Se connecter“ท่านพ่อท่านอยากจะขายเนื้อพวกนี้หรือว่าเก็บเอาไว้กินเจ้าคะ”
เจิ้งซูอี้ถามหลิวตงจวิ้นที่ยังไม่หลุดออกจากภวังค์ของตนเอง เขาหันมามองบุตรสาวเมื่อได้ยินนางเรียก
“ขะ..ขายพรุ่งนี้พ่อจะเป็นคนนำเนื้อพวกนี้กับไก่ป่าไปขายเอง”
เจิ้งซูอี้นิ่งคิดเล็กน้อย นางอยากจะเข้าไปในอำเภอเช่นเดียวกัน เพื่อหาข่าวเกี่ยวกับตระกูลเจิ้ง
“ท่านพ่อพรุ่งนี้ให้ข้าตามท่านไปด้วยได้หรือไม่ ข้ามีบางอย่างที่อยากได้เจ้าค่ะ”
เจิ้งซูอี้หาข้ออ้างเพื่อตามหลิวตงจวิ้นเข้าไปในอำเภอ ทั้งที่ความจริงนางไม่ได้อยากได้อะไรเลย
“นั่นสิ อันอันของเราก็โตเป็นสาวแล้วนี่นา เนอะ”
ประโยคสุดท้ายหลิวตงจวิ้นหันมาพูดกับภรรยาของตน ทั้งสองคนยิ้มให้กันท่าทางดูมีความสุข หลิวซีฮันยืนกระสับกระส่ายอยู่ด้านข้างเขาดึงแขนเสื้อของเจิ้งซูอี้เบาๆ
“ท่านพี่ข้าก็อยากไปเที่ยวอำเภอเหมือนกัน”
เจิ้งซูอี้ก้มมองร่างเล็กของน้องชาย
“ได้สิ”
นางรับปากเด็กชายที่ตัวสูงเลยเข่าของนางมาไม่มาก เพราะตลอดห้าปีพวกเขาไม่เคยได้ทานอาหารดีๆ เลยสักมื้อ ร่างกายของหลิวซีฮันจึงโตช้ากว่าเด็กทั่วไปที่อายุเท่ากัน
“ชะ..เช่นนั้นข้าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง”
เจิ้งซูอี้เลิกคิ้วมองเด็กชายที่มีท่าทางดีใจเหมือนกำลังทำอะไรไม่ถูก ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ที่หลิวซีฮันได้เข้าไปในอำเภอ
“เลิกตื่นเต้นได้แล้วมาทานข้าวกันเถอะ”
หวังเจียอี๋ดันหลังบุตรชายคนเล็กให้เดินเข้าไปในเรือน เจิ้งซูอี้มองตามทั้งสองจากนั้นนางจึงหัวเราะออกมาอย่างจนใจ
“หัวเราะทำไมหรือ หรือว่าลูกไม่ตื่นเต้นนี่ก็เป็นครั้งแรกของลูกที่ได้เข้าไปในอำเภอเหมือนกันนะ”
หลิวตงจวิ้นพูดทิ้งเอาไว้เพียงเท่านั้นเขาก็เดินตามสองแม่ลูกเข้าไปในเรือนปล่อยให้เจิ้งซูอี้ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกตามลำพัง หลิวอันอันอายุเท่าไหร่กันสิบสี่หรือสิบห้า เหตุใดนางถึงไม่เคยออกจากบ้านไปไหนเลย ที่เจิ้งซูอี้สงสัยเช่นนั้นก็ไม่แปลกเพราะแม่เฒ่าจางกดขี่คนในบ้านหลิวตงจวิ่นให้ทำงานตลอด อย่าว่าแต่ออกจากเรือนเลยแค่หายไปเวลานางเรียกหาก็ต้องถูกตีแล้ว เจิ้งซูอี้ส่ายหัวเลิกคิดถึงเรื่องนั้น
