Mag-log in83 2-2
ตอนที่ 165 ฉันล่ะชอบจริงๆ!
หรือในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเธอต้องพ่ายแพ้อย่างหมดท่า อย่างน้อยที่สุด การนัดพบครั้งนี้ก็ทำให้เธอสามารถซื้อโอกาส ได้นั่งพูดคุยกับเฉินเฉวียนเย่แบบตัวต่อตัว
ตราบเท่าที่ยังมีโอกาส เธอจะพยายามอย่างเต็มที่และสุดฝีมือ เพื่อเข้าไกล่เกลี่ยปัญหาความบาดหมางระหว่างติงจู้ฮั่วกับเฉินเฉวียนเย่
ไม่ว่าอย่างไร เธอก็จะต้องรักษาขาคู่นั้นของติงจู้ฮั่วไว้ให้ได้ เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยเดิมอีก ติงจู้ฮั่วจะต้องไม่ไปตายที่ประเทศไทย!
ประหนึ่งแม่ทัพผู้เด็ดเดี่ยวท่ามกลางสมรภูมิ หลินจิงซูย่างเท้าเข้าสู่บ่อนมังกรฟ้าที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ลังเล
บรรยากาศภายในบ่อนแห่งนี้ โดยปกติมักจะเต็มไปด้วยสีสันและความครื้นเครง แต่วันนี้กลับแตกต่างออกไปราวฟ้ากับเหว แม้จะมีผู้คนอยู่หนาแน่น ทว่าแต่ละคนกลับนั่งเงียบกริบ ไม่มีใครจับสัมผัสตัวหมากไพ่นกกระจอกเลยแม้สักนิด
หลินจิงซูรู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านี้ล้วนไม่ใช่แขกหรือผู้เล่นสัญจร แต่ทว่าเป็นบรรดาลูกน้องภายใต้บัญชาของเฉินเฉวียนเย่ทั้งสิ้น กลิ่นอายแห่งความชิงชังในดวงตาของแต่ละคนไม่อาจซุกซ่อน ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วทุกมุมจนเธอเองก็ยังสามารถสัมผัสได้
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา ดวงตานับหลายสิบคู่ก็สาดปะทะใส่เธอเป็นทางเดียว
ชายหัวโล้นผู้ซึ่งเป็นคนนำกลุ่ม เดินตรงเข้ามาพูดกับเธอว่า
“มาลำพังคนเดียวแบบนี้ กล้าหาญมากนังหนู! ไม่เหมือนลุงกับป้าที่แสนขี้ขลาดของแกสักนิด”
หลินจิงซูกวาดสายตามองโดยรอบ แล้วจึงเอ่ยถามเพียงสั้นๆด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“เฉินเฉวียนเย่อยู่ที่ไหน?”
ได้ฟังคำพูดที่ดุดันเย็นชาของหลินจิงซูเข้าไป ชายหัวโล้นก็เสมือนถูกตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ พร้อมด้วยคำด่าที่ว่า ‘หยุดเล่นได้แล้ว!’ และภาพฉากนี้ก็ได้กลายเป็นที่ขบขันของผู้คนโดยรอบ
ถูกสาวน้อยวัยกระเตาะพูดจาเฉยชาใส่หน้าเช่นนี้ ช่างอัปยศเสียยิ่งกว่าอะไรดี!
เพลิงโทสะภายในใจลุกโชนโหมไหม้อย่างบ้าคลั่ง ชายหัวโล้นกัดฟันกรอด สบถคำด่าตอบโต้กลับไปด้วยความชิงชังว่า
“นังเด็กแก่แดด! นี่แกรู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?! ถ้าอยากจะอายุสั้นนัก ฉันก็เต็มใจอาสาถีบแกส่งไปให้ยมบาลตอนนี้เลยก็ได้!”
หลินจิงซูเลิกคิ้วตอบโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว
“ถ้ากล้าก็เชิญค่ะ หนูเองก็ไม่ได้อยากจะมีอายุยืนยาวเท่าไหร่นักหรอก แต่ถ้าคิดจะฆ่าแกงกันตอนนี้ คิดเหรอว่าเฉินเฉวียนเย่จะปล่อยลุงไปง่ายๆ? พอดีวันนี้หนูมีนัดพิเศษเล่นไพ่กับเขาซะด้วยสิ”
“แก!!”
ถูกอีกฝ่ายหยิบใช้ชื่อเฉินเฉวียนเย่ขึ้นมาปราบพยศ ดวงตาสามเหลี่ยมดุจอสรพิษร้ายคู่นั้นพลันมืดหม่นลงหลายส่วน ชายหัวโล้นแสยะยิ้มด้วยความโกรธจัด
“ดี! ปากเก่งไปก่อนเถอะ! ฉันจะคอยดูว่าคนอย่างแกจะมีปัญญาเล่นไพ่กับลูกพี่เฉินได้สักกี่น้ำ!”
