Teilen

กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ
กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ
พิรุณทมิฬ

บทที่ 1

last update Veröffentlichungsdatum: 22.10.2026 23:22:18

เสียงหยาดฝนตกกระทบกระจกใสของอาคารสูงใจกลางเมืองหลวงดังซ่าอย่างไม่ขาดสาย...

‘ฉู่ฉิงยวี่’ ยืนมองหยดน้ำที่ไหลผ่านกระจกด้วยดวงตาที่ฉายแววโศกเศร้า ทุกครั้งที่สายฝนโปรยปราย ภาพความทรงจำในวันวานเมื่อห้าปีก่อนจะหวนกลับมารังควานหัวใจของเธอเสมอ

ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่เคยต็มไปด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่น... รอยยิ้มของชายหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่เคยเอ่ยคำสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป ทว่าภาพความสุขเหล่านั้นกลับถูกซ้อนทับด้วยความรู้สึกผิดกัดกินใจ เมื่อเธอรู้ดีว่าในคืนเกิดเหตุ เธอกลับปล่อยให้ชายคนเดิมต้องนั่งรอคอยเธอท่ามกลางสายฝนจนร่างเปียกปอนเพียงลำพัง... โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ไปตามนัด

‘ขอโทษนะ... อวิ๋นเชิน...’ เธอคิดในใจพร้อมกับก้มลงมองรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ข้อมือซ้าย บาดแผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในคืนนั้น คืนที่คนของตระกูลเยี่ยนจงใจเบียดรถของเธอจนเสียหลัก คืนที่โทรศัพท์ของเธอถูกเหยียบจนแตกกระจาย และคืนที่เธอถูกกักตัวไว้ในโรงพยาบาลจนกระทั่งไฟลท์บินไปต่างประเทศของเขาลอยลำขึ้นสู่ท้องฟ้า

เธอรู้ดีว่าเขาคงนั่งรอเธอด้วยความหวัง... ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความผิดหวัง และจบลงด้วยความเกลียดชัง เขาคงจะถูกครอบครัวของเขายัดเยียดหลักฐานปลอมเรื่องเงินก้อนนั้นและการรับเช็คแล้วหละ

แม้เธอจะไม่ได้อยากได้เงินก้อนนั้นเลยแม้แต่บาทเดียว แต่เพราะคำขู่เรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ทำให้เธอต้องก้มหน้ารับชะตากรรม และปล่อยให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอเป็นผู้หญิงใจดำที่เห็นแก่เงินและเข้าหาเขาเพราะผลประโยชน์

ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจของเธอมาตลอดห้าปี เธอก็อยากจะเล่าความจริงบางอย่างให้เขาฟัง แต่ตลอดห้าปีฉันก็ไม่เจอเขาอีกเลย และในใจลึกๆของฉันถึงจะเจอเขาต่อหน้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ตัวเองนั้นพร้อมที่จะกล้าสู้หน้าเขามั้ย เพราะความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจมาอย่างยาวนาน และฉันเชื่อเสมอว่าสำหรับเยี่ยนอวิ๋นเชินแล้ว ฉู่ฉิงยวี่ได้ตายไปจากใจของเขาตั้งแต่วันนั้นแล้ว

"ฉิงยวี่! ยืนเหม่ออะไรอยู่ย้ะ? คุณผู้จัดการเรียกให้พวกเราเอาเอกสารโครงการสัญญาเข้าห้องประชุมใหญ่ด่วนเลยนะ!"

เสียงของ หลินหลิน เพื่อนร่วมงานกะทันหันดึงฉู่ฉิงยวี่กลับสู่โลกความเป็นจริง เธอรีบปรับสีหน้าและพยักหน้ารับ

"เข้าใจแล้ว จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ"

วันนี้เป็นวันที่ตระกูล เยี่ยนซิ่งกรุ๊ป บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่จะเข้ามาเซ็นสัญญาควบรวมกิจการกับบริษัทเอเจนซี่ที่เธอทำงานอยู่ ในฐานะพนักงานระดับล่าง ฉู่ฉิงยวี่มีหน้าที่เพียงเตรียมเอกสารและเสิร์ฟน้ำชา เธอวางแผนไว้ว่าจะรีบทำหน้าที่ให้เสร็จแล้วเลี่ยงออกมาให้เร็วที่สุด เพราะขึ้นชื่อว่า 'ตระกูลเยี่ยน' ย่อมทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะด้วยความหวาดหวั่นเสมอ

กึก...

