เข้าสู่ระบบ“คุณพ่อโกรธอะไรคะ” นวินดาถามอย่างไม่เข้าใจ
“พวกนั้นคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนถึงได้มาทำแบบนี้กับลูกสาวของพ่อ” นายสมบัติโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“ไม่มีใครทำอะไรดาเลย” หญิงสาวผู้แสนซื่อทำหน้างง
“จะไม่ทำได้ยังไงคะคุณดา แบบนี้เค้าเรียกว่าหักหน้ากันชัดๆ” แพรวพรรณจงใจพูดจี้ใจดำนายสมบัติซึ่งก็ได้ผล ความโกรธขึ้งในหัวใจของชายสูงวัยทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสังเกตจากแววตาที่กราดเกรี้ยวที่ปรากฏอยู่
“นี่มันเรื่องอะไรกันคะคุณพ่อ ดางงไปหมดแล้ว”
“แหมคุณดา ก็คุณพ่อของคุณดากับคุณหญิงนลินีตกลงกันไว้ว่าจะให้คุณดาแต่งงานกับคุณอธิน งานนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเลยจัดการให้คุณสองคนมาเจอกันแต่คุณอธินกลับมาแฟนมาฉีกหน้าคุณสมบัติแบบนี้ จะไม่ให้ท่านโกรธได้ยังไง”
คำพูดของแพรวพรรณเป็นดังน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งโทสะของนายสมบัติให้ลุกโชนยิ่งขึ้น ด้านนวินดาเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อยกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับรู้จากปากของแม่เลี้ยงที่มีวัยห่างจากเธอไม่เกินห้าปี
“แต่งงาน!? หมายความว่ายังไงคะคุณพ่อ” หญิงสาวถามผู้เป็นบิดาเสียงหลง
“ก็อย่างที่คุณแพรวบอกนั่นแหละ พ่อคิดว่าลูกชายของคุณหญิงนลินีเหมาะสมกับลูกสาวพ่อที่สุดแล้ว ทั้งฐานะและชาติตระกูล พ่อกับคุณหญิงก็เลยตกลงกันว่าจะให้ดากับอธินแต่งงานกัน”
“ไม่นะคะคุณพ่อ ดาไม่แต่งนะคะ” หญิงสาวกลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่เมื่อรู้ว่ากำลังจะถูกจับคลุมถุงชน
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ทำตามที่พ่อบอกแล้วทุกอย่างจะดีเอง” ผู้เป็นบิดากล่าวอย่างเด็ดขาด
“แต่พี่ธินมีแฟนแล้วนะคะคุณพ่อ” นวินดาแย้ง
“ก็แค่แฟน” แพรวพรรณพูดสวนขึ้นมาทันควัน
“คุณแพรวพูดถูก ก็แค่แฟน” นายสมบัติทวนคำอย่างไม่แคร์ คนอย่างเขาไม่ยอมให้ใครมาฉีกหน้าได้ง่ายๆ หรอก ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามลูกสาวของเขาต้องได้แต่งงานกับอธิน
“ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องนี้แพรวช่วยได้” แพรวพรรณกล่าวกับสามีอย่างประจบเอาใจ แม้ว่าปากจะบอกว่าอยากช่วยลูกเลี้ยง แต่ดวงตาเรียวอย่างคนเจ้าเล่ห์นั้นกำลังบอกว่าเธอจะช่วงชิงอธินกลับคืนมาเป็นของเธออีกครั้งให้ได้ แพรวพรรณมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองว่าการที่จะทำให้คนเคยรักกลับมารักเธออีกครั้งไม่ใช่เรื่องยาก
อธินนั่งคอยเมษิตาอยู่ที่โต๊ะคนเดียวหลังจากที่ ปราบดาขอตัว กลับไปแล้ว ชายหนุ่มรออยู่นานแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะกลับมา ครั้นจะโทร. ตามก็นึกได้ว่าไม่เคยขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอไว้เลย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อจะไปเดินตามหาด้วยตัวเอง
จังหวะที่อธินก้าวออกจากโต๊ะ เขาไม่ทันได้สังเกตว่าแพรวพรรณยืนอยู่ข้างหลัง ตำแหน่งที่อดีตคนรักของเขายืนอยู่ไม่ใช่ตำแหน่งที่จะถูกเขาชนได้เลยหากเธอผู้นั้นไม่ใช้มารยาก้าวเข้ามาขวางวิถีการเดินของเขาเสียเอง
