Home / รักโบราณ / ซ่อนลับ จดหมายรัก / ร่วมงานประลองยุทธ

Share

ร่วมงานประลองยุทธ

Author: zuey
last update publish date: 2026-03-22 20:08:08

ดังนั้นจ้าวหว่านหนิงจึงได้ลั่นปณิธานเอาไว้ว่านางจะต้องเอาชนะใจอวิ๋นชิงเฟิงให้ได้และเขาจะต้องเป็นสามีของนางเพียงคนเดียว

หลังจากที่ทั้งเจ็ดคนกลับมาถึงโรงเตี๊ยมต่างแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตน เสิ่นเยว่กลับมาที่ห้องของนางไม่เห็นเจ้าลู่ลู่ นางจึงเปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้เพราะคิดว่าอีกเดี๋ยวเจ้านกน้อยจะต้องกลับมาที่ห้องนี้แน่

เสิ่นเยว่หลับไปได้สักพักเสียงกุกกักก็ดังขึ้นที่นอกหน้าต่าง ร่างเงาในชุดดำทะยานเข้ามาในห้องของเสิ่นเยว่ เพราะเทียนดับไปแล้วจึงทำให้มองไม่เห็นว่าคนที่เข้ามาเป็นใครแต่รูปร่างที่สูงใหญ่ของเขาทำให้ดูออกว่าจะต้องเป็นบุรุษอย่างแน่นอน

ชายชุดดำเดินตรงมาที่เตียงของเสิ่นเยว่เขาเปิดม่านโปร่งบางออกทำให้มองเห็นใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทชายชุดดำยื่นมือไปที่ลำคอของนางแต่แล้วมือนั้นก็เปลี่ยนทิศทางมาที่ผ้าห่มที่ไหลลื่นหล่นลงมาที่หน้าอกของนางเขายกผ้าห่มขึ้นห่มให้นางอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่านางจะตื่นขึ้นมา แสงจันทร์ในคืนจันทร์เพ็ญส่องลอดเข้ามาที่หน้าต่างทำให้เห็นใบหน้าคมคร้ามที่แสนหล่อเหลาด้านข้างของชายชุดดำ

หลี่เซวียนใช้หลังมือลูบไล้ใบหน้าเนียนที่แสนคิดถึง ความจริงเขาขี่ม้ามาที่เมืองเหยาสุ่ยด้วยทางลัดจึงทำให้มาถึงที่นี่ก่อนรถม้าของเสิ่นเยว่ เขารู้ว่านางจะต้องมาพักที่นี่แน่เพราะตรงข้ามถนนคือโรงเตี๊ยมลี่หลงของเขาเอง

หลี่เซวียนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำการค้าที่เหยาสุ่ยแต่เขาไม่เคยออกหน้ามาที่นี่เอง เรื่องของคนที่มาทำการค้าที่เมืองเหยาสุ่ยเขานั้นรู้ดีว่ามีใครบ้าง

“เจ้าไม่มีวันหนีข้าพ้นหรอกเสิ่นเยว่ข้าจะทำอย่างไรกับเด็กดื้อที่เอาแต่ใจดีนะ”

หลี่เซวียนมองใบหน้าเล็กด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เสิ่นเยว่นอนพลิกไปมาท่าทางกระสับกระส่ายทั้งที่ยังหลับอยู่ เหมือนจะรู้ชะตากรรมของตนเองว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

วันงานประลองยุทธได้มาถึงเสิ่นเยว่พี่ชายทั้งห้าของนางและอวิ๋นชิงเฟิงนั่งรถม้าไปที่หุบเขาม่านหมอก ที่ด้านหน้าทางขึ้นเขามีรถม้าจอดเรียงรายอยู่มากมาย ทุกคนที่มาที่นี่ต่างต้องลงจากรถม้าและเดินขึ้นเขานั่นเป็นกฎ เสิ่นเยว่และพี่น้องของนางก็ต้องทำเช่นนั้นเหมือนกัน

