LOGINมินทร์ ดีไซเนอร์สาวมากความสามารถ เจ้าของแบรนด์ผ้าไทยที่กำลังเผชิญวิกฤตการเงินอย่างหนัก เธอจึงยอมตกลงทำสัญญาสามเดือนเป็น "คู่ควง" ให้กับ ธาม ประธานบริหารหนุ่มแห่งอัครเดชโภคิน เพลย์บอยผู้ร่ำรวยและหยิ่งผยอง เพื่อแลกกับเงินทุนพยุงบริษัทร้อยล้านบาท โดยมินทร์ได้ตั้งกฎสัญญาสุดเนี๊ยบเพื่อป้องกันตัวเอง ธามที่คุ้นเคยกับการถูกผู้หญิงเอาอกเอาใจและพึ่งพิง หวังจะใช้ความเร็ว เสน่ห์ และแผนประชดประชันเพื่อปั่นหัวให้มินทร์หวาดกลัวหรือหึงหวง ทว่าเธอกลับตอบโต้ด้วยความนิ่งเฉย มองเขาเป็นเพียง "สัญญากระดาษ" และปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด ความเฉยชาและรู้ทันของมินทร์ทำให้ธามรู้สึกสูญเสียการควบคุม ยิ่งพยายามเอาชนะ เขากลับยิ่งติดบ่วงความตัณหาและความริษยาจนยอมจ่ายค่าปรับหลายล้านบาทเพียงเพื่อได้เข้าใกล้และล้ำเส้นเธอ ทว่าในยามที่ธามพ่ายแพ้ต่อพิษไข้ มินทร์กลับคอยดูแลและซับหยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอให้เขาด้วยความอ่อนโยนอย่างแท้จริง การกระทำนั้นเริ่มละลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเธอให้สั่นคลอน ขณะที่เสือร้ายอย่างธามตระหนักได้ว่า ตนเองได้ศิโรราบให้กับคนคุมเกมคนนี้จนหมดหัวใจ และพร้อมจะทำทุกทางเพื่อละลายน้ำแข็งในใจเธอให้ได้ ก่อนที่สัญญาสามเดือนจะจบลง
View Moreแสงไฟสลัวโทนสีส้มอบอุ่นในบาร์แจ๊สสุดหรูเคล้าไปกับเสียงเปียโนนุ่มลึกที่แว่วมาจากเวทีริมในสุด กลิ่นหอมหวานของซิการ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายค็อกเทลอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว มินทร์นั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกใสริมผนังกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวง ตรงข้ามกับเธอคือ "ภากร" นักบริหารหนุ่มมาดเนี๊ยบทายาทสายการบินชื่อดัง ภากรเยื้องกายด้วยท่าทางสุภาพและสง่างาม รอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติรับกับบุคลิกอบอุ่นที่เต็มไปด้วยเกียรติยศและชาติตระกูล"ผมเห็นคอลเลกชันใหม่ของคุณมินทร์แล้วนะครับ สวยงามและมีเอกลักษณ์มากจริงๆ โดยเฉพาะการเลือกใช้เส้นสายที่ดูพลิ้วไหวแต่แฝงความหนักแน่นอย่างลงตัว ทางสายการบินของเราอยากได้คุณมินทร์มาออกแบบชุดฟอร์มใหม่ของแอร์โฮสเตสครับ" ภากรยิ้มละมุน นัยน์ตาสีนวลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชมจากใจจริง พลางเลื่อนแก้วค็อกเทลสีสวยรสหวานซ่อนเบี้ยวให้เธออย่างให้เกียรติมินทร์รู้สึกผ่อนคลายและยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคู่สวยของเธอเปล่งประกายระยิบระยับยามที่พูดคุยและพยากรณ์เรื่องงานออกแบบด้วยความหลงใหล มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไป
โคมไฟแชนเดอเลียร์ระยิบระยับที่ห้อยระย้าอยู่บนเพดานสูงโถงของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคิน ทอแสงสีทองนวลสว่างไสวไปทั่วห้องอาหารทรงยาว แต่ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับทับถมไปด้วยความอึดอัดอันตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นหอมของอาหารยุโรปจานหรูที่ถูกจัดวางอย่างประณีตบนจานกระเบื้องเคลือบเนื้อดี ไม่ได้ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของใครบนโต๊ะได้เลยแม้แต่น้อย ความเย็นชาที่ปกคลุมอยู่ทำให้ทุกสัมผัสราวกับแช่แข็งในฤดูหนาว"คุณหญิงดาริกา" มารดาของธาม หญิงสูงศักดิ์ผู้มีใบหน้าเรียบตึงเฉียบขาดและวางท่าทีสง่าผ่าเผยตลอดเวลา