เต็มไปด้วยเกียรติยศและชาติตระกูล

​"ผมเห็นคอลเลกชันใหม่ของคุณมินทร์แล้วนะครับ สวยงามและมีเอกลักษณ์มากจริงๆ โดยเฉพาะการเลือกใช้เส้นสายที่ดูพลิ้วไหวแต่แฝงความหนักแน่นอย่างลงตัว ทางสายการบินของเราอยากได้คุณมินทร์มาออกแบบชุดฟอร์มใหม่ของแอร์โฮสเตสครับ" ภากรยิ้มละมุน นัยน์ตาสีนวลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชมจากใจจริง พลางเลื่อนแก้วค็อกเทลสีสวยรสหวานซ่อนเบี้ยวให้เธออย่างให้เกียรติ

​มินทร์รู้สึกผ่อนคลายและยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคู่สวยของเธอเปล่งประกายระยิบระยับยามที่พูดคุยและพยากรณ์เรื่องงานออกแบบด้วยความหลงใหล มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ อิสระ และชีวิตชีวา—รอยยิ้มงดงามที่ธามไม่เคยได้เห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดเวลาที่เธอต้องจมปลักอยู่ร่วมเพนต์เฮาส์เดียวกันกับเขา

​โดยที่มินทร์ไม่รู้ตัวเลยสักนิด... ที่มุมมืดที่สุดของบาร์ บรรยากาศอบอุ่นรอบตัวกลับถูกฉาบด้วยความเย็นเยือกจากรังสีฆาตกรรม ธาม นั่งจมอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม นัยน์ตาคมกริบประดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องเขม็งไปยังโต๊ะของคนทั้งสอง เขากำหมัดแน่นจนข้อหักขาวและเส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน รอยยิ้มไร้เดียงสาของมินทร์ที่ส่งให้ชายอื่นกำลังแผดเผาหัวใจเขาให้ดิ้นรนด้วยความทรมาน ไฟริษยาสุมทรวงจนเขาแทบจะบดแก้ววิสกี้ทรงเตี้ยในมือให้แหลกคามือ เศษน้ำแข็งในแก้วสั่นระริกตามแรงอารมณ์ที่คลั่งไคล้และเดือดพล่านอยู่ภายใน

​"คุณธามครับ... จะให้ผมไปจัดการให้ไหมครับ" บอดี้การ์ดคนสนิทที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดด้านหลังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อมแต่แฝงความตึงเครียด เมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์ดิบดิบที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อของนายใหญ่

​"ไม่ต้อง" ธามเค้นเสียงลอดฟัน น้ำเสียงนั้นต่ำราบแต่เย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ "ฉันจะลงไปจัดการเอง"

​เขาจิบวิสกี้รสเข้มลงคอรวดเดียวหมดแก้ว ความร้อนผ่าวของแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยลดทอนความเดือดดาลในอกลงได้เลยแม้แต่น้อย ธามลุกขึ้นเต็มความสูง ปรับปกเสื้อสูทเนื้อดีให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเท้าสม่ำเสมอตรงไปยังโต๊ะกระจกใสนั้นด้วยท่วงท่าของราชสีห์ที่กำลังจะเข้าไปขย้ำเหยื่อที่กล้าเข้ามาลุกล้ำดินแดน

​"ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้คุณมินทร์จะมีแขกพิเศษที่ฉันไม่ทันได้คาดคิดนะ"

​เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาอันสุนทรีย์ มินทร์ชะงักรอยยิ้มบนใบหน้าลงทันที ราวกับมีน้ำเย็นจัดราดลงบนหัวใจ ความสดใสในดวงตาเปลี่อนเป็นความระมัดระวังและห่างเหินในชั่วพริบตา เธอหันไปมองร่างสูงใหญ่ของธามที่ยืนซ้อนหลังเธออยู่ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันเข้มข้นจนอากาศรอบข้างดูเหมือนจะหมุนเวียนได้ยากขึ้น

​ภากรเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ เขาประเมินชายตรงหน้าด้วยสายตาของนักบริหารผู้ผ่านโลกมามาก แม้จะรับรู้ได้ถึงรังสีคุกคาม แต่ภากรก็ยังคงรักษาความสงบและรอยยิ้มตามมารยาทไว้ได้อย่างน่าชื่นชม

​"สวัสดีครับคุณธาม ไม่คิดว่าจะได้พบคุณที่นี่" ภากรลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือออกไปตามมารยาททางสังคม "ผมภากรครับ จากสายการบิน..."

​ธามมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา เขาไม่แม้แต่จะยื่นมือไปทักทายตอบ กลับทำเพียงแค่ปัดสายตามองผ่านไปราวกับภากรเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนจะถือวิสาสะเลื่อนเก้าอี้ข้างมินทร์แล้วนั่งลงข้างเธออย่างถือสิทธิ์ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นวางบนพิงเก้าอี้ของหญิงสาว โอบล้อมเธอไว้ในอาณัติอย่างเปิดเผย

​"ผมรู้จักคุณดี คุณภากร" ธามแสยะยิ้มบางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา นัยน์ตาคู่คมจ้องประสานกับภากรอย่างไม่ลดละ "และผมก็รู้ดีว่าคุณกำลังพยายาม 'ยุ่ง' กับคนของใคร"

​คำว่า 'คนของใคร' ทำให้น้ำเสียงและบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที มินทร์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ เธอรู้สึกอับอายและหงุดหงิดกับท่าทีไร้มารยาทและก้าวร้าวของธามเป็นที่สุด

​"คุณธาม! นี่มันเรื่องงาน และคุณภากรก็คือลูกค้าของฉัน กรุณามีมารยาทด้วยค่ะ" มินทร์หันไปหามือหนาที่ถือดีมาเกาะแกะเธอ พลางขยับตัวออกห่างด้วยความรังเกียจ

​ธามหรี่ตาลงมองกิริยาต่อต้านนั้น ความหึงหวงยิ่งทวีคูณเมื่อเห็นเธอปกป้องชายอื่นต่อหน้าต่อตา เขาขยับข้อมือแข็งแรงกุมเรียวข้อมือเล็กของมินทร์ไว้แน่นใต้โต๊ะ บีบกระชับจนเธอต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความเจ็บ แต่ดวงตายังคงจ้องมองเขาอย่างท้าทายและไม่ยอมจำนน

​ภากรมองการกระทำนั้นออก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าอบอุ่นเริ่มเปลี่ยนเป็นความจริงจัง "คุณธามครับ ผมคิดว่าการพูดคุยเรื่องธุรกิจระหว่างผมกับคุณมินทร์เป็นเรื่องของมืออาชีพ และถ้าผมจำไม่ผิด คุณมินทร์เป็นดีไซเนอร์อิสระที่มีสิทธิ์รับงานของใครก็ได้... ไม่ใช่ทรัพย์สินของใคร"

​"สิทธิ์งั้นเหรอ?" ธามหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะฟังดูน่ากลัวประดุจเสียงขู่ของสัตว์ร้าย "คุณอาจจะรู้จักเธอในฐานะดีไซเนอร์ แต่คุณคงยังไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอ... มันลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าธุรกิจไปไกลแล้ว การที่คุณพยายามจะแทรกกลางเข้ามา มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสักนิด คุณภากร"

​"ธาม! หยุดพูดบ้าๆ เดี๋ยวนี้นะ!" มินทร์พยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของเธอหรือจะสู้แรงมหาศาลของชายหนุ่มได้ เธอหันไปมองภากรด้วยสีหน้ารู้สึกผิดอย่างถึงที่สุด "คุณภากรคะ อย่าไปสนใจคำพูดไร้สาระของเขาเลยค่ะ เรื่องงานของเรา..."

