LOGINทุกอย่างของเธอเป็นปริศนา และเธอมาเพื่อทำให้เพลย์บอยอย่างเขาตกหลุมรัก ในค่ำคืนหนึ่งของผับชื่อดังอย่าง high bar การปรากฏตัวของสาวสวย ท่าทางอ่อนต่อโลก ดึงดูดความสนใจของเหล่านักล่าในผับแห่งนั้น โดยเฉพาะเขา ‘มู่เฟยหลง’ ผู้ชายที่เป็นเจ้าของสถานที่ เขาสนใจเธอมาก อยากครอบครองเธอเป็นคนแรก และเขาทำมันสำเร็จ แต่ … หญิงสาวที่เขาคิดว่าไร้ประสบการณ์ กลับเร่าร้อนสุดๆตอนอยู่บนร่างของเขา คืนแรกของเธอ คนแรกของเธอ เขาไม่รู้สึกเลยว่ามันจะเป็นอย่างนั้น และวันรุ่งขึ้น เธอไม่ยอมอยู่ข้างๆให้เขาคลายความสงสัย เธอหายไป พร้อมกับความสงสัยทั้งหมด และความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
View More"If you weren't so fat, maybe the ring would have been your size!"
That was the angry voice of my boyfriend, Steven.
He drew attention, and the other buyers at the jewelry shop stared at us.
Today was supposed to be my engagement day, since Steven didn't know my size, so he popped the big question before we set out to get the ring.
"Baby, can we try another one, please?"
I managed to say that with a smile on my face.
"Are you deaf?!"
He yelled so loudly that I lost the power to hold back, and hot tears streamed down my cheeks. I felt my legs grow weak and my heart pounding painfully.
"We have larger sizes for her to try, sir," the jewelry store owner suggested politely, coming to my rescue.
But he wasn't willing to give it a try.
"It doesn't matter what size you have-it won't suck those fats away! I'm fed up with this."
This time, every head in the shop turned towards us, and all eyes were on us as the scene was established just as Steven had wanted.
I felt like a clown.
The jewelry store owner was left in an awkward situation, unsure how to convince him to buy the ring.
The people watching started murmuring to one another.
"Another day of making people think I am a monster in public, good job, Beauty! I am done."
He snapped and walked out coldly.
"Steven!"
"Steven, please!"
I cried out, but he didn't look back or act like he knew that name.
The door closed, and another customer entered the room.
I stood there with my head down, crying bitterly. I opened my tear-blurred eyes to see my cold feet... big-sized feet.
Not the feet a feminine lady should have.
"Don't worry, he will change his mind. That I am sure of."
The jewelry woman's voice came.
She was trying to console me.
I pressed my lips and nodded, but couldn't look up out of embarrassment, knowing that all eyes were now on me after that scene.
Slowly, like a dying rat, I walked out of the jewelry shop, my steps weak and unsteady, her vision blurry with tears.
And that was how my once beloved fiancé dumped me because my chubby finger couldn't fit into my engagement ring.
Right there, in the middle of the jewelry shop, he broke up with me and dumped me.
He wasn't just fed up with the ring not fitting-he was fed up with me. Just like Tim, like Nathan, and now Steven. They all dumped me at the slightest chance.
I inherited my father's genes, and from a very young age, I had been bullied because of my size.
In middle school, I became self-destructive and attempted suicide many times just to end it all. But it didn't stop-the name-calling, the bullying.
The class whale.
Fatty.
Unfortunately, as an adult, it was even worse than I had imagined.
I hated myself so much. Ever since my last relationship, I have never had the desire to look good, apply makeup, or, you know, feel like every other young woman out there.
For what? To get used and dumped again?
Fat is ugly. I am fat. Beauty is a privilege. Unfortunately, I am the opposite of my name-
Beauty.
And my first love?
Tim, he dumped me after our first night together. He made his intentions known to me.
I thought I was going to die back then.
He didn't even put up a fake act for two weeks or so before breaking up with me. He never considered my feelings.
"It's my first time," I remember telling him.
His reply was just emotionless.
"Yeah, I can see the red stain."
Sixteen-year-old me expected more than that reply, but I didn't make a big deal out of it.
After a few minutes of silence, Tim stood up from the bed.
"I'm done."
That statement traumatized me. I didn't even know if I heard him correctly.
"Huh?"
I chuckled, confused. I was naive, thinking he was pulling my leg.
"I only dated you because I wanted to know how it feels to be with a plus-size girl."
"Tim, what are you saying...?" I asked, even more confused.
"Do you think I would ever walk hand in hand with a girl three times my size?"
And that was how my first time became my first heartbreak.
ฟูหลินใช้มือข้างที่ถนัดพยุงร่างของเพื่อนสนิทไว้ อีกมือใช้มันล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าแบรนด์ดัง เพื่อโทรขอความช่วยเหลือจากคนในบ้านคนอื่น ซึ่งพี่ซีเหวินว่าที่สามีของเธอ ให้เบอร์ติดต่อไว้แล้ว เพื่อเรียกใช้ในตอนที่จำเป็น“สวัสดีค่ะคุณแม่บ้าน รบกวนมาช่วยฉันพาตัวลี่หมิงขึ้นไปนอนบนเตียงหน่อยได้ไหมคะ?”ฟูหลินใช้น้ำเสียงที่บ่งบอกได้ถึงความเกรงใจ ถึงเธอจะเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลถิง แต่ไม่มีความคิดจะยกตนเหนือคนอื่น ปฏิบัติกับทุกคนตามหน้าที่ และยึดหลักความเท่าเทียมในฐานะมนุษย์ไว้ผ่านไปเพียงแค่ห้านาที ประตูไม่เนื้อดีก็ถูกผลักเข้ามา คนที่ผลักประตูบานนั้นคือพี่เลี้ยงคนสนิทของลี่หมิง ท่าทางบอบบางของผู้เป็นนาย ทำเอาน้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นลงพื้น“ช่วยหน่อยนะคะ”ฟูหลินเข้าใจ เพราะเธอเองก็สงสารเพื่อนสนิทไม่ต่างกัน ทั้งสองคนช่วยกันพยุงร่างคนหลับไปนอนบนเตียง หลังจากนั้นพี่เลี้ยงก็ขออาสาเป็นคนดูแลต่อ หาผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดตัวให้ หาชุดอื่นมาให้ใส่ จากนั้นก็ปล่อยให้นอนพักผ่อนอยู่ตามลำพังลี่หมิงนอนฝันร้ายทั้งคืน ในฝันของเธอมีคนพยายามแย่งเด็กคนหนึ่งไปจากเธอ เด็กคนนั้นเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม ในวินาทีแรกที่ได
