ログインเขาเคยตายในเรือนเย็นพร้อมคำสาบานว่าจะไม่รักท่านอ๋องอีก เมื่อคนหนึ่งไม่รอ แต่อีกคนไม่ยอมเสียไป ศึกรักครั้งนี้ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง "ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ผู้ใด ข้าจะไม่ยอมเป็นตัวตลกให้ผู้อื่นอีกต่อไป"
もっと見るบทที่ 1
เรือนเย็นและจุดสิ้นสุดของการรอคอย
ลมเหมันต์พัดกระหน่ำจนบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่าของ ‘เรือนเย็น’ สั่นคลอน
อากาศภายในหนาวเหน็บ หลินเยี่ยนไอออกมาอย่างรุนแรง ร่างผอมบางสั่นสะท้าน โลหิตสีคล้ำซึมออกจากริมฝีปากซีดเผือด หยดลงบนอาภรณ์สีขาวหม่นหมองอย่างเงียบงัน
ไม่มีเตาผิง ไม่มีผ้าห่มหนาพอจะกันลมหนาว มีเพียงความมืดมิดและความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
สายตาพร่ามัวทอดมองไปยังบานประตูที่ถูกลงกลอนแน่นหนาจากด้านนอก ไร้เงาชิงหลิน บ่าวคนสนิทที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้มาพบข้าตั้งแต่วันแรก บนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงมีถ้วยยาที่เย็นชืดจนจับตัวเป็นน้ำแข็ง
ข้าใช้ความพยายามในการเปล่งเสียงที่แหบห้าวออกไปสอบถามถึงชายผู้เป็นที่รัก และความหวังเดียวที่สามารถช่วยข้าออกไปจากสถานที่โหดร้ายดังเด่นนรกที่เงียบเหงาแห่งนี้เสียงพูดคุยขององครักษ์ตอบกลับมาจากหน้าประตูว่า
“ไม่มีคำสั่งปล่อยตัวจากวังใน พระชายาโปรดอยู่ในความสงบเถิด”
“แล้วทางชายแดนเล่า...” เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน “มีข่าวส่งกลับมาบ้างหรือไม่?”
“ชายแดนยังไม่มีข่าวใดส่งมา และถึงมี ท่านอ๋องก็คงไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องในจวนหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
หลินเยี่ยนหลับตาลง การถูกกักขังในเรือนเย็นที่ไร้หมอ ไร้เตาผิง และไร้คำสั่งใดจากสามี ในขณะที่ร่างกายอ่อนแอถึงขีดสุด... ก็ไม่ต่างอะไรกับการรอคอยความตาย
ในมือที่เย็นเฉียบราวกับศพ เขากำสิ่งหนึ่งไว้แน่นจนข้อขาวซีด... ‘ถุงหอมคุ้มภัย’
ถุงหอมผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่เขาเป็นผู้ลงมือปัก บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อ ของชิ้นนี้เขาเคยตั้งใจจะมอบให้เซี่ยหลานโจวก่อนออกศึก ทว่าสุดท้ายกลับไม่เคยไปถึงมือผู้รับ
ภาพความทรงจำไหลย้อนกลับมาท่ามกลางสติที่เลือนราง...
หลายปีก่อน ในงานเลี้ยงราชสำนัก หลินเยี่ยนถูกเหล่าคุณชายตระกูลใหญ่ล้อมกรอบเหยียดหยาม ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว จนกระทั่งเซี่ยหลานโจวก้าวเข้ามา ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทหารเพียงเอ่ยปากไล่ต้อนคนเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
สำหรับเซี่ยหลานโจว มันอาจเป็นเพียงความรำคาญใจ ทว่าสำหรับหลินเยี่ยน... นั่นคือครั้งแรกในชีวิตที่มีคนนอกครอบครัวก้าวเข้ามาปกป้องศักดิ์ศรีของเขา
เมื่อฮ่องเต้มีพระราชโองการประทานสมรสให้แต่งเข้าจวนอ๋อง หลินเยี่ยนรู้ดีว่ามันเป็นเพียงหมากการเมือง ทว่าเขาก็ยังหวัง...
