LOGIN“ได้ข่าวว่าเอซรับภรรยาเข้ามาในคฤหาสน์ริชแมนเพิ่ม…”
ใบหน้าที่เย้ายวนของมิลาด้าไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ เธอเพียงยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มเท่านั้น “ก็เป็นเรื่องปกติของเขาไม่ใช่รึไง ท่านยังไม่ชินอีกงั้นหรือคะ?” เธอวางแก้วไวน์ลงก่อนจะยกมือขึ้นไปกอดคอของบุรุษที่กำลังจ้องมองเธออยู่ “มิลดี้…รักษากริยาหน่อยข้ากำลังจะแต่งงาน…” มิลาด้าหัวเราะ เธอเลื่อนมือลงมาแกะกระดุมของชายเบื้องหน้าออก “อ่า…หากว่าท่านดยุคกำลังจะแต่งงานเช่นนั้นข้าก็ยิ่งต้องครอบครองท่านไม่ใช่รึไง เพราะถ้าหากว่าท่านแต่งงานไปแล้วเราคงจะหาโอกาสมาเจอกันได้ยาก…” “ข้าแต่งงาน ก็เพราะเจ้าเป็นคนสั่งให้ข้าแต่ง” มิลาด้ายกยิ้มอย่างเย้ายวน “เลดี้เคนเนดี้งดงามมากนะคะ เด็กสาวเช่นนั้นอาจจะมาสั่นคลอนหัวใจของท่านได้มากกว่าสตรีเช่นข้า…” “เจ้าก็รู้…ว่าข้ารักเพียงเจ้าคนเดียว เมื่อไหร่เจ้าจะยอมหย่ากับเอซสักที!” “โลเวล ท่านก็รู้ว่าข้ายังไม่ได้ในสิ่งที่ข้าต้องการ” “แม็คซิมัสมิได้ด้อยไปกว่าริชแมนเลย!!” มิลาด้าโน้มใบหน้าของโลเวลมากอดจูบอย่างเร่าร้อน!! เธอผลักเขาลงไปที่เตียงราคาถูกของร้านเหล้าที่เรามักจะนัดพบกันเพื่อพูดคุยและทำเรื่องที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ เธอมีสามีแล้ว ส่วนเขาก็กำลังจะแต่งงาน..มันน่าสนุกสุดยอดไปเลยไม่ใช่รึไง! …… เบลล่ายกแก้วเหล้ารัมขึ้นมาดื่ม ก่อนจะส่งสายตาไปที่โต๊ะข้างหลัง “เบล เหตุใดวันนี้เจ้าดื่มเหล้ารัม?” “ชาวบ้านไม่ค่อยจะมีเงินซื้อไวน์หรอกนะ อีกทั้งเหล้ารัมยังสามารถทำเองได้ทุกบ้าน ตอนนี้เราเป็นสาวชาวบ้านก็ควรจะแสดงให้สมบทบาทไม่ใช่เรอะ!!” “อา..แบบนี้นี่เอง” “ขอโทษนะสาวน้อยผู้งดงามทั้งสอง…นายท่านของข้าอยากจะทำความรู้จักพวกเจ้า…” เบลล่ามองไปที่โต๊ะด้านบน..เธอก็เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของชายผู้หนึ่ง พอดูจากการแต่งตัวเขาแล้ว น่าจะเป็นคนมีฐานะพอสมควร… เบลล่ายกยิ้ม “พวกข้าพึ่งเคยมาเที่ยวในที่แห่งนี้…เลยมิได้ทราบธรรมเนียมของที่นี่ ท่านอัศวินสุดหล่อพอจะบอกได้ไหมคะว่านายท่านของท่านอัศวินเป็นใคร?” คิร่ามองไปที่เบลล่าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ชายที่ดูป่าเถื่อนเช่นนี้นะเรอะ! คืออัศวินสุดหล่อ? “นายท่านคือเซอร์วัลโด้…” “อื้อ!!..ชีวิตสาวชาวบ้านเช่นพวกข้าจะได้พบท่านเซอร์ที่สูงส่งจริงๆ งั้นหรือคะพี่ชาย!!” ชายผู้นั้นพาเบลล่าและคิร่าขึ้นมายังชั้นบนของร้านเหล้า โดยที่เธอยังไม่ทันได้ตอบตกลงหรือว่าปฏิเสธ “ต้องทำขนาดนี้เลยงั้นหรือ?” คิร่ากล่าวถามเบลล่า “เป็นคนโง่นั้นดีที่สุด…เจ้าจะได้เห็นเรื่องราวในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยหากว่าเจ้าแสร้งเป็นคนโง่ เพราะพวกเขาก็จะคิดว่าเราไร้หัวคิดและหลอกลวงยังไงก็ได้….” คิร่ามองเบลด้วยสายตาที่เจือปนไปด้วยความเศร้า เบลเคยบอกกับเธอว่าในวัยเด็กของเบลลำบากมาก… การกระทำในวันนี้ของเบลมันยิ่งตอกย้ำคำพูดของเบลได้เป็นอย่างดี