อธินชนแพรวพรรณแค่เพียงเบาๆ ทว่าสาวเจ้ามารยาก็แสร้งกรีดร้องและเซถลามากเกินควร ด้วยความตกใจกลัวว่าหญิงสาวจะล้มฟาดลงกับพื้นชายหนุ่มจึงรีบคว้าเอวบางของเธอไว้โดยที่ยังไม่ทันได้มองว่าเป็นใคร
เมื่อสถานการณ์เป็นใจแพรวพรรณจึงแสร้งซุกหน้าลงบนแผ่นอกกว้างของอธินอย่างโหยหาความอบอุ่นที่คุ้นเคย
“แพรว!” อธินดันตัวแพรวพรรณออกห่างทันที
“ใช่ค่ะ แพรวเอง” แพรวพรรณจงใจส่งสายตาหวานให้อดีตคนรักที่ยืนอยู่ห่างกันแค่คืบ
“ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่” อธินก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างให้ดูไม่น่าเกลียดจนเกินไป
“แพรวก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เจอธินที่นี่ ในฐานะทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของธุรกิจห้างสรรพสินค้าใหญ่โตที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ทำไมตอนที่เราคบกันธินไม่เคยบอกแพรวเลยว่าธินรวยขนาดนี้ ปล่อยให้แพรวคิดว่าธินจน เอ๊ย...เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ อยู่ได้” แพรวพรรณตะครุบคำว่า ‘จน’ ไว้แทบไม่ทัน
“ผมก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนนึงเท่านั้นจริงๆ” อธินแสร้งตีหน้าซื่อ
“ถ้าหล่อ รวย เพอร์เฟกต์อย่างธินเรียกว่าธรรมดาแล้วแบบไหนถึงจะไม่ธรรมดา” แพรวพรรณแย้งเสียงสูงปรี๊ด
“แต่สมบัติทั้งหลายที่แพรวพูดถึงนั่นมันก็ของคุณแม่ผมทั้งนั้น ตอนนี้ผมก็เป็นแค่ช่างภาพต๊อกต๋อย”
“แต่อีกหน่อยทุกอย่างของคุณแม่ก็ต้องเป็นของธิน” พูดแล้วแพรวพรรณก็นึกเสียดายที่มีตาหามีแววไม่ ปล่อยให้ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ อย่างอธินหลุดมือไปได้
“ผมขอตัวไปตามหาคุณเมก่อนนะ ไม่รู้ว่าหายไปไหน” อธินตัดบทเพราะดูเหมือนแพรวพรรณจะสนใจทรัพย์สมบัติของเขามากกว่าตัวเขาจนน่ารังเกียจ
“จะรีบไปไหนคะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานน่าจะอยู่คุยกันให้นานกว่านี้หน่อย” แพรวพรรณเกาะต้นแขนอธินอย่างให้ท่าพร้อมทั้งชม้ายชายตาเย้ายวน
“เอาไว้คุยกันวันหลังดีกว่า ผมจะรีบไปตามหาแฟนผม” อธินพูดพลางปลดแขนของแพรวพรรณออกแล้วถอยหนีอีกหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างให้พอเหมาะ
แพรวพรรณมีสีหน้าอาลัยอาวรณ์เหมือนไม่อยากจะปล่อยอธินไปง่ายๆ ชายหนุ่มจึงอ้างเหตุผลที่ทำให้อดีตคนรักไม่อาจปฏิเสธ
“สามีคุณกำลังรอคุณอยู่นะ” พูดพลางพยักพเยิดไปยังนายสมบัติที่กำลังยืนมองทั้งคู่อยู่ไม่ไกลนัก
แพรวพรรณต้องยอมจำนนต่อเหตุผลข้อนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้รักใคร่ไยดีนายสมบัติเลยก็ตาม แต่การที่ทำให้นายสมบัติโกรธย่อมไม่เป็นผลดีกับเธอ เพราะถึงอย่างไรนายสมบัติก็เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่เธอต้องรักษาไว้ให้มั่น
แพรวพรรณมองตามแผ่นหลังกว้างของอธินที่ค่อยๆ ลับหายออกไปจากห้องจัดเลี้ยงด้วยความเสียดาย หากก่อนหน้านี้เธอรู้ฐานะที่แท้จริงของเขา เธอจะไม่มีวันปล่อยให้เขาหลุดมือไปเด็ดขาด
“คุยอะไรกันตั้งนาน!” นายสมบัติถามด้วยอารมณ์หึงหวงเมื่อแพรวพรรณเดินกลับมาหา