​"ไม่ต้องห่วงครับคุณมินทร์" ภากรแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขาสบตากับมินทร์ด้วยความเข้าใจ ก่อนจะหันไปสบตากับธามโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ผมตัดสินคนจากผลงานและความโปรเฟสชันนัล ไม่ใช่จากคำขู่หรือการแสดงความเป็นเจ้าของที่ไร้เหตุผล ถ้าคุณมินทร์สะดวก ผมยินดีจะรอเซ็นสัญญากับคุณเสมอครับ"

​คำพูดที่ดูนิ่งสงบแต่เชือดเฉือนของภากรเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง บรรยากาศรอบโต๊ะดิ่งลงสู่ความตึงเครียดขั้นสุด บอดี้การ์ดของธามขยับตัวขยับขยายเตรียมพร้อมจากมุมมืด ขณะที่ภากรเองก็ยืนขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่ลดละ

​"ดูเหมือนคุณจะชอบท้าทายผิดคนซะแล้วนะ ภากร" ธามก้มมองชายตรงหน้าด้วยสายตาฆาตกร "สายการบินของคุณอาจจะยิ่งใหญ่ แต่จำไว้ว่าแค่ผมขยับนิ้วนิดเดียว โครงการขยายเส้นทางบินใหม่ที่คุณกำลังวิ่งเต้นอยู่อาจจะกลายเป็นแค่ฝุ่นผงในอากาศ"

​"นั่นคือสิ่งที่คุณใช้จัดการกับชีวิตคนอื่นเสมอเหรอครับ? อำนาจและการบังคับ?" ภากรถามกลับด้วยรอยยิ้มเย็น "แต่จำไว้นะครับคุณธาม... หัวใจและความเคารพของคนเรา ไม่สามารถซื้อหรือข่มขู่มาได้ด้วยอำนาจ"

​มินทร์ทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ความอดทนของเธอขาดสะบั้นลงตรงนั้น เธอใช้น้ำหนักทั้งหมดที่มีสะบัดมือออกจากการกุมของธามจนหลุด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยความแค้นเคืองและความผิดหวัง

​"พอที! ธาม! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกักขฬะแบบนี้กับลูกค้าของฉัน และไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีกต่อไปแล้ว!" มินทร์หันไปก้มหัวให้ภากรเล็กน้อยเพื่อแสดงความเสียใจ "คุณภากรคะ วันนี้ฉันต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ ไว้ฉันจะติดต่อไปคุยเรื่องรายละเอียดสัญญาอีกครั้งนะคะ"

​"ด้วยความยินดีครับคุณมินทร์ เดินทางกลับปลอดภัยนะครับ" ภากรพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจและเป็นห่วง

​มินทร์ไม่รอให้ธามได้พูดอะไรอีก เธอคว้ากระเป๋าถือแล้วรีบก้าวเท้าฉับๆ ออกไปจากบาร์แจ๊สทันทีด้วยความโกรธจัด ธามมองตามหลังร่างบางไป นัยน์ตาเต็มไปด้วยความพายุก่อตัว เขาหันมามองภากรด้วยสายตาอาฆาตร้ายกาจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

​"เราจะได้เห็นกันว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายแพ้ในเกมนี้"

​ทิ้งคำขู่ไว้แค่นั้น ธามก็หมุนตัวก้าวตามหลังมินทร์ไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ภากรยืนมองตามด้วยสายตาครุ่นคิด บทเรียนแห่งการครอบครองและความหึงหวงไร้สติกำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ และสงครามระหว่างชายสองคนโดยมีหัวใจของมินทร์เป็นเดิมพัน ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในค่ำคืนนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • The contract game เกมนี้ฉันไม่ได้รัก   บทที่ 13: เมื่อมีคนมาท้าทาย