ว่าชีวิตมันยากลำบากแค่ไหน สตรีที่แสนงดงามประดุจดอกไม่ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน แต่เบลก็ยังรอดมาจากเหล่าแมลงที่บินเข้ามา ท่าทางจะยากลำบากพอสมควรเลยทีเดียว “ข้าดีใจที่เจ้าทั้งสองยอมขึ้นมา…” เบลล่ายกยิ้ม ดูจากที่เขานั่งอยู่ชั้นบนอีกทั้งยังคอยคุมบุรุษอีกหลายคนที่ยืนล้อมรอบที่นี่ แสดงว่าเขาจะต้องมีอำนาจพอสมควร “ท่านเซอร์ใช่ไหมคะ ข้าไม่ทราบว่าจะต้องพูดกับท่านแบบไหนดีเพราะว่าข้าไม่เคยคุยกับขุนนางมาก่อนเลย” “คุยปกติได้เลย ข้ามิใช่คนที่จะมานั่งถือสา สตรีที่งดงามอยู่แล้ว…” เบลล่ามองไปรอบๆ ก็พบว่าด้านบนนั้นมีห้องมากมายเรียงรายอยู่…ราวกับว่าเป็นโรงแรมขนาดย่อมๆ.. “พวกเจ้าชื่อว่าอะไรกันบ้าง?” “ข้าชื่อเบล ส่วนนี่เป็นเพื่อนของข้าชื่อว่าคาร่าค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะท่านเซอร์วัลโด้…” เขามองไปที่ใบหน้าของคิร่าอย่างถูกใจ สตรีสองคนนี้สะดุดตามากทีเดียว คนหนึ่งงดงามอ่อนหวานเย้ายวน ส่วนอีกคนให้ความรู้สึกราวกับเป็นนางพญา งดงามและแข็งแกร่ง โดยส่วนตัวเขามิชอบสตรีที่อ่อนหวานสักเท่าไหร่ สตรีที่ชื่อคาร่าจึงถูกใจเขามากทีเดียว เบลล่ายกยิ้มเพราะเธอสัมผัสได้ถึงความพึงพอใจในสายตาของชายผู้นั้น แสดงว่าเขาคงจะถูกใจคิร่าสินะ… “สั่งอะไรมาทานสิ มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง!” คิร่าส่งยิ้มให้วัลโด้ “ข้าทานที่ด้านนอกมาจนอิ่มแล้วค่ะ ขอบคุณท่านเซอร์ที่มีน้ำใจ” ส่วนหนึ่งที่เบลล่าอยากจะพาคิร่ามาที่ร้านเหล้านี้เพราะอยากจะให้คิร่ามีความมั่นใจในตัวเอง ทั้งด้านหน้าตาและด้านการเข้าสังคม การเริ่มที่สังคมชนชั้นสูงนั้นอาจจะยากเย็นอยู่บ้าง เบลล่าก็เลยพาคิร่ามาเริ่มที่สังคมง่ายๆ สบายๆ อย่างสังคมของชาวบ้าน “เช่นนั้นข้าจะสั่งไวน์ให้เจ้าดื่ม…” “ข้าไม่ดื่มไวน์ค่ะ ข้า..ควรจะชอบดื่มเหล้ารัม!!” “…..” เบลล่าถึงกับยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อ คือมันเกือบจะดีอยู่แล้วเชียว “อ่า..เคลไปสั่งเหล้ารัมมาสองแก้ว…” นักดนตรีด้านล่างเริ่มบรรเลงเพลงที่ดูสนุกสนานจนมีบุรุษและสตรีมากมายเต้นรำ…เบลล่าลุกขึ้นไปยืนที่ระเบียงเพื่อดูชาวบ้านเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน “มาร์ควิสบาเลียอยู่ห้องไหน!!!” มีสตรีผู้หนึ่งเดินขึ้นมาพร้อมกับชายอีกราวสิบคน ใบหน้าของเธอนั้นแดงก่ำด้วยความโมโห!! เจ้าของร้านเหล้ารีบไปห้ามเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถที่จะขัดขวางชายที่มากับสตรีผู้นั้นได้เลย เบลล่ามองเรื่องราวตรงหน้าอย่างนึกสนุก.. “ผลัวะ!!..