Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 36 สิ่งที่ยังไม่ตาย

Share

ตอนที่ 36 สิ่งที่ยังไม่ตาย

last update publish date: 2026-04-15 16:56:11

ตอนที่ 36 สิ่งที่ยังไม่ตาย

ความเงียบสงัดภายในห้องใต้ดินของสำนักเฟิงอวี่ไม่ได้จางหายไปพร้อมกับการพ่ายแพ้ของซูเหยียน ทว่ามันกลับยิ่ง "กดทับ" ลงมาหนาแน่นกว่าเดิมประหนึ่งมวลอากาศรอบด้านถูกแช่แข็ง คำประกาศกร้าวที่ว่า "เจ้าไม่จำเป็นแล้ว" ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศเย็นเยียบ เป็นดั่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ตีบอกเวลาตายของชายที่เคยถือไพ่เหนือกว่าคนทั้งยุทธภพ

ซูเหยียนยังคงคุกเข่าอยู่ท่ามกลางเงามืด ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บภายใน ทว่าเขากลับไม่หลบสายตาที่มืดมิดของหลินเยว่ซินแม้เพียงนิด แววตาของจิ้งจอกเฒ่าในคราบบัณฑิตยังคงจ้องเขม็งประหนึ่งกำลังค้นหาเศษเสี้ยวของโอกาสสุดท้ายในห้วงเหวแห่งความสิ้นหวัง

หลินเยว่ซินยกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวงามวาดผ่านอากาศธาตุจนเกิดระลอกคลื่นสีดำทมิฬ พลังมารที่เข้มข้นเริ่มควบแน่นอยู่ที่ปลายนิ้วประหนึ่งคมดาบที่ไร้รูปลักษณ์ พร้อมจะทะลวงขั้วหัวใจของศัตรูให้แหลกสลายในพริบตา

“เดี๋ยว!”

เสียงของซูเหยียนโพล่งขึ้นมาทันควัน มันไม่ใช่เสียงอ้อนวอนขอชีวิตที่น่าสมเพช ทว่ามันคือเสียงของคนที่รู้ดีว่าตัวเองกุมความลับที่สำคัญพอจะใช้แลกเปลี่ยนกับลมหายใจได้อีกชั่วอึดใจเดียว

และเป็นอีกครั้งที่เขาเป็นฝ่าย “เริ่มพูดก่อน” เพื่อรักษาอำนาจการควบคุมที่กำลังจะหลุดมือ

เซวี่ยอิงที่ยืนพิงผนังอยู่ไกลๆ ถึงกับหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตาของนางฉายแววเยาะหยัน “ยังไม่เลิกกลัวอีกหรือไง... ผู้กุมความลับ? หรือเจ้าเพิ่งจะนึกได้ว่านรกมันหนาวเหน็บแค่ไหน?”

“ข้ามีสิ่งที่เจ้า ‘ต้อง’ รู้... และมีเพียงข้าคนเดียวในยามนี้ที่บอกเจ้าได้” ซูเหยียนเอ่ยเน้นย้ำทุกถ้อยคำ แววตาของเขานิ่งสงบลงอย่างน่าประหลาด

หลินเยว่ซินไม่ได้ลดมือลง รังสีสังหารรอบกายยังคงแผ่ซ่านจนพื้นหินใต้เท้าเริ่มปริร้าว ทว่านางกลับหยุดการจู่โจมไว้เพียงปลายนิ้ว

“พูดมา” คำสั่งสั้นกระชับที่แฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งความตายทำเอาซูเหยียนต้องลอบกลืนน้ำลายที่ปนไปด้วยรสคาวเลือด

“สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นมาในยามนี้... สิ่งที่ข้าบอกว่ามันน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าความตาย...” ซูเหยียนเอ่ยเสียงพร่าพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเยว่ซิน “มันไม่ใช่พลังมารในตัวเจ้าหรอกเยว่ซิน พลังที่เจ้ามี... เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่หลุดลอยออกมาจาก ‘แกนกลาง’ ที่แท้จริงเท่านั้น”

คำพูดนั้นทำให้เซวี่ยอิงถึงกับหรี่ตาลงด้วยความสงสัย “แกนกลางงั้นหรือ? เจ้ากำลังจะบอกว่าพลังต้องห้ามที่พวกเราแย่งชิงกันแทบตาย เป็นเพียงแค่กากเดนของบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น?”