“คุยเรื่องคุณดาค่ะ แพรวกำลังพยายามหาทางช่วยคุณดาอยู่นะคะ คุณหึงแพรวเหรอคะ” แพรวพรรณพูดปดต่อสามีแล้วแกล้งงอนกลบเกลื่อน
“ภรรยาทั้งสวย ทั้งแสนดีขนาดนี้จะไม่ให้หึงได้ยังไง” นายสมบัติกล่าวพลางโอบเอวบางของแพรวพรรณ “ขอบคุณนะที่ทำเพื่อผม ทำเพื่อเพื่อลูกดา” สามีวัยชรากล่าวขอบคุณแล้วหอมแก้มภรรยาสาวฟอดใหญ่
แพรวพรรณสะอิดสะเอียนนายสมบัติเต็มกลืน ยิ่งได้พบกับอธินอีกครั้ง ได้เห็นถึงความเพรียบพร้อมของเขาและเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับชายชราที่กำลังโอบกอดเธออยู่ขณะนี้ช่างต่างกันราวเทพบุตรกับผีเน่า แพรวพรรณตั้งปณิธานกับตนเองอย่างแน่วแน่ว่า เธอจะต้องแย่งชิงอธินให้กลับมาเป็นของเธออีกครั้งให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
อธินยืนรอเมษิตาอยู่หน้าห้องน้ำหญิงครู่ใหญ่แต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของหญิงสาว เขาจดๆ จ้องๆ จะเข้าไปดูในห้องน้ำหญิงด้วยตัวเองอยู่หลายหนแต่ก็ไม่กล้าจึงได้แต่เดินวนไปวนมา จนหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินผ่านเขาเข้าไปในห้องน้ำและเมื่อเธอทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วเดินกลับออกมาก็ยังคงเห็นอธินเดินวนอยู่ดังเดิม
“รอใครอยู่หรือเปล่าคะ”
“รอแฟนครับ เธอบอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่นานแล้วยังไม่ออกมาเลย”
“ข้างในไม่มีใครอยู่แล้วนะคะ”
“เหรอครับ...ขอบคุณครับ”
หญิงสาวคนนั้นยิ้มรับแล้วเดินออกไป
“หายไปไหนนะยัยบ๊องเอ๊ย” อธินบ่นงึมงำด้วยความเป็นห่วง เพราะภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือ เธอทำหน้าเศร้ามาก
เมษิตาหลบมานั่งพักใจอยู่ในล็อบบี้ เป็นเพราะสร้อยคอเส้นที่อธินยึดไปจากเธอแท้ๆ ที่นำพาเธอมาพบกับอรรถพลและดึงให้ความรู้สึกเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มตำหัวใจอีกครั้งหนึ่ง ภาพเหตุการณ์ในวันที่เธอทะเลาะกับอรรถพลอย่างรุนแรงเพราะสร้อยเส้นนี้ปรากฏชัดในความทรงจำของหญิงสาวขึ้นมาอีกคราจนเธอต้องรีบสลัดศีรษะแรงๆ เพื่อขับไล่ฝันร้ายออกจากความทรงจำ หญิงสาวทอดสายตาแสนเศร้าไปยังค็อกเทลสีฟ้าสวยที่ขณะนี้มีปริมาณเหลืออยู่เพียงครึ่งแก้วเท่านั้น หญิงสาวยกแก้วนั้นขึ้นมากระดกจนหมดแล้วสั่งแก้วใหม่ทันที
“เอาแบบนี้มาอีกแก้วนึง”
บริกรเดินหายไปอึดใจแล้วกลับมาพร้อมกับค็อกเทลแก้วใหม่ที่นำมาวางไว้บนโต๊ะแล้วเก็บแก้วใบเก่าที่ว่างเปล่ากลับคืนไป เมษิตาเอื้อมมือหมายจะหยิบแก้วนั้นแต่ก็ช้ากว่ามือหนาของใครบางคนที่เอื้อมไปถึงก่อน
“ยัยเมรีขี้เมา หลบมากินเหล้าอยู่นี่เอง” อธินบ่นเบาๆ
“คุณ...” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาหวิวจนร่างสูงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แทบจะไม่ได้ยินเลยด้วยซ้ำ
อธินก้มหน้าลงมองเมษิตาที่นั่งคออ่อนอยู่บนเก้าอี้ พลางนึกถึงคำเตือนของนันทลีที่บอกว่าเมษิตาแพ้แอลกอฮอล์และยังเน้นย้ำนักหนาว่าห้ามไม่ให้เมษิตาดื่มเครื่องดื่มพวกนี้เป็นอันขาด ชายหนุ่มเทค็อกเทลสีฟ้าลงในกระถางต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ แล้ววางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ
“ฮึ๋ยยย! เททิ้งทำไม” เมษิตาประท้วงเสียงเบาหวิว
