ชายาของท่านอ๋องจวนร้าง

ชายาของท่านอ๋องจวนร้าง

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-02-18
Oleh:  LovedeeOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
15 Peringkat. 15 Ulasan-ulasan
25Bab
4.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หยูเพ่ยอันบุตรอนุของจวนขุนนางขั้นสอง ได้รับราชโองการให้แต่งงานกับท่านอ๋องอี้เหวิน แต่เขานั้นคืออ๋องตกยากถูกริบทรัพย์และบรรดาศักดิ์ไปจนสิ้น เหลือเพียงแต่ตัวและถูกส่งมาให้อยู่ด้วยกันในจวนร้างเล็กๆ แถมเขานั้นยังพิการขาหักเพราะป้องกันการก่อกบฏจนตนเองบาดเจ็บ แต่สุดท้ายด้วยความหวาดกลัวว่าเขานั้นจะขึ้นไปเป็นใหญ่เสียเอง จึงได้กำจัดเขาโดยป้ายสีในความผิดที่เขาไม่ได้ก่อ และให้แต่งงานกับบุตรของอนุของขุนนางขั้นสองที่มิได้มีอำนาจใดจะช่วยเกื้อหนุนเขาได้ และอ๋องผู้นี้ยังมีลูกติดหนึ่งคนอีกด้วย หยูเพ่ยอันจึงจำต้องดูแลทั้งพ่อและลูกในเรือนร้างแห่งนี้……

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ราชโองการบังคับแต่ง

ตระกูลหยูของหยูหลี่กงขุนนางขั้นสองได้รับราชโองการให้บุตรสาวของเขาแต่งงานกับท่านอ๋องอี้เหวิน แต่แทนที่ตระกูล  หยูจะดีใจที่บุตรสาวนั้นจะได้เป็นถึงพระชายาของท่านอ๋อง กลับทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จำต้องน้อมรับราชโองการนั้นเอาไว้  หลังจากเฉากงกงเดินออกไปจากจวนตระกูลหยูแล้ว ฮูหยินใหญ่ก็หันไปพูดกับสามี

“ ท่านพี่เจ้าคะ ข้าไม่ยอมให้ลูกของเราแต่งงานกับอ๋องนั่นอย่างเด็ดขาด  คนไม่มีอนาคตอย่างนั้นใครจะอยากส่งบุตรสาวไปเป็นภรรยาของเขากัน  ”  นายท่านหยูขุนนางการคลังขั้นสองนิ่งอึ้งไปเช่นกัน “ แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า ในเมื่อมันเป็นราชโองการที่ต้องให้บุตรสาวของข้าแต่งงานกับอ๋องผู้นั้นแล้วไปอยู่ที่จวนกับเขา ”  ฮูหยินใหญ่ที่ไม่มีทางปล่อยให้บุตรสาวที่นางรักและเลี้ยงดูมาอย่างกับไข่ในหินแต่งงานไปกับคนพิการแถมยังไร้สิ้นยศถาบรรดาศักดิ์และทรัพย์สินเพราะถูกริบไปหมดแล้ว จึงได้ตัดสินใจเอ่ยว่า

“ ก็บุตรสาวของท่านพี่ไม่ได้มีแค่ลูกของเรานี่เจ้าคะ ยังมีเพ่ยอันอีกคน ถ้าเช่นนั้นให้นางแต่งงานกับอ๋องนั่นไปก็แล้วกัน ท่านพี่จะขัดข้องไหมเจ้าคะ “  นางหันไปจ้องมองสามี และแน่นอนว่านายท่านหยูหลี่กงที่ไม่เคยมีปากเสียงกับฮูหยินของตนเองมาตั้งนานแล้ว ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ” ถ้าเจ้าต้องการแบบนั้นก็จัดการไปเลยก็แล้วกัน ข้าไม่ขัดข้อง "

แล้วเขาก็เดินกลับเข้าเรือนไปอย่างไม่สนใจเรื่องเหล่านี้อีก เพราะเขาปัดความรับผิดชอบไปให้กับฮูหยินของตนเองแล้ว ว่าจะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่นาง  จากนั้นเขาก็แต่งตัวออกจากจวนไปเพื่อโขลกหมากรุกกับสหายอย่างไม่ได้สนใจไยดีกับผู้อื่นเช่นเคย  