    ​แสงไฟสลัวโทนสีส้มอบอุ่นในบาร์แจ๊สสุดหรูเคล้าไปกับเสียงเปียโนนุ่มลึกที่แว่วมาจากเวทีริมในสุด กลิ่นหอมหวานของซิการ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายค็อกเทลอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว มินทร์นั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกใสริมผนังกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวง ตรงข้ามกับเธอคือ "ภากร" นักบริหารหนุ่มมาดเนี๊ยบทายาทสายการบินชื่อดัง ภากรเยื้องกายด้วยท่าทางสุภาพและสง่างาม รอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติรับกับบุคลิกอบอุ่นที่เต็มไปด้วยเกียรติยศและชาติตระกูล​"ผมเห็นคอลเลกชันใหม่ของคุณมินทร์แล้วนะครับ สวยงามและมีเอกลักษณ์มากจริงๆ โดยเฉพาะการเลือกใช้เส้นสายที่ดูพลิ้วไหวแต่แฝงความหนักแน่นอย่างลงตัว ทางสายการบินของเราอยากได้คุณมินทร์มาออกแบบชุดฟอร์มใหม่ของแอร์โฮสเตสครับ" ภากรยิ้มละมุน นัยน์ตาสีนวลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชมจากใจจริง พลางเลื่อนแก้วค็อกเทลสีสวยรสหวานซ่อนเบี้ยวให้เธออย่างให้เกียรติ​มินทร์รู้สึกผ่อนคลายและยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคู่สวยของเธอเปล่งประกายระยิบระยับยามที่พูดคุยและพยากรณ์เรื่องงานออกแบบด้วยความหลงใหล มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไป

  • The contract game เกมนี้ฉันไม่ได้รัก   บทที่ 12: รอยร้าวในใจเสือ

    ​โคมไฟแชนเดอเลียร์ระยิบระยับที่ห้อยระย้าอยู่บนเพดานสูงโถงของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคิน ทอแสงสีทองนวลสว่างไสวไปทั่วห้องอาหารทรงยาว แต่ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับทับถมไปด้วยความอึดอัดอันตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นหอมของอาหารยุโรปจานหรูที่ถูกจัดวางอย่างประณีตบนจานกระเบื้องเคลือบเนื้อดี ไม่ได้ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของใครบนโต๊ะได้เลยแม้แต่น้อย ความเย็นชาที่ปกคลุมอยู่ทำให้ทุกสัมผัสราวกับแช่แข็งในฤดูหนาว​"คุณหญิงดาริกา" มารดาของธาม หญิงสูงศักดิ์ผู้มีใบหน้าเรียบตึงเฉียบขาดและวางท่าทีสง่าผ่าเผยตลอดเวลา นั่งประธานอยู่ตรงหัวโต๊ะ สายตาคมกริบของเธอกวาดมอง "มินตรา" หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายลูกชายด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง ความตึงเครียดสะสมตั้งแต่วินาทีแรกที่มินทร์ก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้​"ได้ข่าวว่าแบรนด์ผ้าไทยของเธอใกล้จะเจ๊ง จนต้องวิ่งโร่มาหาลูกชายฉันงั้นเหรอ มินตรา?" คุณหญิงดาริกาวางส้อมลงบนจานเสียงดัง เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกระเบื้องดังสะท้อนไปทั่วห้องอาหารอันเงียบสงบ ราวกับต้องการตบหน้าหญิงสาวให้รู้สำนึก "ธามน่ะเขาใจดี ชอบทำการกุศลช่วยเหลือผู้หญิงเดือดร้อน แต่เธอก็ต้องเจียมตัวนะ อ