ฉู่ฉิงยวี่ก้มหน้าก้มตาถือแฟ้มเอกสารเดินตามหลังผู้จัดการเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของน้ำหอมแบรนด์หรูโชยมาแตะจมูกพร้อมกับบรรยากาศในห้องที่เงียบกริบจนน่าอึดอัด

"ยินดีต้อนรับครับท่านประธานเยี่ยน! ทางเราเตรียมเอกสารทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้วครับ" เสียงผู้จัดการเอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อม

ฉู่ฉิงยวี่ค่อยๆ วางเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีอย่างระมัดระวัง โดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองประธานคนใหม่ที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศเพื่อรับตำแหน่งใหญ่

"เอกสารครบถ้วนใช่มั้ย?"

เสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และทรงอำนาจดังขึ้นเพียงประโยคเดียว... แต่มันกลับทำให้ร่างของฉู่ฉิงยวี่แปรเปลี่ยนเป็นแข็งเกร็งราวกับถูกสลักด้วยน้ำแข็ง!

เสียงนี้... เสียงที่เธอเคยได้ยินผ่านสายโทรศัพท์นับครั้งไม่ถ้วนในอดีต เสียงที่เคยกระซิบเอ่ยคำสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...

ฉู่ฉิงยวี่ลืมตัวเงยหน้าขึ้นมองโดยสัญชาตญาณ

ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บประณีตสีกรมท่าเข้มกำลังนั่งประธานอยู่ตรงหัวโต๊ะ เรือนผมสีดำสนิทถูกเซ็ตขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ที่ติ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเรียบเฉย เย็นชา และลึกซึ้งยากจะคาดเดา

เยี่ยนอวิ๋นเชิน!

สายตาของทั้งสองประสานกันกลางอากาศอย่างจัง...

ฉู่ฉิงยวี่รู้สึกเหมือนลมหายใจถูกสะบั้นลงชั่วขณะ หัวใจสั่นระรัวด้วยความตกใจ ความกลัว และความรู้สึกผิดที่หลั่งไหลเข้ามาประชิดอก ร่างบางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือเรียวสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่น

เยี่ยนอวิ๋นเชินจ้องมองใบหน้าที่เขาไม่ได้เห็นมาตลอดห้าปี ดวงตาคมกริบฉายแวววอบแวบด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่พุ่งพล่านอยู่ลึกๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหยันที่มุมปาก

เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับจ้องมองเธอราวกับสัตว์ร้ายที่เจอเหยื่อซึ่งเคยหลุดมือไป

"ไม่คิดเลยนะ..." น้ำเสียงทุ้มราบเรียบ แต่งแฝงไปด้วยความประชดประชันจนคนฟังต้องชาไปทั้งร่าง "...ว่าจะได้เจอ 'คนคุ้นเคย' ในสถานที่แบบนี้"

ฉู่ฉิงยวี่ก้มหน้าลงทันทีเพื่อหลบสายตาของเขา เธอรู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบจะขาดใจ

ทว่าการพบเจอกันครั้งนี้ของฉู่ฉิงยวี่และเยี่ยนอวิ๋นเชิน กำลังจะนำพาเรื่องราวต่างๆ มากมายเข้ามาในชีวิตของคนทั้งคู่...

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 14

    คำขอโทษที่เปื้อนคราบน้ำตาของฉู่ฉิงยวี่ เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่งในความอดทนของเยี่ยนอวิ๋นเชิน...ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรน ความอัดอั้นตันใจตลอดห้าปี และความโหยหาที่เขาพยายามกดขี่ข่มเหงมันเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา บัดนี้ได้พังทลายลงจนหมดสิ้นเยี่ยนอวิ๋นเชินไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำใดต่ออีก นัยน์ตาคมกริบที่ฉายแววสับสนและปวดร้าวทอดมองลงที่ริมฝีปากบางสั่นระริก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงปิดกั้นเสียงสะอื้นของเธอด้วยริมฝีปากของเขาเองอย่างรวดเร็ว!"อื้ม..."ฉู่ฉิงยวี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา สัมผัสที่คุ้นเคยในอดีตแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหาในปัจจุบันมันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนในวันวาน... แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์อันรุนแรง ทั้งตัดพ้อ ทั้งโกรธเกรี้ยว และโหยหาจนแทบขาดใจเยี่ยนอวิ๋นเชินใช้มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันท่ามกลางความเงียบ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 13

