แชร์

บทที่ 50

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-27 14:29:59

บทที่ 10

อธินขับรถพาเมษิตาฝ่าความมืดยามราตรีไปบนถนน เส้นเปลี่ยวอย่างช้าๆ ชายหนุ่มเหลือบตามองหญิงสาวที่หลับเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ข้างๆ เป็นระยะ บางจังหวะเหมือนเธอจะละเมอพึมพำอะไรบางอย่างออกมาแต่เขาก็ฟังไม่ถนัด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นอย่างชัดเจนแม้จะอยู่ในความมืดมิดของราตรีกาลนั่นก็คือหยาดน้ำตาของหญิงสาวที่ไหลเป็นริ้วผ่านแก้มนวลแม้ในยามหลับใหล ชายหนุ่มละมือข้างซ้ายจากพวงมาลัยรถแล้วใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาบนแก้มของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา เขาไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าความหม่นเศร้าอันใดที่ครอบคลุมจิตใจเธออยู่ในเวลานี้

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?” อธินถามร่างบอบบางที่หลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ

รถของอธินแล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของรีสอร์ตซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักของเมษิตาพอสมควร ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวที่ขณะนี้ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ

“ตื่นได้แล้วคุณ ถึงแล้ว” อธินปลุกเมษิตาพลางเขย่าตัวเธอเบาๆ

คนถูกปลุกไม่มีวี่แววว่าจะตื่นง่ายๆ อธินจึงก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูด้านที่เธอนั่งอยู่แล้วมุดศีรษะเข้าไปในตัวรถ ด้วยความจำกัดของพื้นที่จึงทำให้ปลายจมูกของเขาแทบจะชนกับพวงแก้มของหญิงสาวเมื่อเขาก้มหน้าเข้าไปภายใน ชายหนุ่มกลั้นหายใจเพื่อระงับความหวั่นไหวอยู่สองวินาทีจากนั้นจึงเอื้อมมือผ่านลำตัวของหญิงสาวเพื่อปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยที่คาดทับเอวบางนั้นอยู่

“ตื่นได้แล้วคุณ ตื่น ตื่นสิ” ชายหนุ่มเรียกแผ่วเบาที่ข้างหูของหญิงสาวแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบงัน

“ถ้าไม่ตื่นผมจะอุ้มไปแล้วนะ จะตื่นมั้ย” อธินกล่าวสำทับกับร่างบอบบางไร้สติตรงหน้า

ไม่ว่าอธินจะทำอย่างไรเมษิตาก็ไม่ตื่น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจช้อนร่างของเธอออกมาจากรถแล้วใช้ไหล่แข็งแรงของตนผลักปิดประตูรถ ‘ตัวเล็กๆ แต่หนักไม่ใช่เล่นแฮะ’

อธินอุ้มเมษิตาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ ภายใต้ราตรีที่มีเพียงแสงของจันทร์เสี้ยวส่องทาง ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าสวยหวานภายใต้เงาจันทร์ของหญิงสาวเป็นระยะ แต่แล้วก็ต้องชะงักเท้าอย่างกะทันหันพลันลมหายใจหยุดนิ่งเมื่อร่างที่หลับใหลในอ้อมอกตวัดเรียวแขนขึ้นโอบรัดรอบคอแล้วซุกหน้าเข้าหาแผ่นอกกว้างของเขาราวกับลูกแมวน้อยที่แสวงหารังนอนอันอบอุ่น

“ถ้าขืนไปทำแบบนี้กับผู้ชายคนอื่น คืนนี้คุณไม่ได้กลับบ้านแน่” อธินบ่นออกมาดังๆ แล้วกลั้นใจก้าวเดินต่อไป

เลยเวลาเที่ยงคืนไปมากแล้วแต่นันทลียังไม่อาจข่มตาหลับลงได้เพราะเป็นห่วงเพื่อนรักที่ออกไปกับชายแปลกหน้าตั้งแต่ตอนเย็น จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่กลับ เธอเป็นกังวลจนอยู่ไม่สุขกดรีโมทเปลี่ยนช่องโทรทัศน์วนไปวนมาอยู่หลายรอบแล้วก็กดปุ่มปิดจากนั้นหันไปคว้าหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ ใกล้มือมาพลิกเปิดดู หากแต่สมาธิก็ไม่ได้อยู่ที่หนังสือในมือเลยแม้แต่น้อย