 แม้เพ่ยลี่กับเพ่ยอันจะเป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน แต่ด้วยเขามีบุตรสาวและบุตรชายหลายคนด้วยกัน และเป็นบุตรจากฮูหยินใหญ่ถึงสี่คน และเป็นของอนุอีกสามคน แต่นอกจากบุตรสาวสองคนแล้ว นอกนั้นเป็นบุตรชายทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นหากเพ่ยลี่เอ๋อบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ไม่แต่งงานไปตามราชโองการ  ก็คงจะต้องปัดภาระนั้นมาให้กับหยูเพ่ยอันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนหยูเพ่ยอันนั้น เป็นบุตรของอนุที่เขาแทบจะลืมไปแล้วว่ามีนางอยู่ในจวน นางเป็นอนุคนแรกของเขา แต่ด้วยความที่ตอนที่ยังหนุ่มเขาเป็นชายเจ้าชู้มีฮูหยินใหญ่แล้วก็ยังมีอนุอีกหลายคน มีหญิงอุ่นเตียงอีกนับไม่ถ้วนจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำมีกี่คนเข้าไปแล้ว  แต่ฮูหยินหยูนางฉลาดและร้ายกาจนางมีบุตรชายและบุตรสาวให้เขาถึงสี่คน จนสามีพอใจแล้วเพราะมีบุตรชายสืบสกุลที่เกิดจากนางที่เป็นบุตรขุนนางที่มีตำแหน่งใหญ่กว่าเขา สามารถเกื้อกูลเขาได้ 

และที่ผ่านมาด้วยอำนาจของบิดาของนาง ก็ทำให้เขาไต่เต้าจากขุนนางตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทั้งอำนาจครอบครัวเดิมและไม่มีเงินทองใด จากบัณฑิตยากจนที่สอบเข้ารับราชการได้ เป็นคนบ้านนอกโดยแท้ เขาแค่มีความทะเยอทะยานอยากจะเป็นใหญ่เป็นโตกับเขา เพื่อให้เป็นที่นับหน้าถือของคนในหมู่บ้านเล็กๆที่เป็นที่ตั้งของตระกูลหยูหรือบ้านหยูชาวบ้านธรรมดาๆ ที่สืบเชื้อสายกัันมาในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งในเมืองที่แทบจะติดชายแดนแคว้นอื่น

เมื่อมีโอกาสได้เข้ารับราชการและพบรักกับบุตรีขุนนางใหญ่เขาก็จับนางเอาไว้มั่นเพื่อความก้าวหน้าและมันก็ช่วยส่งเสริมเขาได้จริงๆ จนมาถึงวันนี้ก็มาไกลเกินกว่าที่เขาคาดหมายเอาไว้แล้ว ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ฮูหยินของเขาแม้จะยึดอำนาจของเรือนหลังเอาไว้ เขาจะทำอะไรก็ต้องเกรงใจนาง ไม่ทำให้นางต้องขุ่นเคืองใจจนเกินไป  แม้เขาจะเจ้าชู้และขอรับอนุเข้ามาในจวน และมีหญิงอุ่นเตียงบ้าง ฮูหยินหยูก็ทำเป็นมองไม่เห็นเสีย เพราะนางก็เริ่มอายุมากแล้ว แต่ก็ฉลาดและร้ายกาจเช่นเดิม ไม่เคยมีอนุใดจะได้สุขสบายและมีโอกาสขยับฐานะได้ในจวนหยูนี้ 

มีแต่อนุที่เมื่อพบความจริงว่าไม่มีทางที่ชีวิตจะดีไปกว่านี้ มีแต่จะถูกลืมเมื่อวันเวลาผ่านไป ก็ขอลากลับไปอยู่บ้านเดิม ก็ไม่มีผู้ใดขัดข้อง บางคนก็ได้เงินเล็กๆน้อยๆกลับไปตั้งตัว บางคนก็ไม่ได้อะไรเลย แล้วแต่ว่าฮูหยินใหญ่จะหมั่นไส้ใครมากน้อย บางคนก็เวทนาให้เงินทองติดตัวไป แต่ก็มีหลายคนที่แทบไม่ได้อะไรไปจากจวนตระกูลหยูเลย  ส่วนมารดาของหยูเพ่ยอันมีบุตรกับนายท่านหยูจึงอยู่ที่นี่ได้ แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกนั้นก็ไม่ได้สบายนัก