“ถูกต้อง...” ซูเหยียนเอ่ยช้าๆ พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ “พลังต้องห้ามที่กระจายอยู่ในห้าสำนักใหญ่... แท้จริงแล้วมันคือโซ่ตรวนที่ใช้ปิดผนึก ‘แกนกลาง’ พลังงานบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ลึกลงไปใต้ดินของทุกสำนักเชื่อมต่อกัน!”

เขาสูบลมหายใจลึกขณะที่พื้นหินรอบข้างเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ประหนึ่งขุนเขากำลังตอบรับคำพูดของเขา “หลินอู๋เชียนไม่ได้เป็นคนสร้างพลังในตัวเจ้าขึ้นมาเยว่ซิน... เขาเพียงแค่ ‘ปิดผนึก’ มันไว้ในร่างเจ้าเพื่อรอเวลาเก็บเกี่ยว แต่ตอนนี้... ผนึกกำลังอ่อนแรงลงเพราะความบ้าคลั่งของเจ้าได้ทำลายสมดุลของวงจรห้าสำนักไปหมดสิ้นแล้ว!”

หลินเยว่ซินนิ่งเงียบไป แววตาของนางเริ่มแปรเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเคร่งเครียด ข้อมูลนี้ใหญ่เกินกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้

“และที่สำคัญที่สุด...” ซูเหยียนจ้องหน้าเยว่ซินนิ่ง “ยังมี ‘กุญแจ’ อีกดอกหนึ่งที่ยังไม่ตาย... และมันกำลังจะเป็นตัวแปรที่ทำลายทุกสิ่งอย่างหากเจ้าเข้าถึงมันไม่ทันเวลา”

หัวใจของหลินเยว่ซินกระตุกวูบ ลมหายใจของนางหนักหน่วงขึ้นเพียงเล็กน้อย ทว่ามันเพียงพอที่จะทำให้คนสังเกตเห็น

“เซียวหาน...”

ชื่อที่ซูเหยียนเอ่ยออกมาเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางห้องใต้ดินที่เงียบสงัด หลินเยว่ซินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ

“เขาไม่ตาย...” ซูเหยียนยืนยันเสียงหนัก “เขาคือคนที่มีสายเลือดต้องสาปที่แท้จริง และเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถเชื่อมต่อกับ ‘แกนกลาง’ ได้อย่างสมบูรณ์ หากเขาตื่นขึ้นมาก่อนที่เจ้าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้... เขาจะไม่ใช่เซียวหานคนเดิมที่เจ้ารู้จักอีกต่อไป แต่เขาจะกลายเป็นอสุรกายที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง!”

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้งยาวนานเนิ่นนาน หลินเยว่ซินค่อยๆ ลดมือลงช้าๆ ทว่าไม่ใช่เพราะนางลังเลใจ แต่นาง “ตัดสินใจ” ได้แล้วว่าหมากตัวต่อไปควรจะเดินไปที่ทิศทางใด

นางก้าวเท้าเข้าไปหาซูเหยียน ย่อตัวลงประจันหน้าในระยะประชิดที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย “เขาอยู่ที่ไหน?”

ซูเหยียนคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มจิ้งจอกหวนคืนมาเพียงครู่เดียว “ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างที่ข้ารู้... แต่เจ้าต้องรับปากว่าจะปล่อยข้าไปจากที่นี่พร้อมกับความลับที่เหลือ”

เซวี่ยอิงส่ายหัวพลางแค่นหัวเราะ “เจ้ามันไม่รู้จักจำจริงๆ ซูเหยียน... ในสภาพที่ใกล้เป็นศพแบบนี้ ยังคิดจะเอาความลับมาต่อรองเพื่อต่อลมหายใจอยู่อีกหรือ?”

