เข้าสู่ระบบ119 2-2
ตอนที่ 237 เสียเลือดมากเกินไป
ที่โรงพยาบาล
“ใครมีเลือดกรุ๊ปAบ้างคะ? ตอนนี้คนไข้เสียเลือดมากเกินไป ทางเราต้องการเลือดกรุ๊ปAอย่างเร่งด่วน! แต่เลือดกรุ๊ปOก็สามารถให้ได้ค่ะ!”
พยาบาลวิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องฉุกเฉิน พร้อมกับร้องตะโกนลั่นประกาศให้ทุกคนรู้
หลินจิงซูรีบตะโกนตอบกลับทันที
“หนูค่ะ! หนูค่ะ! หนูให้เลือดได้!!”
“ผมครับ! ผมเองก็ให้ได้เหมือนกันครับ!”
ส่วนอีกคนที่ยกมือขึ้นร้องตะโกนบอก ก็คือลูกน้องของเฉินเฉวียนเย่เอง
บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนต่างวิ่งเข้าออกห้องฉุกเฉินกันให้วุ่น สุดท้ายต้องรีบย้ายร่างของจู้หยานไปที่ห้องผ่าตัดเป็นลำดับต่อไป
ทางด้านหลินจิงซูที่กำลังนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องผ่าตัดเวลานี้ ไม่นานก็เห็นศาสตราจารย์หวังและยายหวังวิ่งปรี่เข้ามาด้วยสีหน้าร้อนอกร้อนใจอย่างที่สุด
“จิงซูน้อย จู้หยานถูกแทงได้ยังไงกัน? ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้!?”
ทั้งศาสตราจารย์หวังและภรรยาต่างหน้าถอดสีวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ร้องถามเสียงสั่นราวกับไม่อยากจะทำใจเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ดวงตาคู่สวยของสาวน้อยเห่อร้อนขึ้นอีกครั้ง น้ำตาสีใสบริสุทธิ์รินไหลออกมา
“ทั้งหมดเป็นความผิดของหนูเองค่ะ…”
จากนั้นเธอก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับศาสตราจารย์หวังและภรรยาของเขาฟัง
……
เวลาล่วงเลยผ่านไป ไฟหน้าห้องผ่าตัดก็ดับลง
ครู่หนึ่ง คุณหมอก็เดินปาดเหงื่อออกมา และพูดขึ้นว่า
“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ โชคยังดีที่เจ้าตัวเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที ตอนนี้คงต้องให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อเฝ้าดูอาการต่อไปอีกสักระยะครับ”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และรู้สึกโล่งอกเป็นที่สุด
ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทลงแล้ว
ตลอดทั้งคืนนั้น ทั้งศาสตราจารย์หวังและภรรยา ต่างก็เฝ้าไข้ดูแลจู้หยานไม่ห่างเลย
นอกห้องพักผู้ป่วยเวลานี้ หลินจิงซูกำลังเดินออกไปส่งเฉินเฉวียนเย่ ระหว่างทางเธอยังได้เอ่ยถามขึ้นด้วยว่า
“ธุรกิจที่ไอ้โล้นต้องการคงจะเป็นโรงแรมนั่นสินะคะ?”
เธอคาดเดาจุดประสงค์ที่แท้จริงของชายหัวโล้นได้ตั้งแต่วินาทีแรก ที่เฉินเฉวียนเย่มาพบมันที่บ่อนตามนัดหมายแล้ว
ทั้งหมดที่มันทำลงไป ก็เพียงแค่ต้องการครอบครองโรงแรมบนถนนไป๋ฮั่นเท่านั้น
“ใช่ แต่ไม่ใช่แค่โรงแรมน่ะสิ มันต้องการธุรกิจทั้งหมดบนถนนไป๋ฮั่น”
สำหรับเรื่องนี้ เฉินเฉวียเย่เองก็ไม่คิดที่จะปิดบังอีกฝ่ายเช่นกัน
เมื่อหลินจิงซูได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นทันที
ดูท่าเธอจะประเมินความหิวกระหายของไอ้ชายหัวโล้นนั่นต่ำเกินไป!
ไม่ใช่เพียงแค่โรงแรมแห่งนั้นที่มันเคยอยากได้นักหนา แต่กลับต้องการธุรกิจในมือของเฉินเฉวียนเย่ทั้งหมดเชียวเหรอ?
