แชร์

บทที่ 12

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-27 09:57:58

เฌอปรางค์วิ่งไปตามถนนเส้นเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน เธอวิ่งมาไกลจนเหนื่อยหอบ แต่ก็ยังไปไม่ถึงซุ้มประตูหน้าหมู่บ้านสักที หญิงสาวหยุดวิ่งลงกลางทาง แล้วหายใจหอบถี่ พร้อมกับยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด จากนั้นจึงเหลียวมองไปรอบตัวก็พบว่า ด้านข้างเป็นสวนหย่อมเล็กๆ เยื้องไปด้านหน้าเป็นสนามเด็กเล่น ซึ่งมีเครื่องเล่นนานาชนิด แต่ไม่มีเด็กสักคน ‘ก็แน่ล่ะ นี่มันดึกมากแล้ว เด็กที่ไหนจะมาวิ่งเล่นเวลานี้’ เฌอปรางค์บอกตัวเองแล้วเตรียมจะเดินต่อ แต่ทันใดนั้น ก็มีแสงไฟสีส้มสว่างจ้า สาดเข้ามาปะทะร่างของเธอจากทางด้านหลัง หญิงสาวรีบหลบเข้าข้างทาง แล้วหันไปมองรถยนต์คันที่แล่นเข้ามาจอดเทียบบริเวณที่เธอยืนอยู่ ไม่ต้องเห็นหน้าคนขับ เฌอปรางค์ก็จำแม่นว่าเป็นรถของจักรวาล

               “ขึ้นรถ” คนในรถเปิดกระจกแล้วตะโกนสั่ง

               เฌอปรางค์เชิดหน้าไม่สนใจแล้วเดินหนี จักรวาลจึงเคลื่อนรถตาม

               “นี่คุณ ขึ้นรถเถอะ ผมจะไปส่งที่บ้าน”

               หญิงสาวยังคงเดินเชิดหน้า ทำหูทวนลม จนคนในรถต้องตะโกนออกมาอีกครั้งว่า “ถ้าไม่ให้ผมไปส่ง แล้วคุณกลับบ้านเองถูกรึไง เพิ่งมาจากบ้านนอก รู้จักถนนหนทางในกรุงเทพฯ ดีแล้วเหรอ”

               “ถึงฉันจะมาจากบ้านนอก แต่ฉันก็ไม่ได้โง่นะ ทำไมจะกลับบ้านเองไม่ได้ คุณรีบไปให้พ้นหน้าฉันดีกว่า ฉันเกลียดขี้หน้าคุณ ผู้ชายฉวยโอกาส”

               “คราวนี้ยอมรับแล้วใช่มั้ย ว่าผมเป็นผู้ชาย” จักรวาลยิ้มกรุ้มกริ่ม พลางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง

               เฌอปรางค์สะบัดหน้าอย่างขัดใจ แล้วเดินหนี คราวนี้จักรวาลรีบกระโดดลงจากรถ แล้ววิ่งไปดักหน้าหญิงสาวเอาไว้

               “ถอยไป” เฌอปรางค์ออกคำสั่งเสียงกระด้าง

               “ขึ้นรถ ผมจะไปส่ง”

               “ฉันกลับเองได้”

               “ผมบอกว่าจะไปส่ง” จักรวาลยืนยันคำเดิม

               เฌอปรางค์แหงนหน้ามองร่างสูงตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า จนคนถูกมองไม่อาจคาดเดาความคิดของเธอได้ ทั้งคู่จ้องตากันเนิ่นนาน และในที่สุดจักรวาลก็เป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อนว่า 

               “เรื่องเมื่อกี้นี้ ผม...ผมไม่ได้ตั้งใจ”

               เฌอปรางค์กำมือไว้แน่นข้างลำตัว ไม่นึกว่าเขาจะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก และที่ร้ายไปกว่านั้นเขาไม่ ‘ขอโทษ’ หรือเขาคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปเมื่อครู่นี้ไม่ผิด เมื่อคิดดังนั้น โทสจริตก็พุ่งสูง จนหญิงสาวมิอาจบังคับมือตัวเอง ไม่ให้ตวัดไปตบหน้าคนไม่รู้สึกนึกได้  

               เพี้ยะ!

