เข้าสู่ระบบลั่วหมิงเฉินยืนอยู่ข้างรถม้าเงียบ ๆ เสียงร้องไห้จากคนที่อยู่ในรถม้ายังดังอยู่ต่อเนื่อง เขาไม่รู้ว่าระหว่างนางและเจ้าโง่นั่นมีความสัมพันธ์กันเช่นไร แต่หากให้เดาจากที่นางมีท่าทางเสียใจเช่นนี้นั่นหมายความว่านางเองก็มีใจให้เจ้าโง่นั่นเช่นเดียวกัน
ใครจะคิดว่าข้าที่เป็นสามี ต้องมายืนเฝ้าภรรยาที่เสียใจจากชายอื่น..
"คุณชายรองลั่วไม่ใช่หรือ ข้าไม่ได้พบท่านเสียนานเลย"
ลั่วหมิงเฉินมองชายชราที่เดินเข้ามาทักทายเขาด้วยรอยยิ้มคนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เจ้าของบ่อนพนันที่เขามักจะเข้าไปเล่นและละลายเงินจำนวนมากมาตลอดหลายปี
"ช่วงนี้ไม่ไปเที่ยวเล่นที่บ่อนของข้าเลยนะขอรับ"
"อืม"
"วันนี้มีคนดวงดีจากบ่อนของข้าเยอะพอสมควร คุณชายไม่สนใจไปเสี่ยงโชคบ้างหรือขอรับ"
ลั่วหมิงเฉินมองคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าที่พยายามชักชวนให้เขากลับไปเล่นพนันอีกครั้ง ในตอนนี้ลั่วหมิงเฉินเกิดความลังเลในใจแต่เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของสตรีด้านหลังเขาก็ได้สติ ภาพที่นางวิ่งเข้าไปช่วยเขาด้วยท่าทางร้อนรนยังฉายเข้ามาในหัว
"ข้าเลิกเล่นแล้ว"
"ขอรับ?? ท่านเนี่ยนะ??"
"ใช่ข้ากำลังเริ่มเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อฮูหยินของข้า"
ลั่วหมิงเฉินพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม เพราะได้ตั้งใจแล้วว่าจะพยายามเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อนางเรื่องในอดีตข้าไม่อาจกลับไปแก้ไขมีเพียงต้องพิสูจน์ตัวเองให้นางเห็นว่าข้าในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
"ที่แท้ก็เพราะสาวงาม เช่นนั้นท่านสนใจไปหอนางโลมกับข้าหรือไม่ได้ยินว่านางโลมอันดับหนึ่งของหองดงามมาก"
"ข้าเลิกทำตัวเสเพลแล้ว เจ้าเลิกพยายามเถอะ"
ชายชราที่ถูกปฏิเสธก็ตัดใจเดินออกไป แม้จะรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดเจ้าโง่ที่ผีพนันเข้าสิงถึงได้ทำตัวเป็นผู้เป็นคนเช่นนี้ เพราะฮูหยินหรือเป็นไปได้ด้วยหรือ??
ลั่วหมิงเฉินเห็นท่าทางหงุดหงิดของชายชราก็ยกยิ้มขึ้นมา คิดเพียงว่าเมื่อก่อนข้าโง่เขลาเพียงใดถึงได้ถูกคนโลภเช่นเขาหลอกจนหมดตัว หากไม่ใช่เพราะนางข้าคงสูญเสียทุกอย่างไปแล้วจริง ๆ
"ลั่วหลี่หมิง เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม!!!"
"ลั่วหลี่หมิง เห้อ ลืมตาสักทีข้าคิดว่ามาช่วยเจ้าไม่ทันแล้ว"
ลั่วหมิงเฉินคิดถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นและสีหน้าร้อนรนของลั่วหลี่เวยก็เผลอยิ้มออกมา ทั้งที่ตัวเองขาเจ็บไม่ต่างจากข้ายังวิ่งมาเพราะเป็นห่วง นางเป็นเช่นนี้จะไม่ให้ข้าหลงรักได้เช่นไร
"กะ...กลับจวนกันเถอะ"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตอนนี้หลังจากที่ร้องไห้ออกมาความเสียใจทั้งหมดก็เริ่มหายไปนางรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ ลั่วหมิงเฉินเดินขึ้นมานั่งบนรถม้าก่อนจะยิ้มออกมา
"ดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่"
"อืม"
"เว่ยเว่ยเช่นนั้นข้าถามสิ่งที่อยากรู้ได้หรือไม่...แต่หากเจ้ายังไม่พร้อมข้า.."
