/ แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 34 คนที่อ่านเกม

공유

ตอนที่ 34 คนที่อ่านเกม

last update 게시일: 2026-04-14 17:36:46

ตอนที่ 34 คนที่อ่านเกม

ท่ามกลางห้วงมายาอันมืดมิดที่ดูไร้ก้นบึ้ง บรรยากาศรอบกายของหลินเยว่ซินยังคงดำมืดประหนึ่งถูกกักขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น ทว่าในความมืดนั้นกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ความเงียบที่เคยเป็นเครื่องมือกดดันของศัตรู บัดนี้กลับกลายเป็นอาวุธที่หลินเยว่ซินใช้เพื่อ "สังเกต"

หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่ใจกลางภาพลวงตาอันบิดเบี้ยว ร่างระหงนิ่งสนิทราวกับรูปสลักหินที่ไร้ลมหายใจ นางไม่ได้พยายามดิ้นรนหลบหนี และไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเหมือนครั้งก่อนๆ ทว่าการนิ่งเฉยของนางในครั้งนี้ กลับเปี่ยมไปด้วยรังสีอำนาจที่ทำให้มวลอากาศรอบด้านเริ่มสั่นสะท้าน

นางไม่ได้หยุดนิ่งเพราะพ่ายแพ้ แต่เพราะนางกำลังใช้โสตประสาททุกส่วนเพื่อ “มอง” ให้ทะลุถึงแก่นแท้ของโลกใบนี้

ทุกการเคลื่อนไหวของกระแสลมที่ไม่มีที่มา จังหวะการไหวตัวของเงาดำมรณะ หรือแม้แต่การบิดเบี้ยวของแสงสีที่กระพริบถี่ไปมา... ทุกสิ่งทุกอย่างในที่แห่งนี้ล้วนมี “รูปแบบ” ที่ตายตัว

หลินเยว่ซินรับรู้ได้ถึงจังหวะการหายใจของค่ายกล นางเริ่มเห็นร่องรอยของพลังงานที่ไหลเวียนเชื่อมต่อกันประหนึ่งใยแมงมุมมรณะที่ถักทอขึ้นมาอย่างประณีต

“ในที่สุด... เจ้าก็เริ่มเข้าใจมันเสียทีนะ”

น้ำเสียงของซูเหยียนดังแว่วมาตามสายลม มายาสีดำแผ่วเบาและแหบพร่า ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้แฝงไปด้วยความเยาะหยันอย่างรุนแรงเหมือนเก่า กลับมีความฉงนใจบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดนั้น

“เจ้าไม่ได้เป็นคนสร้างภาพลวงตาเหล่านี้ขึ้นมาเองทั้งหมดหรอก... ใช่ไหม ซูเหยียน?”

หลินเยว่ซินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่านิ่งลึกประหนึ่งบ่อน้ำที่ไม่มีวันเห็นก้น นางลืมตาขึ้นช้าๆ จ้องมองไปยังความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจะมีดวงตาของใครบางคนซ่อนอยู่

“เจ้าเพียงแค่สร้าง ‘ทางเลือก’ ที่เย้ายวนใจทิ้งไว้ในความมืดเท่านั้น...”

ความเงียบเข้าปกคลุมไปชั่วขณะ เพียงเสี้ยววินาทีที่กระแสพลังในค่ายกลเกิดอาการชะงักงันประหนึ่งถูกกระชากความลับออกมาแฉต่อหน้าสาธารณชน

“ทุกภาพเหตุการณ์ที่เจ้าส่งมา... ทุกความเจ็บปวดที่เจ้าหยิบยื่นให้...” หลินเยว่ซินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง “แท้จริงแล้วมันคือการตอบสนองที่ดึงมาจาก ‘ตัวข้า’ เองทั้งสิ้น เจ้าไม่ได้ลงมือเขียนบทละครนี้ แต่เจ้ากำลังใช้กระจกสะท้อนเงาในใจข้าให้กลายเป็นความจริงที่มาทำร้ายข้าเอง”

“เจ้าจงใจทำให้ข้าคิด... เจ้าจงใจขุดคุ้ยความจำของข้าให้ฟุ้งซ่าน แล้วเจ้าก็ใช้เศษเสี้ยวความคิดเหล่านั้นมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างโลกใบนี้เพื่อกักขังข้าไว้ชั่วนิรันดร์”

เสียงหัวเราะเบาๆ ของซูเหยียนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันแฝงไปด้วยความชื่นชมระคนหวาดหวั่น “น่าสนใจจริงๆ... ไม่เคยมีใครมองเห็นกลไกของ ‘ค่ายกลสะท้อนวิญญาณ’ ได้ชัดแจ้งขนาดนี้มาก่อน”

“แต่ถึงเจ้าจะรู้...” น้ำเสียงของเขากลับมาแข็งกร้าว “มันก็ ‘สายเกินไป’ เสียแล้วที่จะหาทางออก!”