วันต่อมาในช่วงเช้ามืดหลิวตงจวิ้นและเจิ้งซูอี้ได้เตรียมเนื้อกวางและไก่ป่าที่พวกเขาจับมาเมื่อวานใส่ในรถลากที่หลิวตงจวิ้นยืมมาจากสหายของเขา หลิวซีฮันยังคงสะลึมสะลือเพราะตอนนี้ยังไม่สว่างดี หวังเจียอี๋ท่านแม่ของเขาต้มน้ำให้เด็กชายล้างหน้าจากนั้น ทำเจียนปิ่งไส้เนื้อให้พวกเขาทั้งสามคนนำติดตัวไปกินระหว่างทาง
อำเภอหลิงจือห่างจากหมู่บ้านตระกูลสือราวยี่สิบลี้ พวกเขาออกเดินตั้งแต่เช้ามืดใช้เวลาลาราวหนึ่งชั่วยามก็มาถึงแล้ว เมื่อฟ้าสางหลิวตงจวิ้นและเจิ้งซูอี้ก็เดินมาถึงทางเข้าอำเภอ พวกเขาเข็นรถลากตรงไปที่เหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอหลิงจือที่มีชื่อว่าเหลาอาหาร ฮุ่ยเหอ ด้านข้างมีชาวบ้านหลายคนที่นำวัตถุดิบมาขายให้ที่นี่ หลิวตงจวิ้นเองก็เป็นขาประจำเช่นกัน
“อ้าวหลิวตงจวิ้นมาแล้วหรือหายไปหลายวันเลยนะวันนี้มีอะไรมาเล่า”
ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีทักทายหลิวตงจวิ้นด้วยท่าทางเป็นกันเอง
“พอดีมีธุระนิดหน่อยเลยไม่ได้ขึ้นเขาขอรับ ผู้ดูแลหม่าวันนี้ข้ามีเนื้อกวางมาด้วยชำแหละเรียบร้อยไม่ทราบว่าท่านจะรับซื้อหรือไม่”
หลิวตงจวิ้นคุยกับผู้ดูแลกหม่าด้วยท่าทางนอบน้อม เจิ้งซูอี้มองภาพนั้นแล้วนางได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เหตุใดเขาต้องทำถึงเพียงนี้หากที่นี่ไม่รับซื้อก็แค่ไปที่อื่น จำเป็นต้องทำตนเองให้ดูต่ำต้อยขนาดนี้เลยหรือก็แค่ผู้ดูแลเหลาอาหารเล็กๆ เท่านั้น
เพราะนางอยู่ที่สูงมาตลอดนางเลยไม่เคยเข้าใจชาวบ้านธรรมดาที่ต้องหาเช้ากินค่ำ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ทำตัวเย่อหยิ่งเพราะสำหรับผู้ที่มีอำนาจอยู่ในมือแล้วนั้นเพียงแค่โบกมือเบาๆ พวกเขาก็ย่อยยับแล้ว สำหรับชาวบ้านตาดำๆ ความนอบน้อมเท่านั้นถึงจะทำให้พวกเขาอยู่รอดได้
“อันเอ๋อวันนี้เราขายเนื้อกวางกับไก่ป่าได้ตั้งห้าตำลึงเชียว ลูกบอกมาเลยว่าอยากได้อะไร พ่อจะซื้อให้ทั้งนั้น”
หลังจากขายเนื้อกวางและไก่ป่าเสร็จพวกเขาก็เดินย้อนกลับมาทางตลาด เผื่อว่าบุตรสาวและบุตรชายจะอยากซื้ออะไรบ้าง หลิวซีฮันที่นั่งอยู่ในรถลากจ้องมองสิ่งต่างๆ ที่ดูแปลกใหม่เต็มไปหมด เขาไม่เคยเห็นคนมากมายเพียงนี้ ท่าทางตื่นเต้นจนเกินเหตุของเขาทำให้เจิ้งซูอี้หัวเราะออกมาอย่างจนใจ
“ข้าอยากกินถังหูลู่”