    ฉู่ฉิงยวี่ใช้เวลาจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เพียงไม่กี่นาที ก่อนจะเร่งก้าวเข้าไปในครัว หญิงสาวลงมือต้มน้ำร้อนอย่างตั้งใจ เธอหยิบใบชาคามิลล์ผสมใบมิ้นต์ออกมาชงอย่างชำนาญ... สูตรชาอุ่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการเครียดและปวดหัว ซึ่งเธอเคยชงให้เขาดื่มอยู่บ่อยครั้งในสมัยมัธยมเมื่อจัดวางแก้วชาลงบนถาดเรียบร้อย ฉู่ฉิงยวี่ก็ยกถาดเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของเยี่ยนอวิ๋นเชิน มือเรียวเคาะประตูเบาๆ พอเป็นสัญญาณก๊อก ก๊อก...ไร้เสียงตอบรับจากคนข้างใน มีเพียงความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจของเธอเริ่มตกสลักวูบด้วยความกังวล ฉู่ฉิงยวี่ถือวิสาสะค่อยๆ ผลักบานประตูเปิดออกอย่างเบามือที่สุด"ท่านประธานคะ... ชาได้แล้ว"คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่เพียงเท่านั้น ภาพตรงหน้าทำให้น้ำชาในถาดเกือบจะเอ่อล้น!เยี่ยนอวิ๋นเชินกำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ เอนหัวไปด้านหลัง ดวงตาคมคายหลับแน่นด้วยความทรมาน มือหนายกขึ้นกดนวดขมับตัวเองแรงๆ ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ลมหายใจของเขาติดขัดและติดตระกุกตระกักอาการป่วยนี้... ฉู่ฉิงยวี่จำมันได้ดีขึ้นใจ!มันคืออาการ ไมเกรนและโรคปวดศีรษะเรื

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 12

    สายฝนยามค่ำคืนยังคงตกลงมาโปรยปรายเมื่อรถตู้หรูจอดลงหน้าคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ฉู่ฉิงยวี่ หอบกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่มีร่องรอยการใช้งานมาหลายปี ก้าวตามหลัง เยี่ยนอวิ๋นเชิน เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว ตัวเลขชั้นบนสุดค่อยๆ เพิ่มขึ้นพร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นระทึกด้วยความอึดอัดกึก...บานประตูลิฟต์เปิดออกสู่เพนต์เฮาส์กว้างขวางบนชั้นสูงสุด ฉู่ฉิงยวี่ก้าวตามเขาเข้าไปข้างในด้วยท่าทีเกร็งและระมัดระวัง เธอเตรียมใจไว้ว่าจะต้องพบกับห้องสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูที่เย็นชืดและไร้ชีวิตชีวา... ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายบางอย่างก็พุ่งเข้ามากระทบความรู้สึกของเธออย่างจังกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ ชาไวท์ทีผสมคามิลล์ โชยมาแตะจมูก... มันคือก้านหอมปรับอากาศกลิ่นเดียวกับที่เธอเคยบอกเขาในวัยเยาว์ว่าเป็นกลิ่นที่ช่วยให้เธอผ่อนคลายเวลานอนไม่หลับดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงกวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตะลึงงัน... โซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีครีมอุ่น ผ้าม่านสองชั้นทึบแสงสีเบจ รวมถึงโซนชั้นหนังสือไม้โอ๊คทรงสูงที่เรียงรายไปด้วยวรรณกรรมเล่มโปรดของเธอ... ทุกอย่างในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ ถูกตกแต่งด้วยโทนสี สไตล์ และรายละเอียดเล็กๆ น้อ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 11

    ความเงียบในห้องทำงานประธานบาดลึกยิ่งกว่าสายฝนที่เทกระหน่ำอยู่ภายนอก...ฉู่ฉิงยวี่ มองสบดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นของ เยี่ยนอวิ๋นเชิน แม้แรงบีบที่คางมนจะเจ็บจนน้ำตาซึม แต่ความเจ็บปวดนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับภาพของพ่อที่นอนติดเตียง และน้องชายน้องสาวฝาแฝดวัยหกขวบที่จะต้องถูกปล่อยให้อดอยาก หากเธอไม่สามารถหาเงินหนึ่งแสนหยวนไปให้แม่เลี้ยงได้ภายในสามวันเพื่อปกป้องครอบครัวเพียงกลุ่มเดียวที่เหลืออยู่... ต่อให้ต้องก้าวลงสู่นรกที่เขาสร้างขึ้น เธอ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว"ตกลงค่ะ..." น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวอันน่าสงสาร "ดิฉัน... ยอมรับเงื่อนไขค่ะ ท่านประธาน"เยี่ยนอวิ๋นเชินชะงักไปชั่วครู่ มือหนาที่บีบคางเธอไว้ค่อยๆ คลายออก สายตาคมวูบวาบด้วยความรู้สึกสับสน เขาคิดว่าเธอจะแสดงความปฏิเสธ หรือมีท่าทีลังเลมากกว่านี้ แต่เธอกลับยอมสยบให้เงินหนึ่งแสนหยวนอย่างง่ายดาย เหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิด!ความกรุ่นโกรธผสมความผิดหวังแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางใช้นิ้วโป้งลูบผ่านริมฝีปากตัวเองด้วยท่าทีเหยียดหยาม"หึ... สมกับเป็นเธอจริงๆ ฉู่ฉิงยวี่ เพื่อเงิน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 10

