กระซิบรักฝากหัวใจที่ปลายฟ้า

กระซิบรักฝากหัวใจที่ปลายฟ้า

last updateLast Updated : 2025-08-27
By:  sammi'PCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
125Chapters
913views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

"คงไม่มีโอกาสได้เจอกันแล้วสินะ ลาก่อนคุณลุงแฟนวันเดียวของฉัน ลาก่อนที่รักของฉัน" เอรินสะอื้นเบา ๆ นึกถึงความใจดีที่ได้รับจากชายหนุ่มแล้วได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา หล่อนจะจดจำมันเอาไว้ให้ลึกสุดใจ ไม่ว่าเขาจะจำได้หรือไม่ แต่ความรักครั้งนั้นจะยังติดอยู่ในใจ... ไม่รู้ลืม "แกชื่อเจ้าฟิเรนเซ่จมูกดื้อก็แล้วกันนะ" จมูกดื้อเหมือนเจ้าของมันไม่มีผิด... ชานนท์เผยอยิ้มบาง ๆ จ้องพินอคคิโอจมูกยาวไม่วางตา มันเคยเป็นของที่เขาผ่านตาไม่เคยสนใจ ตอนนี้มันกลับเป็นเหมือนสายใยบาง ๆ ที่ผูกพันเขาไว้กับสาวน้อยกุหลาบชมพูที่เพิ่งจากกัน เสียใจ... ใช่ เขาเสียใจที่ไม่รั้งหล่อนไว้อย่างที่ใจคิด แต่เขามีภารกิจที่ต้องทำให้ลุล่วงมากกว่าที่หัวใจต้องการ หนึ่งปีที่บอกให้หล่อนรอนั้น... เขาพูดจริง...

View More

Chapter 1

1 คนในความฝัน

Elizabeth's POV

"I'm hanging up now. I still have an anniversary to celebrate."

On the other side of the call, Louise McCoy was clearly caught off guard. "You're not going to break up with her?"

"And why would I? So I can be with you? You're getting married soon, for goodness' sake."

Annoyed, Owen Mercer ended the call. He took the cake out of the box and carefully placed it in the center.

As though nothing had happened, he lit the candles and waved me over. "Liz, come make a wish."

My entire body went numb as I stared into his eyes. They remained perfectly calm, with not a single trace of guilt or remorse.

"Was it really fun lying to me for so long?"

The smile on Owen's face slowly faded. "I wouldn't exactly call it lying. I was willing to lose to her just to set the record straight. I didn't want anything to destroy what we have. Doesn't that prove how much you mean to me?

"Besides, we're just not legally married yet. I never said I wanted to leave you."

Seven candles stood tall on the cake in front of me, glaring back like a burning reminder that this was the seventh year I had been made a fool.

The candlelight gave off little warmth, yet it still made the faded scars on my arm itch slightly.

I could never have imagined that the man who vowed to stay with me for life and the bully who once burned me with a curling iron had actually been childhood sweethearts all along.

The fake marriage certificate sitting on the corner of the desk was impossible to ignore. The photograph beside it captured the happiest smile I had ever worn. I had truly believed the hardest days of my life were finally over.

Tears welled up in my eyes. "That's right. You didn't lie."

It was me who had been the fool—foolish enough to believe someone could look at all my scars and still choose to love me with everything they had.

I picked up the fake certificate and held it over the candle flame. The fire licked at it, and in a heartbeat, the edges began to blacken.

Owen reacted instantly, pulling me into his embrace. He grabbed a cup of water and poured it over the flames, putting them out at once.

"What are you doing?" he barked. "I thought you were terrified of fire!"

He still remembered the trauma I'd been left with after being bullied.

Every year, I would whisper my birthday wish into his ear, and he would blow out the candles on my behalf.

For seven years, I made the same wish over and over again. "I want to spend the rest of my life with you, Owen."

My mother remarried, and my father also started a new family. No one longed for a stable, unchanging home more than I did.

