Mag-log inเธอก็แค่ผู้หญิงที่ต้อยต่ำ! มิอาจเทียบกับความสูงศักดิ์ ในชาติตระกูลและความร่ำรวยของเขาได้แม้แต่นิด แต่ไยถึงได้ปฏิเสธที่จะเป็นของเขา ยิ่งเธอดิ้นหนีและหวาดกลัว มันก็ยิ่งทำให้เขาอยากจะขย้ำและกลืนกิน กลิ่นสาปของเด็กสาวที่บริสุทธิ์ มันช่างหอมหวานและเย้าใจ จนทำให้เขาแทบคลั่ง แล้วแบบนี้จะให้เขาปล่อยเธอไปอย่างนั้นหรือ? ไม่มีทาง!
view more"Take the kids to safety Korra." Alpha Gerald said, staring at his two daughters as they waited at the end of the room, covered with a cloak.
"No Gerald, I need to come with you." Gamma Korra replied, tightening her grip on her sword.
He leaned closer to her, then slightly pecked her forehead, before walking out of the room along with his sword.
She knew what her husband was trying to say to her. He was the alpha, and her husband. The man responsible for their safety.
As she watched him leave the room, a tear fell from her eyes, before she turned back to stare at her two angels, Ava, and Diana.
She rushed towards them, and then bent to their level.
"Mama, are you crying?" Diana asked with a worried look, while using her palm to rub clean the tears on her mother's face.
While Ava was 14, and strong enough to shift into her wolf form, Diana was a frail looking 9 years old girl who was mostly considered as weak by everyone except her mother.
"No baby, I'm not." Came her mother's voice, before a peck was placed on her forehead.
Korra shifted her gaze from Diana to Ava. She had to do this- leave her kids to go fight side by side with her husband. If he was going to perish as an Alpha, then she would perish as the gamma of the white lake pack as well.
"Baby." She said to Ava, reaching for her tiny hands.
The young kid was always bold even in dangerous times just like her father. She saw the position of a future Alpha in Ava's big green eyes, which was the only personality she took from her father.
"Protect your sister Ava, promise me." Korra said, with a broad smile, staring deeply into her daughter's eyes.
She was really hesitant to leave her two angels, but she had no choice, as the pack's gamma and Luna, she had her duty to play as well.
She picked up her sword from the floor and stretched it towards Ava. "This belongs to your sister. When Diana turns 18, you must give this to her to open her gate of energy and unleash her powers."
"Yes mother." Ava replied.
Just immediately, Gamma Korra's eyes turned blue as she could sense upcoming danger.
She leaned closer to Ava, and gave her a quick light peck before tucking them both into a tight hug.
"I love you both." She whispered.
She stood up, and walked towards the bed. Gathering the bedspreads, and tearing them into single long pieces strong enough to hold her daughters.
"Come here." She said.
"Diana, get on your sister's back." She instructed, and Diana did as told.
Handing the tip of the torn sheet to Ava, she gave her daughters one last goodbye smile.
"Be strong Ava, and protect you little sister at all cost. Be the alpha your father and I always dreamt about."
Diana's warm blue eyes fell on her mother because she knew absolutely nothing of what she was saying.
"Now run, run and don't look back till you find a safe place to be." She yelled.
Ava held on tight, and jumped down the window, sliding in pain with Diana on her back. It hurts so much, but she held in the pain.
Holding the long bed spread pieces very tight to ensure her babies are down to safety first, gamma Korra felt a sword pierce straight into her heart, but she didn't let go.
Blood gushed out, making her release one hand to stop the sword that was diving deeper into her heart.
Satisfied that her babies are safe, she fell down roughly on the floor to take her last breath, as she could feel her husband was gone as well.
She had failed as a mother, but not as the gamma of the white lake pack. Her eyes immediately fell on the sword Ava had left behind.
Before she shut her eyes, she outstretched her hands towards it, and gave a command.
"Never unsheathe till your real owner finds you." She commanded her sword before finally shutting her eyes.