สองแม่ลูกนั้นไม่มีสาวใช้ของตนเอง ถูกให้ย้ายไปอยู่เรือนหลังเล็กที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา อยู่หลังจวนหยูที่ทุกคนในจวนแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ายังมีอนุลิ่วมารดาของเพ่ยอันอยู่ในเรือนเล็กหลังจวน แต่ก็ยังดีที่ฮูหยินใหญ่นั้นไม่ถึงกับเลวร้ายจนเกินไป นางก็ยังให้เบี้ยเลี้ยงเล็กน้อยเอาไว้ประทังชีวิตบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร อนุลิ่วนั้นต้องรับจ้างนำเสื้อผ้ามาเย็บที่เรือนโดยไปของานมาจากร้านอาภรณ์ในตลาดที่ต้องการลูกมือช่วยเย็บอาภรณ์ จึงทำให้สองแม่ลูกพอมีเงินทองใช้สอยอยู่บ้าง

ทั้งสองอยู่ในจวนก็ใช้ประตูเล็กเข้าออกเช่นเดียวกับพวกบ่าวไพร่ อนุลิ่วแทบจะลืมไปแล้วว่านางคือเมียคนหนึ่งของนายท่านหยู เพราะเขาไม่เคยมาหานางนานมาแล้ว แต่นางก็ไม่มีที่ไปและเป็นห่วงบุตรสาวคนเดียวไม่อยากให้นางต้องซัดเซพเนจรไปกับตนเองจึงทนอยู่ในจวนนี้ เพราะอย่างน้อยมันก็มีที่ซุกหัวนอนที่ไม่ต้องเสียค่าเช่า  เพ่ยอันแทบจะไม่เคยเข้าไปในเรือนหลักเลย ไม่สนิทกับพี่น้องของตนเอง เพราะคนเหล่านั้นไม่ได้นับญาติกับนาง ไม่เคยนับว่านางคือน้องสาว มีเพียงอาภรณ์เก่าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่สาวเท่านั้นที่พวกเขาเอื้ออาทรโล๊ะมันมาให้ใช้ เพราะอย่างไรก็ต้องทิ้งมันไปอยู่แล้ว

ฮูหยินใหญ่ให้สาวใช้มาบอกกับอนุลิ่วเรื่องที่จะต้องให้เพ่ยอันแต่งงานไปกับท่านอ๋องอี้เหวินเพราะมีราชโองการมาเมื่อวานนี้ และในอีกสามวันจะส่งเพ่ยอันไปที่จวนของท่านอ๋องอี้เหวินที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง สองแม่ลูกตกใจมากและร้องไห้กอดกันอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร  แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกเพ่ยอันจำต้องยอมแต่งงานไปกับใครก็ไม่รู้ที่นางไม่รู้จัก ก่อนวันแต่งงานสาวใช้นำชุดเจ้าสาวที่นับว่าเป็นชุดใหม่ที่สุดที่เพ่ยอันเคยมีมาให้นางที่เรือน กำชับว่าพรุ่งนี้ให้แต่งตัวแล้วออกไปขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวที่หน้าจวน แล้วสาวใช้เก่าแก่คนสนิทของฮูหยินหยูก็เดินจากไปทันที 

“ อันเอ๋อ ไม่เป็นไรนะลูก ในเมื่อท่านพ่อให้เจ้าแต่งงานออกไปก็คงจะจำต้องแต่งยิ่งมันเป็นราชโองการจากฮ่องเต้ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ลูกแค่แต่งงานไปอยู่ที่จวนท่านอ๋องที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองนี่เอง  หากวันไหนคิดถึงแม่ก็มาเยีี่ยมได้ เราไม่ได้จากกันไปไกลมากนะลูก ”

อนุลิ่วผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวได้ฟังแต่ที่สาวใช้มาบอกว่ามีราชโองการให้เพ่ยอันแต่งงานกับท่านอ๋องอี้เหวินในอีกสามวัน ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วราชโองการนั้นไม่ได้บอกว่าต้องเป็นบุตรสาวคนใดของนายท่านหยูหลี่กง แต่ฮูหยินใหญ่กำชับสาวใช้และทุกคนที่รู้เรื่องนี้ไม่ให้บอกกับอนุลิ่วและเพ่ยอันว่าที่จริงแล้วในราชโองการไม่ได้บอกว่าต้องเป็นนาง แค่บอกว่าเป็นบุตรสาวของนายท่านหยูหลี่กงเพียงเท่านั้น 

