تسجيل الدخولตอนที่ 85 ธงที่ไม่เคยมี
หลังจากการต่อสู้ใต้เมือง
นครไร้ธงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
กำแพงหลายส่วนพังทลาย
อุโมงค์จำนวนมากเสียหาย
ระบบพลังงานต้องปิดบางเขต
ผู้คนหลายพันต้องย้ายที่พักชั่วคราว
เมืองที่เคยซ่อนตัวจากโลกภายนอกมาหลายปี
ถูกเปิดเผย
ถูกโจมตี
และถูกบังคับให้ยืนอยู่ต่อหน้าทุกคน
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่พัง
คือผู้คนของเมืองนี้
นครไร้ธงยังคงอยู่
แม้จะไม่มีธง
ไม่มีประเทศ
ไม่มีชื่อในแผนที่โลก
แต่ผู้คนที่อยู่ที่นี่
ยังเลือกเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าบ้าน
หลายชั่วโมงหลังเหตุการณ์ในห้องทดลอง
ข่าวความจริงเริ่มรั่วไหลออกไป
ข้อมูลจากฐานสถาบันอรุณถูกส่งต่อ
หลักฐานเรื่องการทดลองมนุษย์
โครงการสร้างกองทัพ
การควบคุมตัวทดลอง
และการสร้างภาพนิมิตเพื่อชักนำโลก
เริ่มปรากฏต่อสาธารณะ
ตอนแรก
รัฐบาลพยายามปฏิเสธ
พยายามบอกว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นของปลอม
แต่ปัญหาคือ
หลักฐานมีมากเกินไป
มีรายชื่อ
มีบันทึก
มีภาพจากห้องทดลอง
มีคำสั่งภายใน
และที่สำคัญ
มีตัวทดลองที่ยังมีชีวิตอยู่
คนเหล่านั้นเริ่มเล่าเรื่องราวของตัวเอง
เด็กที่ถูกพรากจากครอบครัว
ผู้มีพลังที่ถูกจับไปทดลอง
ผู้คนที่ถูกเปลี่ยนเป็นอาวุธ
เรื่องราวเหล่านั้นทำให้โลกเริ่มตั้งคำถาม
ถ้าธันวาคือราชันอสูรจริง
แล้วใครกันแน่ที่สร้างปีศาจขึ้นมา
ท่ามกลางความสับสน
กองกำลังรัฐบาลที่ยังเหลืออยู่ถอนตัวออกจากพื้นที่ชั่วคราว
ไม่ใช่เพราะยอมแพ้
แต่เพราะพวกเขาไม่สามารถเดินหน้าต่อได้อีก
การโจมตีเมืองที่เต็มไปด้วยผู้ลี้ภัย
ในขณะที่หลักฐานกำลังเปิดเผย
จะทำให้รัฐบาลเสียความชอบธรรมทั้งหมด
แต่ก่อนที่ผู้คนจะมีเวลาหายใจ
ประกาศใหม่จากศูนย์บัญชาการโลกถูกส่งออกมา
และครั้งนี้
มันรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ทุกหน้าจอทั่วโลกปรากฏข้อความเดียวกัน
นครไร้ธง
ถูกประกาศให้เป็น
รัฐก่อการร้ายแห่งแรกของราชันอสูร
ภาพของธันวากับผู้มีพลังชุดดำถูกนำกลับมาใช้
ไม่มีภาพของเด็กที่เขาช่วย
ไม่มีภาพของตัวทดลองที่เขาปลดปล่อย
ไม่มีภาพของคนที่เขาปกป้อง
มีเพียงภาพเงาดำ
และกองทัพที่คุกเข่ารอบตัวเขา
โลกยังคงเลือกเชื่อสิ่งเดิม
สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย
ในนครไร้ธง
ดารินทร์เรียกประชุม
ผู้รอดชีวิตหลายพันคนรวมตัวกันในลานกลางเมือง
สถานที่ที่เคยเป็นเพียงพื้นที่พักผ่อน