แปดเดือนต่อมา...เลโอนาดท์จ้องมองดูลูกชายตัวน้อย ‘แพททริกสัน’ ที่เป็นส่วนผสมระหว่างตนกับภรรยา ด้วยความรู้สึกอิจฉา“ขอผมชิมมั่งได้ไหมมะลิ?” เขาเอ่ยขออย่างคนมีมารยาท พร้อมกับส่งสายตาวิงวอนไปให้ภรรยาสาว ที่หุ่นกลับเข้ารูปเข้าร่างเซ็กซี่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหน้าอกขนาดใหญ่“ไม่ค่ะ!” มะลิฉัตรปฏิเสธ พร้อมกับส่งค้อนให้คนตัวโต ที่ชอบมาออดอ้อนขอกินนมแทบจะทุกครั้งที่เธอให้นมลูก“ได้โปรด...”“นี่คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอลีโอ?”“ผมไม่ได้บ้า! แต่ถ้าบ้าแล้วได้กินนมเหมือนแพททริก ผมก็พร้อม!” คนหื่นบอกด้วยสายตาแพรวพราว“บ้า!”“เร็วสิ! เปิดหน้าอกอีกข้างให้ผม” เลโอนาดท์บอกพลางจะเปิดเสื้อของภรรยาขึ้น แต่กลับถูกสาวเจ้าตีมือเข้าให้“ไม่มีทาง!”“คุณลำเอียงนะมะลิ! คุณรักแพททริกมากกว่าสามีของตัวเองใช่ไหม” คนที่อยากลิ้มลองรสชาติใจจะขาดบอกด้วยน้ำเสียงนอยด์ๆ“พระเจ้า! แพททริกคือลูกชายของคุณนะลีโอ” เธอเอ่ยเตือนอย่างเริ่มจะเอือมระอากับท่าทางเหมือนเด็กเอาแต่ใจของสามี“ใช่! แล้วคุณก็คือภรรยาของผม” เขาบอกพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ทางหางตา
“แต่ตอนที่แม่ท้องลูก! แม่แพ้ท้องตั้งสามเดือนแน่ะซาเก้” ไอรดา บอกเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาให้บุตรชายฟัง“โอ้พระเจ้า! ทำไมถึงได้กลั่นแกล้งผมแบบนี้” คนที่ดีใจจะได้เป็นพ่อคน แต่กลับต้องมาสวมหน้ากากบดบังใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้ เพราะภรรยาดันเห็นแล้วรู้สึกอยากจะอ้วกถึงกับคร่ำครวญออกมา“ฉะ... ฉันขอโทษ” พราวดาราน้ำตาคลออย่างรู้สึกเห็นใจอีกฝ่าย“ไม่ใช่ความผิดคุณพราว” โดมินิกดึงภรรยาเข้ามากอดปลอบอย่างรู้สึกสงสาร พร้อมกับด่าตัวเองในใจ ที่เข้าใจผิดคิดว่าเธอแสร้งทำทุกอย่างขึ้น เพราะอยากแก้แค้นตนคืนเรื่องนางแบบดังครั้งก่อน“แบบนี้มันดีกว่าที่หนูพราวต้องอ้วกนะว่าไหม?” ไอรดาบอกพลางจ้องมองใบหน้าของบุตรชายหน้ากาก ทอม ครูซ อย่างขำๆ“ครับ” โดมินิกยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง เพราะกลัวว่าจะเสียเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องภรรยาตามที่หมอบอก“พรุ่งนี้เช้ารบกวนเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งนะครับ วันนี้ผมขอตัวกลับก่อน” นายแพทย์ใหญ่เอ่ยขึ้นหลังจากที่ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง“ขอบคุณมากๆ ครับอาหมอ” โดมินิกหันไปบอก“ขอบคุณค่ะ” พราวดารายกมือไหว้อีกฝ่ายทันใด“ย
สิบนาทีต่อมา...“พราว! เป็นไงบ้างลูก” ไอรดาถามลูกสะใภ้ที่หน้าซีดอย่างเป็นห่วง“หนูเวียนหัวค่ะ” พราวดาราบอก“ซาเก้บอกว่าหนูอาเจียนด้วยใช่ไหม”“ใช่ค่ะ! พอตื่นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าของเขา หนูก็รู้สึกอยากอ้วกขึ้นมาทันทีทันใด” พราวดาราบอกเสียงอ่อนอย่างคนที่หมดแรง“พระเจ้า!” คนที่ยืนฟังอยู่หน้าประตูสบถเสียงดังอย่างหัวเสีย“ซาเก้!” ไอรดากลอกตากับท่าทางของบุตรชาย ก่อนจะหันไปถามสาวเจ้าต่อ “แล้วถ้าไม่เห็นหรือไม่มองหน้าของพี่เขา หนูก็ไม่...”