เข้าสู่ระบบ“ตกลง แต่น้องหญิงต้องระวังตัวด้วยนะ พี่กล
“ลูกสะใภ้ เจ้าขี่เร็วไปหรือไม่ แม่กลัวจะเกิดอุบัติเหตุนะ เจ้าก็รู้ว่าถนนไม่ได้ดีนัก ขี่ช้าหน่อยดีไหมลูก” พระสนมหรงตรัสขึ้นเมื่อตั้งสติได้หลังจากต้องใจหายใจคว่ำกับการขับขี่รถประหลาดของลูกสะใภ้มาพักใหญ่“เสด็จแม่อย่าได้กังวลเพคะ ระบบช่วงล่างของรถคันนี้ดีมาก ไม่ว่าหลุมใหญ่แค่ไหนก็ไม่กระเทือนเลยนะเพคะ อีกอย่างรถคันนี้ก็เหมาะสำหรับทางแบบนี้ที่สุดเลย เสด็จแม่แค่นั่งสบาย ๆ ก็พอเพคะ อ้อ เดี๋ยวลูกจะเปิดเพลงให้คลายความกังวลดีไหมเพคะ” เจียงหว่านพูดจบก็ยื่นมือหนึ่งไปกดปุ่มเปิดเพลงที่นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระบบเตรียมเพลงอะไรไว้บ้างในรถ ไม่นานเสียงเพลงสมัยใหม่ก็ดังขึ้นเป็นจังหวะร็อก ทำเอาคนในรถถึงกับเบิกตาโตอย่างตกตะลึง พวกเขาไม่เคยได้ยินเพลงที่ยิ่งทำเอาหัวใจเต้นตึกตักไปตามเสียงดนตรีแบบนี้มาก่อน พระสนมหรงพอได้ยินเสียงเพลงก็แทบอยากเอาเท้าก่ายหน้าผาก ลูกสะใภ้นางเปิดเพลงอันใดก
[ แลกเปลี่ยนสำเร็จ แต้มสะสมคงเหลือห้าพันสองร้อยเจ็ดสิบเก้าแต้มขอรับ ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยน ] ระบบกล่าวตอบรับกลับไปตามหน้าที่ มันไม่คิดว่าโฮสต์จะเลือกรถคันนี้ที่ดูไร้ประโยชน์มากกว่าอีกคัน แต่อย่างไรระบบก็ได้รับผลกำไรจากการแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงไม่ได้เอ่ยบอกเจียงหว่าน[ เจ้าเอารถจอดไว้ให้เราหน้าเรือนว่างหรือยัง ] เจียงหว่านถามต่อ[ ระบบจอดเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วขอรับ ][ ขอบใจเจ้ามากนะระบบ ] เจียงหว่านในที่สุดก็สามารถหลับลงได้อีกครา
ทหารรักษาการประจำเมืองหลวงต่างพาตัวขุนนางที่เข้าร่วมกับฮองเฮาในท้องพระโรงรวมทั้งคนบงการไปขังเอาไว้ที่คุกหลวงทั้งหมด องค์หญิงเป่ยโม่ที่นำทหารมาด้วยก็ไม่รอดพ้นจากการถูกจับไปพร้อมองค์ชายใหญ่ด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนทหารแคว้นเป่ยเซียงที่ขัดขืนล้วนตกตายไป เหลือแต่เพียงทหารที่ยอมจำนนไม่กี่คนเท่านั้น นับว่าครานี้องค์หญิงเป่ยโม่สูญเสียกำลังสนับสนุนพระองค์ไปจนแทบหมดสิ้นแล้วด้านขุนนางแคว้นเป่ยโม่ที่เคยเข้าพบองค์หญิงก่อนหน้านี้ก็หนีออกจากเมืองหลวงไปหลังจากส่งข่าวให้ทหารเสร็จ พวกเขาลอบเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นพ่อค้าและรีบนั่งรถม้าออกจากเมืองหลวงไปตั้งแต่เมื่อวาน ก่อนหน้าที่ทหารจะปิดเมืองเพื่อเตรียมพร้อมจับกุมผู้ก่อความไม่สงบในราชสำนักช่วงเช้าวันนี้ ขุนนางแต่ละคนรู้ตัวดีว่ากลับแคว้นไปจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักอย่างแน่นอน พวกเขาจึงตัดสินใจหาคนส่งจดหมายกลับไปให้คนในครอบครัวโยกย้ายถิ่นฐานมายังชายแดนแคว้นเซี่ยเพื่อความปลอดภัย ขุนนางแต่ละคนคิดได้ว่าแคว้นเป่ยเซียงนั้นอันตรายยิ่งกว่าถ้ำเสือ พวกเ