สายตาวิบวับของหลิวซีฮันเรียกรอยยิ้มของสองพ่อลูกได้เป็นอย่างดี เจิ้งซูอี้เดินไปซื้อถังหูลู่ที่เด็กชายอยากกินมาให้เขาสองไม้ แต่นางยังไม่ทันที่จะได้ยื่นถังหูลู่ให้เด็กชายก็ถูกคนเดินกระแทกจนถังหูลู่สองไม้หล่นจากมือนาง
เจิ้งซูอี้มองตามชายที่เดินชนนางด้วยสายตามครุ่นคิด จากนั้นนางจึงคลำไปที่ถุงเงินที่นางเก็บเอาไว้ในแขนเสื้อจึงพบว่ามันหายไปแล้ว
“ท่านพ่อรออยู่ที่นี่ก่อนนะเจ้าคะ”
พูดเพียงเท่านั้นเจิ้งซูอี้ก็วิ่งตามชายผู้นั้นไปทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
นางตะโกนตามหลัง ชายผู้นั้นหันกลับมามองเจิ้งซูอี้เล็กน้อยจากนั้นจึงเริ่มออกวิ่ง เจิ้งซูอี้วิ่งตามไปไม่นานเขาก็เลี้ยวเข้าไปในตรอก เมื่อนางตามไปจึงเห็นว่าที่นั่นมีชายฉกรรจ์อีกสามคนคอยอยู่
“โอ๊ะ!! ดูซิว่ามีใครตามมาด้วย ทำงานของเจ้าอย่างไรถึงได้ทำให้เหยื่อรู้ตัว”
ชายหน้าบากท่าทางกักขฬะมองมาที่เจิ้งซูอี้ไม่วางตา ถึงนางจะอายุเพียงสิบสี่สิบห้าแต่ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มที่ได้มาจากมารดาก็ทำให้นางดูงดงามตั้งแต่ยังไม่ทันได้ปักปิ่น ชายหน้าบากย่างสามขุมมาที่เจิ้งซูอี้ด้วยความย่ามใจ
“แม่นางน้อยเจ้าไล่ตามสิ่งนี้มาหรือ”
ชายหน้าบากโยนถุงเงินในมือขึ้นลงแสดงท่าทางยียวน เจิ้งซูอี้จำได้ว่ามันเป็นถุงเงินของท่านแม่ที่ทำให้หลิวอันอันบนนั้นยังมีชื่อของนางปักอยู่
“คืนถุงเงินนั่นมาซะแล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป”
เจิ้งซูอี้เอ่ยเสียงเย็นอย่างอดทน นางไม่อยากต้องมาเสียเวลาวุ่นวายกับเรื่องไร้สาระ ตอนนี้น้องชายของนางรอทานถังหูลู่อยู่
“อยากได้ถุงเงินอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าก็ต้องยอมเป็นเมียพวกข้าซะก่อน ต่อให้เงินมากกว่านี้ข้าก็หาให้เจ้าได้”
ชายหน้าบากเลียริมฝีปากแสดงท่าทางกักขฬะออกมา เพราะคิดว่าเจิ้งซูอี้เป็นเพียงแม่นางน้อยที่ไร้พิษสงเท่านั้น จึงไม่กลัวว่านางจะสามารถทำอะไรพวกเขาได้ เจิ้งซูอี้ถอนหายใจออกมาอย่างรำคาญ นางสะกิดก้อนหินที่อยู่ใต้เท้าพุ่งเข้าใส่หัวของชายหน้าบาก เขาตกใจจนปล่อยถุงเงินนางจึงรีบคว้ามันเอาไว้
“โอ๊ย!!นางบ้า”
“ขอแสดงความยินดีกับคุณชายเหยียนและฮูหยินน้อยเหยียนด้วย ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์อีกครั้ง”“จะ...จริงหรือขอรับท่านหมอหลวง”เหยียนอี้เฟยถึงกับติดอ่าง หลังจากที่ลูกคนแรกได้สามเดือนเขาก็รีบทำเวลา เคี่ยวกรำฮูหยินของตนทั้งเช้าค่ำเพราะได้ข่าวว่ารุ่ยอ๋องได้ลูกแฝด เขาที่เป็นคู่ปรับจะยอมน้อยหน้าได้อย่างไร เขากอดภรรยาของตนด้วยความยินดี ไม่หลงเหลือความสุขุมใดใดให้เห็นอีกแล้วเรื่องมงคลได้เกิดขึ้นในวันเดียวกันถึงสองเรื่อง ฮ่องเต้ที่ได้หลานชายฝาแฝด สั่งให้มีการเฉลิมฉลองทั่วเมืองหลวงถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน แม้จะเป็นช่วงอยู่เดือนของเจิ้งซูอี้แต่ซีหยวนไห่หนานก็คลอเคลียอยู่ข้างกายนางไม่ห่างแม้กระทั่งตอนที่ให้นมบุตรชายทั้งสองของตน ท่าทางเช่นนั้นของคนเห่อเมียสร้างความหมั่นไส้ให้แก่บ่าวไพร่ยิ่งนักน้ำนมของเจิ้งซูอี้คนเดียวไม่พอต่อความต้องการของเด็กทั้งสอง ฮองเฮาจึงหาแม่นมเพิ่มอีกสองคนมาให้นาง หลังจากที่พาต้าเป่าและเอ้อเป่ามาดื่มนมจากเจิ้งซูอี้ เขาก็ให้แม่นมรีบพาบุตรชายทั้งสองออกจากห้องไป“ท่านทำอย่างนั้นทำไม วันนี้ข้าพึ่งจะได้เห็นหน้าของพวกเขาเองนะ”ซีหยวนไห่หนานหน้ามุ่ยแต่ไม่ยอมตอบคำถามของนาง แต่มีหรือที่นางจะไม
ผ่านไปสามเดือน ตำหนักรุ่ยอ๋องก็ได้รับข่าวดีว่าพระชายากำลังตั้งครรภ์ สร้างความยินดีให้แก่เจ้านายที่อยู่ภายในวังและแต่คนตระกูลโจวยิ่งนัก อาหารบำรุงครรภ์มากมายถูกส่งมายังตำหนักรุ่ยอ๋องไม่เว้นแต่ละวัน องค์ชายเก้าที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทหมาดๆ เพราะรุ่ยอ๋องปฏิเสธตำแหน่งนี้ มาเยือนที่ตำหนักรุ่ยอ๋องด้วยตนเอง“พี่ห้าพี่สะใภ้ข้ามาเยี่ยมพวกท่านแล้ว”ซีหยวนเหวินเฮ่ายังคนมีนิสัยขี้เล่นไม่ต่างจากเดิม ถึงแม้ตนเองจะได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทแล้วก็ตาม ตอนนี้หลิงฮองเฮากำลังมองหาบุตรสาวของขุนนางเพื่อที่จะแต่งให้เป็นพระชายาเอกและพระชายารองแก่เขา แต่องค์รัชทายาทหมาดๆ นั้นไม่เคยสนใจเพราะสตรีที่เขาต้องการมาครองคู่จะต้องเหมือนพี่สะใภ้ห้า ไม่ว่าฮองเฮาจะหาใครมาเขาก็ไม่ชอบทั้งนั้นทุกครั้งเมื่อยามที่เขาถูกฮ่องเต้ซีหยวนหมิงตำหนิ เขาก็จะหนีมาที่ตำหนักรุ่ยอ๋อง และหลังจากนั้นทั้งซีหยวนไห่หนานและองค์รัชทายาทก็จะกลายเป็นผู้ประสบภัยไปทันที ทั้งสองถูกสั่งให้คุกเข่าหน้าห้องทรงงานด้วยกันจนกว่าจะสำนึกผิด ดังนั้นเมื่อยามที่เขาเห็นน้องชายต่างมารดาผู้นี้เขาจะมีใบหน้าบูดบึ้งทุกครั้ง“องค์รัชทายาท ท่านมาแ