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasanLebih banyak

Neung Bannkom
Neung Bannkom
อ่านจบแล้วขอบคุณ
2025-05-25 23:36:09
0
0
MY1536
MY1536
จบแบบแหวกแนวดีค่ะ
2025-05-24 17:49:12
0
0
Yingluck Thalangdee
Yingluck Thalangdee
ไม่อัพเดทเหรอมารออ่านจ้า
2025-01-28 11:55:49
0
0
Pinnolongerbe Ok
Pinnolongerbe Ok
ติดตามค่ะแต่อัพน้อย
2025-01-27 21:28:58
0
0
Yingluck Thalangdee
Yingluck Thalangdee
มายังรอนานแท้ๆๆ
2025-01-26 18:33:09
0
0
25 Bab
บทที่ 1 ราชโองการบังคับแต่ง
ตระกูลหยูของหยูหลี่กงขุนนางขั้นสองได้รับราชโองการให้บุตรสาวของเขาแต่งงานกับท่านอ๋องอี้เหวิน แต่แทนที่ตระกูล หยูจะดีใจที่บุตรสาวนั้นจะได้เป็นถึงพระชายาของท่านอ๋อง กลับทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จำต้องน้อมรับราชโองการนั้นเอาไว้ หลังจากเฉากงกงเดินออกไปจากจวนตระกูลหยูแล้ว ฮูหยินใหญ่ก็หันไปพูดกับสามี“ ท่านพี่เจ้าคะ ข้าไม่ยอมให้ลูกของเราแต่งงานกับอ๋องนั่นอย่างเด็ดขาด คนไม่มีอนาคตอย่างนั้นใครจะอยากส่งบุตรสาวไปเป็นภรรยาของเขากัน ” นายท่านหยูขุนนางการคลังขั้นสองนิ่งอึ้งไปเช่นกัน “ แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า ในเมื่อมันเป็นราชโองการที่ต้องให้บุตรสาวของข้าแต่งงานกับอ๋องผู้นั้นแล้วไปอยู่ที่จวนกับเขา ” ฮูหยินใหญ่ที่ไม่มีทางปล่อยให้บุตรสาวที่นางรักและเลี้ยงดูมาอย่างกับไข่ในหินแต่งงานไปกับคนพิการแถมยังไร้สิ้นยศถาบรรดาศักดิ์และทรัพย์สินเพราะถูกริบไปหมดแล้ว จึงได้ตัดสินใจเอ่ยว่า“ ก็บุตรสาวของท่านพี่ไม่ได้มีแค่ลูกของเรานี่เจ้าคะ ยังมีเพ่ยอันอีกคน ถ้าเช่นนั้นให้นางแต่งงานกับอ๋องนั่นไปก็แล้วกัน ท่านพี่จะขัดข้องไหมเจ้าคะ “ นางหันไปจ้องมองสามี และแน่นอนว่านายท่านหยูหลี่กงที่ไม่เคยมีปากเสียงกับฮูหยินของต
Baca selengkapnya
บทที่ 2 เจ้าสาวจวนร้าง
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปขึ้นเกี้ยวหน้าจวน อนุลิ่วเดินจูงบุตรสาวมาส่งขึ้นเกี้ยวที่หน้าประตูจวนตระกูลหยู โดยมีนายท่านหยูและฮูหยินรวมถึงบุตรสาวและบุตรชายบางคนมายืนอยู่ด้วย ที่จริงแล้วพวกเขามิได้คิดจะมายืนรอส่งเจ้าสาวที่เป็นบุตรสาวตระกูลหยูเช่นกัน แต่พวกเขามายืนรอดูเพื่อให้แน่ใจว่าเพ่ยอันขึ้นไปบนเกี้ยวเจ้าสาวแล้ว และเกี้ยวนี้ทางวังหลวงส่งมาพร้อมกับสินสอดหนึ่งหีบเล็ก นับเป็นขบวนเจ้าสาวที่น่าอนาถใจไม่่น้อยขบวนเจ้าสาวที่ออกเดินทางมีเพียงเกี้ยวและบ่าวชายที่หาบสินสอดหีบเล็กใส่ตระกร้าสานใบใหญ่และอีกด้านของตระกร้าสานนั้นเป็นหีบใส่ข้าวของๆเจ้าสาว เดินตามขบวนเกี้ยวไปเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่มีคนติดตามเจ้าสาว ไม่มีสาวใช้แม้สักคนเดียวไปกับเกี้ยวด้วย สินเดิมของเจ้าสาวนั้นไม่มี สินสอดนั้นก็มีที่ทางวังหลวงจัดมาให้เพียงหีบเดียว ส่วนสินสอดของเจ้าบ่าวนั้นไม่มี และย่อมไม่มีเจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวด้วยเช่นกัน อนุลิ่วจ้องมองเกี้ยวเจ้าสาวอย่างสะท้อนใจ บุตรสาวของตนเป็นบุตรีขุนนาง มีราชโองการได้สมรสกับท่านอ๋องอี้เหวิน แต่ขบวนส่งเจ้าสาวกลับน่าอนาถเพียงนี้ ยิ่งกว่าที่นางเคยเห็นขบวนเจ้าสาวของชาวบ้านธรรมดาทั่วไปในเมือง