               “ตบนี้ ฉันตั้งใจ” หญิงสาวส่งเสียงรอดไรฟัน

               จักรวาลรับรู้รสเค็ม และกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งอยู่ในโพรงปาก ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบแก้มด้านที่ถูกตบเบาๆ แล้วกัดฟันทน โดยไม่ปริปากสักคำ นั่นเป็นเพราะเขาสำนึกอยู่เต็มอก ว่างานนี้เขาผิดเต็มประตู และสมควรที่จะได้รับการลงโทษเช่นนี้ แต่ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มก็ปากหนักเกินกว่าจะปล่อยให้คำว่า ‘ขอโทษ’ หลุดออกมาได้ง่ายๆ

               “ดึกมากแล้ว ให้ผมไปส่งเถอะนะ” จักรวาลบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าเดิมมาก

               เฌอปรางค์เตรียมจะเดินหนีอีกครั้ง แต่ก็ช้ากว่าจักรวาล ที่เอื้อมมือไปรั้งข้อมือของเธอไว้ ทว่าชายหนุ่มก็ต้องรีบสะบัดมือออก เมื่อถูกหญิงสาวฟาดที่หลังมือของเขาอย่างแรง

               “อย่าดื้อนักเลย ให้ผมไปส่งเถอะ ผมสัญญา ว่าจะไม่แตะต้องคุณแม้แต่ปลายเล็บ” ชายหนุ่มพูดพลางยกสองมือขึ้นชูระดับศีรษะ เป็นสัญลักษณ์บอกว่าเขายอมจำนนต่อเธอแล้ว

               เฌอปรางค์เห็นว่าดึกมากแล้ว และเธอก็ไม่อยากเสี่ยงนั่งแท็กซี่กลับบ้านคนเดียว จึงยอมให้จักรวาลไปส่ง แต่ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ที่ทั้งคู่นั่งอยู่ในรถคันเดียวกัน ต่างไม่มีใครยอมพูดอะไรกันเลย จนกระทั่งมาถึงหน้าร้านกาแฟของส้มแป้น

               “ฉันหวังว่าเราคงจะ ‘ไม่ได้’ พบกันอีกนะ” เฌอปรางค์พูดโดยไม่มองหน้าจักรวาล แล้วรีบก้าวลงจากรถ ปล่อยให้ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มมองตามด้วยความรู้สึกผิด 

เพียงก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในภายในร้าน ดวงตาอันอ่อนล้าของเฌอปรางค์ก็เกิดประกายไฟลุกพรึ่บขึ้นมาทันที เมื่อเห็นส้มแป้นนั่งทำแผลให้เต้อยู่กลางร้าน หญิงสาวปราดเข้าไปดึงมือของเพื่อนให้หยุดการกระทำนั้นอย่างไม่พอใจ

               “ไม่ต้องทำแผลให้มัน” เฌอปรางค์เอ็ดตะโรเสียงดังลั่น จนเพื่อนสาวหน้าเจื่อน จากนั้นหญิงสาวจึงหันไปตะคอกนายเต้ที่แสร้งตีหน้าสลด และกำลังทำตาปริบๆ ขอความเห็นใจจากส้มแป้นว่า “ออกไปจากร้านของเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้เต้ รีบไสหัวไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะฆ่าแก”

               “ใจเย็นๆ นะมะปราง” ส้มแป้นรั้งตัวเพื่อนเอาไว้ ก่อนที่เธอจะกระโจนไปหักคอนายเต้อย่างที่พูดจริงๆ

               “มันขายแกให้นักเลงพวกนั้น แกยังจะไปทำดีกับมันอีกเหรอ” เฌอปรางค์โมโหจนเลือดขึ้นหน้า

               เต้รีบพูดแทรกขึ้นมาว่า “ผมไม่ได้ทำ ไอ้พวกนั้นมันบุกมาที่นี่เอง ผมห้ามแล้ว แต่พวกมันไม่ฟัง ส่วนเรื่องเงิน ผมจะหามาใช้คืนให้เร็วที่สุดนะครับ”

               “ไม่ต้องพูดให้ตัวเองดูดีเลยนะไอ้คนสารเลว ฉันไม่เชื่อหรอก ว่าน้ำหน้าอย่างแกจะหาเงินมาคืนพวกเราได้ เรื่องเงินฉันยกให้ ถือว่าทำบุญทำทาน จะได้ตัดเวรตัดกรรมกันไป แล้วต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเพื่อนฉันอีก ออกไปจากชีวิตเพื่อนฉันได้แล้ว ไป๊!” เฌอปรางค์ตวาดพลางกระชากเต้ให้ลุกจากเก้าอี้ แล้วออกแรงทั้งดัน ทั้งผลัก ให้เขาออกจากร้าน

