LOGINประตูปิดลง หญิงสาวยืนนิ่งกัดฟันแน่น ก่อนทรุดกายลงบนเตียง น้ำตาเอ่อล้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ทำไมเธอต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้ด้วย ทำไมเจ้าสาวถึงไม่ใช่พี่เรศให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสีย
ธัชพลก้าวออกมานอกห้อง ในขณะที่ชุดของตนเองยังไม่ได้เปลี่ยน เขากลับมายังห้องนอนตนเอง แล้วถอดมันออก ก่อนเดินไปยังอีกห้องแล้วหยุดยืนระบายลมหายใจ ยกมือเคาะแผ่วเบา
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามาได้!” เสียงด้านในตะโกนออกมา
เขาแง้มประตูเดินเข้าข้างใน เห็นบิดานั่งดูรายการโทรทัศน์อยู่ในห้อง ธเนศมองบุตรชายคิ้วขมวดเมื่อเห็นว่าวันนี้เพิ่งแต่งงานแต่กลับออกจากห้องหอ แล้วมายืนต่อหน้าเขา
“ออกมาจากห้องทำไมธัช” คนเป็นพ่อเอ่ยถาม
“ผมทำตามสัญญาแล้ว ผมต้องการให้พ่อรักษาสัญญากับผมด้วยเช่นกัน”
ธเนศชะงัก แล้วช้อนสายตามองบุตรชาย
“ฉันทำตามสัญญาแน่ แต่แกไม่คิดจะดูแลเจ้าสาวเลยหรือไง!”
“นอกเหนือจากการแต่งงานจดทะเบียนกับพิมพ์จันทร์แล้ว เรื่องอื่นไม่ได้อยู่ในสัญญาของพ่อกับผม”
ธเนศกำมือแน่น พยายามข่มอารมณ์ตนเอง อย่างไรเสียตอนนี้พิมพ์จันทร์ก็กลายเป็นสะใภ้ของตระกูลแล้ว ต่อให้ไอ้ลูกตัวดีมันไม่ทำหน้าที่คงไม่เป็นไร เพราะถึงอย่างไรทางพิมพ์จันทร์เองก็คงไม่ต้องการ
“ก็ได้”
ชายชราลุกเดินไปยังโต๊ะหัวเตียง แล้วหยิบกุญแจไขลิ้นชัก ดึงซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา แล้วยื่นมันให้ลูก ธัชพลรับมา
“ขอบคุณที่พ่อรักษาสัญญา”
“กลับไปที่ห้องหอของแกได้แล้ว”
เขายืนนิ่ง “ผมจะไม่กลับไป เพราะผมกำลังจะเดินทาง”
ธเนศกระตุกมุมปากชักสีหน้าไม่พอใจ
“เดินทางบ้าบออะไร!”
“พ่อได้พิมพ์จันทร์เป็นสะใภ้อย่างที่พ่อต้องการแล้ว ผมหมดหน้าที่ที่พ่อให้ผมทำ จากนี้ผมจะขอใช้ชีวิตด้วยตัวผมเอง” เขาบอกเสียงเบา
“แกจะไปที่ไหน แล้วงานที่บริษัทเล่า!”
“พ่อมีสะใภ้คนโปรดคอยช่วยแล้วนี่ครับ” เขาย้อนน้ำเสียงขมขื่น
“ก็ได้ ตามใจแก อยากทำอะไรก็เชิญ!”