Baca selengkapnya
บทที่ 3 แต่งงานก็มีบุตรเลย
หลังจากบ่าวชายที่อุตส่าห์มีน้ำใจเอ่ยคำอวยพรให้นางกลับไปพร้อมกับคนหามเกี้ยวที่ก็กลับไปเช่นกัน ที่หน้าประตูจวนนั้นมีเพียงเพ่ยอันยืนอยู่เพียงผู้เดียว ในลานหน้าบ้านนั้นว่างเปล่าไม่มีผู้คนเลยแม้แต่คนเดียว ตรงหน้าของนางคือเรือนขนาดเล็กเป็นเรือนแถวยาวคงจะมีห้องอยู่เพียงไม่กี่ห้องและมองไปเห็นเรือนเล็กที่ปลูกติดกันนั่นน่าจะเป็นโรงครัว เพราะที่ด้านหน้าเรือนมีโอ่งน้ำขนาดใหญ่สามโอ่งตั้งเรียงรายอยู่และมีชั้นวางของอยู่ใกล้ๆกันในลานกว้างมีต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่มากอยู่สามต้นปลูกอยู่ในลานหน้าเรือน และมีกระถางต้นไม้เรียงรายอยู่หลายกระถางแต่ต้นไม้ในนั้นล้วนเหี่ยวแห้งเหมือนไม่มีคนรดน้ำมานานแล้ว มีอ่างบัวขนาดไม่ใหญ่มากสองอ่างที่ใต้ชายคาเรือนแต่ในอ่างบัวไม่มีน้ำสักหยดในอ่างนั้นก็แห้งผากมีแต่ซากต้นไม้แห้งอยู่ในนั้นนางหันไปรอบๆก็ไม่พบใครสักคน จึงได้ตัดสินใจเดินเข้าไปที่ห้องใกล้กับโรงครัวแล้วเปิดประตูออกมองเข้าไปพบว่ามันเป็นห้องว่างเปล่า มีเตียงไม้ขนาดกลางวางอยู่ริมผนัง มีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้เก่าๆ อยู่หนึ่งชุด มีโต๊ะเครื่องแป้งที่เก่าพอๆกับเครื่องเรือนทุกอย่างในห้อง แต่มันก็พอใช้งานได้ ในห้องนี้มีฝุ่นจับหนามาก คง
Baca selengkapnya
บทที่ 4 พระชายากับสาวใช้ก็คนเดียวกัน
“ ก่อนอื่นข้าจะไปสำรวจในครัวก่อนก็แล้วกันนะว่ามีอะไรกินบ้าง แล้วจะลงมือทำความสะอาดห้องพักของข้าก่อน พวกท่านกินอะไรกันหรือยัง ” ชายร่างผอมส่ายหน้า “ ยัง วันนี้ข้ายังไม่ได้ลงจากเตียงเลย ” เพ่ยอันจ้องมองบนเตียงของเขาพบว่าเขาน่าจะยังไม่ได้อาบน้ำและบุตรสาวของเขาก็มอมแมมพอกัน เพราะคนขาเจ็บคงจะลุกจากเตียงลำบากมาก“ ข้าจะพยุงท่านไปเข้าห้องน้ำและอาบน้ำให้สะอาดก่อนนะ แล้วจะอาบน้ำให้เด็กน้อยคนนี้ เจ้าชื่อว่าลี่หลิน น้าเรียกเจ้าว่าอาหลินก็แล้วกันนะ จะได้เรียกง่ายๆ ดีไหมจ๊ะ ” นางหันไปพูดกับเด็กน้อยที่ดวงตากลมโตจ้องมองนางตาแป๋วแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ อาหลินจะตามไปด้วยกันก็ได้นะ น้าจะได้อาบน้ำให้เจ้าพร้อมกับท่านพ่อเลย ” เพ่ยอันพับแขนเสื้อของตนเองแล้วผูกเอาไว้ วันนี้คงจะเหนื่อยแน่ งานยังมีให้ทำอีกมากมาย นางเข็นรถเข็นไม้ไปจนชิดกับเตียงหลังใหญ่ของเขา แล้วค่อยๆพยุงเขาขยับมานั่งบนรถเข็นของตนเองจนได้ ขาของเขาน่าจะหักหลายที่ มันคงจะยังไม่สมานกันทั้งหมด “ ท่านยังเจ็บอยู่ไหม ” ชายหนุ่มพยักหน้า“ เจ็บอยู่ คิดว่ากระดูกคงจะยังไม่สมานกันทั้งหมด แต่แผลนั้นหายแล้ว ไม่ต้องล้างแผลแล้ว ” เขาบอกขณะที่เพ่ยอันจัดท่