แต่หลังแต่งเข้าจวน เซี่ยหลานโจวกลับสร้างกำแพงน้ำแข็งใส่อย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรก หลินเยี่ยนพยายามทำทุกทางเพื่อเอาใจ เขาเคยเข้าครัวทำขนมจนนิ้วมือพุบพอง แต่กลับได้รับเพียงสายตาว่างเปล่าพร้อมคำว่า “วางไว้เถอะ” เขาเคยยืนรอหน้าเรือนท่ามกลางหิมะเพื่อมอบน้ำชาอุ่นๆ ทว่าถูกไล่กลับด้วยน้ำเสียงห่างเหิน “อากาศหนาว เจ้ากลับไปก่อนเถอะ”
และความเจ็บปวดนั้นยิ่งแจ่มชัดเมื่อ ซูหว่านหนิง ปรากฏตัว
สตรีผู้มีศักดิ์เป็นญาติฝ่ายฮองเฮา... ผู้ที่ยิ้มได้อ่อนหวานเสียจนไม่มีใครมองเห็นเงามืดใต้แววตาคู่นั้น เวลาอยู่ต่อหน้าผู้คน นางมักเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “พระชายาทรงตั้งใจปักถุงหอมให้ท่านอ๋องถึงเพียงนี้ ช่างน่าอิจฉานักเพคะ”
แต่พอลับหลัง ริมฝีปากบางเฉียบกลับกระซิบถ้อยคำที่กรีดลึกถึงกระดูก “ของเช่นนี้... ต่อให้เจ้าปักจนเลือดซึม ท่านอ๋องก็ไม่มีวันพกติดกายหรอก”
ภาพเหตุการณ์ในวันชมบัวลอยเข้ามาอย่างสับสน...
วันนั้นซูหว่านหนิงเดินเข้ามาใกล้เขาที่ริมสระ นางส่งยิ้มบางๆ ขยับตัวเข้ามาชิด ปลายนิ้วปัดผ่านชายแขนเสื้อของเขา... และเสี้ยววินาทีต่อมา เสียงน้ำก็แตกกระจาย
“ช่วยด้วย! พระชายา... เหตุใดท่านต้องผลักหม่อมฉันด้วย!”
เสียงกรีดร้องดังลั่น ท่ามกลางสายตาของบ่าวไพร่ ทุกคนชี้หน้ามาที่เขา หลินเยี่ยนที่มีภาพลักษณ์ร้ายกาจตกเป็นจำเลยในทันที ไม่มีใครฟังคำแก้ตัว คนจากวังในบุกเข้ามาและสั่งกักตัวเขาไว้ในเรือนเย็น
เวลาล่วงเลยผ่านไป เซี่ยหลานโจวออกศึกชายแดน...
ลมหายใจของหลินเยี่ยนเริ่มรวยริน ความหนาวเย็นกัดกินเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
หลินเยี่ยนไม่รู้หรอกว่า ข่าวการถูกกักขังของเขาเคยถูกส่งไปถึงชายแดนหรือไม่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านอ๋องเคยได้ยินชื่อเขาในคืนที่เขากำลังจะตายนี้หรือเปล่า
แต่แล้วอย่างไรเล่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา เซี่ยหลานโจวเคยทำสิ่งใดให้เขาเชื่อหรือว่า... หากวันหนึ่งเขาถูกทอดทิ้ง คนผู้นั้นจะเลือกเขา?
น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินจากหางตา เขากำถุงหอมคุ้มภัยในมือแน่นเข้า รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เอื้อนเอ่ยคำสาบานในใจ
“เซี่ยหลานโจว... หากมีชาติหน้า... ข้าสาบาน...”
ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง บัดนี้มืดหม่นและว่างเปล่า
“ข้าจะไม่รักท่าน... และจะไม่ง้อท่านอีกแล้ว”
มือที่เคยกำแน่นร่วงหล่นลงข้างลำตัว สติสัมปชัญญะของหลินเยี่ยนดับวูบลง พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่หลุดลอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน...
