แชร์

ตอนที่ 29 แจ้งตำรวจ (2)

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-11 12:24:28

                  ตอนที่ 29 แจ้งตำรวจ (2)

                  หลินเสวี่ยกัดฟันกรอด เค้นเสียงลอดเร้นไรฟันด้วยความคับแค้น

                  “อย่าทำมาเป็นไขสือ! เห็นชัดๆว่าแกจงใจแจ้งตำรวจให้มาดักจับพวกเรา! ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำไมพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่?!”

                  ตำรวจตะคอกเสียงเย็นชาตอบโต้ทันที

                  “แม่หนู หัดระวังคำพูดคำจาบ้าง”

                  หลินเสวี่ยกลายเป็นดั่งสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องไปในพริบตา ปิดปากเงียบสนิทไม่กล้าเอ่ยหรือเคลื่อนไหวใดๆอีกเลย

                  “พี่เสวี่ย พี่พูดเรื่องอะไรของพี่น่ะ? ฉันแจ้งตำรวจว่ามีขโมยขึ้นบ้าน แต่จะไปรู้ได้ไงว่าคนที่ขโมยของไปกลับเป็นพวกพี่?”

                  “พวกเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแท้ๆ กล้าดียังไงถึงว่าพวกเราเป็นหัวขโมย! นี่แกจะทำตัวอกตัญญูไปถึงเมื่อไหร่!?”

                  อู๋ซิ่วเหลียนรีบโต้แย้ง

                  ตำรวจหันไปถามกับติงเสวี่ยเหม่ยว่า

                  “คุณมีความสัมพันธ์อย่างไรกับหัวขโมยพวกนี้?”

                  ติงเสวี่ยเหม่ยร่ายอธิบายเรื่องราวการแยกครอบครัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังอย่างตรงไปตรงมา

                  ทันใดนั้นเอง อู๋ซิ่วเหลียนก็รีบขัดจังหวะเสริมขึ้นพลันว่า

                  “ต่อให้แยกครอบครัวอยู่ก็ตามทีเถอะ แต่ในความเป็นจริง พวกเราก็ยังนับเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอยู่! การรู้จักกตัญญูต่อแม่สามีของตัวเองนับเป็นเรื่องสำคัญ! ต่อให้แยกกันอยู่แล้ว ก็ควรปฏิบัติตามธรรมเนียมอย่างเคร่งครัดไม่ใช่รึไง!?”

                  ตำรวจนายนั้นอดประหม่าไม่ได้เมื่อได้ยินเช่นนั้น

                  “นั่นก็จริง ต่อให้แยกกันอยู่แล้ว ก็ควรต้องรู้จักกตัญญูต่อแม่สามี ถึงแม้…”

                  ประโยคถัดจากนั้น ตำรวจโน้มไปกระซิบข้างหูติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูว่า

                  “ถึงแม้พวกเขาจะหยิบของออกไปโดยไม่ได้บอกให้รู้ แต่นี่ก็ไม่ถือเป็นการขโมย ทางเราทำได้เพียงแค่เรียกมาตักเตือนเท่านั้น”

                  เวลานี้ ตำรวจเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาก็เป็นเพียงแค่คนนอก ย่อมไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัวได้

                  หลินจิงซูปรายหางตามองอู๋ซิ่วเหลียน หลินเสวี่ยและย่าอู๋เล็กน้อย ก่อนจะจงใจเพิ่มระดับเสียงร้องตะโกนออกไปว่า

                  “คุณลุงตำรวจคะ จะเป็นยังไงถ้าของที่คนพวกนั้นขโมยไปไม่ใช่ทรัพย์สินของหนูกับแม่?”

                  ตำรวจชี้แจงตอบกลับไปว่า

                  “ในกรณีที่ทรัพย์สินไม่ใช่ของคนในครอบครัวหนูแต่เป็นของบุคคลอื่น ตามข้อกฎหมายจะถือว่าคนเหล่านี้เป็นขโมยโดยสมบูรณ์ แต่บุคคลอื่นที่ว่าต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกันทั้งทางสายเลือดและความสัมพันธ์อื่นใด สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นกับหนูและแม่ครั้งนี้ ลุงตำรวจขอบอกตามตรงว่า เป็นเรื่องที่จัดการได้ค่อนข้างยาก”

                  เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ทั้งสามคนที่ยกสองมือกุมหลังศรีษะและนอนราบไปกับพื้น จึงเริ่มมีสีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

                  ย่าอู๋ฮึกเหิมได้ใจขึ้นมาอีกครั้ง ร้องตะโกนด่าอย่างหยิ่งจองหองว่า

                  “ติงเสวี่ยเหม่ย! นี่ฉันเป็นแม่สามีของแกนะ! ฉันแค่กินของบ้านแกไปแค่สองสามคำเท่านั้น ก็ถึงขั้นต้องแจ้งตำรวจมาจับกันเลยเหรอ! หลังจากนี้ ฉันจะสั่งให้ลูกชายของฉันหย่าขาดกับแกซะ! บ้านหลังนี้ฉันก็ไม่ให้แกซุกหัวนอนอีกต่อไปแล้ว! นังลูกสะใภ้อกตัญญู! ตระกูลหลินของฉันไม่เลี้ยงคนชั่วๆแบบพวกแกสองแม่ลูก!”

                  ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น อู๋ซิ่วเหลียนและหลินเสวี่ยก็ถึงกับแสดงสีหน้าท่าทางตื่นเต้น ทั้งสองดีอกดีใจจนเนื้อเต้น

                  ติงเสวี่ยเหม่ยยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือใบหน้าที่ซีดเซียวมากขึ้น เธอไม่กล้าโต้เถียงออกมาแม้เพียงคำเดียว ราวกับว่ายอมยกธงขาวประกาศความพ่ายแพ้แล้ว เธอยังจะทำอะไรได้อีกอย่างนั้นหรือ? เพราะกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เข้าข้างเธอเลยด้วยซ้ำ?

                  ท้ายที่สุด ภาพที่ปรากฏสู่สาธารณชนก็คือ ลูกสะใภ้อกตัญญูแจ้งตำรวจจับแม่สามีตัวเองคาบ้านที่ไปอาศัยเขาอยู่ด้วยซ้ำ ใครได้ฟังย่อมต้องมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และคงต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ลูกสะใภ้คนนี้ช่างจองหองพองขนนัก

                  ตรงกันข้าม หลินจิงซูในตอนนี้กลับไม่เกรงกลัวย่าอู๋เลยแม้แต่น้อย เธอตบเท้าก้าวขึ้นหน้าและพูดด้วยเสียงที่ดังฟังชัดว่า

                  “คุณย่าพูดผิดแล้ว ทั้งหนูและแม่ต่างก็เป็นคนตระกูลหลินโดยชอบด้วยกฎหมาย พวกเราย่อมมีสิทธิ์ที่จะอาศัยอยู่ในบ้านทุกหลังที่เป็นของตระกูลหลิน ต่อให้แม่หย่าขาดจากพ่อแล้ว แต่แม่ก็ต้องได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งจากทรัพย์สินร่วมที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา! หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจงใจไม่ปฏิบัติตาม เรื่องนี้จะถูกยกขึ้นสู่ชั้นศาลทันที!”

                  ตำรวจนายนั้นเหลือบมองหลินจิงซูอย่างไม่อยากเชื่อ เขาไม่คาดคิดว่า เด็กสาวตัวแค่นี้จะรู้เรื่องข้อกฎหมายละเอียดถึงเพียงนี้!

                  ย่าอู๋ไม่เข้าใจในสิ่งที่หลินจิงซูพูดเลยแม้แต่น้อย แต่ก็พอที่จะเข้าใจอย่างคลุมเครือได้ว่า สิ่งที่เธอกำลังพูดอยู่นั้นหมายถึงอะไร แต่เมื่อได้ยินว่า นังสุนัขตัวเมียติงเสวี่ยเหม่ยต้องการครอบครองสมบัติตระกูลหลินของตนครึ่งหนึ่ง ย่าอู๋ก็ถึงกับเดือดดาล ยกมือขึ้นชี้หน้าก่นด่าสาปแช่งอย่างรุนแรงว่า

                  “นังคนสารเลว นี่แกมีสิทธิ์อะไรจะมาแบ่งสมบัติกับตระกูลหลินของเรา! อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระ!”

                  อู๋ซิ่วเหลียนกับหลินเสวี่ยรีบเข้ามาช่วยเสริมอีกแรงเช่นกัน พวกเธอจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ติงเสวี่ยเหม่ยได้สมบัติของตระกูลหลินไปแม้แต่ชิ้นเดียว!

                  “ฝุ่นทุกเม็ดและด้ายทุกเส้นของตระกูลหลินเป็นของคุณแม่กับพี่ชิงอี้! คนนอกอย่างพวกแกสองแม่ลูกไม่มีคุณสมบัติจะมาแย่งชิงไป!”

                  “ใช่แล้ว! ต้องหลงตัวเองขนาดไหนกัน ถึงได้คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะแบ่งสมบัติในตระกูลหลินของเรา!”

                  ตำรวจรีบเข้าระงับเหตุก่อนจะกลายเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทใหญ่โตไปมากกว่านี้

                  “พอแล้ว หยุดได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาถกเรื่องพรรค์นี้กันนะครับ”

                  หลินจิงซูตอบสนองต่อคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเชื่อฟัง เธอกล่าวขึ้นว่า

                  “เข้าใจแล้วค่ะ งั้นมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทั้งย่าอู๋ ป้ารองและพี่เสวี่ยเป็นโจรที่ขโมยของค่ะ”

                  ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ทั้งสามคนก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากเข้าไปใหญ่ รีบร้องโวยวายขึ้นทันควัน

                  “สิ่งที่พวกฉันเอาไปล้วนเป็นของภายในครอบครัวทั้งนั้น! จะเรียกว่าขโมยได้ยังไง!คุณตำรวจก็เพิ่งจะอธิบายให้ฟังไป แกหูหนวกรึยังไงนังโง่!”

                  หลินจิงเสวี่ยระเบิดเสียงหัวเราะเยาะดังคิกคัก

                  คนพวกนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นคนใน ‘ครอบครัว’ จริงๆหรือ  

                  ช่างชั่วช้า! หน้าไม่อาย!

                  “คุณย่า ป้ารอง แล้วก็พี่เสวี่ย พวกเราล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็จริง แต่สิ่งของที่ทุกคน ’หยิบฉวย’ ไปนั้น ไม่ใช่ของหนูกับแม่ค่ะ แต่เป็นของบ้านศาสตราจารย์หวัง!”

                  หลินจิงซูจงใจเน้นย้ำคำว่า ‘หยิบฉวย’ พร้อมทั้งแสยะยิ้มเหน็บแนมอย่างมีความสุข

                  ทันทีที่ย่าอู๋ได้คำพูดเหล่านั้น ใบหน้าแก่ชราของเธอก็ยับยู่ยี่เหี่ยวเฉาจนแทบไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว อึดใจต่อมาจึงร้องตะโกนออกไปว่า

                  “จะเป็นไปได้ยังไงกัน?! ของๆศาสตรจารย์หวังจะมาวางอยู่ที่นี่ได้ยังไง! นังเด็กสารเลว! กล้าโกหกน้ำขุ่นๆเชียวเหรอ!!”

                  

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status