กรี๊ด!!!” สตรีผู้นั้นพังห้องแรกเข้าไปก็พบว่ายังไม่ใช่สามีที่เธอกำลังตามหา แต่บุรุษและสตรีในห้องนั้นที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มกร่นด่าออกมา…จนมันเกิดเป็นความวุ่นวายขึ้น ประตูห้องพักยังคงถูกพังเรื่อยๆ จนมาถึงห้องสุดท้าย “หากเจ้ากล้าพังประตูเข้ามา…ไม่ว่าเจ้าจะสูงส่งมาจากไหนข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!” มีเสียงดังออกมาจากด้านในห้องนั้น ทุกคนที่ชั้นบนต่างสงบปาก…ส่วนที่ด้านล่างน่าจะไม่มีใครได้ยินเพราะเสียงเพลงดังมากๆ คิร่ามองไปที่ห้องสุดท้ายด้วยสายตาที่กำลังประเมินสถานการณ์ เสียงนี้…ดยุคโลเวล? “รออะไร!! พังเข้าไปสิ!!” สตรีผู้นั้นไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ในการหาสามีของเธอเลย ชายที่มากับเธอก็จัดการพังประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว เบลล่าจับสังเกตอาการผิดปกติของคิร่าได้..เธอเองก็มองไปที่ห้องนั้นเช่นกัน…เซอร์วัลโด้มองไปที่คิร่าก่อนที่เขาจะยกยิ้มออกมา “เหตุใดถึงสนใจเช่นนั้น ในห้องนั้นคือสามีของเจ้างั้นหรือ?” คิร่ากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยกแก้วเหล้ารัมขึ้นมาดื่ม “ใครๆ ต่างก็สนใจเรื่องชาวบ้านทั้งนั้นไม่ใช่หรือคะ” “ผลัวะ!!!” “เคร้ง!!” ดาบที่แหลมคมจ่อที่คอของสตรีผู้นั้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่หล่อเหลาของชายที่เดินออกมาจากห้อง ฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด.. ใบหน้านั้นทำให้เบลล่าตกใจ!!! นั่นมันดยุคแม็คซิมัส…เธอรีบเดินมานั่งข้างคิร่าเพื่อที่จะบังคิร่าเอาไว้ไม่ให้ท่านดยุคมองเห็น “บางทีข้าก็คิดนะ ว่าการมาเที่ยวในวันนี้ มันสนุกได้ขนาดนี้เลยงั้นหรือ!” คิร่ากล่าวพร้อมทั้งยกแก้วเหล้ารัมในส่วนของเบลล่าขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว ให้ตายเถอะ!! นี่มันเหตุการณ์อะไรกันแน่! เธอมองไปที่ดยุคแม็คซิมัส เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตด้านในเท่านั้น นั่นหมายความว่าเขาน่าจะพึ่งทำ หรือว่ากำลังทำเรื่องอย่างว่าอยู่แน่นอน สิ่งที่ยืนยันความคิดของเบลล่าได้ดีที่สุดก็คือใบหน้าของสตรีที่เดินออกมาจากห้อง สตรีผู้นั้นยกมือขึ้นมาจับมือของดยุคแม็คซิมัสเพื่อให้เขาลดดาบที่จ่อคอสตรีร่างท้วมลง ก่อนจะจับจูงมือของเขาเข้าไปในห้อง “เขาไม่น่าจะใช่คนที่เลดี้ตามหา รีบไสหัวไปเถอะค่ะ….” หลังจากกล่าวจบเธอก็ปิดประตูห้องทันที ถึงแม้จะเห็นใบหน้านั้นเพียงแค่พริบตาเดียวเดียว แต่เบลล่าก็จำใบหน้านั้นได้ เพราะเธอเคยเห็นในรูปภาพ… เคาน์เตสริชแมน!!! คิร่าหลับไปแล้ว เบลล่าถึงกับต้องยกมือขึ้นมากุมขมับ “การแสดงถือว่าสนุกดีนะ….” เธอเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของเซอร์วัลโด้ เขายกยิ้มให้เธอพร้อมกับส่งถุงเงินให้สตรีร่างท้วมผู้นั้น…. หมายความว่ายังไงกัน.? เบลล่ามองไปรอบๆ อย่างระวังตัวและหาทางหนี ชั้นบนไม่มีคนอื่นอยู่เลยนอกจากเธอและเขา แต่ในห้องด้านหลังมีพวกชนชั้นสูงอยู่ อีกทั้งด้านล่างก็ยังมีคนจำนวนมาก เขาไม่น่าจะกล้าทำอะไรเธอกับคิร่า “มีคนเคยบอกรึเปล่าว่าแววตาของเจ้านี่ใช้ได้เลย..!” “ดูท่าท่านคงจะไม่ใช่เซอร์วัลโด้” เขาหัวเราะชอบใจ “เจ้าและนางก็คงจะไม่ใช่ เบลกับคาร่าที่เป็นหญิงสาวชาวบ้าน…” “ข้ากับนางก็แค่มาเที่ยว..