Accueil / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 35 คนที่ยอมพูด…คือคนที่แพ้

Partager

ตอนที่ 35 คนที่ยอมพูด…คือคนที่แพ้

last update Date de publication: 2026-04-15 13:57:43

ตอนที่ 35 คนที่ยอมพูด…คือคนที่แพ้

บรรยากาศภายในห้องใต้ดินของสำนักเฟิงอวี่เยือกเย็นจนสัมผัสได้ถึงไอเหมยขาบที่เกาะตามผนังหิน ความเงียบที่ปกคลุมอยู่นั้นไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกลับ "หนักอึ้ง" ประหนึ่งมวลน้ำมหาศาลที่กดทับร่างของทุกคนไว้ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศเป็นร่องรอยเดียวที่ยืนยันว่าพายุแห่งมายาเพิ่งจะพัดผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำที่ยากจะเยียวยา

ซูเหยียน นั่งทรุดอยู่กับพื้นหินที่เปียกชื้น แผ่นหลังของเขาพิงกำแพงอย่างอ่อนแรงประหนึ่งหุ่นเชิดที่สายป่านขาดสะบั้น เลือดสีแดงสดไหลรินออกจากมุมปากเป็นทางยาวอาบลงบนชุดผ้าไหมสีเทาอันวิจิตร ทว่าแม้ร่างกายจะบอบช้ำเพียงใด ดวงตาของเขากลับยังคงนิ่งสงบ ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยแผนการที่ยังไม่ถูกเปิดเผย

เขาคือผู้คุมความลับ... และเขารู้ดีว่าความลับคืออาวุธชิ้นสุดท้ายที่เขามี

เบื้องหน้าของเขา หลินเยว่ซิน ยืนตระหง่านอยู่ประหนึ่งรูปสลักหินที่ไร้หัวใจ นางไม่ได้ขยับกาย และไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาทำลายความสงัด แสงไฟจากคบเพลิงที่วูบไหวสะท้อนในดวงตาที่เป็นสีนิลสนิทของนาง ดูน่าเกรงขามและกดดันจนแม้แต่คนที่เจนจัดในเกมจิตวิทยาอย่างซูเหยียนยังรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่ขั้วหัวใจ

ไม่ไกลออกไป เซวี่ยอิง ยืนกอดอกพิงผนังหินอยู่อย่างเงียบเชียบ นางวางตัวเป็นเพียงผู้ชมโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ แววตาของนางนิ่งเฉยทว่าแหลมคมประหนึ่งใบมีดที่พร้อมจะตวัดเชือดเฉือนทุกเมื่อหากหมากในกระดานนี้เดินพลาด

ไม่มีใครยอมปริปากพูดออกมาก่อน เพราะในโลกของผู้กุมความลับ ทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงกฎเหล็กข้อหนึ่ง... ใครที่เริ่มพูดก่อน คือคนที่เริ่มเสียเปรียบในเกมเจรจา ความเงียบยืดเยื้อจนกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นประสาท ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาดูเหมือนจะดังดุจเสียงกัมปนาทในห้องแคบๆ แห่งนี้

“เจ้าจะฆ่าข้าตอนนี้เลยไหมล่ะ?”

ในที่สุด ซูเหยียนก็เป็นฝ่ายที่ทนต่อความกดดันไม่ไหว เขาเอ่ยทำลายความเงียบออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทว่ามันกลับเป็นความเรียบที่พยายามจะซ่อนร่องรอยของความหวั่นใจเอาไว้

เซวี่ยอิงคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก แววตาฉายชัดถึงความขบขัน “รีบร้อนอยากไปปรโลกจังนะ... ผู้คุมความลับแห่งเฟิงอวี่”

หลินเยว่ซินยังคงไม่ตอบคำถามนั้น นางเพียงแค่ก้มลงมองชายที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาประหนึ่งมองดูมดปลวกที่ไร้ค่า

ซูเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าคำถามของเขาถูกเมินเฉยประหนึ่งอากาศธาตุ ความไม่แน่นอนเริ่มกัดกินจิตใจของนักวางแผนอย่างเขา

“ถ้าเจ้าเลือกที่จะไม่ฆ่าข้าในตอนนี้...” เขาเค้นเสียงออกมาอีกครั้ง พยายามรักษาความนิ่งสุขุมเอาไว้ “แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดจากข้ากันแน่?”