               “ผมพูดจริงๆ นะครับ ผมจะหาเงินมาใช้คืนให้โดยเร็วที่สุด” เต้ยังคงแสร้งทำตัวเป็นคนดี

               “ฉันไม่เชื่อ ออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก”

               เมื่อเห็นว่าน้ำกำลังเชี่ยว เต้ก็ฉลาดพอที่จะไม่เอาเรือไปขวาง ดังนั้นเขาจึงหันไปบอกส้มแป้นว่า “ท่าทางมะปรางจะพูดไม่รู้เรื่องแล้วล่ะครับ วันนี้ผมกลับก่อนดีกว่า แล้วผมจะโทร. หานะครับ”

               “ออกไปเดี๋ยวนี้นะไอ้ชั่ว!” เฌอปรางค์ปรี๊ดปรอทแตก เมื่อโดนกล่าวหาว่าพูดจาไม่รู้เรื่อง

               ส้มแป้นลอบพยักหน้าให้เต้รีบออกจากร้าน และภาวนาขออย่าให้เฌอปรางค์มองเห็นเงินสดจำนวนสามแสนบาท ที่เต้ยัดไว้ในกระเป๋ากางเกง

แม้ว่าเต้จะร้ายกาจกับส้มแป้นมาก แต่ความรักที่เธอมีให้เขามันมากกว่า มากจนทำให้เธอสามารถอภัยให้กับทุกความเลวทรามของเขาได้ และเมื่อเขาเอ่ยปากขอยืมเงินจำนวนนี้ เธอก็ใจอ่อนยอมให้เขาอีกจนได้ 

               เฌอปรางค์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้บุนวมกลางร้าน แล้วมองหน้าส้มแป้นอย่างไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดเพื่อนของเธอ ถึงหน้ามืดตามัวได้ขนาดนี้ แต่หญิงสาวก็เหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะต่อว่าต่อขาน จึงได้แต่นั่งนิ่งๆ แล้วรอให้เพลิงพิโรธในใจมอดลงช้าๆ   

               ส้มแป้นปล่อยเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง จนเห็นว่าเฌอปรางค์อารมณ์เย็นลงมากแล้ว จึงถามว่า “งานแถลงข่าววันนี้เป็นยังไงบ้าง”

               “คอยดูข่าวพรุ่งนี้เอาเองก็แล้วกัน” เฌอปรางค์ตอบแบบปลงๆ 

               “ยายแกต้องเห็นข่าวนี้แน่ๆ เลย” ส้มแป้นกังวลใจ

               “ก็แน่ล่ะ เชียงใหม่นะแก ไม่ใช่ดาวอังคาร ยายฉันถึงจะได้ไม่เห็นข่าวนี้” เฌอปรางค์เผลอทำเสียงหงุดหงิด จนคนฟังหน้าถอดสี

               “ฉันขอโทษที่ทำให้แกเดือดร้อน” คนพูดทำท่าเหมือนจะร้องไห้ 

               “ช่างเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด” เฌอปรางค์ยอมรับชะตากรรม ไม่ว่าอะไรจะเกินขึ้น หญิงสาวก็พร้อมจะเผชิญ เพราะมันคงไม่มีอะไรสาหัสไปกว่านี้อีกแล้ว

เวลาเช้า ณ บ้านหลังใหญ่ของยายเสาวรส วิลาวัลย์กำลังเร่งมือจัดโต๊ะอาหาร เพราะใกล้เวลาที่ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านจะลงมาเต็มที ทว่าบัวบาน แม่บ้านวัยกลางคน ซึ่งเป็นลูกมือคนสำคัญกลับไม่สนใจทำหน้าที่ของตัวเอง เอาแต่ก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์อย่างเอาเป็นเอาตาย อยู่ในมุมหนึ่งของห้องครัว ภาคินเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง จึงแกล้งตะโกนถามเสียงดังว่า

               “อ่านอะไรอยู่น่ะป้าบัว!”

               “ว้าย ตาเถร ยายชี ถ้วย ถัง กะละมัง หม้อ!” คนถูกแกล้งตกใจ อุทานเสียงดังลั่น แล้วปล่อยหนังสือพิมพ์หลุดจากมือ แต่เธอก็ลนลานตะครุบมันขึ้นมาซุกไว้แนบอก จากนั้นจึงดึงแขนภาคินให้ย่อตัวลงเสมอกัน แล้วกระซิบบอกว่า

“ป้ากำลังอ่านข่าวใหญ่อยู่ค่ะคุณเกลือ” บัวบานตอบพลางเหลียวซ้าย แลขวาอย่างระแวดระวัง

               “อ่านข่าวดาราอยู่ล่ะสิ ถึงได้ทำท่าทางกลัวคุณยายจะมาเห็นขนาดนี้” ภาคินพูดอย่างรู้ทัน

               “เบาๆ สิคะคุณเกลือ เดี๋ยวคุณท่านก็ได้ยินกันพอดี” บัวบานกระซิบกระซาบ ท่าทางหวาดระแวง เนื่องจากยายเสาวรสออกกฎเหล็กไว้ว่า ห้ามทุกคนนำข่าวเกี่ยวกับแวดวงบันเทิงเข้าบ้านเด็ดขาด แม้แต่หนังสือพิมพ์รายวัน ก่อนจะนำมาวางบนโต๊ะอาหาร ก็ต้องดึงหน้าข่าวบันเทิงทิ้งเสียก่อน หากผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกตัดเงินเดือนครึ่งหนึ่ง เป็นเวลาสามเดือน ดังนั้นคนงานในบ้านจึงต้องหลบๆ ซ่อนๆ เวลาจะอ่านข่าวบันเทิง

               “ข่าวคุณมะปรางค่ะ”

               “ว่าไงนะป้า ข่าวมะปราง มะปรางเป็นอะไร!?” ภาคินตกใจ เข้าใจว่าเกิดเรื่องร้ายแรง หรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับน้องสาวของตน เพราะการที่ชาวบ้านธรรมดาจะเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์นั้น ส่วนมากมักจะเป็นข่าวไม่ค่อยดีสักเท่าไร

               “คุณมะปรางเป็น เอ่อ...เป็น...” บัวบานอึกอัก

               “มะปรางเป็นอะไรป้าบัว รีบๆ เล่ามาสิ ถ้าไม่เล่าก็เอาหนังสือพิมพ์มา ผมจะอ่านเอง” ชายหนุ่มทำท่าจะแย่งหนังสือพิมพ์จากมือแม่บ้าน

               “คุณเกลือไม่ต้องอ่านหรอกค่ะ ป้าเล่าให้ฟังเอง ฟังให้ดีนะคะ” บัวบานทำหน้าตื่นเต้นราวกับเรื่องที่กำลังจะเล่า เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก

               “รีบๆ เล่ามาสิป้า ยายมะปรางเป็นอะไร”

“หนังสือพิมพ์เขาลงข่าวว่า คุณมะปรางเป็นแฟนกับคุณจักรวาลค่ะ ดาราคนนี้ป้าชอบมาก คนอะไรก็ไม่รู้ หล่อก็หล่อ ร้องเพลงก็เพราะ เล่นละครก็เก่ง โอ๊ย...ดีไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง” บัวบานแสดงอาการปลาบปลื้มจนออกนอกหน้า “แต่ป้าสงสัย ว่าคุณมะปรางไปเป็นแฟนกับคุณจักรวาลตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลย ในข่าวบอกว่าแอบคบกันมาตั้งสองปีกว่าแล้วด้วยนะคะ”

               ภาคินแย่งหนังสือพิมพ์มาอ่านด้วยตัวเองอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ และภาพที่เห็นตรงหน้าคือภาพจักรวาลหอมแก้มเฌอปรางค์ และรายละเอียดของข่าวก็ตอกย้ำชัดเจนว่านี่คือเรื่องจริง ภาคินขมวดคิ้วเคร่งเครียด กลัวว่ายายเสาวรสจะอาละวาด หากรู้ว่าเฌอปรางค์คบหากับดารา อาชีพที่ยายเสาวรสเกลียดที่สุดในชีวิต 

               “ป้าว่างานนี้คุณมะปรางโดนหนักแน่เลยค่ะ แค่หนีการแต่งงาน คุณท่านก็โกรธมากอยู่แล้ว นี่ดันไปเป็นแฟนกับดาราอีก คุณท่านเกลียดดาราอย่างกับอะไรดี ใครๆ ก็รู้ คุณมะปรางนะคุณมะปราง ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย”

               “ป้าไปบอกคนงานในบ้านทุกคนนะว่าให้ช่วยกันดู อย่าให้ข่าวของมะปรางหลุดไปถึงคุณยายได้เด็ดขาด ส่วนพวกในไร่กับในรีสอร์ต ผมจะจัดการเอง”

               ภาคินรีบส่งหนังสือพิมพ์ให้บัวบานเอาไปซ่อน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของยายเสาวรสดังใกล้เข้ามา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status