เข้าสู่ระบบหยูเพ่ยอันบุตรอนุของจวนขุนนางขั้นสอง ได้รับราชโองการให้แต่งงานกับท่านอ๋องอี้เหวิน แต่เขานั้นคืออ๋องตกยากถูกริบทรัพย์และบรรดาศักดิ์ไปจนสิ้น เหลือเพียงแต่ตัวและถูกส่งมาให้อยู่ด้วยกันในจวนร้างเล็กๆ แถมเขานั้นยังพิการขาหักเพราะป้องกันการก่อกบฏจนตนเองบาดเจ็บ แต่สุดท้ายด้วยความหวาดกลัวว่าเขานั้นจะขึ้นไปเป็นใหญ่เสียเอง จึงได้กำจัดเขาโดยป้ายสีในความผิดที่เขาไม่ได้ก่อ และให้แต่งงานกับบุตรของอนุของขุนนางขั้นสองที่มิได้มีอำนาจใดจะช่วยเกื้อหนุนเขาได้ และอ๋องผู้นี้ยังมีลูกติดหนึ่งคนอีกด้วย หยูเพ่ยอันจึงจำต้องดูแลทั้งพ่อและลูกในเรือนร้างแห่งนี้……
ดูเพิ่มเติมบทส่งท้าย เรื่องชีวิตรักของคุณชายหวู่เฉิงหว่าน นั้นอาภัพรักจริงหรือไม่ …..คุณชายหวู่เฉิ่งหว่านผู้ช้ำรัก หลังจากที่เขากลับมายังเมืองชานตง และได้เข้าไปที่ร้านอาภรณ์พบกับมารดาของเพ่ยอัน และได้รู้เรื่องราวทั้งหมดว่าเพ่ยกันกลับไปคืนดีกับสามีของนางแล้ว และพวกเขากำลังจะแต่งงานกันอีกครั้ง และนางนั้นได้เป็นถึงพระชายาของท่านอ๋องอี้เหวิน และอีกไม่นานมารดาของนางที่ดูแลร้านให้เขาอยู่ในขณะนี้ก็จะขอลาออก เพื่อย้ายไปอยู่กับบุตรสาวที่ตำหนักของท่านอ๋อง เพราะเพ่ยอันตั้งครรภ์ตั้งแต่อยู่ที่ร้านนี้แล้ว แต่นางไม่ได้บอกผู้ใด จนเมื่อคืนดีกับสามีนางถึงได้บอกกับทุกคนว่านางตั้งครรภ์บุตรของท่านอ๋องอี้เหวินแล้ว เป็นอันว่าหนทางรักของเขากับเพ่ยอันสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ความหวังของเขาที่จะรับนางเป็นอนุนั้นเป็นหมันลงอีกครั้ง แต่อีกใจนั้นเขาก็ยินดีกับนางด้วย นางนั้นมีวาสนาได้เป็นถึงพระชายาของท่านอ๋อง จะมามัวอยากจะฉุดรั้งนางเอาไว้กับเขาและมอบเพียงตำแหน่งอนุให้กับนางนั้น ดูจะเป็นการเห็นแก่ตัวไม่น้อย คุณชายหนุ่มรับปากกับมารดาของเพ่ยอันว่าจะหาคนมาดูแลร้านนี้แทนนาง และมารดาของเพ่ยอันนั้นก็แสนจะดี นางบอกว่าจะอยู่ดูแลร้
“ อ๊าย อ๊ายย อ๊ะ อ๊ะ อย่านะ อย่านะ อ๊าย ” อดีตชายาที่กำลังจะต้องหวนคืนกลับมาดิ้นรนส่ายร่างไปมา นางแอ่นอกจนโค้งขึ้นหาปากหนานั่น อ๋องหนุ่มยิ่งดูดดึงนางยิ่งขึ้น เขาทั้งเลียทั้งดูดดื่มมัน จนร่างบางครวญครางกระเส่าอย่างทนต่อไปไม่ไหวมือหนาของเขาควานลงไปในชุดกระโปรงของนางจนพบเนินอวบใหญ่เต็มมือของเขา แล้วตรงเข้าขยำมันเบาๆ บีบเค้นคลึงไปมา นิ้วแกร่งก็สอดเข้าไปควานในร่องอวบนั้น นิ้วแกร่งสอดเข้าไปในร่องอวบนั้นช้าๆ จนมันมิดลำกาย