เหตุใดท่านถึงวางแผนการ…” “คุยอะไรกัน ท่าทางเครียดเชียว…” เบลล่าคิดว่าชีวิตของเธอนั้นมันยังมีเรื่องให้ตกใจไม่พอรึไงกัน! เพราะบุรุษที่นั่งลงข้างเธอตอนนี้คือท่านเคาน์ริชแมน! “พระองค์รังแกภรรยาของข้างั้นหรือครับ?” วัลโด้เลิกคิ้วก่อนจะหัวเราะ “…เสียใจด้วยเอซ นางไม่ใช่สตรีในแบบที่ข้าชอบ” “เอาล่ะ พวกท่านควรจะบอกข้า ว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่!!” เบลล่ากล่าวพร้อมกับมองไปที่เคาน์ริชแมนและชายอีกคนเลโอก้มหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเบลล่าอย่างแผ่วเบา เธอคลอดลูกชายสามคนให้เขาเมื่อสองปีที่แล้วตอนนี้เจ้าเด็กแสบพวกนั้นกำลังซนเลยทีเดียวความเจ็บปวดจากการคลอดลูกของเบลล่ายังคงตราตรึงในหัวใจของเลโอ เขาไม่คิดให้นางท้องอีกแล้วจึงได้ให้อาเชอร์ทำโพชั่นห้ามตั้งครรภ์ขึ้นมา“เช้าแล้วหรือคะ?”“ยัง แต่เจ้าควรจะลุกขึ้นเตรียมตัว….”งานเลี้ยงที่มีแค่พวกเรา อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมที่หัวใจของตัวเอง เขากำลังประหม่าและตื่นเต้น เราอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ดยุคเอเซล่ากำลังอุ้มบีเรียสอยู่ ส่วนมาร์ควิสเคนเนดี้กำลังเล่นกับบาเรีย และเบียเร่กำลังปีนป่ายอยู่บนตัวของเขาเจ้าแสบทั้งสามซนมากเลยทีเดียว…ไบรอันมองดอกกุหลาบสีขาวในมือด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ตอนนี้เขาเป็นพ่อค้า ที่ขายทั้งสมุนไพรของเคนเนดี้และข้าวโอ๊ตของเอเซล่า ถึงจะไร้ยศศักดิ์แต่ทว่าสุขใจยิ่งนักการได้อยู่กับเบลล่ามันคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ คุ้มค่าแล้วที่เขาละทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับเธอเลโอมาถึงคนสุดท้าย เขาส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวของเบียเร่อย่างมันเขี้ยวทางเดินที่ทอดยาวของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านลุงเจคอปยื่นแขนให้เบลล่าควง เธอส่งยิ
สามี ภรรยา?“ข้าจะเข้าไปคอยจับตาดูสตรีผู้นั้นเอง หากว่านางมีความเคลื่อนไหวอะไรที่แปลกประหลาดข้าจะได้หยุดยั้งมันได้ทัน!!”เจคอปกล่าวพร้อมทั้งมองออกไปที่ด้านนอกกิลข้อมูล“ขอบคุณมากครับท่านพ่อบุญธรรม เบลล่าน่าสงสารมากนะครับ ข้าไม่อยากจะให้ท่านไปเสี่ยงเลย..”“ข้าเอ็นดูนังหนูนั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เองข้ายินดี ข้าจะถือโอกาสพักผ่อนด้วย ข้าทำงานเป็นหัวหน้ากิลข้อมูลมาครึ่งชีวิตแล้ว ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตขนาดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนข้าบ้างแล้ว!!”อาเชอร์หัวเราะ“ท่านรวยมากกว่าข้าอีกนะครับ ทรัพย์สินในชื่อของท่านสามารถซื้ออาณาจักรได้เลยด้วยซ้ำ!!”เจคอปยกมือขึ้นมาตบไหล่อาเชอร์เบาๆ“ปกป้องความรักของเจ้าให้ได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องฮันน่าข้าจะจัดการเอง!”มันควรจะเป็นอย่างนั้น เขาแค่มาจับตาดูฮันน่าเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่านางอ่อนโยนกว่าที่เขาคิดเอาไว้นิสัยที่เผยออกมามันไม่ใช่การแสดงแต่มันคือนิสัยจริงๆ ของนาง…และสตรีผู้นี้ก็รักนังหนูเบลจริงๆ“ไม่เจ็บมืองั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเย็บชุดนี้มาทั้งคืนแล้ว”ฮันน่ายกยิ้ม“ข้าคิดว่าจะเย็บชุดนี้เอาไว้ให้เบลใส่ในงานพิธีบรรลุนิติภาวะ เลยต้องพิถีพิถันหน่อยค่ะ”“ปกตินัง