มีเพียงถุงหอมสีน้ำเงินเข้มใบนั้นที่ตกอยู่ข้างมือเย็นชืด ราวกับหัวใจทั้งดวงที่เขาเคยมอบให้ผู้หนึ่ง... และไม่มีวันได้คืนกลับมาอีก
บทที่ 6งานชมดอกบัวเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น บรรยากาศภายในเรือนของพระชายาเอกเต็มไปด้วยความสงบเรียบร้อย ทว่าแฝงความตึงเครียดบางเบาที่ลอยอวลอยู่ในอากาศหลินเยี่ยนนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง ปล่อยให้ชิงหลินช่วยสางผมและจัดเตรียมอาภรณ์สำหรับเข้าวัง วันนี้เขาเลือกสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าหม่นปักลายเมฆาขอบเงิน แม้จะดูงดงามสมฐานะพระชายาเอกแห่งจวนอ๋อง ทว่ากลับไม่ได้ฉูดฉาดสะดุดตาจนเกินงาม เขาไม่ได้จงใจแต่งกายเพื่อไปประชันความโดดเด่นกับซูหว่านหนิง และไม่ได้ใส่ใจที่จะดึงดูดสายตาผู้ใด สีหน้าของหลินเยี่ยนเรียบเฉย นัยน์ตาสีเข้มสาดประกายเยือกเย็น ไม่เหมือนคนที่กำลังเตรียมตัวเดินเข้าสู่สถานที่ที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของขุมนรกเลยแม้แต่น้อยทว่าชิงหลินที่กำลังติดแผ่นหยกพกที่บั้นเอวให้ผู้เป็นนาย กลับมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด มือของนางสั่นเล็กน้อย จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามออกมา“พระชายา... หากวันนี้ซูจวิ้นจู่เข้ามาพูดจายั่วยุต่อหน้าผู้คนเหมือนคราวก่อนๆ อีก พระชายาจะทำอย่างไรเพคะ”หลินเยี่ยนปรายตามองเงาของสาวใช้คนสนิทในคันฉ่อง เขาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความขุ่นเคือง“ฟังให้จบ ยิ้มให้พอ... แล้วอย่าเดินตามนางไปใ
บทที่ 5พี่ชายที่ถูกเรียกกลับมาเสียงย่ำเท้าของกองทัพนับหมื่นและเสียงเกือกม้าที่เคยดังกัมปนาทไปทั่วลานกว้าง ค่อยๆ แผ่วเบาและจางหายไปตามสายลมยามเช้า ขบวนทัพของเซี่ยหลานโจวเคลื่อนตัวห่างออกจากประตูเมืองหลวงไปไกลแล้ว ทิ้งไว้เพียงฝุ่นผงที่ลอยคลุ้งและร่องรอยของล้อรถเสบียงบนพื้นดินเมื่อปราศจากเสียงอึกทึกของกองทัพ จวนอ๋องที่กว้างใหญ่ก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงัดอย่างรวดเร็ว ความเงียบที่โรยตัวลงมานั้นแฝงไปด้วยความเวิ้งว้าง ราวกับสถานที่แห่งนี้ถูกดึงเอาแกนกลางของมันออกไปจนหมดสิ้นทว่าภายในเรือนพักของพระชายาเอก ความเงียบงันนี้กลับไม่ได้นำมาซึ่งความโศกเศร้าอย่างที่บ่าวไพร่หลายคนคาดเดาหลินเยี่ยนนั่งอยู่หลังโต๊ะน้ำชาตัวเล็ก เอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเบื้องหน้าของเขามีเทียบเชิญสีทองอร่ามประทับตราลัญจกรของวังหลวงวางอยู่อย่างโดดเด่น นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความอาวรณ์ยามที่สามีต้องออกเดินทาง บัดนี้กลับเรียบเฉยและเยือกเย็นดุจผิวน้ำในสระเหมันต์ เขากำลังทอดสายตามองเทียบเชิญฉบับนั้นอย่างสงบ ไร้ซึ่งร่องรอยของการร่ำไห้หรือความกระวนกระวายใจแม้แต่น้อยชิงหลิน สาวใช้คนสนิทที