What had been going through Owen's mind when I told him all of that? Had he been laughing at me deep inside, mocking just how easily I had fallen into his trap and how he had been stringing me along for years without me ever realizing it?

And after everything, he was still the one who had to "kindly" reveal the truth to me.

The flames were extinguished, but a bloody gash remained on my finger.

Owen brought out the medical kit and applied antiseptic to my wound. A complex emotion flickered in his gaze.

"Stop being dramatic, okay? There's nothing going on between Louise and me. You know she's about to get married anyway. Just tell me what you want, and I'll make it up to you."

He grabbed his phone, ready to pull up the gifts he had saved in his shopping cart for me.

Suddenly, his expression stiffened. He looked at me, his brows furrowing tightly. "Is this all some kind of setup? I explicitly told you not to post anything. Did you deliberately burn yourself just to force my hand into marriage?

"Elizabeth, are you really that desperate for a ring? Isn't being in a relationship the same anyway? I was already going to—"

His words trailed off as a phone call came through. It was Louise.

Her loud, obnoxious laughter burst through the speaker. "Hey, kid, everyone already knows your wedding is next week. I told you before—poor people like her don't have any dignity. Even after being played, she's still desperate to marry you.

"She must have learned you're rich. What a pity. She has no idea you promised to protect me forever."

Owen's expression darkened as he ended the call. "Delete your post immediately," he ordered.

"I'm not taking it down, Owen. The wedding is next week."

My grandmother, Tania Holt, was seriously ill. She had always wondered why Owen and I hadn't tied the knot yet, given how stable our relationship appeared from the outside.

The truth was, he had long since promised himself to another woman. Continuing to date me was already the greatest act of charity he could offer. I was supposed to be deeply grateful for it.

But why on earth did he think I would ever accept his pathetic trace of pity?

