เข้าสู่ระบบ79 1-2
ตอนที่ 156 เดิมพันนี้ขอตัดมือ!
ตลอดทางที่เดินไป ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงต่างรู้สึกกังวลใจเกินบรรยาย
แน่นอนว่าทีแรกทุกอย่างล้วนดูน่าตื่นเต้นเร้าใจไปเสียหมด จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไป กลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นความรู้สึกไม่สบายใจเข้ามาทดแทน หลายสิ่งหลายอย่างไม่ควรง่ายดายเช่นนี้
สาวน้อยที่เล่ห์เหลี่ยมจัดกัดไม่ปล่อยอย่างหลินจิงซู คนที่ซ่อนข้าวของทุกอย่างที่ซื้อมาฝากผู้เฒ่าติงไว้ในตู้ใส่อาหาร ตลอดจนเจตนาวางกับดักหนูเพื่อจัดการกับพวกเขาสองสามีภรรยา
นังสัตว์นรกตัวน้อยแบบนี้น่ะเหรอ…จะยอมเอาเงินเก็บทั้งหมดที่มีให้พวกเขาทั้งคู่ไปเล่นไพ่นกกระจอกเพื่อแก้มือจริงๆ?
แม้ภายในใจของหม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานจะไม่อยากเชื่อสักเพียงใด แต่ทว่าปราการจิตใจของทั้งสองกลับทนต่อสิ่งล่อลวงอย่างคำว่า ‘เอาคืน’ ในบ่อนไพ่นกกระจอกไม่ได้จริงๆ
คล้อยหลังมาถึงถนนไป๋ฮั่นที่แสนคุ้นเคย ทั้งสามก็ตบเท้าย่างเข้าไปในบ่อนมังกรฟ้าซึ่งเป็นสถานที่ของลูกพี่เฉินโดยไม่ลังเล
ทันทีที่เห็นทั้งสามคนเดินตรงดิ่งเข้ามา เหล่านักพนันและคนภายในทั้งหลายต่างหันขวับมามอง และจดจ้องกันเป็นตาเดียวด้วยความประหลาดใจ
และเช่นเคย ปรากฏเป็นสาวสวยและชายหัวโล้นเจ้าเก่าเดินสับเท้าเข้ามาทักทาย จากที่ได้เคยพบเห็น หลินจิงซูค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า สองคนนี้จะต้องเป็นระดับหัวหน้าของบ่อนแห่งนี้อย่างแน่นอน
“โอ้ นั่นพี่หม่าไม่ใช่เหรอ? ลมอะไรหอบพี่หม่ากับเมียมาเล่นไพ่นกกระจอกที่นี่อีกงั้นเหรอ? แต่ก่อนที่จะเล่นช่วยคืนเงินที่ยืมมาก่อนจะได้มั้ย? หรือไม่อย่างน้อย ก็ช่วยส่งเบาะแสอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับติงจู้ฮั่วมาให้ที?”
ชายหัวโล้นร้องบอก
หม่าฟู่เฟิงตอบกลับอย่างมาดมั่นว่า
“วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อเอาคืน!”
“จะเอาคืนงั้นเหรอ?”
ชายหัวโล้นยิ้มเยาะ พร้อมกับพูดเย้ยสวนกลับไปว่า
“ถ้ามีเงินก็เชิญตามสบาย”
หม่าฟู่เฟิงแสยะยิ้มดั่งผู้เหนือกว่า และตอบกลับไปว่า
“ก็ต้องมีอยู่แล้ว!”
สิ้นเสียงพูดจบ หม่าฟู่เฟิงก็ปรายหางตาส่งสัญญาณให้หลินจิงซูทันที
หลินจิงซูตบกระเป๋าเงินใบโตที่ถืออยู่ แล้วจัดการรูดซิปเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นกองธนบัตรที่แซมอยู่ด้านใน
“ทำไม? คิดว่าพวกเราไม่มีเงินรึไง? กับแค่ไพ่นกกระจอก พูดอย่างกับพวกเราไม่มีปัญญาเล่น!”
หลินจิงซูแสร้งทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสา หยิ่งผยองผิดที่ผิดทาง
ชายหัวโล้นยิ่งรู้สึกตลกขบขันเข้าไปใหญ่ จึงตอบกลับไปว่า
“ก็ถ้ามีเงินมากขนาดนี้ ก็จ่ายหนี้เก่ามาก่อนสิ!”
หลินจิงซูขมวดคิ้วไม่ยอม ตอบโต้ทันควันว่า
“จะให้จ่ายคืนตอนนี้นี่นะ? อย่ามาล้อเล่นน่า! วันนี้ฉันลุงแล้วก็ป้าจะต้องได้โฉนดบ้านกลับไป!”
ชายหัวโล้นยิ้มกระหยิ่มด้วยความขบขันไม่หยุด พูดหยอกล้อกับสาวน้อยตรงหน้าว่า
“เล่นไพ่นกกระจอกแค่ไม่กี่พันหยวนก็คิดจะไถ่บ้านคืนเชียวเหรอ? นี่สาวน้อย อย่าทำตัวไร้เดียงสาไปหน่อยเลยน่า!”