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นบนระเบียงบังกะโลหลังเล็ก นันทลีจึงรีบโยนหนังสือในมือลงบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งไปแง้มผ้าม่านที่หน้าต่างด้านหน้าเพื่อส่องดูผู้มาเยือนยามวิกาล เธอค่อนข้างมั่นใจว่าเสียงฝีเท้าที่ได้ยินนั้นต้องเป็นการกลับมาของเพื่อนรักหากแต่เธอก็ยังมีสติพอที่จะระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ในสถานที่ต่างถิ่นเช่นนี้

นันทลีตกใจมากเมื่อภาพที่เห็นผ่านช่องผ้าม่านนั้นคือภาพที่อธินกำลังอุ้มร่างที่หลับใหลไม่ได้สติของเมษิตายืนอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงรีบเปิดประตูอย่างไม่รีรอ

“เกิดอะไรขึ้นกับเมคะ!?” นันทลีร้องถามชายหนุ่มตรงหน้าอย่างร้อนรนแล้วก้มลงมองเพื่อนสาวที่หลับตาพริ้มอย่างไม่รู้เรื่องราวในอ้อมอกของชายแปลกหน้า จากนั้นเธอจึงเบนสายตาขึ้นมองเขาอีกครั้งอย่างไม่ไว้วางใจและดูเหมือนผู้ถูกมองจะรู้เท่าทันความคิดของหญิงสาวตรงหน้าได้ดีจึงรีบกล่าวว่า

“ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ล่วงเกินคุณเม” ถึงแม้ว่าคำตอบนั้นจะฟังดูหนักแน่นและจริงจังแต่อธินก็เป็นคนแปลกหน้าเกินกว่าที่เธอจะไว้ใจเขาง่ายๆ

“แล้วตกลงเกิดอะไรขึ้นกับเมกันแน่คะ” นันทลีถามซ้ำคำถามเดิมอีกครั้งเมื่อการถามครั้งแรกไม่ได้รับคำตอบ

“คุณเมเมา” อธินตอบแต่เพียงสั้นๆ ทว่าได้ใจความ

“ฉันบอกแล้วว่าอย่าให้เมดื่มเพราะเมแพ้แอลกอฮอล์” หญิงสาวต่อว่าเขาอย่างลืมตัว

“ผมขอโทษที่ผมดูแลเพื่อนคุณได้ไม่ดีตามที่รับปาก” อธินยอมรับผิดแต่โดยดี

“ผมขอเข้าไปข้างในก่อนได้มั้ยครับ ผมอุ้มคุณเมมาตั้งแต่หน้ารีสอร์ต แขนจะหักอยู่แล้วครับ” ชายหนุ่มพูดพลางกระชับวงแขนที่โอบอุ้มเมษิตาอยู่นั้นให้มั่นคงมากขึ้น

“ค่ะๆๆ”

นันทลีเพิ่งนึกได้ว่าควรให้อธินพาเมษิตาเข้ามานอนในบ้านมากกว่าที่จะให้เขาอุ้มเพื่อนของเธอยืนอยู่หน้าประตูเช่นนี้ ดังนั้นหญิงสาวจึงเปิดประตูออกจนเต็มความกว้างของบานประตูแล้วเดินนำชายหนุ่มไปยังห้องนอน

ชายหนุ่มบรรจงวางร่างไร้สติลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างเบามือที่สุด แล้วขยับตัวไปถอดรองเท้าส้นสูงของเธอออกอย่างไม่นึกรังเกียจ จากนั้นจึงดึงผ้าห่มที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยที่ปลายเตียงมาห่มให้หญิงสาวอย่างเอาใจใส่แล้วมองสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะละสายตาออกจากร่างไร้สตินั้น

“ผมรับรองด้วยเกียรติของลูกผู้ชายว่าผมไม่ได้ล่วงเกินอะไรเพื่อนคุณแม้แต่นิดเดียว” อธินกล่าวทันทีที่หันมาเห็นแววตาไม่ไว้วางใจของนันทลีที่จับจ้องมาที่เขา

“ฉันจะเชื่อคุณสักครั้งก็ได้ค่ะ”

“คุณเมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ ตอนแรกที่เห็นเธอดื่มผมก็ตกใจมากเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าอาการแพ้แอลกอฮอล์ของเธอจะหนักแค่ไหนแต่นี่แค่เมาแล้วหลับ ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มพูดพลางระบายยิ้มอย่างโล่งอกเมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาพาไปร่วมชะตากรรมด้วยไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่เขากังวลแต่แรก

“อาการแพ้แอลกอฮอล์ของเมไม่เหมือนคนอื่นหรอกค่ะ เวลาเมเมาเมจะกลายเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารัก วีนใครไม่เป็น ดูแลตัวเองไม่ได้ ไม่เหมือนเวลาปกติที่เมจะเป็นผู้หญิงแกร่งดูแลตัวเองได้ทุกสถานการณ์ และที่สำคัญที่สุดเมจะหลับไม่รู้เรื่องแบบนี้แหละ แล้วยิ่งวันนี้เมไปกับคนแปลกหน้าอย่างคุณ ฉันก็ยิ่งห่วงมากเป็นพิเศษ”

อธินนึกตามคำพูดของนันทลีซึ่งก็จริงอย่างที่หญิงสาวกล่าวทุกประการเพราะขนาดเขาเองที่มีเจตนาบริสุทธิ์ยังอดที่จะหวั่นไหวไปกับท่าทียามเมามายของเมษิตาไม่ได้เลย

“รู้ว่าตัวเองเป็นแบบนี้แล้วยังจะดื่มอีกนะยัยบ๊องนี่” อธินหันไปบ่นกับร่างที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง

“ปกติเมจะไม่ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เลยนะคะ นอกจากว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้เมเครียดหรือทุกข์หนักจริงๆ เท่านั้น” นันทลีพูดพลางครุ่นคิดว่าเพื่อนรักของเธอไปเจออะไรมา ถึงได้กลับมาในสภาพนี้

“ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณธินมากนะคะที่ดูแลเมอย่างดีและมาส่งในสภาพที่ไม่บุบสลาย”

“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับที่ต้องดูแลคุณเมให้ดีที่สุดในเมื่อผมเป็นคนพาเธอไปนี่ครับ” อธินหันไปมองหญิงสาวที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียงอีกครั้งก่อนจะขอตัวกลับ “ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณจะได้พักผ่อน”

นันทลีเดินมาส่งอธินที่ประตูด้านหน้าชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหยิบสร้อยคอของเมษิตาฝากนันทลีคืนแก่เจ้าของ แต่ก็เปลี่ยนใจ เขาอยากคืนสร้อยเส้นนี้ให้กับเธอด้วยมือของเขาเองมากกว่า

“ปิดประตูสิครับ” ชายหนุ่มกล่าวเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงเปิดประตูค้างไว้

“ก็คุณยังยืนอยู่จะให้ฉันปิดประตูไล่ได้ยังไง” หญิงสาวกล่าวถึงมารยาทที่พึงมี

“คุณปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนผมถึงจะไป ดึกขนาดนี้แล้วถ้ามีใครโผล่มาทำร้ายคุณตอนที่กำลังปิดประตูใครจะมาช่วยคุณได้ทัน เพื่อนคุณเองก็ยังเมาหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในห้องโน่นแน่ะ” อธินกล่าวเตือนอย่างรอบคอบ

นันทลีถอนใจเบาๆ เมื่ออธินกล่าวถึงเมษิตา เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าผู้ชายที่เมษิตาไปด้วยในคืนนี้ไม่ใช่อธิน ป่านนี้เพื่อนรักของเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยพาเมมาส่ง”

“ก็บอกแล้วไงครับว่ามันเป็นหน้าที่ของผม ปิดประตูได้แล้วครับ” อธินกล่าวพลางคลี่ยิ้มบางๆ

หญิงสาวเจ้าบ้านปิดประตูลงกลอนอย่างเรียบร้อยแล้วจึงแอบแง้มผ้าม่านดูและทันได้เห็นหลังของชายหนุ่มแปลกหน้าก้าวเดินลงบันไดไป นันทลีชื่นชมและปลาบปลื้มในความเป็นสุภาพบุรุษของชายผู้นี้เป็นอย่างมาก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status