เข้าสู่ระบบตอนที่ 27 โจรขึ้นบ้าน (2)
“เงินยังอยู่ครบค่ะ แต่ข้าวของที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อวานถูกขนไปเกลี้ยงเลย”
ติงเสวี่ยเหม่ยร้องลั่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“จะเป็นไปได้ยังไงกัน? เราล็อกกุญแจที่ประตูไว้ตลอดทั้งกลางวันกลางคืน มิหนำซ้ำบ้านข้างๆก็ไม่มีคนอยู่อาศัยด้วย แล้วขโมยจะมาจากไหนได้? อีกอย่าง นอกจากขโมยอาหารในบ้านแล้วก็ไม่ขโมยอย่างอื่นด้วย? โจรที่ไหนทำแบบนี้กันล่ะ?”
“เป็นฝีมือของย่าอู๋ ป้ารองแล้วก็หลินเสวี่ยค่ะ ระหว่างทางกลับบ้านหนูเห็นกับตาตัวเองเลย”
หลินจิงซูฟ้องผู้เป็นแม่ไปตามความจริง
เมื่อได้ยินว่าเป็นฝีมือของสามคนนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยก็ถึงกับโมโหอย่างมากในทีแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดในภายหลัง ข้าวปลาอาหารทั้งหมดนี้ล้วนหาซื้อมาด้วยเงินของอู๋ซิ่วเหลียน นี่จึงนับว่าสมควรแล้ว
“ช่างเถอะ เราก็แค่ไปซื้อมาใหม่”
ติงเสวี่ยเหม่ยร้องบอก
“อืม ถ้าแม่ต้องการแบบนั้นก็ได้ หนูไม่ติดอะไร งั้นเราออกไปหาซื้อของกันใหม่ดีกว่า”
ทันทีที่หลินจิงซูพูดจบ ติงเสวี่ยเหม่ยพลันรู้สึกประหลาดใจไปครู่หนึ่ง ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ยอมเชื่อฟังเธอง่ายๆ? เดิมที ติงเสวี่ยเหม่ยมั่นใจว่า ลูกสาวคนนี้จะต้องไม่ยอมและไม่เห็นด้วยกับเธออย่างแน่นอน เธอจึงได้เตรียมบทพูดอีกชุดใหญ่เพื่อใช้เกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายไว้หมดแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าหลินจิงซูกลับเห็นด้วยง่ายๆซะอย่างนั้น?
หลินจิงซูเห็นสีหน้าประหลาดใจของผู้เป็นแม่เข้า ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ในใจ
แน่นอนว่าคราวนี้เธอไม่มีทางปล่อยให้อู๋ซิ่วเหลียนและคนอื่นๆได้อยู่อย่างเป็นสุขแน่นอน แต่อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การทำให้ติงเสวี่ยเหม่ยตาสว่างเสียทีว่า การที่ยิ่งยอมคนอื่นมากเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็จะยิ่งได้ใจมากขึ้นเท่านั้น! และวิธีแก้ไขเดียวก็คือ…การตอบโต้!
วันรุ่งขึ้นหลังเลิกเรียน หลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยไปตลาดเพื่อหาซื้ออาหารอีกครั้ง
เดิมทีติงเสวี่ยเหม่ยวางแผนจะซ่อนของที่ซื้อมาไว้ตามจุดต่างๆรอบบ้าน แต่เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว ด้วยอากาศที่ร้อนมากถึงเพียงนี้ หากไม่นำไปแช่เย็นไว้ในบ่อน้ำ ทั้งเนื้อสัตว์และผลไม้คงต้องบูดเน่าเสียก่อนแน่ ดังนั้น เธอจึงต้องนำของทั้งหมดลงไปแช่ในน้ำเย็นเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอได้นำใบไม้กองใหญ่มาปิดอำพรางไว้ด้วย
ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่หลินจิงซูคาดไว้ เมื่อเธอกลับมาจากโรงเรียน ติงเสวี่ยเหม่ยก็เดินมาสารภาพด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า อาหารทั้งหมดถูกขโมยไปอีกแล้ว
ครั้งนี้ หลินจิงซูเป็นคนแรกที่พูดออกมาพร้อมรอยยิ้มว่า
“ไม่เป็นไรนะคะแม่ เรามีเงินตั้งเยอะแยะ ก็แค่ไปตลาดซื้อมาใหม่ ไม่เห็นจะต้องรู้สึกเศร้าไปเลย”
แต่ติงเสวี่ยเหม่ยกลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย
“ใช่ว่าเงินจำนวนนี้จะไม่มีวันหมด เห็นๆอยู่ว่าทั้งย่าของหนูกับอู๋ซิ่วเหลียนต้องการกลั่นแกล้งบีบเราสองแม่ลูกให้หมดหนทาง!”