  • The contract game เกมนี้ฉันไม่ได้รัก   บทที่ 11: ข้อความตอนตีสาม

    ​เสียงสั่นครืดๆ ของสมาร์ทโฟนบนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบสงบในห้องนอนมืดมิดของมินทร์ แสงสีฟ้าจากหน้าจอด้านหลังสว่างวาบขึ้นมาส่องกระทบใบหน้าเนียนสวยที่กำลังหลับใหลเปลือกตาบางค่อยๆ กะพริบขึ้นปรับสายตากับความมืด เข็มสั้นของนาฬิกาเรือนหรูบนผนังชี้ไปที่เลขสามครึ่ง พอดีกับที่เสียงแจ้งเตือนสั่นรัวติดๆ กันหลายครั้งจนเธอต้องเอื้อมมือเรียวสวยไปหยิบมันขึ้นมาดู​มันคือข้อความรูปภาพจากธาม...​ภาพถ่ายมุมสูงในคลับหรูระดับเอ็กซ์คลูซีฟ แสงไฟสีม่วงสลัวสะท้อนภาพชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อเชิ้ตแหวกอกกว้าง เขาถูกล้อมรอบด้วยแก๊งเพื่อนไฮโซและนายแบบชื่อดัง ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในรูปกลับเป็นพริตตี้สาวสวยสองคนที่แต่งตัวเดรสสั้นเอวลอย ทั้งสองกำลังคลอเคลีย นั่งซบไหล่หนาและโอบกอดแขนของเขาไว้อย่างใกล้ชิดชนิดที่ไม่เหลือระยะห่าง ธามในรูปกำลังยกแก้วบรั่นดีขึ้นยิ้มมุมปากใส่กล้อง ด้วยสายตาพราวเสน่ห์ที่เขาชอบใช้บริหารเสน่ห์ใส่สาวๆ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาต่อท้าย:​'คืนนี้ไม่ต้องรอนะ มีคนคอยดูแลอย่างดีแล้ว'​มินทร์มองรูปภาพนั้นด้วยดวงตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจหรือเจ็บปวด นิ้วเรียวสวยที่ถือเครื่องไม่ได้สั

  • The contract game เกมนี้ฉันไม่ได้รัก   บทที่ 10: ตัวแปรสีเทา

    ​เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์รัวกระหึ่มดังก้องสนามแข่งรถส่วนตัว ความเร็วและแรงเหวี่ยงเหยียบมิดไมล์คือสิ่งที่ธามใช้ระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดในเวลานี้ ชายหนุ่มหักพวงมาลัยดริฟต์เข้าโค้งจนยางไหม้ส่งกลิ่นคลุ้ง ทันทีที่รถจอดสนิท เขาก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางดุดัน หวังจะเห็นใบหน้าตื่นตระหนกระคนเทิดทูนจากผู้หญิงที่เขาพามาด้วย​แต่... มินทร์กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้สนามใต้ร่มบังแดดอย่างสงบ ในมือของเธอถือไอแพดค้างไว้เพื่อตรวจสอบงบดุลของบริษัท เธอไม่ได้กรี๊ดกร๊าดตอนรถสปอร์ตแล่นฉิว ไม่ได้วิ่งเอาผ้าเย็นมาซับเหงื่อให้เขาเหมือนที่นลินหรือสาวๆ คนอื่นเคยทำ​"ซิ่งขนาดนั้น... ไม่กลัวตายหรือไงมินตรา?" ธามเดินเข้าไปกระชากน้ำดื่มจากมือลูกน้อง พลางปัดเหงื่อที่หน้าผากออกอย่างหัวเสีย​มินทร์ละสายตาจากหน้าจอ มองเขาด้วยแววตาว่างเปล่า "ชีวิตของคุณเป็นของคุณค่ะคุณธาม สัญญาของฉันคุมแค่เรื่องงานและหน้าที่คู่นอนตามกฎ ตราบใดที่คุณไม่ตายก่อนจ่ายเงินทุนงวดสุดท้าย ฉันไม่มีสิทธิ์ไปก้าวล่วงความปลอดภัยของคุณค่ะ"​คำพูดที่แสนห่างเหินราวกับมองเขาเป็นแค่สัญญากระดาษ ทำให้ธามรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