"เขาคือคนรักเก่าของข้า แต่ข้ากลับทรยศทิ้งเขามาแต่งงาน"
ลั่วหลี่เวยยิ้มเศร้าออกมาเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตทุกคำพูดที่นางดูถูกเขายังคงทำให้นางรู้สึกผิดในใจ ลั่วหมิงเฉินมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตายากคาดเดา
"ที่เจ้าจะหย่าเพราะจะกลับไปหาคนรักเก่าหรือ"
ลั่วหมิงเฉินตัดสินใจถามในสิ่งที่อยากรู้ออกไป เพราะหากสตรีตรงหน้าบอกว่าเรื่องที่เขาพูดมาเป็นเรื่องจริงไอ้เวรนั่นก็คงเตรียมถูกฝั่งทั้งเป็นทันที
"ไม่ใช่ข้าไม่คิดจะกลับไปหาต้าหลี่แล้ว ข้าจะกลับไปได้เช่นไรดูข้าตอนนี้สิเป็นสตรีละโมบมีสามสามีแม้จะหย่ากับพวกเขา ชื่อเสียงนี้ก็ยังติดตัวข้าอยู่ดีข้าไม่อาจทำให้ต้าหลี่เสื่อมเสียเพราะข้าได้"
"......."
"ข้าเดินมาไกลเกินกว่าจะกลับไปยืนข้างเขาแล้ว"
ลั่วหมิงเฉินส่งเสียงเฮอะออกมาเบา ๆ ราวกับต้องการเย้ยหยัน พรางนึกถึงฉินต้าหลี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่ก็ยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจ ลั่วหลี่เวยเป็นสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้เหตุใดถึงไปชอบบุรุษที่หน้าตาธรรมเช่นนั้นได้ ชื่อเสียงเสื่อมเสียหรือเจ้าโง่นั่นมีค่าอะไรมาทำให้นางรู้สึกต่ำต้อยเช่นนี้
"เว่ยเว่ย ที่แท้เจ้าชอบบุรุษหน้าตาธรรมดาเช่นนี้เองหรือ"
"เพราะต้าหลี่เป็นคนดีต่างหาก บุรุษเสเพลเช่นเจ้าไม่เข้าใจหรอก"
ลั่วหมิงเฉินจ้องมองสตรีตรงหน้าเมื่อเห็นว่าใบหน้าของนางเลอะไปด้วยน้ำตาก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาก่อนจะซับลงที่แก้มของนางเบาเบาอย่างทะนุถนอม
"แม้ข้าจะไม่ใช่คนดีเท่าต้าหลี่ของเจ้า แต่ข้าก็จะพยายามดูแลเจ้าสุดความสามารถ"
"........"
"สักวันข้าจะกลายเป็นสามีที่ดีของเจ้าอย่างแน่นอน"
ลั่วหมิงเฉินสบตากับลั่วหลี่เว่ยก่อนจะยกยิ้มออกมา ข้าจะพยายามเป็นสามีที่ดีของเจ้าและเป็นคนที่เจ้ายอมรับได้จากใจจริง เว่ยเว่ย
"เอาเถอะ อย่างน้อยข้าก็เป็นสามีที่ใจกว้างพอที่จะปลอบประโลมภรรยาที่กำลังเสียใจจากชายอื่น"
ลั่วหมิงเฉินผละออกจากลั่วหลี่เวยก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้ามีท่าทางเขินอายก็รู้สึกสบายใจที่นางไม่คิดมากแล้ว
"รอยยิ้มเช่นนี้สิ ถึงจะเหมาะกับใบหน้างดงามของเจ้า"
"ที่บอกว่ารักข้าเพราะข้างดงามหรือ"
"ไม่รู้สิ เพียงแค่รู้สึกว่าเสียเจ้าไปให้ใครไม่ได้"
ลั่วหลี่เวยที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้นก็เมินหน้าหนีมองไปทางอื่นทันที ใครจะคิดว่าลั่วหมิงเฉินที่มีนิสัยขวานผ่าซากจะกล้าใช้คำพูดและหน้าตาของเขาล่อลวงนางเช่นนี้ แล้วดูเหมือนมันจะได้ผลเสียด้วยลั่วหลี่เวยในตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ
"เว่ยเว่ย ขอโทษในสิ่งที่ข้าเคยทำในอดีตกับเจ้าข้าไม่ได้ขอให้เจ้าอภัยแต่แค่อยากให้เจ้ารู้ว่าข้ารู้สึกผิดจริง ๆ "
".........."
"และข้าอยากขอบคุณ ที่ทำให้ข้าอยากเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อยืนข้างเจ้า..."
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