เพ่ยอันกรีดร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวดเพราะนางนั้นแม้จะเคยเริงรักกับเขามาแล้ว แต่ก็ห่างกายกันไปนาน จึงยังทั้งเจ็บทั้งแสบไม่น้อย อ๋องหนุ่มประกบจูบนางทันทีอย่างดูดดื่ม เขาวนเวียนจูบนางจนเคลิบเคลิ้ม มือด้านล่างก็ชักเข้าสุดออกสุด จากที่เป็นจังหวะช้าๆก็เร่งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกระแทกนางอย่างรัวเร็ว “ อ๊าย อ๊าย อ๊าย อ๊ะ อ๊ะ ” สะโพกอวบของนางกระตุกเกร็งหลายๆครั้ง น้ำหวานของนางซึมออกมาเปื้อนมือของเขา ร่างบางหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย อ๋องหนุ่มปลดสายคาดเอวของเขาออก แล้วดึงรั้งกางเกงเอารูดของเขาลงไปจนพ้นหัวเข่า เพื่อปลดปล่อยลำกายอวบใหญ่่ออกมา มันพรักพร้อมเมื่อเห็นเมียรักส่า
ส่วนอ๋องหนุ่มทำเป็นยังไม่ฟื้นแต่ก็แอบมองชายาของตนเองเวลาที่นางเผลอ เขาไม่อยากจะหายเร็วจนเกินไป อยากจะแสร้งทำเป็นเจ็บป่วยและอ้อนนางอยู่ที่นี่จนกว่านางจะหายโกรธและยอมกลับตำหนักไปกับเขา ก่อนมาเขาขอให้ฮ่องเต้ที่เป็นพี่ชายต่างมารดาของเขาดูแลท่านหญิงน้อยให้เขาแล้วจึงไม่ต้องเป็นห่วงบุตรสาว อ๋องหนุ่มแสร้งทำเป็นนอนสลบอยู่บนเตียงยังไม่ฟื้นทั้งที่จริงเขาฟื้นหลังจากที่ท่านหมอกลับไปเพียงแค่ครู่เดียว และเขารู้สึกว่าไม่ได้เจ็บปวดอะไรมาก เพียงแค่เขาอาจจะเคยมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะมาก่อนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ความจำเสื่อมและคงจะกระแทกถูกบาดแผลเก่าเข้า ทำให้เขาสลบไป แต่เขารู้สึกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก มีเพียงแค่แผลที่หัวและที่แขนซ้ายนิดหน่อยเท่านั้น หลังจากที่นอนไปหลายชั่วยามก็รู้สึกว่าอาการดีขึ้นมากจนสามารถลุกขึ้นได้แล้ว แต่เขาเกรงชายาจะไล่ให้เขากลับไปเขาจึงทำเป็นยังไม่ฟื้น และเมื่อถึงเวลาค่ำคืน หลังจากที่มารดาของเพ่ยอันมาดูอาการท่านอ๋องก่อนที่นางจะเข้านอนในอีกห้องหนึ่งแล้ว เพ่ยอันจำต้องอยู่ดูแลเขาในห้องนี้เผื่อว่าเขาจะฟื้นขึ้นมานางจะได้ให้เขาดื่มยาที่ท่านหมอเจียดเอาไว้ให้เพ่ยอันเดินไปนอนที่ตั่งไม้ริมผนั
แต่นั่นเป็นเพียงความคิดของเพ่ยอันเพียงเท่านั้น อ๋องหนุ่มตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเขาจะไม่มีทางยอมแพ้ เขาเช่าห้องแถวที่ว่างอยู่ตรงข้ามกับห้องแถวของนางเพื่อจับตาดูนางกับคุณชายหวู่และอาจจะมีบุรุษอีกหรือไม่ เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่านางมีรักใหม่กับชายอื่น และนางคิดจะสวมหมวกเขียวให้เขาหรือไม่ ด้านฮ่องเต้ก็สถาปนาพระสนมเอกคือท่านหญิงอวี้ชางและย้ายนางมาอยู่ตำหนักใกล้ๆกันกับเขา โดยบิดาของนางตอนแรกก็ตกใจยิ่งนัก เพราะเป็นเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง แต่กลับกลายเป็นธิดาของเขาได้ดีกว่าเดิม นางกลายเป็นสนมเอกของฮ่องเต้และดูทั้งสองจะรักใคร่และหลงไหลกันมากอีกด้วย ท่านอ๋องอิ้นจึงไม่รื้อฟื้นเรื่องการแต่่งงานกับท่านอ๋องอี้เหวินอีก เขาปล่อยผ่านมันไป เพราะเขาสมใจเรื่องธิดาแล้ว และนางทำท่าว่าจะได้ดีกว่าเดิม อีกไม่นานคงจะเลื่อนขัั้นขึ้นไปอีก เพราะเขาสังเกตุว่าฮ่องเต้ดูจะหลงไหลนางมาก หากนางตั้งครรภ์มังกรเขาก็สบายและนางเองก็สบาย เมื่อเสร็จพิธีการสถาปนาธิดาเขาก็เดินทางกลับไปยังเมืองที่ตนเองปกครองทันที เรื่องของท่านหญิงอวี้ชางก็จบลงโดยดี นางพอใจและหลงไหลฮ่องเต้หนุ่มมาก นางแทบจะลืมไปเลยว่านางเคยหลงรักท่านอ๋องอี้เหวิน เพราะนาง
ขณะที่ครุ่นคิดเพ่ยอันก็ถูกลำกายอวบใหญ่ของสามีที่เรียกได้อย่างเต็มปากแล้วนั้น ทิ่มแทงเข้ามาไม่ยั้งและนางก็แอ่นร่องอวบรับเขาเป็นจังหวะเดียวกัน ปากก็ร้องครวญครางอย่างเสียวซ่านเหลือเกิน ทั้งสองเริงรักกันตั้งแต่หัวค่ำจนกระทั่งรุ่งสาง เพ่ยอันถูกเขาจัดการจนแทบไม่มีเวลาได้พักหายใจ เหมือนเขาหิวเขาโหยนางเป็
เคราะห์ยังดีที่ตอนนี้ฐานะการเงินไม่ได้ลำบากจนเกิน นางมีเงินที่เก็บออมไว้ และจากรายได้ระยะหลังที่ช่วยกันทำมาหากินเก็บงำเงินเอาไว้พอใช้จ่าย หลังจากพวกเขาทั้งสองคนจากไป พวกนางมีกันแค่เพียงสามคนเท่านั้น การใช้จ่ายไม่ได้สิ้นเปลืองเพ่ยอันและมารดาแม้จะเป็นห่วงท่านอ๋องและเฉินหมิ่นมากเพียงใด แต่พวกนางก็ยัง
ทั้งสองช่วยกันไปเก็บข้าวของๆอาหลินใส่ในหีบเอาไว้ทั้งหมดแล้วเลื่อนมันไปไว้ที่มุมห้อง เพราะเฉินหมิ่นอุ้มอาหลินไปไม่ได้เก็บข้าวของๆนางไปด้วยเลย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาเก็บข้าวของๆพวกเขาหรือไม่ อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมานางพบคุณชายหวู่เฉิงหว่านที่หน้าร้านขายอาภรณ์ของเขาโดยบังเอิญ “ ไม่ได้พบกันเสียนานนะ อัน
เฉินหมิ่นก็บอกแล้วว่าเขาจำนางไม่ได้ จำสิ่งที่ผ่านมาของพวกเขาไม่ได้เลย และนางก็ควรจะทำเช่นนั้น ลืมเขาไปเสียลืมว่าเคยรู้จักกัน และใช้ชีวิตของตนเองต่อไปให้ได้ โดยไม่มีเขาและอาหลินอยู่ในชีวิตของนางและมารดาอีก เหมือนพวกเขาไม่เคยมีอยู่จริงมันคงจะดีที่สุดกับความรู้สึกของนาง เพ่ยอันสรุปกับตนเอง และพยายาม






ความคิดเห็นเพิ่มเติม