“ข้อมูล”

คำเดียวสั้นๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของหลินเยว่ซิน น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธแค้นหรือความโหยหา แต่มันกลับทรงพลังจนซูเหยียนรู้สึกเหมือนถูกกระชากความมั่นใจทิ้ง

“แน่นอนสิ...” ซูเหยียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งนั้นสะท้อนก้องในห้องใต้ดิน “ทุกคนที่บังอาจบุกรุกเข้ามาถึงใจกลางเฟิงอวี่... ล้วนแต่โหยหาสิ่งที่เจ้าต้องการทั้งนั้น ข้อมูลคืออำนาจ และที่นี่คือคลังอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในใต้หล้า”

เขาสู้สายตาเงยหน้าขึ้นสบตากับนางตรงๆ แววตาจิ้งจอกของเขากลับมาทำงานอีกครั้ง “แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... คนนอกสำนักอย่างเจ้า จะมีสิทธิ์อะไรมาตั้งคำถามหรือบังคับให้ข้าคายความลับที่มีค่าเหล่านั้นออกมา?”

“ไม่”

หลินเยว่ซินตอบกลับในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้เพียงวินาทีเดียว คำตอบที่หนักแน่นและตรงไปตรงมาทำเอาแม้แต่เซวี่ยอิงที่ยืนดูอยู่ยังต้องชะงักด้วยความประหลาดใจ

“ข้าจะไม่เสียเวลา ‘ถาม’ เจ้าแม้เพียงประโยคเดียว”

นางก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ ทุกลมหายใจที่ขยับเข้าใกล้คือแรงกดดันที่มหาศาลขึ้นเรื่อยๆ

“ข้าเพียงแค่จะ ‘ให้เจ้าพูด’ ออกมาด้วยตัวเจ้าเอง”

ซูเหยียนจ้องมองนางลึกขึ้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแคลงใจ “เจ้าคิดว่าการทรมานหรือความตายจะใช้ได้ผลกับคนของเฟิงอวี่งั้นหรือ? เจ้าดูถูกพวกเราเกินไปแล้วเยว่ซิน”

“ไม่หรอก...” หลินเยว่ซินโน้มกายลงเล็กน้อย แววตาสีนิลจ้องลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา “ความเจ็บปวดใช้กับเจ้าไม่ได้ผล... แต่ ‘ความจริง’ บางอย่างน่ะ ใช้ได้เสมอ”

ซูเหยียนหรี่ตาลงเพียงเล็กน้อย ทว่ามันเพียงพอที่จะทำให้หลินเยว่ซินมองเห็นความสั่นไหวในจิตใจของเขา

“เจ้ารู้แจ้งเห็นจริงในทุกเรื่องราวของยุทธภพ...” หลินเยว่ซินเอ่ยเสียงต่ำที่น่าขนลุก “เจ้ากุมความลับของทุกคนไว้ในมือ... ยกเว้นสิ่งเดียว...”

นางนิ่งไปชั่วอึดใจประหนึ่งกำลังลับคมดาบครั้งสุดท้าย

“...ยกเว้น ‘อนาคต’ ของตัวเจ้าเอง”

กึก

เพียงเสี้ยววินาทีเดียวที่สายตาของซูเหยียนวูบไหวไปประหนึ่งเปลวเทียนต้องลมพายุ เขาสะดุดลมหายใจชั่วขณะ ทว่ามันคือวินาทีทองที่หลินเยว่ซินรอคอย

“อันตรายดีนี่...” เซวี่ยอิงพึมพำกับตัวเอง นางเริ่มเห็นความสนุกในเกมการเจรจาที่เหนือชั้นนี้

“เจ้ารู้ล่วงหน้าว่าข้าจะมาที่นี่ เจ้าจงใจวางกับดัก เจ้าคิดว่าเจ้าควบคุมทุกตัวแปรไว้ในกำมือได้อย่างเบ็ดเสร็จ...” หลินเยว่ซินรุกต่อโดยไม่ให้เขาได้พักหายใจ “เจ้าเชื่อมั่นในข้อมูลที่เจ้ามี จนเจ้าลืมเผื่อใจไว้สำหรับความผิดพลาด”

“แต่สุดท้าย... เจ้าก็พ่ายแพ้ให้กับสิ่งที่ข้อมูลของเจ้าไม่มีวันบอกได้”

ซูเหยียนนิ่งเงียบไป ใบหน้าของเขาซีดลงเรื่อยๆ มือที่วางอยู่ข้างกายกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

“งั้นข้าจะบอกความลับประการหนึ่งให้เจ้าฟัง...” หลินเยว่ซินก้มลงไปกระซิบใกล้ใบหูของเขา “จริงๆ แล้วเจ้าไม่ได้กลัวตายหรอกซูเหยียน... แต่เจ้า ‘กำลังกลัว’”

ซูเหยียนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันทีราวกับได้ฟังเรื่องที่น่าขบขันที่สุดในโลก “ไร้สาระ! ข้าคือผู้คุมความลับแห่งเฟิงอวี่ ข้าไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นมานานแล้ว!”

“ถ้าเช่นนั้น... ทำไมเจ้าถึงต้องชิง ‘พูด’ ออกมาก่อนล่ะ?”