    คราบน้ำตายังไม่ทันแห้งเหือดจากใบหน้าซีดเซียว...ฉู่ฉิงยวี่ ถอดสายน้ำเกลือออกด้วยตัวเองอย่างระมัดระวัง แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนพละกำลัง และเสียงวิ้งๆ ในหัวยังคงรังควาน แต่เงินจำนวนหนึ่งแสนหยวนกับชีวิตของพ่อและน้องๆ วัยหกขวบอีกสองคน บังคับให้เธอไม่อาจก้มหน้านอนรอความเมตตาอยู่บนเตียงคนไข้หรูหรานี้ได้อีกต่อไปเธอจัดการปรับแต่งเสื้อผ้า แต่งหน้ากลบความบอบช้ำอีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกจากโรงพยาบาล มุ่งตรงกลับไปยังอาคาร เยี่ยนซิ่งกรุ๊ป ด้วยความมุ่งมั่นผสมความสิ้นหวังณ ห้องทำงานประธานบริหารถังเจ๋อ เพิ่งจะเดินรายงานเรื่องอาการป่วยของฉู่ฉิงยวี่เสร็จสิ้น เยี่ยนอวิ๋นเชิน นั่งฟังอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาเรียบเฉยแต่ในอกกลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด เขาแกล้งทำเป็นพลิกเอกสารในมือไปมาเพื่อซ่อนความกังวล"เธอคงนอนพักสบายใจอยู่โรงพยาบาลสินะ?" เยี่ยนอวิ๋นเชินแค่นเสียงเย็น"เอ่อ... คือว่า..." ถังเจ๋อมีสีหน้าลำบากใจ เล่าสิ่งที่เห็นเพิ่มเติม "ตอนผมกำลังจะออกมา คุณฉู่รับโทรศัพท์สายหนึ่งครับท่านประธาน ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร แต่หลังจากผมเดินออกมา กำลังจะกลับมาบริษัทผมก็หยุดฟังสักแปป จนวางสาย ผมได้ยินเธอร้องไห้หนักมาก เหมือน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 9

    ถังเจ๋อเพิ่งจะคล้อยหลังเดินออกจากห้องไปได้ไม่นาน ความเงียบสงบในห้องพักพิเศษก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงฉู่ฉิงยวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอพยุงตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอฉายชื่อ 'แม่เลี้ยง' หัวใจของเธอพลันตกระสลักวูบด้วยความลางสังหรณ์ที่ไม่ดี มือเรียวสั่นเทาค่อยๆ กดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู"สวัสดีค่ะแม่..."ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยประโยคต่อไป น้ำเสียงแหลมสูงและดุดันของแม่เลี้ยงก็ตะคอกแทรกผ่านสายเข้ามาทันทีโดยไม่รอช้า"ฉู่ฉิงยวี่! นังตัวดีหายหัวไปเลยนะ ฉันโทรไปหาเธอไม่รู้กี่สาย โอนเงินมาให้ฉันหนึ่งแสนหยวนด่วนเลยนะ! ยัยเจียอีอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่กับชุดไปเที่ยวกับเพื่อนๆ อาทิตย์นี้ แกรีบโอนมาเดี๋ยวนี้เลย!"คำพูดราบเรียบที่เอาแต่ใจทำเอาฉู่ฉิงยวี่ตาโตด้วยความตกใจ เงินหนึ่งแสนหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และสาเหตุที่ขอกลับเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระอย่างการไปช็อปปิ้งของน้องสาวต่างแม่!"หนึ่งแสนหยวนเลยหรอคะแม่?!" ฉู่ฉิงยวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ยวี่จะไปหาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหนได้ทันกันคะ? ลำพังเงินเดือนเข้าบัญชี ฉิงยวี่ก็ส่งกลับไปเป็

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status