ชายหนุ่มเก็บความปวดร้าวไว้ในอก กลั้นใจเดินออกมา เขาไมได้อยากทิ้งบิดาแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่อาจทนอยู่ร่วมบ้านกับผู้หญิงอย่างพิมพ์จันทร์ สู้จากไปเสียดีกว่า
ร่างบางยืนริมหน้าต่าง เห็นบ่าวไพร่กำลังขนกระเป๋าหลายใบใส่ท้ายรถ เธอระบายลมหายใจออกมา รู้สึกเหมือนตนเองถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่แบบนี้มันก็ดีแล้ว เพราะเธอจะได้ไม่รู้สึกผิดต่อพี่สาวตัวเอง
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูแผ่วเบา เจ้าของห้องมาเปิด สาวใช้ยืนอยู่ด้านหน้าท่าทางนอบน้อม
“คุณท่านให้คุณไปพบค่ะ”
“ค่ะ” พิมพ์จันทร์รับคำ
หญิงสาวก้าวออกมาจากห้องแล้วปิดประตู เดินตามสาวใช้ไปยังห้องรับแขกด้านล่าง เห็นบิดาสามีรออยู่ตรงนั้น เขายิ้มให้แล้วผายมือเชิญ
“นั่งก่อนสิหนูพิมพ์”
“ค่ะ” เธอรับคำ แล้วหย่อนกายลงบนโซฟาตัวยาว ตรงข้ามกับเจ้าของมัน
ธเนศลอบสังเกตสีหน้า ท่าทาง และกิริยาของสะใภ้ เขารู้ดีพิมพ์จันทร์ไม่เคยต้องการแต่งงาน แต่เธอคือความหวังเดียวของเขาในตอนนี้ ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งสะใภ้ เท่ากับพิมพ์จันทร์อีกแล้ว
“พอดีฉันมีเรื่องอยากคุยกับหนูนิดหน่อย”
“คุณอาว่ามาได้เลยค่ะ”
ธเนศชะงักเล็กน้อย แล้วยิ้มอ่อนโยน
“เรียกฉันว่าพ่อเถอะนะ เพราะหนูคือสะใภ้ของที่นี่”
แม้ใจไม่อยากทำตาม แต่เธอรู้ดีว่าควรตามน้ำไป ไม่อยากให้เกิดปัญหา
“ค่ะคุณพ่อ”
คนถูกเรียกยิ้มกว้างสีหน้ายินดี แล้วระบายลมหายใจ
“หนูรู้แล้วใช่ไหมว่าธัชไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
“ทราบแล้วค่ะ” พิมพ์จันทร์ตอบไปตามตรง
“แล้วหนูคิดยังไง”
คนถูกถามนิ่งไป “พิมพ์ไม่มีความเห็นค่ะ ไม่ว่าคุณธัชจะตัดสินใจอย่างไร พิมพ์เคารพการตัดสินใจของเขา”
ชายชราแววตาหม่นลง ทำให้พิมพ์จันทร์รู้สึกเห็นใจขึ้นมา เธอเข้าใจความรู้สึกการถูกทอดทิ้งดี
“ฉันขอแค่ห้าปี ทนอยู่ในฐานะสะใภ้ของที่นี่ได้ไหม แล้วถ้าหนูอยากเป็นอิสระฉันจะให้”
หญิงสาวช้อนสายตามอง ราวกับคนตรงหน้ารับรู้ความรู้สึกของเธอได้
“พิมพ์ขอถามได้ไหมคะ”
“ได้สิ”
“ทำไมต้องเป็นพิมพ์คะ ผู้หญิงมากมาย ทำไมต้องเป็นพิมพ์ที่ต้องแต่งงานกับคุณธัช!” เธอถามน้ำเสียงสั่นเครือ
“เพราะไม่มีใคร ทำสิ่งที่ฉันหวังได้น่ะสิ”
“คุณพ่อหวังอะไรคะ!”
“หวังให้บริษัทกลับมามั่นคงเหมือนเดิม พ่อจำเป็นต้องให้หนูช่วย!” เขาโพลงออกมาทันที
คนฟังชะงัก จ้องมองด้วยความไม่เข้าใจ
“บริษัทของคุณพ่อก็มั่นคงดีไม่ใช่เหรอคะ”
สีหน้าชายชราเครียดขึ้น มั่นคงมันก็ใช่ แต่อีกไม่นานมันจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะถูกคู่แข่งแซงหน้าไปมาก ลูกชายก็มัวแต่ยุ่งเรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยรับรู้สนใจอะไรสักเท่าไหร่ ทำงานไปวันๆ แล้วก็กลับไปกกดาราอย่างพรรณเรศ ทำเอาเขาปวดหัวไม่เว้นวัน
“ในตอนนี้น่ะใช่ แต่ต่อไปพ่อไม่แน่ใจ”
“พิมพ์ไม่เข้าใจเลยค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเครียด
ชายชราถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ตอนนี้ธัชไม่อยู่แล้ว ตำแหน่งผู้บริหารว่างลง พ่อเองก็คงบริหารที่นี่ได้อีกไม่นาน”
คำนี้ทำเอาคนฟังรู้สึกโหวงชอบกล
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ”
เที่ยงคืนพิมพ์จันทร์ทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนเดินเข้าสู่ด้านในที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟด้านนอกส่องสว่าง เธอมาหยุดยืนหน้าห้องตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าข้างใน วางกระเป๋า เปิดไฟ แล้วปลดกระดุมเสื้อด้วยความเหนื่อยอ่อน สาบเสื้อแยกออกจากกัน ร่างบางหันมาทางเตียงกว้างดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง“คุณธัช!” เธอร้องลั่น รีบดึงสาบเสื้อปกปิดร่างกายตนเองเขายิ้มเย็น แล้วเลิ่กคิ้วมองคนตรงหน้า“ทำไมกลับดึก!”“คุณเข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ!” หญิงสาวร้อง สีหน้าซีดเผือด“ผัวเข้าห้องเมียผิดตรงไหน ความจริงเราต้องนอนด้วยกัน ด้วยซ้ำไป” เขาย้อนเจ้าของห้องหวั่นวิตก เธอพยายามรักษาระยะห่าง มือบางกำสาบเสื้อไว้แน่น อย่างไรเสียต้องเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้เสียก่อน“ฉันขอร้องคุณดีๆ คุณธัช ฉันไม่เคยต้องการสร้างปัญหาให้คุณ ต่อให้คุณจะเกลียดฉันแค่ไหน คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้!”เขายิ้มเย็น แล้วหัวเราะในลำคอ“ผมทำอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยพิมพ์!”คนฟังกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด เพราะกลัวจะถูกลวนลามเหมือนที่ผ่านมา“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้ามาทำไม ต้องการอะไร!”เขาชะงัก แล้วครุ่นคิด“ผมมีเรื่องอยาก
เขาโน้มกายเข้าหาบดเบียดร่างกับช่วงขาเรียว คนถูกกระทำดวงตาเบิกกว้าง“ปล่อยฉันนะได้ยินไหม ที่นี่มันบริษัทคุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมพ์จันทร์เริ่มกรีดร้อง“ร้องไปเลย ให้คนอื่นเข้ามาเห็นเรา เพราะผมไม่ได้รู้สึกอายเลย!” เขาเข่นเขี้ยว แล้วยิ้มเยาะ เธอรับรู้ในทันทีว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องดีแน่คนสวยเก็บความคับแค้นไว้ในอก ครุ่นคิดว่าตนเองควรเอาตัวรอดอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ไม่ทันได้ตั้งสติ ร่างกายเธอกลับถูกบดเบียดมากขึ้น จนนอนราบไปบนโต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลจญ์ไม่คุ้นเคยลอยแตะจมูก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง“ฉันบอกให้คุณหยุดไม่ได้ยินหรือไงคุณธัช หรือคุณจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยรักพี่สาวฉันมากแค่ไหน!” เมื่อหมดหนทาง เธอเลยเลือกรื้อฟื้นความหลัง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ฉุกคิดคนฟังขบกรามกัดฟันกรอด จ้องมองแววตาวาวโรจน์“เธอไม่ควรพูดเรื่องพี่สาวออกมาเลยพิมพ์จันทร์!”“ฉันจำเป็นต้องพูดเพราะมันจะได้ไปกระตุ้นต่อมผิดชอบชั่วดีของคุณไงคะ!” หญิงสาวย้อนแววตาแข็งกร้าว เมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย“ฉันทำผิดตรงไหนอยากจะรู้นัก ฉักกับพี่สาวเธอไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!”พิมพ์จันทร์ชะงัก เห็นรอยรวดร้าวในดวงตา“ถึงคุณไม่คิดอ
เธอเลือกเมินใส่ แล้วบอกเส้นทางรถแท็กซี่ จนกระทั่งรถจอดเทียบหน้าบริษัท หญิงสาวก้าวลงแล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องประธาน พนักงานต่างจ้องมองสีหน้าตื่นเต้น ระคนแปลกใจกับการปรากฏตัวของเจ้านายคนเก่าซึ่งหายหน้าหายตาไปหลายปีหญิงสาวเปิดห้องทำงานของพ่อสามีแล้วก้าวเข้าด้านใน โดยมีคนตัวใหญ่ตามมาติดๆ เธอหงุดหงิดจนกระทั่งหันหลังกลับมาเพื่อเผชิญหน้า แต่เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง เธอชะงักผงะถอยหลังจนแทบล้มดีที่ถูกเขารวบเอวบางเพื่อประคองเอาไว้ มือบางยกขึ้นผลักดันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ แต่ธัชพลกลับไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนตัวเชื้อโรค เลยโอบรัดเอวบางกระชากเข้ามาหาตนเองแล้วยิ้มยียวน“นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ที่ไหน!” เธอร้องบอก สีหน้าตระหนก“ทำไมผมจะไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน”“แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะคุณธัช!”“ก็ผมพอใจ”คนฟังกัดฟันแน่น ตั้งแต่กลับมาทำไมเขาถึงได้ทำตัววุ่นวายกับเธอนัก หรือต้องการกลั่นแกล้งกัน“ปล่อยฉันนะคุณธัช คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” เธอบอกเสียงแข็ง แล้วพยายามขัดขืนดิ้นรนทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่ฟังเสียง กอดรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งท
รถจอดเทียบหน้าบ้าน พิมพ์จันทร์เดินไปตรงประตู แต่ทว่ามันกลับถูกเปิดออก พร้อมด้วยคนเปิดนั่งลงตรงเบาะหลังเรียบร้อย หญิงสาวชะงักจ้องมองไปยังลูกน้องพ่อสามีด้วยความไม่เข้าใจ“ยืนทำอะไร เข้ามานั่งซะสิ!” ธัชพลตะโกนออกมา พิมพ์จันทร์ขมวดคิ้ว“เอ่อ คุณธัชจะเดินทางไปเยี่ยมท่านกับเราครับ”หญิงสาวกัดริมฝีปากชักสีหน้าไม่พอใจ ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจพ่อตัวเอง ทีนี้ดันอยากไปรับขึ้นมาเชียว พิมพ์จันทร์ไม่มีทางเลือก นอกจากหย่อนกายลง เคียงข้างสามีทางนิตินัย รถเคลื่อนออกจากบริเวณบ้าน ระหว่างเส้นทางเขาเหลือบมอง แต่เธอแสร้งดูวิวด้านนอกรถแทน“ไปทำคะแนนเหรอ กลัวพ่อผมไม่ยกสมบัติให้หรือไง” เขาแกล้งเย้าเพื่อทำลายความเงียบเธอหันขวับจ้องมองสีหน้าไม่พอใจ“ทำไมฉันต้องอยากได้สมบัติของท่านด้วย ฉันมีปัญญาหาเอง!”เขายักไหล่ “อ้าว ใครจะรู้ก็ผมเห็นว่าคุณทำงานแทนพ่อ แทนผัว จนได้นั่งตำแหน่งประธานแล้วไม่ใช่เหรอ”“ฉันแค่ทำหน้าที่แทนระหว่างคุณพ่อป่วย ฉันไม่เคยต้องการตำแหน่งประธานเลยสักนิด แล้วอีกอย่างคุณไม่ใช่ผัวฉัน!”“แล้วทะเบียนสมรสที่ลงชื่อคุณด้วย มันไม่ได้บอกว่าผมเป็นผัวหรือไง!”หญิงสาวสะอึกกัดฟันเก็บความฉุนเฉียวเอาไว้ คุณท่านห
พิมพ์จันทร์เดินลงจากรถเมื่อจอดสนิทแล้ว ท่าทางอ่อนแรงทำเอาสุรชัยรู้สึกสงสาร เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอแล้วยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ได้เรื่องหรือเปล่าคะ หรือว่าเขาไม่คิดจะกลับมา”“คุณธัชบอกว่าขอคิดดูก่อนครับ”“ใจคอเขาจะไม่กลับมาเจอพ่อตัวเองเลยเหรอ ท่านแย่มากนะคะตอนนี้!” พิมพ์จันทร์ตำหนิด้วยความไม่พอใจ“คุณธัชคงโกรธท่านมาก ที่ทำลายความรักน่ะครับ”คนฟังหน้างอ “พิมพ์เองก็ถูกกระทำเหมือนกัน พิมพ์ยังไม่โกรธพ่อตัวเองเท่าเขาเลยค่ะ” เธอประชดสุรชัยหัวเราะออกมา แล้วระบายลมหายใจ“ผมคิดว่าคุณธัชคงกลับมาแน่นอนครับ เพียงแต่ไว้ฟอร์มเท่านั้นเอง”“พิมพ์ขอให้เขากลับมาเร็วๆ เถอะค่ะ พิมพ์มีเรื่องอยากตกลงกับเขาสักหน่อย”พูดเรื่องนี้ออกมาสุรชัยได้แต่ยิ้มเจือนๆ เพราะรู้ว่าทางนั้นคงอยากแก้แค้น ตอนนี้เขาควรหาเรื่องอื่นมาพูดคุยกันให้หลงลืมเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า“คุณพิมพ์จะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”“ฉันจะไปเฝ้าคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นผมขับรถไปให้ดีกว่านะครับ ผมเองก็จะไปเฝ้าคุณท่านอยู่เหมือนกัน”เธอคลี่ยิ้มบางๆ ตอนนี้อยากพักผ่อน แต่เพราะหน้าที่เลยจำต้องทำ แท้จริงแล้วเขาต่างหากที่ควรทำหน้าที่ของลูก“ขอบคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยว
ตีสอง...เสียงเคาะประตูทำเอาเจ้าของห้องสะดุ้ง รีบรุดมาเปิด เห็นสาวใช้กำลังยืนสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางราวกับเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา“มีอะไรคะป้าสมศรี!” หญิงสาวร้องถาม“คุณท่านค่ะ คุณท่านไม่รู้เป็นอะไร สมศรีเรียกมาทานยาแต่ท่านก็ไม่ยอมตอบ!”พิมพ์จันทร์รีบวิ่งไปยังห้องของพ่อสามีทันที เปิดประตูออก เห็นท่านกำลังนอนหอบหายใจไม่รู้สึกตัว“ป้าสมศรีให้น้าพินิจเอารถออกเร็วเข้า!”“ได้ค่ะ” สมศรีรับคำแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างสุรชัยเดินเข้ามา “ให้ผมแบกท่านลงไปดีกว่าครับ”“ค่ะ”รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน พิมพ์จันทร์เฝ้าดูแลพ่อสามีอย่างดีจนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลพาธเนศเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน เธอเลยต้องนั่งรอด้านนอกอย่างกังวล หวังว่าคงไม่เป็นอะไร ไม่เช่นนั้นเธอคงเคว้งคว้างและไม่รู้ควรเดินไปทางไหน ระยะเวลาสี่ปีที่อยู่ดูแลกันมา เธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นพ่อคนหนึ่งไปแล้วหนึ่งชั่วโมงถัดมา หมอเจ้าของไข้เดินออกมาด้านนอก พิมพ์จันทร์รีบเดินไปหาสีหน้ากังวล“ไม่ทราบว่าคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังต้องเฝ้าดูอาหาร ตอนนี้อาการของคุณธเนศไม่สู้ดีนัก อาจทรุดลงอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หมอจะพยายามเต็มท