มนุษย์ดินย่อมรักษาสันดานดินไว้สามส่วน [1] เมื่อกระตายถึงตาจนยังรู้จักกัดคนเช่นกัน
ในที่สุดติงเสวี่ยเหม่ยก็ตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งว่า การก้มหน้าอดทนต่อไปนั้นช่างไร้ประโยชน์เพียงใด และไม่ว่าจะยอมมากแค่ไหน คนตระกูลหลินก็ยังคงกัดไม่ปล่อยเช่นกัน
เธอเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่า ไม่ต้องการเห็นลูกสาวต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมาน และความอยุติธรรมอย่างที่เธอเคยพบเจอมา
หลินจิงซูเห็นสีหน้าท่าทางรู้แจ้งของผู้เป็นแม่ เธอจึงยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“แม่คะ ในที่สุดแม่ก็เข้าใจเสียที การยอมถอยไม่ได้มีประโยชน์เสมอไป ตรงกันข้าม พวกมันจะยิ่งกดดันเรารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ! ถ้าเราซื้อได้ทุกวัน พวกมันก็ขโมยได้ทุกวันเหมือนกัน! ทุกวันนี้ทั้งอู๋ซิ่วเหลียนทั้งย่าอู๋คงจะยิ่งได้ใจมากเข้าไปใหญ่ ที่เห็นเราสองแม่ลูกไม่กล้าตอบโต้อะไรเลย!”
ต่อให้จะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความกับตำรวจ แต่ถึงอย่างนั้น ย่าอู๋ก็มีศักดิ์สถานะเป็นแม่สามีของติงเสวี่ยเหม่ย และการจะขออาหารเล็กๆน้อยๆมากินบ้าง ก็ถือเป็นหน้าที่ที่คนเป็นสะใภ้พึงกระทำ ตามข้อกฏหมาย จะเรียกการกระทำเช่นนี้ว่าขโมยได้อย่างไร?
ในเมื่อไม่นับว่าเป็นการขโมย จึงต้องถูกตีความเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทกันในครอบครัว สำหรับเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้ ตำรวจย่อมไม่สามารถเข้าไปจัดการอะไรได้มากนัก
อู๋ซิ่วเหลียนมันวางแผนได้แยบยลจริงๆ!
“ลูกรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอ?”
มิน่า ติงเสวี่ยเหม่ยจึงได้รู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของหลินจิงซูในตอนแรก กลับกลายเป็นเธอเสียเองที่ตามความคิดของเด็กสาวคนนี้ไม่ทันเอาเสียเลย ปรากฏว่าทั้งหมดล้วนอยู่ในแผนการของเธอหมดแล้ว?
หลินจิงซูพยักหน้า
เห็นลูกสาวยอมรับออกมาตามตรง ติงเสวี่ยเหม่ยได้แต่ถอนหายใจพลางกล่าวว่า
“ต่อให้รู้มาก่อนก็เถอะ แต่การจะเล่นงานกลับก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย วิธีเดียวคือต้องลดมาตรฐานความเป็นอยู่ของเราเอง ถึงตอนนั้นแม่ไม่เชื่อหรอกว่าคนพวกนั้นจะมากัดแทะเราได้ทุกวัน ต่อให้ขโมยของไปได้ ก็มีแต่ของกินถูกๆจำพวกผักดอง หมั่นโถวเท่านั้นล่ะ”
เพียงแค่วิธีแก้ปัญหาของติงเสวี่ยเหม่ยก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว หลินจิงซูถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนะจะแย้งขึ้นว่า
“แม่คะ พวกเราไม่จำเป็นต้องลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลงเลย ต่อให้เราจะทนกินหมั่นโถวกับผักดองได้ทุกวัน แต่จะปล่อยให้จู้หยานต้องทนกินแต่อะไรแบบนี้ไปด้วยจริงๆเหรอคะ?”
“จริงด้วยสิ! ถ้างั้นเราควรทำยังไงดีล่ะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยเริ่มรู้สึกสับสนจนทำอะไรไม่ถูก
“แม่ ถ้าคนพวกนั้นอยากจะขโมยของเรานัก ก็ปล่อยให้ขโมยกันไปก่อน กับจำนวนเงินที่เรามีอยู่ในตอนนี้ อาหารเล็กๆน้อยๆแค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของเราร่วงหรอกค่ะ! ส่วนหนูคิดแผนการออกแล้ว”
[1] ความหมายประมาณได้ว่า สุดท้ายสันดานคนก็เปลี่ยนไม่ได้
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)