“คนที่ให้ความสนใจในการประลองมีมากเหมือนกันนะเจ้าคะ”

อวิ๋นชิงเฟิงหันมายิ้มให้เสิ่นเยว่

 

“ถูกต้องแล้วแต่ถ้าหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าคนที่มาชมการประลองในวันนี้เป็นพวกที่มาจากราชสำนักเป็นส่วนใหญ่”

เสิ่นเยว่มองตามสายตาของอวิ๋นชิงเฟิงเป็นอย่างที่ลูกพี่ลูกน้องของนางพูด มีหลายคนที่แต่งตัวเหมือนพ่อค้าแต่กลับดูมีอำนาจแผ่กระจายออกมากดข่มผู้คน

“ทำไมถึงมีคนที่มาจากราชสำนักเล่าเจ้าคะข้านึกว่านี่เป็นเรื่องของยุทธภพเสียอีก”

เสิ่นเยว่และพวกพี่ชายของนางยืนมองเหล่าคนที่เดินขึ้นเขาไปหลายกลุ่ม บางกลุ่มก็ทำท่าทักทายกันเหมือนกับรู้จักกันมาก่อนบางกลุ่มก็เดินเชิดหน้าขึ้นเขาไปอย่างเย่อหยิ่งเหมือนกับไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา

อวิ๋นชิงเฟิงละสายตาจากพวกเขาแล้วหันมาตอบคำถามให้เสิ่นเยว่

“ก็เพราะว่าถึงราชสำนักบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของยุทธภพแต่เมื่อใดที่ต้องการคนทำงานสกปรกให้ก็ต้องจ้างคนนอกติดต่อสำนักที่มีคนฝีมือดีให้มาทำงานให้อย่างไรเล่า ถึงปากจะพูดว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกันแต่ถ้าเป็นเรื่องของอำนาจทั้งสองอย่างก็ยังเกี่ยวพันกันอยู่ดี”

เสิ่นเยว่พยักหน้าเข้าใจ

“เช่นนั้นที่หุบเขาแสงจันทร์ก็รับงานจากราชสำนักเช่นกันหรือเจ้าคะ”

อวิ๋นชิงเฟิงส่ายหัว

“ท่านปู่สั่งเอาไว้เด็ดขาดสำนักมังกรผงาดไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักห้ามรับงานถ้าใครกล้าฝ่าฝืนจะต้องถูกทำลายยวรยุทธและขับไล่ออกจากสำนักทันที”

เสิ่นเยว่ฟังอวิ๋นชิงเฟิงเล่าเรื่องเกี่ยวกับราชสำนักและสำนักต่างๆ ในยุทธภพอย่างเพลิดเพลิน

“สายมากแล้วพวกเรารีบไปกันเถอะ”

เสิ่นเจี้ยนหมิงชวนทุกคนขึ้นเขาเมื่อเห็นว่าคนที่เดินทางมาเริ่มบางตาลงแล้ว มีหลายสำนักที่มาถึงก่อนและขึ้นเขาไปแล้วและมีหลายสำนักที่พึ่งมาถึงเช่นกันและยังมีชาวเมืองที่มาจากเมืองอื่นเดินทางมาที่นี่เพื่อชมการประลองยุทธ

โดยปกติแล้วหุบเขาม่านหมอกไม่เปิดให้บุคคลธรรมดาเข้ามาได้นอกจากจะเป็นลูกศิษย์ของสำนักเลี่ยงหวงหรือคนที่มีป้ายหยกผ่านทางของสำนักเลี่ยงหวงเท่านั้น

ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นคนที่มาติดต่อการค้ากับหุบเขาม่านหมอกหรือคนสนิทของเจ้าสำนัก

เสิ่นเยว่เดินชมธรรมชาติของหุบเขาม่านหมอกที่มีหมอกหนาแน่นสมชื่อของมัน นางเดินไปด้วยสายตาก็เอาแต่มองไปรอบๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น

“มองไม่ค่อยเห็นด้านหน้าเลยนะเจ้าคะ”