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ท้องอิ่มใจก็อิ่มด้วย
เมื่อข้าวสุกและอาหารก็เสร็จแล้ว เพ่ยอันก็ตักข้าวใส่ในจานสองจานและถ้วยใบเล็กสำหรับเด็ก แล้วตักไข่เป็นสามส่วน เอาชิ้นใหญ่สุดให้กับพ่อเด็ก แล้วตักชิ้นเล็กใส่ลงมาชามใบเล็กนั้น แล้วเดินถือชามใบเล็กออกไปส่งให้กับเด็กน้อยที่รอคอยอยู่ด้วยความหิว เด็กหญิงรับชามข้าวไปอย่างยินดีแล้วลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อยส่วนเพ่ยอันเดินไปหาพ่อเด็กที่บัดนี้ห่มผ้าที่นางพาดเอาไว้ให้แล้ว และกำลังพยายามเข็นรถไปที่ห้องนอนของตนเอง “ ข้าช่วยท่านเข็นดีกว่ามือจะได้ไม่เปื้อน ” แล้วนางก็เดินตรงไปช่วยเข็นรถนั้นตรงไปที่หน้าห้องของเด็กหญิงตอนนี้แดดยังร่มเพราะชายคาของเรือนนี้ก็กว้างพอสมควร กว่าแดดจะส่องมาที่บริเวณระเบียงหน้าเรือนก็คงจะเป็นช่วงบ่ายคล้อยแล้ว “ ท่านนั่งอยู่ที่นี่นะ ข้าจะไปหยิบชามข้าวมาให้ ” แล้วเพ่ยอันก็เดินกลับไปในครัวแล้วยกจานข้าวมาส่งให้เขา อ๋องหนุ่มรับเอาไว้ แล้วจ้องมองใบหน้าหวานของเมียหมาดๆ ที่เพิ่งแต่งงานกันโดยราชโองการที่คนออกคำสั่งนั้นต้องการหยามหน้าเชาโดยการให้แต่งงานกับบุตรีของขุนนางที่ต่ำต้อยและไม่มีความสำคัญใด ไม่มีความสามารถโดดเด่น ที่ขึ้นมาเป็นขุนนางระดับนี้ได้ก็เพราะการหนุนหลังของครอบครัวเ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ตั้งแต่มาถึงก็ทำงานไม่ได้หยุด
เพ่ยอันซื้อผลไม้เชื่อมที่นางชอบและขนมแห้งไปอย่างละโหล และแวะซื้อขนมหวานไปหนึ่งชั่งและถังหูลู่สองไม้ เอากลับไปฝากอาหลินสาวน้อยที่คงจะตั้งตารอขนมอยู่ที่จวน แล้วก็เข้าร้านเครื่องประทินผิวเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวของตนเองและซื้อสบู่ที่ชนิดดีหน่อยกลับไปหนึ่งห่อ จะนำไปให้สามีในนามและอาหลินใช้ เพราะสบู่ที่มีอยู่ที่จวนนั้นเหม็นหืนมาก นางแวะร้านเครื่องนอนซื้อผ้าผวยใหม่ห้าผืนและผ้าปูนอนใหม่สามชุด หมอนใหม่สามอัน แล้วบอกที่อยู่กับเจ้าของร้านให้นำไปส่งที่จวน จากนั้น เพ่ยอันก็ให้นำสินค้าทุกอย่างที่นางซื้อยกเว้นเครื่องนอนไปส่งที่ร้านข้าวสาร เมื่อเดินไปถึงร้านก็ไปบอกกับเถ้าแก่ที่โต๊ะบัญชีของเขา “ เถ้าแก่เจ้าคะ ช่วยนำของทั้งหมดของข้าไปส่งที่จวนได้หรือไม่ จะคิดค่าจ้างเพิ่มก็ได้นะเจ้าคะ เพราะข้าซื้อของอื่นมาเพิ่มอีกหลายอย่าง ” เถ้าแก่จ้องมองของที่วางอยู่หน้าร้าน “ ไม่เป็นไรหรอกแม่นางน้อย ข้าจะให้คนไปส่งให้ที่จวนพร้อมกันหมดนี่แหละ ไม่คิดค่าจ้างเพิ่ม ขอเพียงวันหน้ามาอุดหนุนข้าวสารและของอื่นๆของข้าบ้างเท่านั้น ” เพ่ยอันยิ้มอย่างยินดี “ ขอบคุณเถ้าแก่มากเจ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นข้าขอซื้อแป้งซาลาเปาเพิ่มอีกสามชั่