ซีหยวนไห่หนานจับเรียวขาของนางแยกออกจากกัน เขาค่อยๆ ใช้แก่นกายถูไถไปที่กลีบดอกไม้ของนางเบาๆ เป็นจังหวะ น้ำหวานชโลมส่วนหัวจนฉ่ำเยิ้ม เสียงครางอย่างสุขสมของนางดังออกมาอย่างต่อเนื่องร่างบางกระตุกเกร็งอย่างรัวๆ เขายังไม่ทันได้สอดใส่นางก็เดินทางไปสู่สวรรค์ก่อนเขาแล้ว เขานี่ช่างเก่งกาจเสียจริง ซีหยวนไห่หนานคิดในใจอย่างฮึกเหิมโอกาสมาถึงแล้ว ช่วงเวลาที่นางสุขสมเป็นช่วงเวลาที่กลีบดอกไม่ของนางกำลังอ่อนไหว เขาค่อยๆ สอดแก่นกายอันใหญ่โตของตนเข้าไปช้าๆ ร่างบางที่กำลังเคลิบเคลิ้มได้สติกลับมาทันที“โอ๊ย!!! ข้าเจ็บ!!!”เจิ้งซูอี้บิดกายหลบ แต่ท่อนล่างของทั้งสองยังคงสอดประสานทำให้นางมิอาจหนีไปไหนได้“ยอดรักอดทนอีกหน่อย อีกเดี๋ยวก็จะไม่เจ็บแล้ว หลังจากนี้ข้าสัญญาว่าเจ้าจะรู้สึกดีเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ดั่งเช่นก่อนหน้านี้”เขาจูบปลอบประโลมร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน ตัวเขาเองก็แทบจะทนไม่ไหวเพราะความรัดแน่นของนาง แต่ครั้งแรกเขาจะปล่อยให้พังทลายลงไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นครั้งต่อไปนางอาจจะกลัวแล้วไม่ยอมมีอะไรกับเขาอีกซีหยวนไห่หนานค่อยๆ ขยับแก่นกายของตนช้าๆ จนกระทั่งเขารับรู้ได้ว่าน้ำหวานของนางกำลังหลั่งออกมาชโลมเพื่
หลิวอันอันตอบ นางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกำลังรำลึกความหลังครั้งที่นางพูดคุยกับฮูหยินเจิ้ง“หลังจากที่เจ้าจากไป ข้าได้ไปที่วัดประจำเมืองหลวงเพื่อขอพรให้เจ้าปลอดภัย ข้าไปที่นั่นหลายต่อหลายครั้งและก่อนที่ข้าจะแต่งงานกับเหยียนอี้เฟยข้าได้พบกับพระชรารูปหนึ่ง ท่านได้พูดกับข้าก่อนที่ที่ข้าจะกลับว่า เหตุที่ข้ากำลังประสบเป็นเพราะข้าและเจ้านั้นมีกรรมร่วมกันมา หากข้าต้องการรู้เรื่องทั้งหมดข้าจะต้องถามท่านแม่ในตอนที่เจ้าเกิด”เจิ้งซูอี้หยุดไปสักพักก่อนที่จะเอ่ยขึ้นอีก“เมื่อข้ากลับมาที่จวน คำพูดของพระชรารูปนั้นทำให้ข้าว้าวุ่นใจจนทนไม่ไหว ข้าจึงไปพบท่านแม่เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น นางเล่าทั้งน้ำตาว่า ตอนที่เจ้าคลอดออกมาครั้งแรกเจ้านั้นหยุดหายใจไปแล้วแต่ท่านหมอช่วยเจ้ากลับมาได้ แต่น่าเสียดายที่น้องสาวของเจ้าอีกคนที่คลอดตามมาทีหลังนั้นเสียชีวิต ตอนนั้นท่านแม่เสียใจมากคนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงท่านแม่ท่านพ่อ มามาที่รับใช้ข้างกายนางและหมอตำแย ท่านพ่อสั่งให้พวกนางปิดปากเงียบเอาไว้ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ผู้ใดรู้”เจิ้งซูอี้อึ้งไป นางไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยมิน่าท่านพ่อและท่านแม่ของนางถึงได้
“ทหาร จับตัวองค์รัชทายาทและฮองเฮาเอาไว้”ทหารที่ติดตามแม่ทัพโจว กรู่เข้ามาในงานเลี้ยงเพื่อจับตัวบุคคลทั้งสอง ชายชุดดำนับร้อยและทหารที่อยู่ฝั่งองค์รัชทายาทที่แฝงตัวอยู่ในวังหลวงรีบเข้ามาปกป้องพาทั้งสองหนีออกไปจากตรงนั้น การต่อสู้ของทหารทั้งสองฝั่งเป็นไปอย่างดุเดือด เหล่าขุนนางต่างหนีตายกันจ้าละหวั่นการต่อสู้นี้ทั้งซีหยวนไห่หนานและเจิ้งซูอี้ต่างก็เข้าร่วม ทั้งสองตามองค์รัชทายาทและฮองเฮาไป ส่วนแม่ทัพโจวและแม่ทัพเจิ้งทำการอารักขาฮ่องเต้และหลิงกุ้ยเฟย หลิงเยว่หร่งรีบคลานมาหาหลิงกุ้ยเฟยเพื่อเอาตัวรอด“เสด็จอาเพคะช่วยหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันถูกหลอกใช้”หลิงกุ้ยเฟยเหลือบมองหลิงเยว่หรงด้วยสายตาเรียบเฉย นางถอดใจที่จะฉุดรั้งคนตระกูลหลิงที่มักใหญ่ใฝ่สูงให้เข้าสู่ลู่ทางที่ถูกต้องแล้ว หลังจากที่พวกเขารู้ข่าวที่นางตายในกองเพลิงไม่นานคนตระกูล หลิงก็รีบเปลี่ยนฝ่ายไปเข้าหาองค์รัชทายาทอย่างหน้าไม่อายแม้แต่พี่ชายร่วมสายเลือดของนางก็ไม่แม้แต่จะให้คนในตระกูลหลิงแต่งชุดขาวเพื่อไว้อาลัยให้แก่นางสักคน มีเพียงตระกูลเจิ้งและตระกูลโจวของแม่ทัพโจวเท่านั้นที่ผูกผ้าขาวเอาไว้ในเรือน นางเลิกสนใจคนตระกูลหลิงไปทันทัน ต่
เจิ้งซูอี้กลับไปรอซีหยวนไห่หนานที่ตำหนักรุ่ยอ๋อง เพราะเขาต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อรายงานตัว บ่าวรับใช้ในจวนเมื่อเห็นนางกลับมาต่างก็ดีใจยกใหญ่ เพราะพวกเขาไม่ต้องทนเห็นรุ่ยอ๋องทำตัวเหมือนศพตายซากไร้ชีวิตชีวาเอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวันอีกแล้วเจิ้งซูอี้ต้องขอโทษสาวใช้ทั้งสี่ที่นางวางยาพวกนางก่อนหนีไป ไม่ถึงสองชั่วยามซีหยวนไห่หนานก็กลับมา เขาสั่งให้คนย้ายของของเจิ้งซูอี้ไปที่เรือนใหญ่ของเขา นางได้แต่ตกใจที่เขาทำเช่นนั้น“ท่านจะบ้าหรือ ทำเช่นนี้คนได้ลือกันไปทั่วเมืองหลวง”ซีหยวนไห่หนานยักไหล่ทำท่าไม่สนใจ“ข้าช่วยชีวิตเจ้าสองครั้งแล้ว ต่อจากนี้ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตอบแทนข้าด้วยการอยู่ข้างกายของข้าไปตลอดชีวิต”เขาเอ่ยกับนางพร้อมทั้งใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้น เขาประทับจูบลงที่มุมปากของนางแผ่วเบาเหมือนปีกผีเสื้อพัดผ่าน ถึงนางและเขาจะมาถึงจุดนี้บ่อยครั้ง แต่นางก็ไม่เคยเคยชินเสียทีสายตากรุ้มกริ่มของซีหยวนไห่หนานมองมาที่นางอย่างหยอกล้อ เพราะแก้มที่แดงดั่งผิงกั่วสุกของนางลามไปถึงใบหู เขากดจูบที่แก้มนางหนักๆ ด้วยความมันเขี้ยวงานเลี้ยงต้อนรับได้จัดขึ้นในวังหลวงเพื่อแสดงความยินดีแก่เหล่าทหารที่ได้รับชัยช
“ส่งจดหมายหานางบ้างเดี๋ยวนางจะหาว่าข้าใจดำไม่แม้แต่จะถามไถ่หลังจากที่นางได้รับบาดเจ็บ”จื่อรุ่ยรับจดหมายขององค์ชายห้ามา จากนั้นจึงรีบจัดการตามพระประสงค์ของเขา ผ่านไปอีกสองเดือนช่วงนี้ชาวบ้านกำลังเก็บเกี่ยวพืชผลที่ลงทุนลงแรงทำมาทั้งปี ในที่สุดเวลาที่พวกเขารอคอยก็มาถึง ตั้งแต่วันนั้นหลิวฟู่เฉิงก็ย
แม่เฒ่าจางตาสว่างขึ้นมาทันที นั่นสินะเหตุใดนางถึงคิดไม่ได้กัน สมกับเป็นหลานรักของนางที่มีความรู้กว้างขวางกว่าใคร กลับมาบ้านเพียงไม่นานก็สามารถแก้ไขเรื่องที่พวกเขาคิดไม่ตกมาทั้งเดือนได้“ได้ๆ ย่ารู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร หลานมาเหนื่อยๆ กลับไปพักผ่อนที่ห้องเถอะนะ ย่าจะให้แม่ของเจ้าทำเนื้อให้กินฉลองที่เ
หลิวตงจวิ้นกลับมาพร้อมซาลาเปาหลายลูกในห่อกระดาษ พวกเขาซื้อของที่จำเป็นเล็กน้อยจากนั้นจึงกลับไปที่หมูบ้านทันที หลิวฟู่เฉิงมาที่ร้านขายตำราในอำเภอหลิงจือพร้อมกับสหายทำให้เขาได้เห็นเจิ้งซูอี้และหลิวซีฮันยืนอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอ“หลิวอันอันเหตุใดนางถึงได้มาอยู่ที่นี่”หลิวฟู่เฉิงคิดว่านางมาเพื่อแจ้งคว
ชายหน้าบากยกมือกุมหัวของเขาที่โดนก้อนหินกระแทกลูกน้องอีกสามคนของชายหน้าบากเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งมาที่เจิ้งซูอี้ทันที นางกระโดดถีบยอดอกพวกเขาทีละคนอย่างรวดเร็วจากนั้นทั้งมือและเท้าของนางก็ประเคนหมัดใส่พวกเขาสามคนจนสลบไป ก่อนจากมานางยังหักแขนของชายหน้าบากที่จับถุงเงินที่แม่นางหวังท่านแม่ของหลิวอัน