“ฮึ! ขุนนางพวกนี้ช่างใจเสาะนัก จะก่อการใหญ่แต่กลับใจปลาซิวเสียนี่ เสียแรงที่เสด็จพ่อส่งทหารมาให้พวกเขาตั้งมากมาย” องค์หญิงเป่ยโม่ปรามาสอย่างอารมณ์ไม่ดี พระองค์อยากให้ขุนนางพวกนี้เข้าไปมีส่วนสนับสนุนองค์ชายใหญ่กับองค์หญิงด้วยอีกแรงหนึ่ง น่าเสียดายที่พวกเขากลับไม่เห็นค่า นางกำนัลข้างกายองค์หญิงได้แต่เหงื่อตกกับสิ่งที่ได้ยิน นางเองก็กลัวไม่ต่างจากขุนนางเหล่านั้น เพียงแต่นางไม่สามารถหนีออกจากที่นี่ได้เหมือนกับพวกเขา เพราะองค์หญิงคงต้องพานางเข้าวังไปด้วยในวันพรุ่งนี้แน่“หืม? เสด็จแม่จะให้เราเข้าวังเช้าตรู่พรุ่งนี้หรือ? พระองค์มีเรื่องด่วนอันใดกันเหตุใดไม่ฝากบอกเจ้ามาเลยเล่า” องค์ชายใหญ่ที่กำลังรักษาตัวอยู่ไ
“ลูกทราบแล้วพะย่ะค่ะ” จิ้งอ๋องพยักหน้ารับคำจบก็เสด็จออกไปสั่งการพ่อบ้านที่รอรับใช้อยู่หน้าห้องโถงรับแขก ไม่นานพระองค์ก็เสด็จกลับมานั่งข้างเจียงหว่านเพื่อรอให้บ่าวเตรียมอาหารและตั้งโต๊ะ“เสด็จพี่ไปตรวจงานเป็นอย่างไรบ้างเพคะ” พระสนมหรงหันไปตรัสถามฮ่องเต้ที่ออกไปข้างนอกอยู่นานเกือบสองชั่วยาม“ทุกอย่างราบรื่นดีมาก รอแค่พวกเขาทำตามแผนผังของขุนนางหร่วนเสร็จ ทุกอย่างก็น่าจะไม่มีปัญหาให้ต้องเป็นห่วงแล้วล่ะนะ” ฮ่องเต้ตรัสตอบอย่างที่พระองค์ทรงเห็นด้วยสายพระเนตรของพระองค์เอง“อืม...เช่นนั้นก็ดีมากเลยนะเพคะ นับว่าพวกเรามาไม่เสียเที่ยว” พระสนมหรงทรงห่วงใยราษฎรไม่ต่างจากฝ่าบาทมานานแล้ว“เ
“หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ เสด็จพี่ไม่ต้องกังวล พวกเราไปรอรับทั้งสองพระองค์ที่หน้าจวนเจ้าเมืองกันดีไหมเพคะ” เจียงหว่านคิดว่าการนั่งรอที่ห้องโถงรับแขกในเรือนหลักของจวนเจ้าเมืองดูจะไม่เหมาะสมนัก“ตกลง พี่ประคองน้องหญิงเอง” จิ้งอ๋องรีบลุกขึ้นประคองเจียงหว่านให้เดินไปช้า ๆ อย่างไม่เร่งร้อน เพราะเวลาเจียงหว่านไม่มีคนคอยประคอง นางก็มักจะเดินเร็วจนคนที่เห็นต่างเป็นห่วงว่านางจะหกล้มเข้าจิ้งอ๋องกับเจียงหว่านยืนรอกันพร้อมกับเจ้าเมืองฝูเซิงที่ได้รับข่าวจากเหล่าขุนนางจีงรีบกลับมาเฝ้ารับเสด็จเช่นเดียวกัน ส่วนทหารที่ได้รับหน้าที่ก็ยังคงทำงานกันอยู่ตามหมู่บ้านและบ่อน้ำโดยไม่ต้องละทิ้งงานของตนเอง“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี” เสียงถวายพระพรดังไปทั่วบริเวณด้านหน้าจวนเจ้าเมืองจนทำเอาชาวเมืองที่อยู่ใก
ตำหนักเฟิ่งหวง“คิดไม่ถึงว่าจิ้งอ๋องถึงกับไม่พานางมาพบเราก่อน” ฮองเฮาจิกเล็บลงบนฝ่ามือด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ พระนางอุตส่าห์แต่งตัวรอให้พวกเขามาพบตามธรรมเนียม
“พระสนมชมเกินไปแล้วเพคะ” เจียงหว่านกล่าวอย่างถ่อมตัว“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าไปนั่งเถอะ จากนี้เจ้าก็เรียกเราว่าเสด็จแม่เหมือนจิ่นเอ๋อก็ได้นะพระชายา อย่าได้เรียกเราห่างเหินนัก
“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะ” เจียงซุนเจ๋อไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เขารอให้พระสนมกับคนอื่น ๆ เดินจากไปก่อนจึงลุกขึ้นลากตัวเจียงหว่านออกจากวังไปอย่างรวดเร็ว เจียงม่านหรูที่แอบดูอยู่ห่าง ๆ เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามหลังออกไปเช่นเดียวกัน นาง
ณ จวนจิ้งอ๋อง บรรยากาศยามนี้มีแต่เสียงแสดงความยินดีดังไปทั่วตามมารยาท เหล่าขุนนางและลูกน้องมากมายถึงจะรู้ว่าจิ้งอ๋องไม่เต็มใจแต่งกับบุตรีขุนนางเจียงก็ตามที แต่ด้วยเพราะอุบัติเหตุในวังหลวงเมื่อเดือนก่อนทำให้พระองค์จำใจรับราชโองการพระราชทานสมรสนี้มาหนึ่งเดือนก่อนงานเลี้ยงในวังหลวงวันนี้มีขุนนางมากม