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ทวงเงินค่าดูแล
ที่ตำหนักอ๋องอิ้น เขาได้ข่าวเรื่องที่ฮ่องเต้ไม่วางใจอ๋องอี้เหวินจนริบบรรดาศักดิ์และทรัพย์สินของเขาจนหมด แล้วส่งไปอยู่ที่จวนร้างท้ายตลาดที่เป็นหนึ่งในทรัพย์สินเดิมของมารดาของเขาที่เปิดทิ้งเอาไว้นานแล้ว ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ แถมเขายังขาหักอีกด้วยอ๋องอิ้นนับเป็นญาติของเขา แต่ได้แยกมาปกครองเมืองอีกเมืองหนึ่งห่างไกลจากเมืองหลวงพอสมควร เมื่อได้ยินข่าวของหลานชายก็ไม่สบายใจนัก เพราะเคยได้สัญญากับบิดาของเขาเอาไว้นานมาแล้ว ว่าจะดูแลหลานชาย แต่เมื่อเห็นอ๋องอี้เหวินนั้นมีฝีมือและเก่งการทหารไม่น้อย และมีความภักดีต่อราชวงศ์เป็นอย่างมาก เขาไม่น่าจะต้องมาตกยากเช่นนี้เลย หากฮ่องเต้นั้นมีความยุติธรรมมากกว่านี้ ไม่หูเบาเชื่อคนถ่อยเป่าหู จนทำให้คนดีได้ผลตอบแทนจากการทำความดีเช่นนี้ เขาขบคิดหาหนทางช่วยเหลือหลานชายขณะนั้นท่านหญิงอวี้ซางก็เดินเข้ามาในห้องหนังสือของบิดา “ ท่านพ่อเพคะ ได้ยินเรื่องของพี่อี้เหวินแล้วหรือไม่ ข้าเป็นห่วงนัก อยากจะไปพบเขา ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นเช่นไรบ้าง ” ท่านหญิงอวี้ชางที่เคยหลงรักอ๋องอี้เหวินเอ่ยขึ้น นางเคยหลงรักเขาแต่งมีเหตุให้ต้องพรากจากกันเพราะเขาได้รับราชโองการแต่งงานกับบุตร
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ให้ท่านหมอรักษาขา
หลายวันต่อมาเมื่อจัดการบ้านเรือนให้น่าอยู่ขึ้นและสะอาดสะอ้านไม่มีกลิ่นเหม็นสาปแล้ว เพ่ยอันก็ยังไม่ได้ไปรับงานมาทำเพราะยังจัดการทุกอย่างในเรือนยังไม่เรียบร้อย นางคิดว่าวันนี้จะไปฝากจดหมายถึงท่านแม่ที่ร้านอาภรณ์และจะไปตามท่านหมอมาตรวจอาการของอ๋องหนุ่มเผื่อจะมีทางรักษาให้เขากลับมาเดินไปเป็นปกติ เพราะนางถามไถ่เขาแล้วเเขาบอกว่าไม่ได้กินยามานานแล้ว เพราะยาหมดและไม่มีคนดูแลคอยจัดหาให้ ทำให้เพ่ยอันสะท้อนใจไม่น้อย อ๋องหนุ่มเหมือนถูกปล่อยเกาะ ตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ไม่คนมาหาเขาเลยแม้แต่คนเดียว ก็คงจะเป็นอย่างที่คนที่รับจ้างดูแลเขาบอกนั่นแหละ ว่าหลังจากให้ค่าจ้างเอาไว้แค่จำนวนหนึ่งคนผู้นั้นก็หายไปเลยไม่เคยกลับมาที่จวนนี้อีก เมื่อทำงานบ้านในช่วงเช้าเสร็จแล้ว เพ่ยอันก็หยิบจดหมายเหน็บเอาไว้ที่เอวแล้วก็เดินออกไปจากจวน ตรงไปที่ตลาดเพื่อไปที่ร้านอาภรณ์ที่เคยรับงานไปทำที่บ้าน เมื่อถึงร้านนางก็พบกับพี่สาวคนละแม่ที่ปากทางเข้าร้านพอดี นางคงจะมาหาซื้ออาภรณ์เพราะเห็นสาวใช้ของนางถือห่อของตามนางออกมาด้วย “ เป็นอย่างไรพระชายา แต่งงานไปแล้วสุขสบายขึ้นหรือไม่ แต่ข้าว่าอย่างเจ้าแค่จวนร้างหลังนั้นก็คงจะหรูหราแล้