หลินเยว่ซินจ้องลึกเข้าไปในตาของซูเหยียนด้วยสายตาที่เฉียบคมประหนึ่งใบมีด “ไม่... ข้าจะไม่ต่อรองใดๆ กับคนที่พ่ายแพ้ไปแล้วอย่างเจ้า”

นางนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะเอ่ยประโยคที่เด็ดขาดที่สุด “แต่ข้าจะให้โอกาสเจ้าเพียงครั้งเดียว... จงพูดความจริงออกมาทั้งหมด แล้วข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าตายอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องทนทรมานกับพิษมารในร่างอีกต่อไป”

ซูเหยียนนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาจ้องมองใบหน้าของพญามารสาวเบื้องหน้า ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างยอมรับในความพ่ายแพ้ที่หมดรูป

“สมแล้วที่เป็นผู้ทำลายเทียนหมิง...” เขากระซิบแผ่วเบา “สำนักเงามรณะ... ทางเหนือสุดของหุบเขาไร้รัก ที่นั่นคือสถานที่ที่หลินอู๋เชียนนำร่างของเขาไปซ่อนไว้เพื่อประกอบพิธีกรรมปลุกชีพ”

“แต่จงระวังให้ดีเยว่ซิน...” เขาเว้นจังหวะพลางมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำเตือนสุดท้าย “สำนักเงามรณะไม่ได้มีไว้เพื่อล่าสังหารศัตรูเท่านั้น... แต่มันมีไว้เพื่อล่า ‘ตัวตน’ ใครก็ตามที่ก้าวเข้าไปที่นั่น หากจิตใจไม่เข้มแข็งพอ... เจ้าจะสูญเสียความเป็นตัวเองไปตลอดกาล”

ฉึก!

สิ้นคำพูดสุดท้าย พลังมารสีดำทมิฬที่ควบแน่นเป็นหนามแหลมก็พุ่งทะลุขั้วหัวใจของซูเหยียนอย่างแม่นยำและรวดเร็วเสียจนเจ้าตัวไม่ทันได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด ดวงตาของชายหนุ่มบัณฑิตเบิกค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ สิ้นแสงลง ลมหายใจสุดท้ายถูกพรากไปท่ามกลางเงามืดที่มืดมิดที่สุด

หลินเยว่ซินยืนขึ้นช้าๆ นางไม่ได้มองซากศพเบื้องหน้าอีกเลย แววตาของนางกลับมาเยือกเย็นและนิ่งสงบประหนึ่งน้ำแข็งขั้วโลก

“เราไปทางเหนือกันเดี๋ยวนี้” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังอำนาจ

เซวี่ยอิงคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างพึงพอใจ “ในที่สุด... เรื่องราวมันก็น่าสนุกขึ้นมาจริงๆ เสียทีนะน้องสาวข้า”

หลินเยว่ซินก้าวเดินออกจากห้องใต้ดินที่อับชื้นไปอย่างมั่นคง ทิ้งอดีตและความลับของเฟิงอวี่ไว้เบื้องหลังประหนึ่งเศษอิฐเศษหินที่ไร้ค่า นางไม่หันกลับไปมอง ไม่มีความลังเล และไม่มีความสงสารหลงเหลืออยู่ในใจอีกต่อไป

“ครั้งนี้...” นางพึมพำกับสายลมแรงที่พัดผ่านร่าง “ข้าจะไปเอาคำตอบทั้งหมดกลับมาด้วยมือของข้าเอง และจะไม่มีใครหน้าไหนมาหยุดข้าได้อีก!”

ความมืดมิดปกคลุมเส้นทางสู่ทางเหนือ ทว่าแสงแห่งความแค้นและการโหยหาในใจของหลินเยว่ซินกลับสว่างจ้าดุจกองไฟที่กำลังเผาผลาญโชคชะตา... สงครามที่แท้จริงเพื่อชิงตัวตนคืนมา กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในหุบเขาไร้รัก!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status