“ที่นี่มีหมอกหนาแน่นตลอดทั้งปีจึงได้ชื่อว่าหุบเขาม่านหมอกอย่างไรเล่า”

อวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำหน้าที่ผู้นำทางให้เสิ่นเยว่และเหล่าพี่ชายของนางที่พึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก

“งดงามสมชื่อจริงๆ ข้าไม่เคยรู้เลยว่ามีสถานที่เช่นนี้อยู่ด้วย”

ตลอดทางพบผู้คนที่กำลังเดินขึ้นเขาประปราย เสิ่นเยว่หันไปมองด้านหลังเพราะรู้สึกเหมือนกำลังมีใครมองนางอยู่ นางหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

“หรือว่าข้าจะคิดไปเอง”

เสิ่นเยว่หยุดเดินและพึมพำกับตนเอง เหล่าพี่ชายของนางเห็นว่าเสิ่นเยว่เดินช้าลงจึงหันไปมอง

“มีอะไรหรือ”

เสิ่นเจี้ยนชิงพี่รองของนางหันมาถามเสิ่นเยว่เบาๆ

“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะเราเดินต่อเถอะ”

เสิ่นเยว่ดันหลังพวกเขาให้เดินต่อ หลี่เซวียนที่ตามาตลอดทางดีดก้อนหินใส่จ้าวหว่านหนิงที่แอบอยู่บนต้นไม้จนตกลงมา เพราะเขารู้สึกว่าสายตาของนางมุ่งร้ายมาที่เสิ่นเยว่

“ใครกล้าบังอาจลอบทำร้ายข้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ”

ไร้การเคลื่อนไหวนางมองไปรอบๆ เห็นเพียงคนที่กำลังเดินขึ้นเขาอยู่ไกลๆ จ้าวหว่านหนิงลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหเพราะนางไม่สามารถหาคนที่ทำร้ายตนเองได้

เสิ่นเยว่และพี่ชายของนางไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับจ้าวหว่านหนิงพวกเขาเดินมาถึงลานประลองที่ทำเวทีประลองขนาดใหญ่เอาไว้ถึงห้าแห่ง รอบๆ บริเวณนั้นยังจัดที่นั่งแยกเอาไว้ให้แต่ละสำนักและยังมีที่นั่งสำหรับบุคคลสำคัญที่มาเยี่ยมชมการประลองอีกด้วย

สถานที่ใหญ่โตที่สำนักเลี่ยงหวงจัดเอาไว้ดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อผู้คนมากมายหลั่งไหล่เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

“ที่นั่งของพวกเราอยู่ตรงไหนหรือเจ้าคะ”

เสิ่นเยว่เขย่งตัวขึ้นมองหาป้ายชื่อของสำนักมังกรผงาดและในตอนนั้นเองจ้าวเหมิ่งอี้ก็เดินเข้ามาทักทายเสิ่นเยว่และเหล่าพี่น้องของนาง

“ยินดีต้องรับลูกศิษย์สำนักมังกรผงาดทุกท่าน”

จ้าวเหมิ่งอี้ในชุดสีแดงเดินเข้ามาหาพวกเขาที่กำลังมองหาที่นั่งท่ามกลางฝูงชน ถึงจะมีคนมากมายเช่นนี้แต่พวกเขาก็ยังคงดูโดดเด่นสะดุดตาเพราะรูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าที่หล่อเหลาของพวกเขา

“นายน้อยจ้าว”

อวิ๋นชิงเฟิงพยักหน้าให้เขาจ้าวเหมิ่งอี้ทำท่าคารวะอวิ๋นชิงเฟิงแต่สายตาของเขากลับมองไปที่เสิ่นเยว่เท่านั้น

เสียง ตุ๊บ!! ดังขึ้นและตามด้วยเสียงร้อง โอ๊ย!!! ของจ้าวเหมิ่งอี้ จากนั้นหน้าผากของเขาก็บวมปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใครบางคนที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ซัดก้อนหินใส่เขาเพราะหมั่นไส้สายตาที่เขาใช้มองเสิ่นเยว่