หลินเยว่ซินหลับตาลงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก แต่นางกำลัง "ลบ" ทุกอย่างออกจากจิตสำนึก

นางเริ่มปฏิบัติการ “ไม่คิด”

ไม่มีความหวาดกลัวต่อความตาย ไม่มีการฉายภาพอดีตที่ขมขื่น และไม่มีตัวตนของชายที่รักที่ล่วงลับไปแล้ว... นางทำใจให้ว่างเปล่าประหนึ่งแผ่นกระดาษขาวที่ไร้ร่องรอยน้ำหมึก

เมื่อต้นฉบับในใจถูกลบเลือน ภาพลวงตาที่เคยแข็งแกร่งพลันเกิดอาการ “กระตุก” อย่างรุนแรง โลกที่เคยสมบูรณ์แบบเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูปผิดร่างประหนึ่งผ้าไหมที่ถูกกระชากให้ขาดวิ่น ค่ายกลของซูเหยียนเริ่มเสียการควบคุมเมื่อไม่มีข้อมูลจากเหยื่อมาหล่อเลี้ยง

“ถ้าโลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากเจตจำนงของข้า...”

หลินเยว่ซินลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของนางสว่างไสวด้วยพลังมารที่เยือกเย็นประหนึ่งดวงดาวสีนิล “ถ้าเช่นนั้น... ข้าก็มีสิทธิ์ขาดที่จะ ‘เปลี่ยนแปลง’ กฎเกณฑ์ทุกอย่างในโลกใบนี้ได้เช่นกัน!”

“ข้าจะไม่เป็นเพียงหมากที่รอวันตายอีกต่อไป... แต่ข้าจะเป็นคนเขียนบทละครบทใหม่ให้เจ้าเอง!”

ปัง!!!

พละกำลังมหาศาลระเบิดออกจากร่างของนาง พื้นดินที่มืดมิดพลันแปรสภาพกลายเป็นสายน้ำที่เชี่ยวกรากในพริบตา เงาดำมรณะที่เคยพุ่งเข้าหาจู่ๆ ก็ชะงักกึกประหนึ่งถูกคำสาปหยุดเวลา

เงาเหล่านั้นเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนทิศทาง พวกมันไม่ได้จ้องมองมาที่หลินเยว่ซินอีกต่อไป ทว่ากลับหันหน้าไปทางทิศเดียวกันประหนึ่งนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่อรายใหม่

“เจ้ารู้ไหมซูเหยียน... สิ่งที่ข้าหวาดกลัวที่สุดในยามนี้คืออะไร?”

หลินเยว่ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบจนจับใจ นางวาดมือผ่านอากาศช้าๆ และทันใดนั้น ภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า

มันไม่ใช่ภาพของเซียวหานที่นางโหยหา... แต่เป็นภาพของชายชราในอาภรณ์หรูหราที่แผ่รังสีแห่งการทำลายล้างออกมา

หลินอู๋เชียน

ร่างมายาของประมุขเฒ่ายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า จ้องมองลงมาด้วยสายตาที่ดูแคลนมนุษย์โลกประหนึ่งมดปลวก เงาทั้งหมดในค่ายกลที่เคยรับใช้ซูเหยียน บัดนี้กลับพุ่งเข้าใส่ร่างมายานั้นด้วยความบ้าคลั่งประหนึ่งพายุทมิฬ

ค่ายกลเริ่มสั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วงจนพื้นดินมายาแตกร้าวเป็นวงกว้าง

“พอได้แล้ว! หยุดเดี๋ยวนี้!”