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเป็นความเงียบที่ฆ่าคนตายได้ ซูเหยียนนิ่งอึ้งไปประหนึ่งถูกสาป

“คนที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้จริง... คนที่มั่นใจในอำนาจของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้องรีบปริปากเพื่อรอดูท่าทีของศัตรูหรอก” หลินเยว่ซินเอ่ยช้าๆ และหนักแน่น “แต่เจ้ากลับพูด... เจ้าชิงตั้งคำถามก่อน เพราะเจ้าทนต่อความ ‘ไม่รู้’ ในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ได้”

“เจ้าพูด... เพราะเจ้ากำลังเสียการควบคุม”

มือของซูเหยียนสั่นเทาอย่างรุนแรงจนเขาต้องพยายามซ่อนมันไว้ใต้แขนเสื้อ รอยร้าวในใจของเขาบัดนี้ขยายกว้างจนแทบจะพังทลาย

“เจ้ากลัวที่จะต้องจบชีวิตลงโดยที่เจ้ายังเดินหมากไม่เสร็จสมบูรณ์...” หลินเยว่ซินรุกคืบเข้าไปในจิตใจของเขาประหนึ่งพญามาร “เจ้ากลัว... ว่าเจ้าจะ ‘ไม่รู้’ ว่าแท้จริงแล้วหลินอู๋เชียนมีแผนการอะไรซ่อนไว้อีก และเจ้ากลัวว่าตัวเองจะเป็นเพียงเบี้ยไร้ค่าที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง!”

ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปากของซูเหยียนอีก มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าและเหงื่อเย็นๆ ที่ซึมตามไรผม เขาจ้องมองสตรีเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... จากเหยื่อที่น่ารำคาญ กลายเป็นอสุรกายที่มองเห็นทุกซอกทุกมุมของหัวใจเขา

ในที่สุด... เขาก็คลี่ยิ้มออกมา ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มของจิ้งจอกผู้ถือดี แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ยอมรับในโชคชะตาที่บิดเบี้ยว

“เจ้า... เจ้าฉลาดและอำมหิตกว่าที่ข้าประเมินไว้มากนัก หลินเยว่ซิน”

“ใช่...” เขากระซิบออกมาแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบประหนึ่งยอมจำนน “ข้ากลัว... ข้ากลัวในสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของข้อมูล ข้ากลัวในสิ่งที่ไม่มีอยู่ในตำราของเฟิงอวี่”

ซูเหยียนเงยหน้าขึ้นมองนาง สายตาของเขาบัดนี้ลุ่มลึกและแฝงไปด้วยคำเตือนที่น่าสยดสยอง “และสิ่งที่ข้ากลัวที่สุด... สิ่งที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์และเหตุผลทั้งหมดที่ข้าเคยรวบรวมมา...”

เขานิ่งไปชั่วอึดใจประหนึ่งกำลังรวบรวมความกล้าสุดท้าย

“...มันกำลังตื่นขึ้นมาแล้วในตอนนี้”

เซวี่ยอิงขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาอย่างไม่รู้ตัว “มันคืออะไร? พูดให้ชัด!”

ซูเหยียนไม่ได้หันไปมองเซวี่ยอิง เขาจ้องตรงไปที่ดวงตาของหลินเยว่ซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยปริศนา “สิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้นมาเพื่อทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง... สิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าหลินอู๋เชียนนับพันเท่า...”

เขาสูดลมหายใจลึก “...ไม่ใช่เจ้า เยว่ซิน”

บรรยากาศในห้องใต้ดินกลับมานิ่งสนิทประหนึ่งหยุดนิ่ง ทุกอย่างเงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ

หลินเยว่ซินยืนนิ่งสนิท นางไม่ได้ถามเซ้าซี้ถึงสิ่งที่เขาเอ่ยถึง นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อคำเตือนนั้น ทว่านางกลับเพียงแค่ลดสายตาลงมองชายเบื้องหน้าด้วยความเฉยเมยยิ่งกว่าเก่า

นางเอ่ยออกมาแผ่วเบาประหนึ่งเสียงกระซิบของเพชฌฆาต

“ถ้าเช่นนั้น... ในเมื่อเจ้ารู้เพียงเท่านี้ และสิ่งที่เจ้ารู้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น...”

นางหมุนตัวหันหลังกลับไปทางออกช้าๆ

“เจ้าก็ไม่มีความจำเป็น... ที่จะต้องมีลมหายใจอยู่เพื่อเฝ้าดูความพินาศนั้นอีกต่อไปแล้ว”

เสียงฝีเท้าของนางเดินจากไปอย่างมั่นคง ทิ้งซูเหยียนไว้เบื้องหลังท่ามกลางเงามืดที่กำลังจะกลืนกินเขาไปชั่วนิรันดร์... ความลับที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังจะถูกเปิดเผย และสงครามที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status