ชายหนุ่มไม่ใส่ใจคำประท้วงของหญิงสาว เขาย่อตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกับเธอแล้วบรรจงจับแขนทั้งสองข้างของคนเมามาพลิกดูอย่างถ้วนถี่ เมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดเขาจึงเพ่งพินิจไปที่ใบหน้านวลได้รูปของเธอสาวแต่ก็ไม่มีร่องรอยผดผื่นหรือสิ่งผิดปกติใดๆ อย่างคนแพ้แอลกอฮอล์ทั่วไปปรากฏให้เห็น จะมีก็เพียงแก้มนวลเนียนที่แดงจัดเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เท่านั้นเอง
“ปวดหัว แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก คลื่นไส้ หรืออยากอาเจียนหรือเปล่า” อธินรัวคำถามด้วยความกังวลใจ
“ไม่ค่ะ ไม่เป็นอะไรเลย ฉันสบายดีค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลผิดปกติ
“งั้นก็กลับบ้าน คุณเมามากแล้ว”
อธินลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงมองเมษิตาที่ยังคงนั่งนิ่ง เขายื่นมือให้หญิงสาวจับพลางเอ่ยถามอย่างห่วงใย “ไหวมั้ยคุณ”
เมษิตาไม่ตอบคำถามแต่กลับใช้มือเรียวเล็กของตนปัดมือใหญ่ตรงหน้าออกแล้วพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นด้วยสองแขนอ้อนแอ้นของตน
อธินลุ้นกับอาการยืนโงนเงนที่พร้อมจะล้มคว่ำลงทุกวินาทีของหญิงสาวตรงหน้า แม้ว่าเธอจะพยายามมองตรงไปข้างหน้าและก้าวเท้าอย่างช้าๆ แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปนั้นก็ทำให้ร่างอรชรทรงตัวเดินไปได้เพียงสองก้าวเท่านั้นแล้วก็ทำท่าเหมือนจะล้มพับลงกับพื้น แต่ชายหนุ่มที่ยืนคอยดูแลเธออยู่แล้วนั้นก็รีบเข้าไปช้อนรับร่างบอบบางไว้ได้ทันท่วงที
เมษิตาซุกหน้าอยู่ในอ้อมอกอบอุ่นของอธินอย่างสงบนิ่ง ไม่โวยวายเหมือนทุกครั้งที่มีการถูกเนื้อต้องตัวกัน
อธินกอดกระชับหญิงสาวไว้มั่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางในอ้อมกอดนี้จะหลุดมือไป ชายหนุ่มหลุบตาลงมองเรือนผมดำขลับที่คลอเคลียอยู่ใต้คางของตนพร้อมสูดกลิ่นหอมของแชมพูอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะปลายจมูกอย่างเผลอไผล เขาพินิจใบหน้าของหญิงสาวที่หลับตามพริ้มราวเจ้าหญิงยามนิทราอยู่ในอ้อมอกเขาแล้วยิ้มกับตัวเอง ‘เวลาหลับก็น่ารักดีนะยัยบ๊องนี่’
“คุณเม คุณเม คุณ ยัยเมรีขี้เมา” อธินเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเรียกเท่าไรหญิงสาวก็ไม่ยอมลืมตาตื่น เขาเขย่าร่างนั้นซ้ำอีกครั้งอย่างเบามือ คราวนี้ได้ผล
เมษิตาคลี่เปลือกตาขึ้นอย่างยากเย็นแล้วพยายามแหงนหน้ามองไปทางต้นเสียงที่ร้องเรียกชื่อตน เมื่อสายตาคู่หวานประสานกับสายตาประกายกล้าอีกคู่ที่ก้มมองลงมาในระยะใกล้แค่คืบความหม่นเศร้าบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ในดวงตาคู่นั้นก็เผยตัวออกมาให้อธินเห็นอย่างชัดเจน ชายหนุ่มรู้สึกหวั่นไหวในหัวใจขึ้นมาวูบหนึ่งกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้แต่เขาก็สลัดความรู้สึกนั้นออกไปได้อย่างรวดเร็ว
“เดินไหวมั้ยคุณ” น้ำเสียงที่ถามออกไปนั้นเจือความห่วงใยอยู่เต็มเปี่ยม
“ไหวค่ะ” เมษิตาพยักหน้ารับคำเบาๆ ในขณะที่ยังคงซุกตัวอยู่ในวงแขนของชายหนุ่มราวกับที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ







