ANMELDENแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาเข้ามาภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ กลิ่นหอมจางๆของดอกมะลิที่วางอยู่ข้างเตียงผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดของเจ้าของห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเงียบสงบอย่างประหลาด
แสนรักขยับตัวเล็กน้อยใต้ผ้าห่มผืนหนา เธอลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองกำลังถูกโอบกอดด้วยอ้อมแขนแกร่งของตะวัน เขายังคงหลับสนิท ใบหน้ายามหลับของเขาดูละมุนละไมผิดกับภาพลักษณ์ที่ใครต่อใครเคยเห็น ดวงตากลมมองสำรวจใบหน้าคมเข้มนั้นเงียบๆ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเขาเบาๆ
"แอบมองพี่ตอนหลับเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวดังขึ้นทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ลืมตา ตะวันกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแสนรักแนบชิดกับอกกว้างของเขา
"พี่ตะวันตื่นนานแล้วเหรอคะ? แสนรักนึกว่ายังหลับอยู่" แสนรักหน้าร้อนผ่าว พยายามจะบิดตัวออกจากอ้อมกอดแต่ก็ไม่เป็นผล
"เพิ่งตื่นตอนที่มีคนแอบลูบหน้าพี่นี่แหละ" ตะวันลืมตาขึ้น ประกายตาของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขาฝังจมูกลงบนแก้มนุ่มของคนน้องฟอดใหญ่ "มอนิ่งคิส"
"พี่ตะวัน! พอเลยค่ะ เดี๋ยวใครก็มาเห็นหรอก"
"นี่บ้านพี่ ใครจะกล้าว่าอะไร" เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะยอมคลายอ้อมกอดออก
"วันนี้พี่ต้องออกไปทำธุระข้างนอกกับไอ้องศากับไอ้สกายนะ อาจจะกลับค่ำหน่อย แสนรักอยู่บ้านคนเดียวได้ใช่ไหม?" แสนรักรีบส่ายหน้าทันที ใจหนึ่งก็แอบโล่งอกเพราะแผนการที่เตรียมไว้จะได้เริ่มเสียที
"ได้สิคะ เห็นพี่ดารินบอกว่าจะมาหาแสนรักที่นี่ด้วย พี่ตะวันไปทำธุระเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงแสนรักนะคะ" ตะวันมองหน้าหญิงสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมแล้วจะหันมาส่งยิ้มให้เธออีกครั้ง ยิ้มที่แสนรักรู้ดีว่าวันนี้มันพิเศษกว่าวันไหนๆ เธออดใจรอที่จะเตรียมวันพิเศษนี้ให้เขาไม่ไหวแล้ว
หลังจากตะวันขับรถออกไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำเรื่องที่เพื่อนรักสองคนอย่างองศาและสกายโทรจิกเขาแต่เช้า รถสปอร์ตสีดำยังไม่ทันพ้นรั้วคฤหาสน์ดี รถเก๋งคันกะทัดรัดของดารินก็แล่นสวนเข้ามาทันที
"มาแล้วจ้า! หน่วยสนับสนุนความรักมาถึงแล้ว!" ดารินก้าวลงจากรถพร้อมถุงของพะรุงพะรัง ทั้งลูกโป่ง สายรุ้ง และอุปกรณ์เบเกอรี่
"พี่ดาริน เบาๆ สิคะ เดี๋ยวพี่ตะวันได้ยินเข้า" แสนรักรีบวิ่งไปช่วยรับของ
"โอ๊ย ป่านนี้ไอ้พวกสองคนนั้นคงพาตะวันไปวนรอบกรุงเทพแล้วล่ะ แผนเราคือจัดบ้านให้เสร็จก่อนหกโมงเย็น เห็นตะวันเคยเล่าว่าแสนรักทำเค้กเป็นใช่ไหม?"
"แสนรักพอทำได้ค่ะ เตรียมสูตรที่คุณแม่เคยสอนไว้แล้ว" แสนรักตอบอย่างมั่นใจ ก่อนทั้งสองสาวจะเริ่มปฏิบัติการ "เปลี่ยนคฤหาสน์มาเฟียให้กลายเป็นวิมานรัก" ทันที ดารินรับหน้าที่คุมให้แมนและลูกน้องของตะวันที่เหลืออยู่คนอื่นๆปีนบันไดติดไฟกระพริบสีวอร์มไวท์ไปตามเสาหินอ่อน ส่วนแสนรักเข้าไปในห้องครัวขนาดใหญ่เพื่อรังสรรค์เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม ของโปรดที่เธอจำได้ว่าตะวันชอบกินมากตอน
ในขณะเดียวกัน ณ ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง...ตะวันยืนกอดอก มองดูองศากับสกายที่เดินวนไปวนมาในร้านนาฬิกาหรูมาเกือบชั่วโมงแล้ว
"องศา มึงช่วยเลือกให้มันเร็วกว่านี้ได้ไหม? ธุระของพวกมึงคือมาดูนาฬิกาเนี่ยนะ? กูมีงานต้องทำที่นะเว้ย"
"เอาน่าไอ้ตะวัน วันนี้วันดี อากาศแจ่มใส มึงจะรีบไปทำไมวะ" องศาชายพยายามเอ่ยเพื่อยื้อเวลา เขาแอบหยิบมือถือขึ้นมาดูไลน์กลุ่มที่มีดารินคอยรายงานสถานการณ์ 'เค้กเข้าเตาอบแล้ว อย่าเพิ่งให้ตะวันกลับ!'
"เออใช่ ไอ้ตะวัน ดูเรือนนี้ดิ สายหนังจระเข้ เหมาะกับบุคลิกมาเฟียหลงเมียอย่างพี่มากเลยนะ" สกายพูดเสริมทัพ พลางยัดเยียดนาฬิกาใส่มือตะวัน
"พวกมึงเป็นอะไรกันแน่เนี่ย ปกตินัดกันสิบโมง พวกมึงมาเที่ยง วันนี้มาเคาะบ้านกูตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า แล้วนี่ยังพาเดินวนจนกูจะจำหน้าพนักงานได้ทุกคนแล้วนะ" ตะวันขมวดคิ้ว สัญชาตญาณของคนอย่างเขามันกำลังบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาหรี่ตามองเพื่อนสองคนที่ยังคงทำตัวเป็นพิรุธไม่เลิก
"ก็... ก็แบบว่า อยากใช้เวลากับเพื่อนไงวะ เอ้อ! สกาย มึงหิวข้าวยัง? กูว่าเราไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารแถวริมน้ำไหม? ที่นั่นวิวสวยนะ... รถติดดีด้วย"องศาเหงื่อตกทั้งรีบหาวิธีบ่ายเบี่ยง จนตะวันต้องมองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตาจับผิด
"พวกมึงมีความลับอะไรกับกูหรือเปล่า?"
"ปะ... เปล่า! ความลับอะไร ไม่มี๊! ไปเหอะ ไปกินข้าวกัน กะ กูเลี้ยงเอง!"" สกายเสียงสูงลิบจนเกือบหลุดหัวเราะ ตะวันส่ายหัวอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน คนอย่างสกายอาสาจะเลี้ยงข้าวนี้มันผิดวิสัยจนไม่สามารถเอาอะไรมาหัล้างความผิดปกตินี้ได้แล้ว
ทางด้านคฤหาสน์...
"แสนรัก! แสนรัก! แย่แล้ว! องศาส่งข้อความมาบอกว่าตะวันเริ่มสงสัยแล้ว กำลังจะพากันไปกินข้าวริมน้ำ ซึ่งมันต้องผ่านทางเข้าหมู่บ้านเรา!" ดารินวิ่งหน้าตั้งลงมาจากชั้นสอง น้ำเสียงที่ดารินพูดนั้นแสนกังวล
"อ้าว แล้วจะทำยังไงดีคะ? แสนรักยังแต่งหน้าเค้กไม่เสร็จเลย ไฟตรงโน้นก็ยังไม่ได้ติด" แสนรักลนลานอย่างหนัก ทั้งมือทั้งหน้าตาเธอยังคงเปื้อนแป้งเค้กอยู่
"ใจเย็นๆ เดี๋ยวพี่โทรหาสกายก่อน" ดารินกดโทรศัพท์สปีกเกอร์โฟนทันที
(เสียงจากปลายสาย): "ฮัลโหล ริน! ไอ้ตะวันแม่งจะกลับท่าเดียวเลยเนี่ย บอกว่าลืมเอกสารสำคัญไว้ที่ห้องทำงาน!"
"สกาย! นายทำยังไงก็ได้ ห้ามพากลับมาตอนนี้! แกล้งทำกุญแจรถหาย หรือแกล้งรถเสียกลางถนนเลยก็ได้ เร็ว!" ดารินสั่งการอย่างเด็ดขาดแต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนปิดไม่มิด
"เอกสารอะไร พี่ตะวันไม่มีเอกสารทิ้งไว้หรอก พี่ตะวันแค่จะหาเรื่องกลับมาแน่ๆเลย หรือว่าจะสงสัยแล้วคะ?" แสนรักวิเคราะห์สถานการณ์พลางรีบปาดครีมลงบนเค้กอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สองสาวกำลังวุ่นวาย เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว
"แย่แล้ว มาแล้ว! แสนรัก! วิ่งไปปิดม่านเร็ว! อย่าให้เห็นแสงไฟข้างใน!"
แสนรักทิ้งที่ปาดครีมแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างหน้าบ้าน เธอเห็นรถสปอร์ตสีดำจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตู ตะวันกำลังก้าวลงจากรถด้วยท่าทางหงุดหงิด โดยมีองศากับสกายวิ่งตามลงมาดึงแขนเขาไว้คนละข้าง
"ตะวัน! ฟังกูก่อน คือรถกูยางแบนจริงๆนะมึง ดูดิ!" สกายพยายามชี้ไปที่ล้อรถตัวเองที่จริงๆ ก็ปกติดีทุกอย่าง
"ยางแบนพ่อมึงดิสกาย! มึงเพิ่งขับมาจอดเนี่ยนะแบน ถอยไป! กูจะเข้าไปเอาของในบ้าน แป๊บเดียว!" ! เสียงตะวันตะโกนลอดเข้ามาถึงข้างใน จนแสนักกับดารินต้องกุมมือกันแน่นอย่างภาวนาไม่ให้อีกคนเข้ามาตอนนี้
"ไม่ได้! คือ... คือในบ้านมี... แสนรักบอกว่ามีคนมาพ่นยากำจัดปลวกอยู่! เออใช่! พ่นยากันยุงกับปลวก แสนรักสั่งมาเมื่อเช้า มึงเข้าไปตอนนี้ปอดพังแน่!" องศาแถจนสีข้างถลอกจนตะวันชะงักชะงักมอง
"แสนรักสั่งเหรอ? ทำไมน้องไม่เห็นบอกกู"
"ก็น้องมันอยากเซอร์ไพรส์... เอ้ย! ไม่ใช่ อยากให้บ้านมึงสะอาดไง" องศารีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ตะวันมองหน้าเพื่อนทั้งสองอย่างพิจารณา
“แล้วถ้ามีฉีดยา แสนรักกับรินจะไปอยู่ไหน?”
“ออกไปข้างนอก รินส่งข้อความมาบอกกูว่าพาน้องไปซื้อชาไข่มุก แต่มึงไม่ต้องห่วง ลูกน้องมึงไปด้วยุกคนเลย ดูดิ ไม่มีใคร” สกายรีบเอ่ยบอกทันที ตามกรอบหน้ามีเหงื่อชื้นเต็มปหมดอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
"พวกมึงทำตัวมีพิรุธมากนะ... แต่ช่างเถอะ ถ้าแสนรักสั่งพ่นยาจริงๆ กูจะไปรอที่ร้านอาหารกลับพวกมึงก่อนก็ได้" เขายอมกลับขึ้นรถไปในที่สุด ท่ามกลางความโล่งอกขององศากับสกายที่ยืนปาดเหงื่ออยู่หน้าบ้าน ภายในบ้านแสนรักกับดารินทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมอย่างหมดแรง
"เกือบหัวใจวายตายแล้วค่ะพี่ดาริน พี่ตะวันนี่หลอกยากจริงๆ นะคะ" แสนรักหอบหายใจเบาๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
"ก็ใช่สิ ตะวันน่ะฉลาดจะตาย แต่เวลาเป็นเรื่องของน้องแสนรักทีไร เหมือนสมองจะสั่งการช้าลงไปครึ่งนึงทุกที" ดารินยิ้มพลางตบไหล่แสนรัก
"เอาล่ะ เหลือเวลาอีกแค่สองชั่วโมง เรามาเนรมิตที่นี่ให้เป็นสวรรค์ของตะวันกันเถอะ" ทั้งสองสาวกลับมาลุยงานต่ออย่างตั้งใจ แสนรักบรรจงเขียนข้อความลงบนหน้าเค้กด้วยช็อกโกแลตลาวาอย่างประณีต
"Happy Birthday
พี่ตะวัน... ขอบคุณที่เป็นแสงสว่างในวันที่มืดมนที่สุดของแสนรักนะคะ"
เธอมองข้อความนั้นด้วยรอยยิ้มหวานซึ้ง ในใจเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน ความเจ็บปวดจากอาทิตย์ในอดีตถูกลบเลือนไปจนเกือบหายดี เหลือเพียงความอบอุ่นจากผู้ชายที่ชื่อ "ตะวัน" คนที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