วันนี้กลายเป็นสถานที่ตัดสินอนาคต
ธันวายืนอยู่ด้านหน้า
เขาไม่ได้สวมเกราะ
ไม่ได้ใช้พลัง
เขายืนเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง
ดารินทร์มองเขา
จากนั้นพูด
"มีบางอย่างที่เราต้องตัดสินใจ"
ทุกคนเงียบ
"โลกภายนอกจะไม่ยอมรับเรา"
เธอกล่าว
"ไม่ว่าเราจะทำอะไร"
"พวกเขายังคงมองเราเป็นภัย"
ผู้คนก้มหน้า
เพราะหลายคนเข้าใจดี
พวกเขาเคยผ่านสิ่งนี้มาก่อน
ถูกปฏิเสธ
ถูกล่า
ถูกเรียกว่าผิดปกติ
ดารินทร์หันไปหาธันวา
"ดังนั้นเมืองนี้ต้องมีผู้นำ"
เสียงพูดคุยดังขึ้น
ทุกคนรู้ว่าเธอหมายถึงใคร
ธันวานิ่ง
ดารินทร์พูดต่อ
"เจ้าคือคนที่ปกป้องเมือง"
"เจ้าคือคนที่ทำให้คนจำนวนมากยังมีชีวิต"
"และเจ้าคือคนที่โลกกำลังจับตามอง"
เธอหยุด
"ธันวา"
"ข้าขอให้เจ้าขึ้นเป็นผู้นำของนครไร้ธง"
ความเงียบเกิดขึ้น
ทุกสายตาหันไปหาเขา
ครั้งหนึ่ง
นี่คือสิ่งที่คนคนหนึ่งอาจต้องการ
อำนาจ
การยอมรับ
สถานที่ที่ไม่มีใครสามารถไล่เขาออกไปได้
แต่ธันวากลับส่ายหน้า
ดารินทร์ไม่แปลกใจ
เพราะเธอคาดไว้แล้ว
"เหตุผล"
เธอถาม
ธันวามองผู้คน
มองเด็ก
มองผู้ลี้ภัย
มองตัวทดลองที่เพิ่งได้รับอิสระ
จากนั้นพูด
"เพราะข้าไม่อยากให้ใครอยู่ที่นี่เพราะข้า"
ทุกคนเงียบ
"ถ้าข้าเป็นผู้นำ"
เขากล่าว
"บางคนจะไม่ได้เลือกอยู่เพราะเชื่อในเมืองนี้"
"แต่จะอยู่เพราะกลัวข้า"
เขามองมือของตัวเอง
มือที่ยังมีรอยดำจากแก่นอนันต์
"ข้าใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าใจ"
"การถูกเรียกว่าอะไรไม่สำคัญ"
"สิ่งสำคัญคือเราจะเลือกเป็นอะไร"
ดารินทร์มองเขา
ธันวาก้าวไปข้างหน้า
เขามองผู้รอดชีวิตทั้งหมด
จากนั้นพูด
"ข้าขอพูดอะไรบางอย่าง"
เสียงรอบตัวเงียบลง
"ข้ารู้ว่าหลายคนยังกลัวข้า"
ไม่มีใครปฏิเสธ
"ข้ารู้ว่าโลกภายนอกเรียกข้าว่าราชันอสูร"
เขาหยุด
"บางทีวันหนึ่ง ข้าอาจทำผิดพลาด"
คำพูดนั้นทำให้หลายคนมองเขา
เพราะเขาไม่ได้พูดเหมือนผู้ปกครอง
เขาพูดเหมือนมนุษย์
"แต่ข้าจะไม่ยอมให้ชื่อของข้ากลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครถูกบังคับ"
ธันวาสูดหายใจ
จากนั้นประกาศ
"ที่นี่ไม่ใช่อาณาจักรของผม และทุกคนไม่ใช่กองทัพของผม"
เขามองไปรอบเมือง
"ที่นี่เป็นบ้านของคนที่โลกไม่ยอมรับเท่านั้น"
ความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้น
มีคนหนึ่งเดินออกมา
เด็กคนหนึ่ง
ต้นกล้า
ในมือของเขาถือผ้าสีขาวผืนหนึ่ง
ไม่มีสัญลักษณ์
ไม่มีตรา
ไม่มีชื่อ
เขายกมันขึ้น
"ถ้าไม่มีธง"
ต้นกล้าพูด
"ก็ไม่ต้องมี"
คนอื่นเริ่มหยิบผ้าสีขาวขึ้นมา
ผู้ลี้ภัย
ช่างเทคนิค
นักวิทยาศาสตร์
ผู้มีพลัง
คนธรรมดา
ทุกคนถือผ้าสีขาวที่ว่างเปล่า
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
ไม่มีใครอยู่เหนือใคร
มันไม่ใช่ธงของประเทศ
ไม่ใช่ธงของราชันอสูร
แต่มันคือสัญลักษณ์ของคนที่ไม่มีที่ไป
และยังเลือกสร้างที่ของตัวเอง
ดารินทร์มองภาพนั้น
เป็นครั้งแรก
เธอเข้าใจความหมายของชื่อ
นครไร้ธง
มันไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไรให้ยึดถือ
แต่มันหมายความว่า
ไม่มีใครสามารถอ้างสิทธิ์เหนือพวกเขาได้
คืนนั้น
ในขณะที่เมืองกำลังซ่อมแซมตัวเอง
พิมพ์ชนกยังคงทำงาน
เธออยู่ในห้องข้อมูล
ตรวจสอบไฟล์ที่ขโมยมาจากฐานสถาบันอรุณ
หลายชั่วโมงที่ผ่านมา
เธอพบข้อมูลมากมาย
แต่มีไฟล์หนึ่ง
ที่ไม่สามารถเปิดได้
ชื่อไฟล์
โครงการนิมิตปฐมกาล
พิมพ์ชนกขมวดคิ้ว
ชื่อดังกล่าวไม่เคยปรากฏในข้อมูลก่อนหน้า
เธอใช้ข้อมูลของมาลี
รวมกับระบบของภาคย์
และเปิดไฟล์สำเร็จ
ทันทีที่ข้อมูลปรากฏ
ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไป
มันไม่ใช่แผนการสร้างราชันอสูร
ไม่ใช่โครงการทดลอง
แต่มันคือบันทึกต้นกำเนิดของนิมิต
บันทึกหนึ่งบรรทัดทำให้เธอหยุดหายใจ
การส่งนิมิตครั้งแรก
ไม่ได้เกิดขึ้นจากอนาคต
ไม่ได้เกิดขึ้นจากการคำนวณเวลา
และไม่ได้เกิดขึ้นจากโลกปัจจุบัน
มันถูกส่งมาจาก
สถานที่นอกเส้นเวลา
พิมพ์ชนกอ่านต่อ
มือเริ่มสั่น
เพราะข้อมูลระบุว่า
ผู้ส่งนิมิตไม่ได้มองเห็นอนาคต
แต่กำลังเลือกอนาคต
จากความเป็นไปได้ทั้งหมด
จากนั้น
บรรทัดสุดท้ายปรากฏ
ผู้อนุมัติโครงการ
ชื่อของบุคคลหนึ่ง
ทำให้พิมพ์ชนกหยุดนิ่ง
เพราะชื่อดังกล่าว
เป็นชื่อของบุคคลที่ควรเสียชีวิตไปแล้ว
เมื่อยี่สิบปีก่อน
เธอเปิดข้อมูลประวัติ
ภาพชายคนหนึ่งปรากฏ
บุคคลที่ทุกคนเชื่อว่าตายไปแล้ว
แต่ในเอกสารของสถาบันอรุณ
เขายังคงมีชีวิตอยู่
และเป็นผู้ควบคุมโครงการนิมิตปฐมกาล
พิมพ์ชนกกระซิบ
"เป็นไปไม่ได้"
ทันใดนั้น
หน้าจอเปลี่ยนเอง
ข้อความใหม่ปรากฏ
เหมือนมีใครบางคนกำลังส่งถึงเธอ
ยินดีต้อนรับผู้มองเห็นอนาคต
ในที่สุด
เจ้าก็พบความจริง
พิมพ์ชนกถอยหลัง
เพราะเธอรู้ทันที
สงครามที่พวกเขาเพิ่งผ่านไป
ไม่ใช่จุดเริ่มต้น
มันเป็นเพียงผลลัพธ์
ของเกมที่เริ่มขึ้นนานก่อนที่ธันวาจะเกิด
นอกเส้นเวลา
มีใครบางคนกำลังมองโลกใบนี้
กำลังมองธันวา
กำลังมองนครไร้ธง
และกำลังรอ
ให้เหตุการณ์เดินไปตามแผน
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







