เข้าสู่ระบบถามเสียงสั่นเครือ ทั้งโกรธและเสียใจ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเพราะการกระทำของผู้หญิงคนนั้น อีกทั้งเอเดรียนยังเชื่อเมริกาจนบุกมาถึงที่นี่
"ใช่! ผมไม่คิดหรอกว่าจะเจอคุณจริงๆ แต่คุณปิดเครื่องหนี ก็เลยต้องมาดูให้เห็นกับตา"
เอเดรียนแผดเสียงกร้าวด้วยความเคียดแค้นใจ ไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าสวมเขาให้เขาแบบนี้ ถ้าเธอเป็นเพียงผู้หญิงที่ทำสัญญาคู่ควง เขาคงเดินจากไปอย่างไม่แยแส แต่โรสถูกยกขึ้นเหนือผู้หญิงพวกนั้น
"ฮึ! เวลาเรามีความสุขกัน ก็ไม่อยากให้ใครรบกวนเป็นธรรมดา"
คำเย้ยหยันจากชายอีกคน ทำให้เอเดรียนหันขวับ
ผลัวะ!
หมัดหนักซัดเข้าที่มุมปากดอกเตอร์หนุ่ม ที่บังอาจมาแตะต้องผู้หญิงของเขา แล้วยังกล้าเสนอหน้าเยาะเย้ย ชายร่างใหญ่เซถลา แว่นสายตากระเด็นหลุด กฤษณ์พยุงตัวลุก ยกมือขึ้นกุมมุมปากตัวเอง วันนี้เป็นไงเป็นกัน เขาจะสู้จนถึงที่สุด เพื่อให้ได้โรสกลับมา
"ฉันไม่ยอมแพ้หรอก ไอ้คนกระจอก! เกิดอะไรขึ้นกับโรสแกยังไม่รู้เลย ถ้าฉันไม่มาช่วยไว้ โรสก็ตกเป็นของนายวิโรจน์ไปแล้ว จากนี้ไปโรสจะเป็นของฉัน! "
"เป็นของแกเหรอ! ไอ้สารเลว! "
เอเดรียนถามเสียงคำรามพร้อมพุ่งเข้าหา ปัดกำมือของฝ่ายตั้งรับ แล้วชกเข้าอีกหมัดที่แก้ม กฤษณ์ล้มฟุบลงกับเท้าของซันนี่ ถึงเวลานี้คู่หูบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงชักปืนจ่อศรีษะดอกเตอร์หนุ่ม ก่อนที่มาร์ตินลดมือที่ถือปืนลง ปล่อยให้ซันนี่เป็นคนเล็งค้างไว้ เดิมตั้งใจว่าเรื่องหัวใจเจ้านายพวกเขาจะปล่อยให้จัดการเอง ตราบใจที่ยังไม่เสียเปรียบจะไม่ยุ่ง แต่ทั้งสองรู้ว่าโรสเป็นคนสำคัญ ไม่เช่นนั้นเอเดรียนคงไม่ยอมลดตัวมาตามถึงม่านรูดแบบนี้
กฤษณ์ยืนแข็งทื่อเหงื่อกาฬผุดออกตามใบหน้า เป็นครั้งแรกที่ถูกปืนจ่อหัว หวาดกลัวนะ แต่ยังคงไม่ลดแววตาแข็งกร้าวจ้องชายต่างชาติผู้ตั้งท่าจะยิงตัวเอง เขาคนเดียวไร้อาวุธ ยังไงก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ชีวิตก็แค่นี้ อยู่ต่อไปโดยไม่มีโรสก็เท่ากับตายทั้งเป็น ไม่ต่างกันเลย
"อย่านะคุณซันนี่! "
หญิงสาวร้องห้าม กลัวว่าเอเดรียนจะสั่งยิงอดีตคนรัก แม้จะเข้าใจว่าเขาทำอะไรเธอ แต่ก็รับไม่ได้ที่จะมีคนถูกฆ่า
"คุณกำลังปกป้องเขาอย่างงั้นหรือ บอกผมมาว่าคุณสมยอม หรือถูกมันรังแก! "
เอเดรียนหันไปที่หญิงสาว เพลิงโทสะจากนัยน์ตาของเขา ทำให้โรสถึงกับใจสั่น ทำไมเวลานี้ในหัวเธอถึงคิดคำอธิบายไม่ได้ มันตื้อไปหมด ตั้งแต่กฤษณ์บอกว่าได้ทำอะไรเธอลงไป
"ผมให้ทางเลือก ถ้าเขารังแกคุณผมจะยิงเขาซะ แต่ถ้าคุณเต็มใจผมจะฆ่าทั้งคู่! "
เขานั่งลงที่ขอบเตียง ใช้สองมือจับไหล่หญิงสาว ตวาดถามใส่หน้าเธอเสียงดังแต่ไร้คำตอบ โรสน้ำตาเอ่อไหลผ่านหัวตาทั้งสองข้าง ฆ่าทั้งคู่งั้นหรือ? เขาทำเช่นนั้นได้ลงคออย่างนั้นเชียวหรือ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงได้ตอบโต้กลับไปว่า เขาไม่ใช่จ้าวชีวิตเธอ และไม่มีสิทธิ์ฆ่าใครทั้งนั้น แต่ในวันนี้หัวใจเป็นของเอเดรียนไปแล้ว ทำให้พูดไม่ออก
"แค่บอกว่าเขาข่มแหง คุณไม่ได้รักเขา คุณก็จะรอด"
"............"