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามที จากที่เธอได้ยินแว่วๆในตอนนั้น เหมือนเฉินเฉวียนเย่จะบอกอีกฝ่ายไปว่า ในเรื่องของธุรกิจขอกลับไปคิดดูก่อน และขอนำตัวเธอกับจู้หยานส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที
ซึ่งคำพูดในเชิงบ่ายเบี่ยงเช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า เฉินเฉวียนเย่ไม่เห็นด้วยกับคำขอที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ของชายหัวโล้น
ตอนนี้สรุปได้เพียงสั้นๆว่า ถึงแม้เธอและจู้หยานจะสามารถหนีจากถ้ำเสือได้ในครั้งนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่า เธอและเขาจะรอดพ้นเงื้อมมือของมันไปได้ตลอด เพราะอีกไม่นาน ชายหัวโล้นก็จะต้องเริ่มเคลื่อนไหวลงมืออีกครั้งอย่างแน่นอน!
“ความจริงแล้วต้นเหตุของเรื่องนี้ทั้งหมดก็คือฉันเอง”
เฉินเฉวียนเย่รู้สึกผิดอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาอดที่จะตำหนิตัวเองไม่ได้
“ฉันผิดเอง ครั้งนี้ฉันเกือบฆ่าพวกเธอซะแล้ว!”
เขาก้มหน้าและพูดต่อว่า
“ขอบอกตามตรง ไม่มีเหตุผลอะไรที่เจ้าโล้นจะลักพาตัวพวกเธอสองคนเลย เว้นเสียแต่จะมาจากเรื่องธุรกิจในมือฉันเท่านั้น เพราะสาเหตุนี้ยังไงล่ะ มันถึงได้อาศัยจุดนี้มาเป็นข้ออ้างจับตัวพวกเธอสองคน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่ฉัน”
หลินจิงซูพยักหน้าเล็กน้อย เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เมื่อคิดไตร่ตรองดูอย่างรอบคอบ เฉินเฉวียนเย่ล้วนพูดได้ถูกต้อง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยเงินทั้งสิ้น
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ไอ้โล้นก็จะต้องตามระราน สร้างปัญหาให้หนูกับจู้หยานต่อไปไม่จบไม่สิ้นใช่มั้ยคะ?”
หลินจิงซูหวนนึกกับตัวเองในใจ ทางด้านจู้หยานนั้น ขอเพียงกลับไปเมืองหลวงได้เมื่อไหร่ เขาก็จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน ส่วนตัวเธอนั้น ตอนนี้คงต้องตัดสินใจเช่นกันว่าจะเตรียมแผนการรับมือยังไงต่อ?
“สาวน้อย เธอไม่ต้องกังวลไปนะ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ ฉันจะปกป้องเธอเอง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม!”
เฉินเฉวียนเย่ทุบอกตัวเองอย่างแรงให้เป็นคำมั่นสัญญาต่อหลินจิงซู
“ว่าแต่ ช่วงนี้แม่ของเธอเป็นยังไงบ้าง?”
จู่ๆเฉินเฉวียนเย่พลันเปลี่ยนเรื่องฉับพลัน
“ก็ดีค่ะ ถ้าวันไหนอยากกินอาหารฝีมือแม่หนูล่ะก็ สามารถแวะเวียนไปที่หมู่บ้านติงเจี่ยได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”
หลังจากส่งเฉินเฉวียนเย่กลับไปแล้ว หลินจิงซูก็วกกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วยเพื่อเฝ้าดูอาการจู้หยาน
เดิมที ชายหนุ่มคนนี้ก็มีผิวพรรณสีขาวและค่อนข้างซีดเล็กน้อยอยู่แล้ว แต่ในตอนนี้กลับยิ่งซีดลงมากกว่าเดิม ราวกับปราศจากเลือดหล่อเลี้ยงมากเข้าไปใหญ่ เรียกได้ว่าขาวซีดจนน่ากลัว
“ศาสตราจารย์หวัง คุณยายหวัง หนูต้องขอโทษจริงๆค่ะ! ทั้งหมดเป็นความผิดของหนูคนเดียว ถ้าไม่มีหนูสักคน จู้หยานก็คงจะไม่ต้องได้รับบาดเจ็บแบบนี้!”
หลินจิงซูเอ่ยขอโทษทั้งน้ำตา โน้มศรีษะลงต่อหน้าศาสตราจารย์หวังและภรรยาของเขาด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดหัวใจ เธอย่อมตระหนักดีว่า ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่ได้ปริปากตำหนิเธอ แต่ทว่าภายในใจย่อมรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง…
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