“ใครกล้าบังอาจลอบทำร้ายข้า”

จ้าวเหมิ่งอี้ยกมือกุมหน้าผากที่บวมปูดทั้งยังตวาดเสียงดังก้อง คนมากมายที่กำลังคุยกันอยู่ต่างหยุดเงียบพร้อมกันแล้วหันมามองที่จ้าวเหมิ่งอี้เป็นตาเดียว

“กล้าลอบทำร้ายข้าแต่ไม่กล้าออกมายอมรับ ที่นี่เป็นงานชุมนุมประลองยุทธทำตัวมีศักดิ์ศรีหน่อยเจ้าเป็นคนของสำนักใดถึงได้ขี้ขลาดลอบกัดลับหลังเช่นนี้”

พวกเขาต่างหันมองหน้ากันไปมาเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จ้าวเหมิ่งอี้ใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปบนลานประลองที่อยู่ไม่ไกลนัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   บทส่งท้าย พร้อมหน้าครอบครัว

    ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   สองผู้เฒ่า

    เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   คืนดี

    หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   ตีหน้าเศร้า

    เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   นางจากไปแล้ว

    เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   นางต้องการสิ่งใดอีก

    ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   เหตุใดเจ้าอยู่ที่นี่

    ใบหน้าของคนทั้งสี่แข็งค้างไปทันที ดูเหมือนหลี่เซวียนจะเดาเรื่องทั้งหมดได้ถูกต้อง เสิ่นเยว่ที่ไม่เข้าใจหันมองคนนั้นทีคนนี้ที“รู้เรื่องอะไรหรือ”นางหันไปถามหลี่เซวียน หลี่เซวียนลูบผมที่นุ่มสลวยของนางอย่างรักใคร่“ความลับถ้าเจ้าอยากรู้คืนนี้ข้าจะเล่าให้ฟังบนเตียง”หลี่เซวียนกระซิบข้างหูของเสิ่นเยว่เบ

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   งานแต่งงานที่ไม่เต็มใจ

    หลี่เซวียนอธิบายเสียงอ่อยเขากลัวว่านางจะไม่เชื่อจึงถอดเสื้อออกให้นางดู แผ่นหลังของเขามีรอยแผลเป็นสีชมพูเป็นทางยาวจากด้านบนขวาลากยาวไปจนถึงด้านล่างซ้าย เสิ่นเยว่ลูบมันอย่างแผ่วเบา“ยังเจ็บอยู่หรือไม่”เสิ่นเยว่ถามเสียงเบาเหมือนกลัวว่าเสียงของนางจะกระทบทำให้แผลของเขาปริแตก“ไม่เจ็บแล้วนี่เป็นแผลที่เก

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   คำอธิบาย

    เสิ่นเยว่เกือบจะถึงจุดสุดยอดหลี่เซวียนก็แกล้งหยุดเพื่อให้นางร้องขอให้เขาช่วยนาง เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนเสิ่นเยว่แทบจะทนไม่ไหว“หลี่เซวียนได้โปรดช่วยปลดปล่อยข้าที”เสียงแหบแห้งที่ครางกระเส่าทำให้หลี่เซวียนเกือบจะทนไม่ไหว เขาอยากจะสอดใส่เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของนาง แต่นี่เป็นครั้งแรกของเสิ่นเยว่

  • ซ่อนลับ จดหมายรัก   เจ้าอยากถูกข้าทำโทษเช่นไร

    เสิ่นเยว่หันไปมองตามนิ้วของจ้าวหว่านหนิงพวกเขาต่างหันไปมองอวิ๋นชิงเฟิงเป็นตาเดียวอวิ๋นชิงเฟิงถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“คุณหนู้จ้าวเจ้าคงจะเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่างเยว่เอ๋อนางเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าและนางแต่งงานแล้ว กับ......”อวิ๋นชิงเฟิงชี้ไปที่หลี่เซวียน คราวนี้สายตาทั้งหมดหันมารวมกันที่หลี่เซวียน จ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status