เสียงของซูเหยียนคราวนี้ไม่เหลือร่องรอยของความนิ่งสงบอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและการเสียการควบคุม

พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นประหนึ่งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ก่อนที่ร่างของ ซูเหยียน จะถูกกระชากออกมาจากเงามืดและปรากฏตัวต่อหน้าหลินเยว่ซินเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริง

ดวงตาของเขาที่เคยมั่นใจบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง รอยยิ้มบัณฑิตที่เคยประดับบนใบหน้าจางหายไปจนสิ้น

“เจ้า... เจ้าทำลายสมดุลของค่ายกลสะท้อนจิตไปหมดสิ้นแล้ว!” เขาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

หลินเยว่ซินก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ท่ามกลางซากปรักหักพังของโลกมายา “ข้าไม่ได้ทำลายมันหรอกซูเหยียน...”

“ข้าแค่... แย่งชิงอำนาจการควบคุมมันมาจากมือเจ้าต่างหาก!”

นางวาดฝ่ามือผ่านอากาศอีกครั้ง และในพริบตานั้น ภาพลวงตาทั้งหมดที่เคยเป็นของซูเหยียนก็ย้อนกลับเข้าหาเขาประหนึ่งบ่วงกรรมที่ตามสนอง

ซูเหยียนชะงักกึก ร่างกายของเขาแข็งทื่อประหนึ่งถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ผู้คุมความลับแห่งเฟิงอวี่ต้องตกเป็นเหยื่อในค่ายกลของตัวเอง

“ในยามนี้...” หลินเยว่ซินกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบประหนึ่งคมน้ำแข็ง “เจ้าต่างหาก... ที่เป็นแขกผู้โง่เขลาในโลกแห่งความฝันของข้า”

นางเปลี่ยนความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ให้กลายเป็นห้องว่างที่แคบและกดดันประหนึ่งโลงศพหิน

“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ด้วยการรวบรวมข้อมูลและความลับของผู้อื่น...” หลินเยว่ซินจ้องลึกเข้าไปในตาที่สั่นระริกของเขา “แต่เจ้ากลับลืมไปสิ่งหนึ่ง...”

“เจ้าไม่เคยคิดเลยว่า... ในโลกที่เจ้าพยายามจะมองเห็นทุกคน จะมีใครบางคนที่ ‘มองเห็นเจ้า’ ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าที่เจ้ารู้จักตัวเองเสียอีก!”

ปัง!!!

โลกมายาทั้งหมดระเบิดออกจากด้านในประหนึ่งการดับสูญของดวงดาว แสงสีขาวนวลที่แสบตาแผ่กระจายไปทั่วรัศมีสิบหลี่ ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงสู่ความสัตย์จริง

หลินเยว่ซินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้สิ่งที่นางเห็นไม่ใช่ความมืดมิดที่ไร้ทิศทาง แต่มันคือพื้นหินที่เย็นเฉียบและเปียกชื้นของห้องลับใต้ดินสำนักเฟิงอวี่ อากาศเย็นยะเยือกที่ปะทะผิวหนังคือกายสัมผัสที่ยืนยันว่านางได้หลุดพ้นจากมายาแล้ว

ไม่ไกลออกไป เซวี่ยอิง ยืนพิงกำแพงหินเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ด้วยความนิ่งสงบ นางเห็นทุกวินาทีที่เยว่ซินจมดิ่งและตื่นขึ้น

“เจ้าช้าไปนิดนะเยว่ซิน...” เซวี่ยอิงคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “แต่ก็นั่นแหละ... อย่างน้อยเจ้าก็กลับมาได้ทันเวลา”

เบื้องหน้าของหลินเยว่ซิน ซูเหยียน คุกเข่าอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาซีดเผือด เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาจากมุมปากประหนึ่งสัญญาณของการถูกพลังสะท้อนกลับอย่างรุนแรง ดวงตาที่เคยคมปราบของเขาบัดนี้เลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้

หลินเยว่ซินมองลงมาที่เขาด้วยแววตาที่สงบนิ่งและไร้ซึ่งความสงสาร นางก้าวเท้าเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

“ทีนี้...” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังอำนาจ “ข้าว่า... เรามีเรื่องที่ ‘ต้อง’ คุยกันยาวเสียหน่อยแล้วล่ะ ซูเหยียน”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันคือความเงียบที่ผู้มีอำนาจเหนือกว่าเป็นคนกำหนด... ความลับของเบญจภาคีสำนักใหญ่ กำลังจะถูกกระชากออกมาเปิดเผยในไม่ช้า

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status