แกรนด์ดัชเชสฮาเดียน่ายกแก้วชาขึ้นมาดื่ม เธอปรายตามองสวนดอกไม้ด้านหน้าคฤหาสน์ เธอรู้มาสักพักแล้วว่าแกรนด์ดยุคโอเว่นกำลังวางแผนจะมาทำลายเมเบโล่รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของหญิงชราไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเขาจะชนะเมเบโล่ได้!! เธอส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากเทรย์เวอร์แล้ว เขาจะต้องส่งทหารฝีมือดีมาช่วยเมเบโล่อย่างแน่นอน!“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะปกป้องเมเบโล่เองครับ อีกอย่างองค์รัชทายาทมาเดลีนก็อยู่ที่นี่ ยังไงพวกโอเว่นก็ไม่น่าจะทำอะไรรุนแรง…”“แม่ก็ว่าอย่างนั้น หากจับตัวแกรนด์ดยุคโอเว่นได้ เรื่องราวก็จะจบเพราะเราจะยัดเยียดทุกข้อหาให้เขา รวมถึงข้อหากบฏเพราะว่าเขากล้าบุกเข้ามาทำร้ายองค์รัชทายาทมาเดลีน แม่อยากจะรู้เหมือนกันว่าองค์จักรพรรดิวัลโด้จะช่วยเหลือเขายังไง!”แบรฮาร์ทยกยิ้ม เขามั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องชนะโอเว่นได้อย่างแน่นอนไบรอันมองไปที่โซ่ขนาดใหญ่สนิมเขรอะที่ใช้ปิดตายประตูลงไปยังชั้นใต้ดิน เรื่องการสร้างความวุ่นวายถือเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว…แค่ระเบิดมันออกซะก็สิ้นเรื่อง!!“ตู้ม!!!”แกรนด์ดัชเชสมองหน้าแบรฮาร์ทอย่างตกใจ“พวกโอเว่นบุกมาแล้วงั้นหรือครับ!!”“ไปจัดการพวกมันซะ!!”ไบรอันยกมื
อาเชอร์จับผมของเบลล่าขึ้นมาจูบเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เธอนอนหลับในอ้อมกอดของเรานี่ถือเป็นฝันที่ไม่กล้าฝันเลยก็ว่าได้…ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมานอนเคียงข้างเขาและเราจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขนาดนี้ ถึงแม้พรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาตบหน้าเขาอีกสักกี่รอบ หรือว่าจะแทงเขากี่แผล อาเชอร์ก็จะยอมรับผลของการกระทำทั้งหมดวันนี้อากาศเย็น หิมะตกลงมาอย่างหนักราวกับว่าจะมีพายุหิมะถล่มเบลล่าลืมตาขึ้นมาก็พบอาเชอร์ที่นอนกอดเธออยู่ เธอถอนหายใจก่อนจะถีบเขาออก ชุดที่เธอสวมคือเสื้อผ้าของเขาเมื่อคืนเขาคงจะพาเธอไปอาบน้ำมาสินะผ้าปูเตียงก็เปลี่ยนผืนใหม่…เบลล่าลุกขึ้นเธอเปิดผ้าม่านออก ด้านนอกบ้านขาวโพลนไปด้วยหิมะที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ อากาศหนาวเย็นมากทีเดียวเธอเดินไปที่เตาผิงเพื่อเติมฟืนลงไป เบลล่าดึงผ้าขึ้นมาห่มให้อาเชอร์เธอเดินเข้ามาในครัวก็พบว่ามีขนมปังและนมอยู่ ที่สำคัญมันยังอุ่นๆ แสดงว่าอาเชอร์ตื่นมาทำตั้งแต่เช้าสินะสกิลการทำอาหารของเบลล่านั้นติดลบอย่างแรง เธอไม่เคยทำอาหารและไม่คิดจะทำด้วยเบลล่ากัดที่ขนมปังเบาๆ รสชาติดีสมกับเป็นฝีมือของอาเชอร์“ตื่นแล้วเหรอ?”เธอพยักหน้าพร้อมทั้งมองไปที่อาเ