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ขาของเขาดีขึ้น
นับจากเพ่ยอันไปตามท่านหมอมาตรวจอาการของเขาและจัดยาให้เขาดื่มนั้น อ๋องหนุ่มอาการดีขึ้นมาก เขารู้สึกว่ากระดูกสมานกันได้ดีขึ้น จนเขาค่อยขยับกายลงมาเดินที่ข้างเตียงได้บ้างแล้ว อ๋องหนุ่มดีใจมาก บาดแผลด้านนอกหายสนิทแล้วเหลือรอยแผลเป็นเป็นแนวยาวแต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดนัก เหลือเพียงรอให้กระดูกสมานดีขึ้นเขาก็คงจะกลับมาเดินได้เช่นเดิมแล้ว พอหลังจากกินอาหารเช้าแล้ว อ๋องหนุ่มก็มักจะออกมาหัดเดินเล่นข้างนอก เขาฟันไม้ไผ่ข้างกำแพงหลังบ้านที่ขึ้นเป็นกออยู่มานั่งเหลาและทำเป็นไม้เท้า ตอนนี้เขาไม่ต้องนั่งรถเข็นแล้ว ใช้ไม้เท้าเดินแทน โดยมีบุตรสาวที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่บิดาเดินได้แล้ว และนางมักจะเดินตามบิดาไปด้วยเวลาเขาหัดเดิน หรือไม่ก็วิ่งเล่นอยู่ที่ลานกว้างหน้าเรือน ตอนนี้นางมีของเล่นหลายชิ้นแล้วเพราะท่านน้าเพ่ยอันไปซื้อมาให้ที่ตลาด นางมักจะนั่งเล่นที่หน้าระเบียงเรือน ขณะที่บิดาของนางก็มานั่งเล่นและจิบน้ำชาที่หน้าระเบียงเรือนด้วย เขาไม่ต้องใช้รถเข็นนั่นแล้ว เพ่ยอันจึงได้เข็นมันไปเก็บไว้ในห้องเก็บของด้านหลัง ขณะที่เพ่ยกันกำลังตากหมูที่นางหั่นเป็นชิ้นขนาดไม่ใหญ่และหมักด้วยซีอี๊วกับน้ำตาลและใส่เกลือไ
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ไหน้ำส้มแตก
อนุลิ่วกับเพ่ยอันไปซื้อผ้าพับที่ตลาดมาช่วยกันเย็บเสื้อผ้าเนื้อหยาบราคาถูกเอาไปวางขายตอนเช้า โดยอนุลิ่วเป็นคนนำอาภรณ์ที่ช่วยกันเย็บไปขายหลังจากกลับมานางก็มักจะหาซื้อข้าวของที่ตลาดกลับมาด้วย โดยเพ่ยอันเป็นคนหุงหาอาหารเอาไว้ ดูแลอาบน้ำให้กับอาหลินและจัดการเรื่องอาหารเช้าให้กับสองพ่อลูก อ๋องหนุ่มตอนนี้เดินเหินได้ดีขึ้นมากแล้ว เขาไม่ได้ใช้ไม้เท้าแล้ว และพยายามฝึกหัดเดินอยู่แทบทุกวัน เขาพยายามฝึกยุทธ์ง่ายๆ เพื่อจะให้ร่างกายแข็งแรงเร็วขึ้น จะได้หาอะไรทำเพื่อช่วยงานทั้งภรรยาและแม่ยายของเขาบ้าง เขาเห็นสองแม่ลูกนั่นทำงานกันมือเป็นระวิง ขยันขันแข็งทำงานบ้าน ทำอาหาร และยังเย็บอาภรณ์ไปขายที่ตลาดอีกด้วย เขาเห็นทั้งสองมือไม่ว่างเลย เหมือนจะหางานทำกันอยู่ตลอด โดยมีอาหลินนั้นบางทีก็ไปนั่นเล่นกับพวกนางที่ห้องที่พวกนางใช้ทำงานกัน ทุกคนในจวนก็พอมีความสุข เขามีความสุขสบายใจมากกว่าสมัยที่ยังเป็นอ๋องเสียอีก เพราะตอนนี้ไม่ต้องได้รับผิดชอบอะไรแล้ว นอกจากจะมองหาอาชีพเอาไว้เลี้ยงครอบครัวเล็กๆ ของเขา บัดนี้ในใจของอ๋องหนุ่มนั้นยอมรับเพ่ยอันเป็นภรรยา เพราะเขาแอบเฝ้ามองนางตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ นางเป็นหญิงที่ดี
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status