“หนูก็โอเคนะคะ แต่พอเห็นแล้วทุกอย่างในท้องมันก็ตีขึ้นมาที่ต้นคอทันทีเลยค่ะ” พราวดารากระซิบบอกเสียงเบา“คิกๆๆๆ” ไอรดาหัวเราะขึ้นอย่างชอบอกชอบใจ“นะ... หนูเป็นอะไรเหรอคะคุณแม่” พราวดาราถามอย่างรู้สึกงงงวยในท่าทีของแม่สามี“อีกเดี๋ยวเราจะได้รู้พร้อมๆ กันจ้ะ เพราะหมอกำลังเดินทางมา” ไอรดายิ้มให้หญิงสาวอย่างเอ็นดูคนที่รออยู่ด้านนอก เห็นสาวใช้ยกถาดน้ำส้มเดินมา จึงตรงเข้าไปแย่งแก้วน้ำส้ม จากนั้นก็ตีเนียนถือเข้าไปในห้องนอน พร้อมกับเอ่ยถามคนบนเตียงด้วยน้ำเสียงนอยด์ๆ “ดีขึ้นหรือยัง”พราว
“ผมทรมานนะที่ได้แต่มองคุณ แต่ทำอะไรไม่ได้” เขาบอก พร้อมกับช้อนอุ้มภรรยาสาวเดินไปยังโซฟาตัวใหญ่ ด้วยสายตาสื่อความหมายพราวดาราใบหน้าร้อนผ่าว รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า“คืนนี้ผมจะรักคุณให้ถึงเช้าเลยคอยดู” โดมินิกบอกก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักขึ้นอย่างโหยหาและเร่าร้อนหลายต่อหลายครั้ง อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเช้าวันต่อมา...อ๊อก! อ๊อก! เสียงอาเจียนในห้องน้ำปลุกร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้นทันใด“ลีโอ!”“ผมโอเค!”“คุณเป็นอะไร?” มะลิฉัตรถามอย่างเป็นห่วง“ผมเวียนหัว คุณช่วยโทร. ไปบอกแม่ครัวให้หาอะไรเปรี้ยวๆ ขึ้นมาให้ผมทานหน่อย ได้โปรด...”“ดะ... ได้ค่ะ” มะลิฉัตรตอบรับก่อนจะเดินแกมวิ่งไปยังโทรศัพท์ ที่วางอยู่บนโต๊ะด้านนอก แล้วโทร. บอกแม่บ้านด้วยน้ำเสียงตื่นๆ จากนั้นก็กลับเข้าไปหาสามีที่ยังคงอาเจียนอยู่ในห้องน้ำ“คุณไหวไหม!”“ไหว!” เลโอนาดท์บอกก่อนจะดันตัวลุกขึ้น แล้วเดินออกมาด้านนอกด้วยท่าทางอ่อนเพลีย มะลิฉัตรรีบเข้าไปประคองสามีเดินไปยังเตียงนอน“ขึ้นมานอนข้างๆ ผมสิ” เข
ทันทีที่เข้ามาในห้องนอน เลโอนาดท์ก็ดึงมะลิฉัตรเข้าไปกอดจากด้านหลัง“ผมขอโทษที่โกหกคุณ...” เขาบอกก่อนจะซบใบหน้าลงที่ต้นคอของเธอ มะลิฉัตรยืนนิ่ง น้ำตาเอ่อล้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่“ผมสาบานว่าจะไม่โกหกคุณอีก”“ฉัน... อยากกลับไทย อยากกลับไปเป็นพนักงานทำความสะอาดเหมือนเมื่อก่อน ที่
“แต่ว่า...”“ป่ะ! เรารีบขึ้นไปกันเถอะ อีกเดี๋ยวลีโอต้องตามขึ้นมาแน่ๆ”เมลิซ่าบอกพลางดึงแขนของลูกสะใภ้ให้ออกเดินตามไป ที่ห้องนอนของตน อย่างไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้คิดนานสิบห้านาทีต่อมา...หลังจากที่พูดคุยทุกอย่างให้เพื่อนรักและบิดาฟังเสร็จ เลโอนาดท์ก็รีบขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง เพื่อจะปรับความเข้
“มะลิ! ลีโอ! มาถ่ายรูปกัน” โดมินิกเอ่ยชวนมะลิฉัตรกับเลโอนาดท์ยิ้ม ก่อนจะรีบเข้าไปร่วมเก็บภาพความทรงจำ ที่มีโดมินิก พราวดารา อริน คเชนทร์ พิมาลา ธีรติ ธาริณี เอเดน เมลิซ่า อังเดร ไอรดา เพียงดาว หม่อมหลวงอภิชาต และจันทร์ฉายกับเด็กๆบ้านเดือนแรมบรรยากาศในงานดำเนินต่อไปท่ามกลางสีหน้ายิ
“เชิญคุณรินที่โต๊ะดีกว่าครับ”โดมินิกเอ่ยทำลายความเงียบ หลังจากที่มองตามหลังเพื่อนไปด้วยความรู้สึกผิด ที่พูดเล่นออกไป แต่ดันไปสะกิดบางอย่างเข้าอย่างจัง!“ค่ะ” อรินพยักหน้ารับเบาๆ“เธอมากับหนุ่มหล่อคนนั้นได้ยังไง” พราวดารากระซิบแซวเพื่อนสาวยิ้มๆ“เรื่องมันยาว” อริ