“ผมก็หวังให้เป็นแบบนั้นครับ”“อือ จะไปดูคนที่ไปกับลีหน่อยไหม เธออยู่ห้อง 304”“ครับ? ลีไม่ได้ไปคนเดียว?”“ไม่นะ มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกพามาพร้อมกัน”“?”“ชื่อถิงถิง หลินถิงถิง”“หลินถิงถิง? เลขาของฉันนี่คะ?”“อ่า งั้นไปดูเธอกัน ลีผ่าตัดเสร็จค่อยมาดูเขา”เฟยหลงสรุป คนทั้งสองก้มหน้าลงเพื่อกล่าวคำลากับพ่อของลี จากนั้นก็เดินไปตามทางเดิน มีพยาบาลที่อยู่แถวนั้นรับอาสาพาไปที่ห้อง ลี่หมิงพยายามไม่โทษตัวเอง แต่ยิ่งพบว่ามีคนบาดเจ็บเพราะมีสาเหตุเป็นเธอ ความคิดยิ่งดำดิ่งลงลึก“คุณหลินถิงถิงอยู่ในห้องค่ะ คุณหมอให้เยี่ยมได้แค่สิบนาทีนะคะ”พยาบาลพูดจบก็เดินจากไป เฟยหลงเปิดประตูห้องออก เดินนำเข้าไปก่อน ลี่หมิงเดินตามเข้าไปบ้าง ก้าวขาแทบไม่ออกเมื่อเห็นเลขาที่เคยอารมณ์ดี นอนอยู่บนเตียง มีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่แขนซ้ายของเธอ ขาถูกพันด้วยผ้าสันนิษฐานว่าด้านในนั้นน่าจะเป็นเฝือก“เอ่อ สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ”ชายวัยกลางคนสวมชุดกราวหันกลับไปมอง ยกมุมปากขึ้นยิ้มแต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตาม เพียงไม่นานก็หันกลับไปแบบเดิม จ้องมองลูกสาวแสนรักเงียบๆ นึกเสียใจที่รักเธอมากเกินไป ยอมตามใจเธอทุกอย่าง ปล่อยให้เธอไปใช้ชีวิตในแบบ
“คุณลี คุณลี! ระวัง!”ปัง!เอี๊ยด!รถยนต์เสียหลักเพราะคนควบคุมพวงมาลัยโดนกระสุนจากรถยนต์คันข้างๆ เจาะเข้าบริเวณซี่โครงด้านขวา เหยียบเบรกเท่าที่ร่างกายจะสามารถทำได้ แต่ถึงอย่างนั้นรถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงก็ยังพุ่งไปด้านหน้า ลีพยายามบังคับพวงมาลัยไว้ ก่อนสติสุดท้ายจะหมดลงเขาปกป้องเธอได้หรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่อยู่กับเขาในความทรงจำสุดท้ายเมื่อรถยนต์สีขาวปะทะเข้ากับเสาไฟในสภาพด้านหน้าพังยับ รถยนต์คันสีดำก็ขับเคลื่อนออกไปจากบริเวณนั้น งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วง ไม่ต้องลงไปตรวจสอบก็ได้ เพราะคำสั่งที่ได้รับจากผู้เป็นนาย จะเป็นหรือตายก็ได้เงินเท่ากันถิงถิงหลั่งน้ำตามองเลือดที่หยดตามใบหน้าหล่อเหลา เขาตั้งใจให้รถชนทางฝั่งที่เขานั่ง พยายามรักษาคำพูดว่าจะปกป้องเธอ โดยใช้ตัวเองเข้าแลก เขาบ้ามาก บ้าที่สุด ทั้งที่บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงในแบบที่ชอบแท้ๆ แต่ก็ทำร้ายจิตใจเธอด้วยการทำแบบนี้“อย่าตายนะ! ได้โปรด”ถิงถิงได้ยืนเสียงตัวเอง และเสียงไซเรนที่น่าจะเป็นของรถตำรวจ หรือไม่ก็คงเป็นรถพยาบาล แต่เธอไม่ได้ยินเสียงเขา มองไม่เห็นดวงตาที่เคยเย็นชานั่นด้วย ตาเขาสวยนะ เธอชอบมัน ชอบที่สุด“ฮึก! ฮือ! ฉันช
“ผมไปโรงพยาบาล xxx นะ”ลีเอ่ยชื่อโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดออกไป กำลังจะถอยออกไปเพื่อปิดประตู เสื้อก็ถูกดึงไว้ จนมันแถบจะหลุดออกมาจากในกางเกง คนทำเม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าบอกเหตุผลที่ไม่อยากไปโรงพยาบาลแห่งนั้น“ไปส่งฉันที่บ้านก็พอ”“แต่ขาคุณ”“ช่างขาฉันเถอะค่ะ ข้อเท้ามันแพลงเฉยๆ ไปหาหมอก็ได้แค่ยามากินอยู่ดี”คนที่คลุกคลีอยู่กับโรงพยาบาลมาทั้งชีวิต และมีความรู้ด้านนี้มากพอสมควร พูดเสียงห้วนกับคนตัวโต พิงหลังเข้ากับเบาะรถ เอื้อมไปดึงกระเป๋าจากมือคนที่ยังยืนนิ่ง ล้วงหาโทรศัพท์ออกมาอย่างไม่สนใจ แจ้งกับเจ้านายอีกคนว่าเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น เธอจึงหยิบของที่เขาต้องการไปให้ไม่ได้ โชคดีที่เจ้านายเธอใจดี ไม่เพียงแค่เข้าใจสถานการณ์ เขายังสั่งให้เธอหยุดงานจนกว่าขาจะหายเจ็บ“บ้านคุณอยู่ที่ไหน?”“ถนน XX ย่านศูนย์การค้า M”รถยนต์สีขาวเคลื่อนออกไปจากลานจอดรถ เมื่อคนขับรู้จุดหมายปลายทางที่จะไป ใบหน้าคมคายโดดเด่นด้วยดวงตาสีน้ำทะเลลึก แอบมองคนข้างๆทุกครั้งที่สบโอกาส แปลกใจที่คนสวยขนาดนี้ยังไม่มีคนรัก ที่แปลกใจมากกว่านั้น คือการที่เธอมาสารภาพรักกับตัวเองถ้าตัดเรื่องฐานะกับหน้าตาออกไป เขาคิดว่าตัวเองไม่มีอะไร
“เห้อ! เอาเถอะ! รอให้เธอหายป่วย เราค่อยคุยกันอีกที อยู่นี่คนเดียวแป๊บนึงนะ พี่จะไปซื้อยากับข้าวมาให้ เธอกินยาคุมไปหรือยัง”“ยะ ยัง! สภาพแบบนี้ฉันจะไปที่ไหนได้”“รออยู่นี่ อย่าดื้อ เดี๋ยวมา”เฟยหลงถอนหายใจเบาๆ กำชับคนดื้อรั้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อ้อยอิ่งอยู่เพียงไม่นาน เมื่อคิดถึงอาการของคนป่
“อึก!”“อ๊ะ! อูย! เจ็บนะ!”“ฉันก็เจ็บ!”ใบหน้าคมเงยขึ้นมาพูด รู้สึกผิดเล็กน้อยที่ตัวเองเผลอกัดเต้างามของเธอเข้า แต่คนที่ทำเขาเจ็บก่อน มันเธอไม่ใช่หรือไง“พอ พอแล้วใช่ไหม?”“พอเหรอ แน่ใจเหรอว่าอยากให้ฉันพอแค่นี้?”มือหนาจับขาเรียวแยกออกจากกัน ขาเรียวสวยขาวจนเห็นเส้นเลือดสานทับกันไปมา สายตาคู่คมจับจ้
“คุณจะไปส่งฉันใช่ไหม ไปสิ ฉันอยากกลับแล้ว”เฟยหลงขยับมือซ้ายเลื่อนลงต่ำ ช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้ม ใบหน้าสวยหวานซบลงบนอกกว้างแน่น หลับตาลงช้าๆเพื่อซึมซับเอาความอบอุ่นจากร่างแกร่ง รู้สึกถึงการก้าวอยู่ตลอด มั่นใจว่าเขาจะไปส่งเธออย่างที่พูด จึงปล่อยให้สติล่องลอยไปกับห้วงนิทราหมับ!“ปล่อยเธอซะ!”“ใครวะ!”“บ
สามวันต่อมาเป็นเวลาสามวันแล้ว ที่ลี่หมิงทำงานอยู่ใน high bar เธอโดนพี่ชายโทรตามทุกวัน ขอร้องให้กลับไปทำงานที่บริษัท ดีกว่ามาเสียเวลาทำอะไรแบบนี้ แต่เธอเลือกที่จะทำต่อ ไม่ใช่เพราะแผนการเอาคืน แต่เป็นเพราะเจ้าของสถานที่ ที่ไม่ยอมให้เธอออกไปไหน“ฟูหลิน! เอาเหล้านี่ไปเสริฟโต๊ะนู้นให้หน่อยสิ” ใบหน้าส