นั่งประธานอยู่ตรงหัวโต๊ะ สายตาคมกริบของเธอกวาดมอง "มินตรา" หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายลูกชายด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง ความตึงเครียดสะสมตั้งแต่วินาทีแรกที่มินทร์ก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้"ได้ข่าวว่าแบรนด์ผ้าไทยของเธอใกล้จะเจ๊ง จนต้องวิ่งโร่มาหาลูกชายฉันงั้นเหรอ มินตรา?" คุณหญิงดาริกาวางส้อมลงบนจานเสียงดัง เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกระเบื้องดังสะท้อนไปทั่วห้องอาหารอันเงียบสงบ ราวกับต้องการตบหน้าหญิงสาวให้รู้สำนึก "ธามน่ะเขาใจดี ชอบทำการกุศลช่วยเหลือผู้หญิงเดือดร้อน แต่เธอก็ต้องเจียมตัวนะ อ
เสียงสั่นครืดๆ ของสมาร์ทโฟนบนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบสงบในห้องนอนมืดมิดของมินทร์ แสงสีฟ้าจากหน้าจอด้านหลังสว่างวาบขึ้นมาส่องกระทบใบหน้าเนียนสวยที่กำลังหลับใหลเปลือกตาบางค่อยๆ กะพริบขึ้นปรับสายตากับความมืด เข็มสั้นของนาฬิกาเรือนหรูบนผนังชี้ไปที่เลขสามครึ่ง พอดีกับที่เสียงแจ้งเตือนสั่นรัวติดๆ กันหลายครั้งจนเธอต้องเอื้อมมือเรียวสวยไปหยิบมันขึ้นมาดูมันคือข้อความรูปภาพจากธาม...ภาพถ่ายมุมสูงในคลับหรูระดับเอ็กซ์คลูซีฟ แสงไฟสีม่วงสลัวสะท้อนภาพชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อเชิ้ตแหวกอกกว้าง เขาถูกล้อมรอบด้วยแก๊งเพื่อนไฮโซและนายแบบชื่อดัง ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในรูปกลับเป็นพริตตี้สาวสวยสองคนที่แต่งตัวเดรสสั้นเอวลอย ทั้งสองกำลังคลอเคลีย นั่งซบไหล่หนาและโอบกอดแขนของเขาไว้อย่างใกล้ชิดชนิดที่ไม่เหลือระยะห่าง ธามในรูปกำลังยกแก้วบรั่นดีขึ้นยิ้มมุมปากใส่กล้อง ด้วยสายตาพราวเสน่ห์ที่เขาชอบใช้บริหารเสน่ห์ใส่สาวๆ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาต่อท้าย:'คืนนี้ไม่ต้องรอนะ มีคนคอยดูแลอย่างดีแล้ว'มินทร์มองรูปภาพนั้นด้วยดวงตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจหรือเจ็บปวด นิ้วเรียวสวยที่ถือเครื่องไม่ได้สั
เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์รัวกระหึ่มดังก้องสนามแข่งรถส่วนตัว ความเร็วและแรงเหวี่ยงเหยียบมิดไมล์คือสิ่งที่ธามใช้ระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดในเวลานี้ ชายหนุ่มหักพวงมาลัยดริฟต์เข้าโค้งจนยางไหม้ส่งกลิ่นคลุ้ง ทันทีที่รถจอดสนิท เขาก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางดุดัน หวังจะเห็นใบหน้าตื่นตระหนกระคนเทิดทูนจากผู้หญิงที่เขาพามาด้วยแต่... มินทร์กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้สนามใต้ร่มบังแดดอย่างสงบ ในมือของเธอถือไอแพดค้างไว้เพื่อตรวจสอบงบดุลของบริษัท เธอไม่ได้กรี๊ดกร๊าดตอนรถสปอร์ตแล่นฉิว ไม่ได้วิ่งเอาผ้าเย็นมาซับเหงื่อให้เขาเหมือนที่นลินหรือสาวๆ คนอื่นเคยทำ"ซิ่งขนาดนั้น... ไม่กลัวตายหรือไงมินตรา?" ธามเดินเข้าไปกระชากน้ำดื่มจากมือลูกน้อง พลางปัดเหงื่อที่หน้าผากออกอย่างหัวเสียมินทร์ละสายตาจากหน้าจอ มองเขาด้วยแววตาว่างเปล่า "ชีวิตของคุณเป็นของคุณค่ะคุณธาม สัญญาของฉันคุมแค่เรื่องงานและหน้าที่คู่นอนตามกฎ ตราบใดที่คุณไม่ตายก่อนจ่ายเงินทุนงวดสุดท้าย ฉันไม่มีสิทธิ์ไปก้าวล่วงความปลอดภัยของคุณค่ะ"คำพูดที่แสนห่างเหินราวกับมองเขาเป็นแค่สัญญากระดาษ ทำให้ธามรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน