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
125 Chapters
1 คนในความฝัน
เพลิงลุกไหม้โหมกระหน่ำในความมืดท่ามกลางสายฝนปรอยลงมาเป็นระยะ น้ำขังฉ่ำนองไปทั่วท้องถนนแต่ไม่อาจดับเพลิงถาโถมตามแรงลมกรรโชกสะบัดประกายไฟให้ขยายเป็นวงกว้างแดงฉานไปทั่วฟ้าไร้ดาวนานนับครึ่งชั่วโมงกว่าเพลิงจะมอดสลายไปพร้อมสายฝนกลายเป็นควันดำพวยพุ่ง ความมืดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณถนนเลียบหน้าผา เบื้องล่างเป็นชะง่อนหินลดหลั่นสูงชันเต็มไปด้วยหญ้าสูงเทียมหัวรกเรื้อ เสียงสาดซัดรุนแรงของคลื่นทะเลดังพอ ๆ กันเสียงคำรามของท้องฟ้าจนแทบไม่มีรถคันใดที่ผ่านไปมาสังเกตเห็นความผิดปกติของรถที่บัดนี้กลายเป็นซากเหล็กสีดำสนิทในป่าหญ้าริมผาร่างสูงโปร่งค่อย ๆ เงยหน้าจากกองหินมหึมาพลิกตัวหงายหลังนอนลงกับพื้นหญ้า ดวงหน้าโชกเลือดเกรอะกรังลืมตา มีเพียงท้องฟ้ามืดมิดไร้ดาว ไร้เรี่ยวแรงจะทำสิ่งใด เจ็บไปหมดทั่วทั้งสรรพางค์กาย มีเพียงเสียงที่เปล่งออกมาอย่างแผ่วเบา“ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยด้วย... ช่วยที”พยายามเปล่งเสียงเรียกแต่เหมือนว่ามันริบหรี่แผ่วเบาลงทุกทีจนแทบจะสงบนิ่ง ปลายหางตาพร่าเลือนเห็นเพียงเงาร่างทะมึนและเสียงสวบสาบของฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้วหยุดลงใกล้จนได้ยินเสียงคุยกันสติสัมปชัญญะเริ่มรางเลือนลงอีกคร
Read more
2 ลอนดอน
เอรินมองแผ่นหลังสูงใหญ่ด้านหน้าระหว่างเข้าคิวรอกระเป๋าอีกใบที่ลำเลียงลงมาจากเครื่องแล้วหล่อนได้แต่หน้ามุ่ย ชายหนุ่มคนเดิมคล้องกระเป๋าเป้ล้อเลื่อนใบใหญ่ขึ้นไพล่หลัง มืออีกข้างจับโทรศัพท์มือถือแนบหูคุยกับปลายสายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ “ครับพี่ ผมเพิ่งถึงได้ครู่ใหญ่ กำลังจะจับแท็กซี่ไปโรงแรม ไม่ต้องมารับ ใช่ครับ ผมจองรอยัลเฮาส์การ์ดไว้ ไม่ได้พักโรงแรมพี่ พอดีผมมีธุระต่อ”เดอะรอยัลเฮาส์การ์ด!นั่นมันคือโรงแรมระดับห้าดาวสุดหรูริมแม่น้ำเทมส์นี่นา...สาบานได้ว่าหล่อนไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง เขากำลังจะไปโรงแรมนั้นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแค่แม่น้ำกั้นกับโรงแรมที่หล่อนพักท่าทางภูมิฐานแต่งกายสะอาดสะอ้านแสดงว่าภูมิหลังคงดีพอดูถึงจะปากร้ายไปหน่อยแต่ก็ดูใจดี เมื่อได้คุยกันยาวหลังจากที่เขาออกจากห้องน้ำมา ทำให้รู้ว่าชายหนุ่มขาวจัดมาดเนี๊ยบคนนี้มีภารกิจคล้ายกันกับหล่อนคือต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาวเหมือนกันแต่คงไม่บังเอิญขนาดงานเดียวกับหรอก... เอรินครุ่นคิดถึงเงินในกระเป๋าแล้วได้แต่ถอนใจ ว่ากันว่าค่าแท็กซี่ลอนดอนแพงมหาโหดขนาดไหน ถ้าไม่ติดที่รอให้เพื่อนมารับหล่อนจะขอติดรถชายหนุ่มเข้าเมืองด้วยแ
Read more
3 เพื่อนร่วมทาง
เอรินมองแผ่นหลังสูงใหญ่ด้านหน้าระหว่างเข้าคิวรอกระเป๋าอีกใบที่ลำเลียงลงมาจากเครื่องแล้วหล่อนได้แต่หน้ามุ่ย ชายหนุ่มคนเดิมคล้องกระเป๋าเป้ล้อเลื่อนใบใหญ่ขึ้นไพล่หลัง มืออีกข้างจับโทรศัพท์มือถือแนบหูคุยกับปลายสายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ “ครับพี่ ผมเพิ่งถึงได้ครู่ใหญ่ กำลังจะจับแท็กซี่ไปโรงแรม ไม่ต้องมารับ ใช่ครับ ผมจองรอยัลเฮาส์การ์ดไว้ ไม่ได้พักโรงแรมพี่ พอดีผมมีธุระต่อ”เดอะรอยัลเฮาส์การ์ด!นั่นมันคือโรงแรมระดับห้าดาวสุดหรูริมแม่น้ำเทมส์นี่นา...สาบานได้ว่าหล่อนไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง เขากำลังจะไปโรงแรมนั้นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแค่แม่น้ำกั้นกับโรงแรมที่หล่อนพักท่าทางภูมิฐานแต่งกายสะอาดสะอ้านแสดงว่าภูมิหลังคงดีพอดูถึงจะปากร้ายไปหน่อยแต่ก็ดูใจดี เมื่อได้คุยกันยาวหลังจากที่เขาออกจากห้องน้ำมา ทำให้รู้ว่าชายหนุ่มขาวจัดมาดเนี๊ยบคนนี้มีภารกิจคล้ายกันกับหล่อนคือต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาวเหมือนกันแต่คงไม่บังเอิญขนาดงานเดียวกับหรอก... เอรินครุ่นคิดถึงเงินในกระเป๋าแล้วได้แต่ถอนใจ ว่ากันว่าค่าแท็กซี่ลอนดอนแพงมหาโหดขนาดไหน ถ้าไม่ติดที่รอให้เพื่อนมารับหล่อนจะขอติดรถชายหนุ่มเข้าเมืองด้วยแ
Read more
4 เคว้งคว้าง
ชายหนุ่มเสียงเข้ม ดวงตาคมจ้องมาด้วยความเคลือบแคลงอีกครั้ง “อย่าบอกนะว่า...”“ฉันไม่ใช่สตอล์กเกอร์จริงๆ ค่ะ” หล่อนส่ายหน้าพลางโบกมือ “ก็ฉันเห็นชื่อคุณที่แท็กกระเป๋าก็เลยจำได้ว่าคุณคือคุณอธิปก ราชรัตน์ แห่งเดอะเกร็ทแทรเวลบริษัททัวร์ที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทย” หล่อนร่ายยาว “ที่บ้านฉันก็ส่งแขกให้บริษัททัวร์ของคุณบ่อยๆ”“ที่บ้านคุณเป็นรีสอร์ต?” อธิปกถามกลับแสดงความสนใจทันที“เปล่าค่ะ แค่โฮมสเตย์เล็กๆ ทำกันเองในครอบครัวไม่มีชื่อเสียงอะไรหรอกค่ะ” หล่อนตอบสีหน้าภูมิใจ “ฉันถึงอยากเป็นไกด์จะได้เปิดบริษัททัวร์เพิ่มเติมช่วยรายจ่ายที่บ้าน”อธิปกพยักหน้ารับฟังสีหน้าครุ่นคิด “งั้นผมช่วยครั้งนี้ครั้งเดียวนะ”“ขอบคุณมากนะคะ”เอรินฉีกยิ้มกว้างดีใจจนปิดไม่มิด อธิปกได้แต่ส่ายหน้า ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความลื่นไหลของหญิงสาว บอกรถแท็กซี่ให้แล่นไปยังเป้าหมายที่หล่อนต้องการ ก่อนจะเมินหน้าหนีหลับตาพิงพนักเบาะปัดความรำคาญเอรินมองเสี้ยวหน้าชายหนุ่ม ใบหน้านวลเห่อร้อนจนต้องเบือนหน้าออกนอกหน้าต่างอีกทางมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความตื่นตาตื่นใจผ่านไปครู่ใหญ่แท็กซี่จึงแล่นเข้าสู่ย่านตึกสูงบนถนนยอร์ค มองเห็นลอนดอนอา
Read more
5 เขาคนนั้นใช่ไหม
หญิงสาวถึงกับบ่นอุบ นึกโมโหตัวเองที่อวดเก่งไม่ถามรายละเอียดห้องพักที่เพื่อนรักตรียมไว้ให้แม้แต่สำเนาการเข้าพักหล่อนก็ไม่ได้ขอเอาไว้ ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีทีท่าวินซ์จะกลับมา ท้องหล่อนเริ่มร้องประท้วงเพราะยังไม่มีอาหารตกถึงท้องตั้งแต่เช้าร่างสูงเพรียวทรุดนั่งบนโซฟาเนื้อนิ่มอย่างอ่อนแรง นึกจะไปหาอะไรรองท้องที่ร้านสะดวกซื้อก็กลัวจะคลาดกับเพื่อนรัก ได้แต่นั่งเพ่งสายตาหน้าประตูโรงแรมอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าวินซ์จะกลับมาโดยเร็วแต่ก็ไม่มีวี่แวว จนหล่อนเผลอสัปหงกเป็นพักๆ และสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นไม่ไกลเหมือนเสียงที่คุ้นเคยในความฝัน! “สงสัยฉันต้องเมาเครื่องบินแน่ ได้ยินเสียงใครก็ไม่รู้เป็นเจ้าชายในฝันไปได้ ฉันบ้าไปแล้วเพราะเธอเลย... ยายวี”หล่อนเผลอคิดดังกว่าจะรู้ตัวก็อับอายสายตาคนมอง หญิงสาวก้มหน้าก้มตางุดแต่ต้องสะดุดกับภาพชายหญิงคู่หนึ่งหน้าเคาน์เตอร์ ทั้งสองมองมาด้วยความสนใจแล้วสาวสวยก็ตรงเข้ามาทัก“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อมินนี่เป็นเลขาท่านประธาน ได้ยินว่าคุณยังไม่ได้ห้องพัก กรุณารอสักครู่นะคะ ดิฉันจะติดต่อคุณวิลเลียมแล้วจะจัดการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ”เสียงหวานนุ่มพูด
Read more
6 บังเอิญอีกแล้วเหรอ!
อีกฝ่ายตะครุบตัวหล่อนรวบเข้าหาจนแผ่นหลังชนแผงอกล่ำแล้วเอามือปิดปากกระซิบข้างหู“ฟังผม!”“ไม่ฟัง!”เอรินสะบัดหน้าหนีแต่ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายพูดคำต่อมา“ถ้าไม่ฟัง ผมจะจูบคุณนะ... สาวน้อย”“หะ... หา!”เอรินหยุดชะงักยืนแข็งทื่อตามสั่งจนชานนท์คลายวงแขน พอตั้งสติได้หล่อนจึงหันมาเผชิญหน้าสีหน้าเหยเกคล้ายจะร้องไห้ แต่ไม่มีคำพูดใดเล็ดรอด จนชายหนุ่มเอามือปัดไปมาหน้าหล่อนเพื่อเรียกสติ“นี่! เป็นอะไรไป ผมแค่พูดเล่น เห็นเดินคนเดียวเปลี่ยวใจกลัวใครจะมาลากไปซะก่อน... นี่ก็ดึกแล้วด้วย”“ฉะ... ฉัน แค่นึกอะไรเพลินไปหน่อยค่ะ” หล่อนเสียงสั่นยังตะลึงกับคำพูดเมื่อครู่ไม่หายมันช่างเหมือนกับในฝันราวกับไม่ได้ฝัน...“แล้วไป ก็นึกว่าอยากเล่นเอ็มวีก็เลยทำตัวเป็นพระเอกให้นี่ไง” เขาตอบหน้าตาเฉยกลิ่นเหล้าคลุ้งจนเอรินหน้ามุ่ย“โผล่มาแบบนี้เขาเรียกว่าผู้ร้ายบ้ากามมากกว่ารึเปล่าคะ คุณเล่นทำอย่างกับตัวร้ายดักฉุดนางเอกในนิยาย นี่ถ้าฉันไม่โวยวายคุณอาจจะทำมิดีมิร้ายฉันก็ได้” หล่อนเถียงไปข้างๆ คูๆชายหนุ่มฟังแล้วหัวเราะพรืดพลางหรี่ตามองร่างเพรียวบางตรงหน้าแล้วถอนใจ“ไม่มีใครอยากทำอะไรเด็กแบบคุณหรอก ผมก็แค่พูดเล่นสนุกๆ ไปง
Read more
7 มายุ่งอะไรด้วยเนี่ย!
“ผมว่าชุดนี้มันเซ็กซี่ไปไม่เหมาะกับคุณเลยนะ... เด็กน้อย”“เอ๊ะ!” เอรินชักสีหน้า พอหันกลับมาเห็นว่าเป็นใครหล่อนถึงกับตะลึง “คุณ!”“ก็ผมนะสิ นึกว่าใคร” ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงเอือมๆ ยังคงจ้องหน้าหล่อนด้วยแววตาเหมือนจับผิด“หรือว่าคุณมารับฉัน! นี่คงเป็นบริการเสริมสำหรับลูกค้าโรงแรมคุณใช่ไหม ถึงขนาดซีอีโอต้องมารับแขกแทนเลยหรือนี่”คำถามของหญิงสาวทำให้ซีอีโอโรงแรมใหญ่เช่นเขาถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพียงตากลมโตของหล่อนฉายแววขุ่นข้อง เขาถึงกับหัวเราะเบาๆ ด้วยความระอา “ผมจะมารับคุณทำไม” “ก็แล้วคุณมาที่นี่ทำไมละคะ” หล่อนถามเสียงขุ่นเมื่อเจอน้ำเสียงล้อเลียนเข้า แต่อีกฝ่ายกระตุกยิ้มมุมปากราวขบขันจนหล่อนนึกเคือง“ผมมารับชุดต่างหาก” เขาตอบก่อนจะหันไปยิ้มกับพนักงานที่พินอบพิเทาให้การต้อนรับเป็นพิเศษต่างกับที่ปฏิบัติกับหล่อนลิบลับ ชุดทักซิโด้สีดำบรรจงแขวนและใส่ถุงเรียบกริบคู่กับชุดราตรียาวสีเบจที่เห็นทำให้เอรินลอบมองด้วยความสนใจ ที่แท้มารับชุดให้แฟน... หล่อนคิดในใจ แต่เมื่อเห็นสายตาอีกฝ่ายก็เลยถามแก้เก้อ “คุณคงมารับชุดให้แฟนสินะคะ ชุดสวยจังฉันชักจ
Read more
8 ต่อล้อต่อเถียง
“ถ้าฉันใส่ชุดนี้มีหวังยายวีแหกอกฉันสิคะ” เอรินบ่นพึมพำแต่เจือรอยยิ้มเหยเกเมื่อสบประกายตาวิบวับของอีกฝ่าย“ไม่เป็นไรหรอกอย่างมากก็แค่โดนเพื่อนแหกอกดีกว่าชุดแหวกทั้งหน้าเว้าทั้งหลังนั่นตั้งเยอะ”เอรินฟังคำพูดชายหนุ่มพลันหน้าแดงก่ำ รู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงแดกดันของเขาอย่างไม่มีสาเหตุดวงตากรุ้มกริ่มคู่นั้น...ทั้งรอยยิ้มบาดทีเลือดซิบ...และที่สำคัญเสียงที่คล้ายกับเจ้าชายในฝันของหล่อนจนแทบจะแยกไม่ออก หรือจริงๆ แล้วมันคือความฝันที่กลายเป็นจริง หรือที่จริงหล่อนเคยพบเขามาก่อนหญิงสาวไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้...บีเอ็มดับบลิววันซีรีย์สีดำสนิท แล่นไปบนถนนมุ่งหน้าสู่โรงแรมพาร์กพลาซ่า เอรินนั่งตัวลีบข้างคนขับที่สีหน้าเคร่งขรึมผิดไปจากเมื่อครู่ ช่างน่าอึดอัดจนอดใจไม่ถามไม่ได้“ฉันรอที่ห้างก็ได้ ทำไมต้องทำให้ยุ่งยาก” “ผมก็โทรบอกวินซ์ให้แล้วไง จะต้องเรื่องมากทำไมกลับกับผมมันเป็นยังไง” เขาย้อนเหลือบมองหญิงสาวข้างกาย สีหน้ารำคาญ“ก็เปล่า ฉันก็แค่เกรงใจ แต่ไหนๆ ก็มาแล้วนี่นะ เราเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า ตกลงชุดที่คุณมารับให้เป็นของคุณมินคนสวยหรือคะ”เขาเหลือบมองก่อนตอบ “ถามทำไม?”“ก็... ฉันได้ยินคุณ
Read more
9 เหลือจะเชื่อ
“มองหน้าผม คิดอะไรกับผมรึเปล่า”เอรินถึงกับสะดุ้งพบสายตาคมเข้มจ้องอยู่ “ปะ... เปล่าค่ะฉันแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ฉันว่าขอตัวไปพักผ่อนดีกว่า กลัวตื่นมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวหน้าเมื่อย อายคนอื่นตายเลย” หล่อนพูดติดตลกแต่ต้องหลบตาเมื่อเขายังคงจ้องมองหล่อนไม่วางตา “หน้าฉันมีอะไรติดรึเปล่าคะ คุณจ้องฉันจัง”“ผมคิดว่าเคยเห็นคุณ” ชานนท์กระตุกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยต่อ “แต่ไม่น่าใช่หรอก คนที่ผมเห็นไม่ได้ผิดคอนเซ็ปต์ขนาดนี้”เอรินฟังแล้วหน้าม้านทำปากยื่นลอบมองอีกฝ่ายผ่านกระจก ชานนท์ยังคงอยู่ในอิริยาบถเดิม ความอึดอัดแผ่ซ่านกระจายทั่วรถในที่สุดหล่อนจึงคว้ากระเป๋า ถุงใส่ชุดเพื่อนเจ้าสาวและถุงชุดที่เขาซื้อให้ เตรียมเปิดประตูลงไปแต่ชายหนุ่มแตะแขนเอาไว้ หล่อนจึงเหลียวมาเห็นรอยกังวลจากดวงหน้าเข้ม“ถ้ายังไม่เหนื่อยเกินไป อยู่เป็นเพื่อนผมหน่อยสิ” ชานนท์พูดทั้งที่หลับตา พิงหลังกับเบาะที่นั่งคนขับ“ก็ได้ค่ะ ถือว่าตอบแทนคุณเรื่องชุด” หล่อนนั่งหลังตรงรอนานกว่าที่อีกฝ่ายจะเปิดปากเล่าเรื่องบางอย่างที่หล่อนสนใจอยากถามแต่ไม่กล้า“อยากรู้ใช่ไหม ว่าทำไมผมกับมินถึงอยู่ด้วยกันที่ห้องสูทชั้นบน”“เอ่อ... จริงๆ แล้วก็ไม่เกี
Read more
10 เพื่อนเจ้าบ่าว
วินซ์ถึงกับตบอกอุทาน “ผู้ชายโลกส่วนตัวสูงขนาดนั้นคุยกับเธอรู้เรื่อง แถมอยู่ด้วยกันตลอด โอย! อเมซิ่งมาก หรือว่าเขาปิ๊งเธอ” “บ้าสิ! พูดไปเรื่อย” เอรินตีเพียะเข้าให้ที่หัวไหล่ว่าที่เจ้าสาว “เขาแค่ใจดีพาไปเลี้ยงข้าว กับพาไปเที่ยวที่อื่นอีกนิดหน่อยเอง” “เที่ยวด้วย? อุ๊ยตายแล้ว” วินซ์ทำหน้าล้อเลียน “เป็นบุญของเธอแล้วที่ให้เสือยิ้มยากคนนั้นพาเที่ยวได้ ฉันไปดีกว่า เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เช้ามืดจะโทรมาปลุกนะ”เอรินพยักหน้าพลางส่ายหน้ากับความเข้าใจผิดของเพื่อนรักก่อนจะกลับเข้าห้องไปนอกหน้าต่างยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟจากริมแม่น้ำเทมส์ที่เห็นไม่ไกล แสงสีสวยงามจากวงล้อลอนดอนอายดับไปแล้ว เอรินผุดลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นดูเวลาตีสี่ได้เวลานัดช่างแต่งหน้าทำผมสำหรับเพื่อนเจ้าสาวในพิธีเช้าที่โบสถ์ หญิงสาวลุกยืนบิดขี้เกียจมองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อคืนหล่อนฝัน ภาพเด็กผู้ชายที่ไม่เห็นหน้าเด่นชัดแต่ได้ยินเสียงของเขาชัดเจนทุกถ้อยคำ โดยเฉพาะน้ำเสียงบาดจิต คลับคล้ายคลับคลากับเสียงของซีอีโอหนุ่มทำให้เอรินสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกวนเวียนในศีรษะออกไป “ฝันบ้าๆ อีกแล้ว จำเอาไว้สิเอรินว่าเธอไ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status