  • The contract game เกมนี้ฉันไม่ได้รัก   บทที่ 9: ค่ำคืนที่ไม่ได้กิน

    ​ภายในห้องนอนใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู ธามกำลังพลิกตัวไปมาบนเตียงกว้างด้วยความกระสับกระส่าย เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเงียบเชียบ แต่มันกลับขับเน้นให้ความเงียบในอกของเขาดังอื้ออึงอย่างน่าหงุดหงิด กลิ่นเทียนหอมอ่อนๆ รสลาเวนเดอร์ผสมเปปเปอร์มินต์ลอยโชยมาจากใต้ช่องประตูห้องนอนของมินทร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มันเป็นกลิ่นที่เรียบง่ายแต่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณในตัวเขาอย่างประหลาด​"ผู้หญิงอะไร... เย็นชาชะมัด" ธามสบถกับตัวเอง นึกถึงภาพผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านมาในชีวิต ทุกคนล้วนพยายามเดินมาออดอ้อน เอาอกเอาใจนุ่งน้อยห่มน้อยมาเคาะประตูห้องเขาตั้งแต่วันแรก แต่มินทร์กลับทำเหมือนเขาเป็นเพียงเพื่อนร่วมห้อง หรือร้ายกว่านั้น... เป็นแค่หัวหน้างานในเวลาราชการ​ความหงุดหงิดระคนเสียหน้าขับเคลื่อนให้ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียง ชายหนุ่มจงใจหยิบขวดบรั่นดีราคาแพงมาดกสลักรวดเดียวสองอึกใหญ่ แกล้งทำเป็นคนเมาเดินตุปัดตุเป๋ไปเคาะประตูห้องเธอ ก๊อก ก๊อก ก๊อก​"มินทร์... เปิดประตูให้ฉันหน่อย" เขาลากเสียงยานคราง แกล้งทิ้งตัวพิงบานประตู​ไม่ถึงนาที บานประตูก็เปิดออก มินทร์ปรากฏตัวในชุดนอนผ้าซาตินแขนยาวขายาวสีมิดชิดติดกระดุมถึงคอ เรื

  • The contract game เกมนี้ฉันไม่ได้รัก   บทที่ 8: เหยื่อลองเชิง

    ​ความสงบสุขพังทลายลงในวันต่อมาเมื่อธามพามินทร์ไปทานอาหารกลางวันในห้องอาหารส่วนตัว และ "นลิน" นางแบบสาวแฟนเก่าเบอร์ล่าสุดของธาม บุกเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึงจากความหึงหวง​"อ๋อ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ดีไซเนอร์ตกอับที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเงิน!" นลินกรีดร้อง เสียงดังพลางคว้าแก้วน้ำส้มบนโต๊ะตั้งท่าจะสาดใส่หน้ามินทร์​หมับ!​มินทร์คว้าข้อมือของนลินไว้กลางอากาศได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นัยน์ตาของมินทร์นิ่งสนิท ไม่มีแววตระหนกตกใจ เธอค่อยๆ บิดข้อมือนลินออกอย่างสุภาพแต่ทรงพลัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง​"คุณนลินคะ การกระทำนี้เข้าข่ายพยายามทำร้ายร่างกาย และหมิ่นประมาทในที่สาธารณะ หากน้ำในแก้วนี้โดนตัวฉัน แม้แต่หยดเดียว ทนายของฉันจะส่งหมายศาลไปถึงคอนโดของคุณภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ... คิดให้ดีก่อนจะทำลายอนาคตตัวเองนะคะ"​นลินหน้าเสีย สะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระทืบเท้าออกไปอย่างอับอาย ธามที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับทึ่ง เขามองมินทร์เพื่อค้นหาแววตาหึงหวงหรือความเรียกร้องให้เขาปกป้อง แต่มินทร์กลับหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับมือเบาๆ แล้วพูดเรียบๆ​"ฉันไม่ได้หึงคุณนะคะคุณธาม ฉันแค่ปกป้องภาพลักษณ์ของ 'ดีล' ของเราค

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status