เบลล่าลากอาเชอร์ขึ้นมานอนบนโซฟา เสื้อของเขาตอนนี้เปื้อนไปด้วยไวน์เบลล่าจึงจัดการถอดเสื้อของอาเชอร์ออกเธอตบหน้าอาเชอร์เบาๆ เพื่อเรียกให้เขาตื่นจะตายไหมเนี่ย!!“อาเชอร์!! นี่! รีบตื่นเร็วเข้า!!”“พรวด!!”“โป๊ก!!”อาเชอร์ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนหน้าผากของเราชนกัน“เจ้าจะลุกขึ้นมาทำไมเร็วนักหนา!!”เบลล่ายกมือขึ้นมาลูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ“นี่เจ้าทำโพชั่นสีม่วงแตกงั้นหรือเบล!!”เบลล่าพยักหน้า อาเชอร์ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ“มันคือโพชั่นอะไรกัน?”อาเชอร์ยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ เขาในตอนนี้กำลังได้กลิ่นกายของเบลล่าอย่างชัดเจน“โพชั่น…ชนิดเดียวกันกับขวดสีแดง…”เบลล่ามองอาเชอร์ที่กำลังหน้าแดงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย โพชั่นสีแดง โพชั่นปลุกอารมณ์งั้นเรอะ!!“แล้วเจ้าจะทำสีม่วงมาเพื่อ!! เจ้าทำโพชั่นชนิดนี้มากเกินไปแล้วนะอาเชอร์!!”“ก็มันขายดีนี่นา อีกอย่างสีแดงหมดข้าก็เลย…ใส่สีม่วงลงไปแทน อึ่ก!!”เบลล่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะว่าตอนนี้ผิวของอาเชอร์เป็นสีแดงก่ำ เขายกมือขึ้นมาเพื่อปิดจมูกตัวเอง“อย่าบอกนะว่า…นี่เจ้ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึไงแล้วทำไมถึงโดยโพชั่นตัวเองเล่นงาน…”
“ขอเชิญอัศวินทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เลยครับ”อาเชอร์กล่าวพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับอัศวินทั้งสอง พวกเขามองหน้ากันพร้อมกับอึกอักแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่หลับตาลง เธอไม่มีทางยอมเสียลูกชายไปง่ายๆ แน่นอน และเธอก็ได้ส่งคนไปเชิญผู้ที่จะมาขัดขวางเรื่องราวพวกนี้“ข้าได้ยินว่าลูกสะใภ้ของข้าถูกใส่ร้าย ”ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นยืนเมื่ออดีตองค์จักรพรรดิเดินเข้ามา วัลโด้หลับตาลงอย่างเจ็บปวด สุดท้าย…คนที่คอยช่วยเหลือเมเบโล่มาตลอดก็คือท่านพ่อสินะ!!“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากพิธี เจ้าทั้งสองคนใช่ไหมที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในชนชั้นสูง ทหารนำพวกมันทั้งสองคนไปประหาร โดยการแขวนคอ!!”“ไม่ใช่นะครับ!!! พวกเราถูกว่าจ้างมา ได้โปรด ดยุคแบรฮาร์ทเป็นคนว่าจ้างพวกเรา!!!”“ยังจะกล้าใส่ร้ายดยุคเมเบโล่อีกงั้นเรอะ!! ทหารยังไม่รีบพาพวกมันออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าอีก!!”เบลล่าหลับตาลง วันนี้จะชนะก็เรียกได้ไม่เต็มปาก แต่ก็ถือว่าคิร่าได้เกียรติและชื่อเสียงของเธอคืนมา ส่วนดยุคแบรฮาร์ทชนชั้นสูงคนอื่นต่างรู้ดีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น และใครคือคนที่ถูกและผิดอย่างน้อยที่สุดธุรกิจของเมเบโล่อาจจะเงียบไปสักพักเบลล่าหมุนตัวก่อน