น้ำเสียงเข่นเขี้ยวกระซิบถามข้างหู แต่เธอมีเพียงแววตาปูดปวม จ้องหน้าเขา
"พูดสิโรส! บอกผมว่าคุณไม่อยากให้ใครแตะต้อง นอกจากผม!
ชายหนุ่มเขย่าไหล่หญิงสาวจนหัวสั่นหัวคลอน เพราะโกรธที่ไม่ได้คำตอบ เธอเอาแต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น แม้รู้ว่าแค่พูดตามที่เอเดรียนต้องการฟังก็รอด ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าเธอยินยอมให้กฤษณ์ตาย
มือใหญ่พลั้งเผลอบีบไหล่คนตัวเล็กจนแดงช้ำ สิ่งที่เอเดรียนต่อว่าโรส และเธอร้องไห้หนัก ทำให้กฤษณ์รับไม่ได้ เขารู้แล้วว่าหญิงสาวรักใคร และพร้อมสารภาพความจริงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"หยุดทำเธอนะ! ไอ้! เอาะ! "
ดอกเตอร์หนุ่มด่าทอ โดยไม่เกรงกลัวลูกตะกั่วเจาะหัว แล้วก็ต้องร้องโอดโอย เพราะถูกซันนี่ตบปากด้วยกระบอกปืน
"ผมหวังว่าเขาจะทิ้ง ‘ภรรยา’ มาหาคุณนะโรส"
เอเดรียนลุกขึ้นจากเตียง มองหญิงสาวด้วยท่าทางรังเกียจ พูดเน้นหนักคำว่าทิ้งภรรยา เย้ยหยันว่าเธอกำลังยุ่งกับสามีคนอื่น ทั้งที่หัวใจของเขาเจ็บปวด รู้สึกราวกับว่ามีเข็มปักเป็นพันเล่ม หรือมากกว่านั้น เวลาเพียงไม่นาน เธอมีอิทธิพลกับเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ
"เอเดรียน... "
โรสเรียกเสียงแผ่วเบา รับรู้ว่าเอเดรียนเสียใจที่พูดประโยคนี้ เขาหันหลังให้ก้าวออกไป ซันนี่กับมาร์ตินโค้งตัวให้เธอแทนการเอ่ยลา
"เอเดรียนอย่าไปนะ! "
น้ำตาทะลักราวกับทำนบแตก โรสกอดผ้าห่มร้องไห้ สภาพเธอจะวิ่งตามเขาก็ไม่ได้ ความปวดร้าวจากการสูญเสียรักอีกครั้ง ในเวลาไล่เลี่ยกันเสียดแทงหัวใจเธอเหลือเกิน ภาพนาทีสุขสมในอ้อมอกของเอเดรียน กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีต และไม่มีโอกาสแอบอิงอกอุ่นนั่นอีกแล้ว พยายามกลั้นเสียงร้องไห้ แต่ไม่อาจกลั้นสะอื้น และห้ามน้ำตาที่สะท้อนความเจ็บปวดข้างในได้
"โรส...พี่ขอโทษ พี่ไม่คิดว่าโรสจะรักเขามากขนาดนี้"
เพราะเขาแท้ๆ ทำให้หญิงที่ตัวเองบอกว่ารักหนักหนาต้องเจ็บปวด น้ำตาของเธอเปรียบดังน้ำกรดรดหัวใจเขา ทรมานปนความริษยา ความรักหลายปีของเขา พ่ายแพ้แก่เอเดรียนคนที่มาทีหลัง และเพิ่งรู้จักกับเธอ
กฤษณ์ใช้ผ้าห่มผืนเดิมพันกายหญิงสาวเอาไว้ อุ้มเธอขึ้นรถ โรสเหมือนหุ่นไร้ชีวิต ไม่พูดกับเขา นั่งนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา ความเจ็บปวดของเธอบีบคั้นหัวใจเขา ยิ่งเธอเจ็บช้ำยิ่งอยากดูแล
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