ในวันที่หลินจิงซูปลอมตัวเป็นคุณป้าวัยกลางคน เพื่อลงสนามประชันฝีมือการเล่นไพ่นกกระจอกกับชายหัวโล้นกว่าหลายสิบตา เธอก็ได้ตระหนักแล้วว่า ทักษะการโกงไพ่ของผู้ชายคนนี้อยู่ในระดับต่ำถึงต่ำที่สุด เผชิญหน้ากันคราวนี้จึงไม่แปลกที่เหตุใดเธอจึงดูสงบเยือกเย็นเหลือเกิน
แม้ในวันนั้นจะคว้าน้ำเหลวไม่ได้พบหน้าลูกพี่เฉิน แต่ภายในบ่อนแห่งนี้มีดีมากน้อยเพียงใด เธอกลับมองขาดจนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
หลินจิงซูยิ้มและตอบโต้กลับไปว่า
“ผลลัพธ์จะเป็นยังไงคงต้องรอดูหลังจากนี้ จะบอกอะไรให้เอาบุญ ในกระเป๋าใบนี้มีเงินอยู่มากถึง 23,000หยวน ซึ่งก็มากเกินพอแล้วที่จะถอนทุนทั้งหมดกลับคืนมา!”
“ฮ่าฮ่า! มั่นใจจังเลยนะนังหนู แล้วถ้ายังเสียเงินก้อนสุดท้ายไปอีกล่ะ จะมีอะไรมาเดิมพันอีกมั้ย?”
หลินจิงซูยื่นคำขาดปราศจากความเกรงกลัวใดๆ
“ถ้าวันนี้ยังจะต้องแพ้อีก ดูท่าคงจะเป็นลิขิตฟ้าแล้วล่ะ พวกคุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะตัดมือป้ากับลุงของหนู? เงินจำนวน 23,000หยวนบวกกับมืออีกสองคู่ น่าจะเพียงพอแล้วจริงมั้ยล่ะคะ?”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงก็ถึงกับขวัญกระเจิง สะดุ้งเฮือกสบถคำด่าออกมาแทบไม่ทัน
“จะตัดมือกันให้ได้เลยใช่มั้ย!? นังเด็กเวร!!”
ชายหัวโล้นระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นด้วยความชอบอกชอบใจ จนกระทั่งได้ยินเสียงสบถด่าสาปแช่งของติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิง รอยยิ้มทั่วใบหน้าของเขาก็จางหายฉับพลัน แล้วปรายสายตารังเกียจสาดใส่พร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ใครใช้ให้ส่งเสียงดังในบ่อนแห่งนี้? หุบปากแล้วก็เงียบซะ!”
สิ้นคำพูดของชายหัวโล้นที่ประหนึ่งคำสั่งลงดาบ สองร่างยืนเคียงกันปิดปากเงียบสนิทราวกับรูปปั้นหิน เว้นเสียแต่มือไม้เท่านั้นที่สั่นระริกอย่างไม่ตั้งใจ
“ตกลงตามที่ว่ามาเลยนังหนู แต่ฉันขอเพิ่มเงื่อนไขอีกหนึ่งข้อ ถ้าพวกแกแพ้ จะต้องออกไปตามหาติงจู้ฮั่วจนกว่าจะเจอตัวของมัน!”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นพวกเราก็ขอยกเลิกเดิมพันที่ต้องตัดมือพวกเราทิ้งไปได้มั้ย?”
หม่าฟู่เฟิงช่วงชิงจังหวะนี้รีบโค้งศีรษะลงอย่างนอบน้อม หวังให้ชายหัวโล้นเมตตากันบ้างสักเล็กน้อย
ชายหัวโล้นคร้านเกินกว่าจะชายตามองด้วยซ้ำ เขากระแทกเสียงเย็นชาถามคนทั้งสองเพียงสั้นๆว่า
“จะให้ตัดมือหรือตัดหัว!!”
หม่าฟู่เฟิงตัวสั่นเทิ้มไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป ทางด้านติงเสวี่ยหยานถึงกับหน้าถอดสีซีดเผือดเป็นไก่ต้มด้วยความหวาดวิตกสุดขีด เธอเพียงแค่อยากมาเล่นไพ่นกกระจอก ไม่ได้อยากถูกตัดมือทิ้งซะหน่อย!
“ไม่เอาแล้ว! ไม่เล่นแล้ว! ฉันจะกลับบ้าน!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ติงเสวี่ยหยานก็หมุนตัวกลับ เตรียมจะเดินตรงดิ่งไปที่ประตูทางออก
แต่ยังไม่ทันได้ย่างเท้าเดินจากไปไหน กลับถูกคนของบ่อนปิดล้อมเอาไว้ทุกทิศทาง
วินาทีนั้น ติงเสวี่ยหยานแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา หันไปตวาดก่นด่าสาปแช่งใส่หลินจิงซูอย่างเป็นบ้าเป็นหลังว่า
“ฮึกๆ…นังเด็กเวร! นังเด็กนรกส่งมาเกิด! ในหัวสมองของแกเคยคิดดีกับพวกเราบ้างไหม!?! ถ้าแกอยากเล่นนักก็ใช้มือตัวเองเป็นเดิมพันไปสิ! ทำไมต้องมาเดือดร้อนคนอื่นแบบนี้ด้วย? นี่มันไม่ยุติธรรมเลย! ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับฉันเลย ฮึกๆ…ฮึกๆ…”
“ป้าคะ ไม่ใช่ว่าป้าเป็นฝ่ายขอยืมเงินหนูก่อนเหรอคะ? แล้วใครกันที่บอกว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือกัน? ในเมื่อหนูตั้งใจช่วยขนาดนี้แล้ว แต่ลุงกับป้ากลับปฏิเสธ ถ้างั้นหนูก็ขอตัวกลับก่อนนะคะ”
พูดจบหลินจิงซูก็เดินถือกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากบ่อนไปด้วยความโกรธ ในกรณีของสาวน้อยที่มีประวัติขาวสะอาด คนของบ่อนย่อมไม่มีเหตุจำเป็นอะไรจะต้องขัดขวางเช่นกัน เพียงแค่ชายหัวโล้นพยักหน้า ทุกคนต่างก็เปิดทางให้เธออย่างรวดเร็ว
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