หลินจิงซูยืดไหล่ ตอบกลับด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่จริงจังนัก
“จะได้สักกี่น้ำก็ไม่เกี่ยวกับคุณลุง อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องเลยค่ะ”
ก่อนหน้าจะมาที่นี่ เธอเองก็ตระหนักดีว่า ชายหัวโล้นจะต้องจ้องหาเรื่องเธออย่างแน่นอน เพราะเมื่อวาน เธอสามารถโกงจนได้ไพ่หน้าสูงขนาดนั้น โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันจับไต๋ได้ด้วยซ้ำไป ตัดภาพมาในตอนนี้ เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหลอก คนประเภทเขาคงไม่ได้ใจกว้างสักเท่าไหร่ น่าจะคิดแค้นเธอพอควรทีเดียว
สำหรับคนประเภทนี้ ยิ่งทำตัวอ่อนแอไร้ทางสู้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้มันเหิมเกริมมากเท่านั้น และควรต้องรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ซึ่งนับเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
คนเช่นชายหัวโล้นนั้น ขู่ให้กลัวย่อมไม่มีทาง มีแต่จะต้องกดหัวของมันให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น!
แน่นอนว่า หลังจากที่หลินจิงซูพูดประโยคสุดท้ายจบลง บรรดาพรรคพวกที่อยู่โดยรอบ ต่างก็พากันระเบิดเสียงหัวเราะเยาะดังลั่น มองชายหัวโล้นราวกับเป็นตัวตลก
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้โล้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแกว่ะ! แม่หนูนี่กำลังบอกให้แกกลับบ้านไปนอน! เดี๋ยวนี้คมเขี้ยวของแกหายไปไหนหมดแล้ววะ? ขนาดเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆยังไม่กลัวแกด้วยซ้ำ!”
“พี่โล้น แบบนี้เรียกเสือกระดาษรึเปล่าครับพี่?”
“แกก็พูดแรงเกินไป เดี๋ยวไอ้โล้นน้อยใจขึ้นมาจะทำยังไงวะ! จุ๊จุ๊ แต่ว่าไม่ได้จริงๆ แม่สาวน้อยคนนี้ปากจัดใจเด็ดของจริง! เห้ยนังหนู! ไม่สนใจมาคุมบ่อนที่นี่แทนไอ้โล้นมันเหรอ? พวกเรายินดีต้อนรับนะ! ฮ่าฮ่าฮ่า…”“….”
ชายหัวโล้นสุดจะทน ทั้งโกรธและรู้สึกอัปยศอดสูที่สุดในเวลาเดียวกัน เขาหันไปทุบโต๊ะอย่างแรงจนสนั่นหวั่นไหว ตวาดเสียงใส่ทุกคนด้วยน้ำเสียงเดือดดาล โดยไม่สนว่าเป็นใครหน้าไหน
“พวกมึงหุบปาก! ถ้ายังไม่หยุด กูจะเอาเข็มกับด้ายมาเย็บปากพวกมึงรายคนเลยคอยดู! แล้วอย่าคิดว่าคนอย่างกูไม่กล้าทำ!!”
แม้อึดใจเดียวกัน ทุกคนจะหุบปากเงียบลงในบัดดล แต่ทว่าแววสบประมาทเหยียดหยันในดวงตาของแต่ละคนนั้น กลับไม่สามารถเก็บซ่อนไว้ได้เลย
ชายหัวโล้นย้อนสายตากลับสู่ทิศทางที่หลินจิงซูยืนอยู่ นัยน์ตาทมิฬคู่นั้นราวกับมีใบมีดคมกริบซุกซ่อนอยู่เบื้องลึก
เสียงฟันกรามขบกระทบดังกรอดๆ เขารำพึงกับตัวเองด้วยความเจ็บแค้นใจว่า
“นังเด็กเหลือขอ คอยดูไปเถอะ!”
ไม่กี่อึดใจต่อมา เฉินเฉวียนเย่ก็เดินอ้าปากหาววอดผลักประตูออกมาจากห้องด้านใน สภาพคล้ายคนเพิ่งตื่นนอน ยกมือขึ้นลูบปัดผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนรังนกของตนเอง พร้อมกวาดสายตาสำรวจมองผู้คนในห้องเล่นไพ่นกกระจอก กระทั่งท้ายสุดไปหยุดลงที่ร่างของหลินจิงซู
“อ้าว? มากันเร็วจริงๆ? พอได้ยินว่าที่นี่จะมีเรื่องสนุกๆเข้า พวกแกก็รีบมาเชียวนะ?”
เฉินเฉวียนเย่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน
ทุกคนต่างพากันยิ้มร่าหัวเราะร่วนอย่างสนุกสนาน
“ก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วครับ! พวกเราไม่ได้เห็นลูกพี่เล่นไพ่มาตั้งนานแล้ว วันนี้เลยตั้งใจมาที่นี่เพื่อขอชมลูกพี่โชว์ฝีไม้ลายมือโดยเฉพาะ!!”
เห็นร่างสาวน้อยยืนตระหง่านอยู่เพียงลำพังตรงหน้า เฉินเฉวียนเย่ถึงกับประหลาดใจเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วพร้อมกับเอ่ยถามเธอไปว่า
“สาวน้อย นี่เธอมาที่นี่คนเดียวเลยเหรอ?”
“ทำไมเหรอคะ? เมื่อวานคุณก็ไม่ได้บอกหนูนะว่าต้องพาใครมาด้วย”
หลินจิงซูยักไหล่ตอบกลับอย่างไม่แยแส
เฉินเฉวียนเย่กล่าวทั้งรอยยิ้ม
“ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด มิหนำซ้ำยังใจเด็ดอีก! ใช่เลย…ฉันล่ะชอบจริงๆ!”
หลินจิงซูกัดฟันกรอด ใบหน้ามืดทมิฬลงจากเดิมมาก
ชอบกับผีแกน่ะสิ!?
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