บทที่ 4คนที่ไม่มาส่งยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงยังคงถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเทาหม่น ลมหนาวช่วงเช้ามืดพัดกรีดผ่านลานกว้างหน้าจวนอ๋อง หอบเอาความเย็นเยียบมาปะทะผิว ทว่าบรรยากาศ ณ ที่แห่งนั้นกลับเต็มไปด้วยความคุกรุ่นและเร่งรีบเสียงฝีเท้าม้าดังกึกก้อง เสียงโลหะจากชุดเกราะกระทบกันดังเป็นจังหวะหนักแน่น ธงรบประจำกองทัพแดนเหนือสะบัดพลิ้วส่งเสียงพึ่บพั่บอยู่ในสายลม เหล่าทหารกล้านับหมื่นนายตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รอคอยเพียงคำสั่งเคลื่อนพลจากแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เซี่ยหลานโจวปรากฏกายขึ้นในชุดเกราะเต็มยศ โลหะสีเงินเหลือบดำสะท้อนแสงคบเพลิงสลัว รูปลักษณ์ของท่านอ๋องแม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือในยามนี้ทั้งสูงส่ง สง่างาม และแผ่กลิ่นอายดุดันเย็นชาจนไม่มีผู้ใดกล้าสบตา ทว่าภายใต้หน้ากากน้ำแข็งที่สมบูรณ์แบบนั้น ภายในใจของเขากลับไม่สงบนิ่งเหมือนเช่นทุกคราที่ต้องออกศึกกลิ่นไหม้ของเถ้าถ่านจากผ้าไหมและดิ้นทอง ยังคงลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูกไม่ยอมจางหายไปไหนภาพของห้องหอชั้นในที่เงียบเหงาและถูกทิ้งร้างจนฝุ่นจับ โคมมงคลสีแดงที่ไร้แสงสว่าง แววตาอันว่างเปล่าและเย็นชาของหลินเยี่ยน รวมถึงน้ำเสียง
บทที่ 3คืนก่อนออกศึกยามซวี (19.00 - 20.59 น.) งานเลี้ยงส่งทัพเบื้องหน้ายังคงดำเนินต่อไปด้วยความครึกครื้น ทว่าภายในจวนอ๋องฝั่งเรือนพักของชายาเอกกลับเงียบสงัดและเย็นเยียบหลินเยี่ยนก้าวเท้าเข้ามาในอาณาเขตเรือนของตนเอง ท่วงท่าการเดินยังคงสง่างามและนิ่งสงบ แผ่นหลังเหยียดตรงไร้ซึ่งร่องรอยของความเสียใจหรือความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ชิงหลินที่เดินตามมาเบื้องหลังกอดถุงหอมสีน้ำเงินเข้มเอาไว้แนบอกราวกับมันเป็นของล้ำค่า บ่าวรับใช้สาวมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อก้าวเข้ามาถึงห้องรับรองด้านนอก หรือ ‘เรือนนอก’ ของตำหนัก ชิงหลินก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าผู้เป็นนาย“พระชายา... ท่านคิดให้ดีอีกสักครั้งเถิดเพคะ” ชิงหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชูถุงหอมในมือขึ้น “ของชิ้นนี้ท่านตั้งใจทำมากเหลือเกิน หากท่านโกรธเคืองที่ท่านอ๋องเมินเฉย เก็บมันไว้ในหีบก่อนดีหรือไม่ เผื่อวันหน้า...”“เจ้าไม่ต้องเสียดายแทนข้า ชิงหลิน”หลินเยี่ยนเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจขัดขืน เขาก้มลงมองถุงหอมที่ปักลายกิเลนเหยียบเมฆาด้วยดิ้นทองสุกสว่าง ก่อนจะละสายตาไปมองกระถางไฟทองเหลืองใบเล็กที่ตั้งอยู่ม











