เข้าสู่ระบบ162 2-2
ตอนที่ 323 แม่ภูมิใจในตัวลูก
หลินจิงซูแอบขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ ทำไมหมอนี่ถึงได้เรื่องมากจังนะ? ยังคิดจะโทรระรานกันอีกเหรอ? ดูสภาพของมันตอนนี้สิ ไม่ต่างอะไรจากเห็บหมัดเลยจริงๆ!
หลินจิงซูหันมาพยักหน้าให้อีกฝ่ายด้วยความยิ้มแย้ม แล้วรีบกรอกหมายเลขชุดหนึ่งลงในเศษกระดาษมั่วๆ จากนั้นก็ปั่นสามล้อจากไปพร้อมกับเฉินเฉวียนเย่
ระหว่างทางกลับบ้าน หลินจิงซูฮัมเพลงไปตลอดอย่างมีความสุข
ทางด้านเฉินเฉวียนเย่ เขาเองก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้เช่นกัน เมื่อเห็นสาวน้อยร่าเริงขนาดนี้
เดิมทีเขาเคยกังวลว่า พ่อของสาวน้อยคนนี้จะต้องหวนคืนกลับมาเพื่อชิงตัวติงเสวี่ยเหม่ยและลูกสาวไปจากเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นหลินจิงซูงัดเอาทุกเล่ห์กลออกมาใช้ล่อลวงพ่อตัวเอง ชนิดที่ไม่มีเมตตาสงสารแบบนี้ กลับกลายเป็นว่าเฉินเฉวียนเย่อดที่จะเป็นห่วงผู้ชายคนนั้นแทนไม่ได้
หลินชิงอี้…เป็นศัตรูกับใครไม่เป็น ดันมาเป็นศัตรูกับลูกสาวตัวเอง!
“พ่อเฉินคะ กังวลใจบ้างมั้ยคะที่เห็นพ่อของหนูกลับมาแบบนี้?”
หลินจิงซูหยุดฮัมเพลงชั่วขณะ และเอ่ยถามประโยคนี้ขึ้นมาทันที
“อย่างฉันน่ะเหรอ? ไม่มีทาง! อย่าลืมสิสาวน้อยว่าฉันเป็นใคร? เฉินเฉวียนเย่เชียวนะ! ทำไมฉันต้องกลัวพ่อของเธอด้วยล่ะ!”
เฉินเฉวียนเย่เลือกที่จะเชิดหน้าชูคาง ขานตอบกลับไปอย่างหยิ่งผยอง
สาวน้อยที่กำลังปั่นสามล้อนิ่งเงียบไปและใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆก็หันหน้าหน้าไปพูดหยอกเย้าอีกฝ่ายว่า
“แน่ใจเหรอคะ? แน่ใจนะว่าไม่กลัวจริงๆ? ไม่กลัวว่าพ่อหนูจะกลับมาขอแต่งงานใหม่กับแม่เหรอคะ? กลับมาคราวนี้ เขาอาจจะแย่งแม่ไปจากพ่อเฉินก็ได้นะคะ?”
ครั้งนี้เฉินเฉวียนเย่เปิดใจพูดออกไปตามตรง ไม่คิดที่จะปิดบังใดๆอีก เขาตอบไปตามที่ตนเองรู้สึก
“เอาจริงๆนะสาวน้อย แวบแรกที่เจอหน้าพ่อของเธอเมื่อครู่ ฉันเองก็กังวลใจแทบแย่ แต่หลังจากที่เห็นว่าเธอจงเกลียดชังพ่อขนาดไหน ทำเอาความกังวลใจของฉันที่เคยมีมันไร้ค่าไปเลย!”
รอยยิ้มที่ฉายปรากฏบนใบหน้าของเฉินเฉวียนเย่ตอนนี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยความโล่งใจอย่างเหลือเกิน เขายังพูดติดตลกต่อว่า
“ก่อนจะถึงมือฉัน เกรงว่าพ่อของเธอคงถูกเธอขย้ำตายไปก่อนแล้วล่ะ!”
ทั้งสองระเบิดเสียงหัวเราะร่วนขึ้นพร้อมเพรียงกัน
หลินจิงซูหันกลับไปมองทางตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายติดปลายปากเล็กน้อย
“ถูกต้อง ถ้ามันกล้าล้ำเส้นมาหาแม่หนูอีกจริงๆ คราวนี้หนูจะฆ่ามันให้ตาย!”
หลินจิงซูเริ่มมีความคิดดีๆผุดขึ้นมาในหัวแล้วเช่นกัน จากนี้ต่อไป เธอจะเปลี่ยนหลินชิงอี้เป็นเครื่องผลิตเงินส่วนตัวของเธอ อีกฝ่ายไม่รู้ทั้งที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์หรือแม้แต่ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆสักอย่างเดียว และตัวเมืองหลวงแห่งนี้ก็กว้างใหญ่ไพศาล โอกาสจะพบเจอกันอีกครั้งนั้นค่อนข้างยาก หรือหากบังเอิญพบเจอกันเข้าจริงๆ เธอก็จะใช้มันเป็นแหล่งทำเงินให้ตัวเองอีกครั้ง!
ทันทีที่ทั้งสองกลับมาถึงบ้าน ติงเสวี่ยเหม่ยที่กำลังจะเอ่ยปากบ่นเรื่องที่กลับมากันช้า ก็พลันชะงักหยุดด้วยความเอะใจ สังเกตเห็นท่าทางมีความสุขของคนทั้งคู่ เธอจึงเอ่ยถามขึ้นทันที
“มีอะไรกันรึเปล่าสองคน? ดูทำหน้าทำตาเข้าสิ ยิ้มหน้าบานกันมาแต่ไกลเชียว!”
“แม่คะ วันนี้หนูบังเอิญไปเจอกับพ่อมา”
หลินจิงซูพูดไปยิ้มไป ท่าทางดูภูมิอกภูมิใจอย่างมาก
เมื่อติงเสวี่ยเหม่ยได้ยินเช่นนี้ สีหน้าท่าทางของเธอก็เปลี่ยนผันดูเย็นชาระคนรังเกียจขึ้นทันที
ยิ่งสังเกตเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของติงเสวี่ยเหม่ยแบบนี้ เฉินเฉวียนเย่ก็ยิ่งรู้สึกโล่งใจผ่อนคลายมากเข้าไปใหญ่
“เจอคนแบบนั้นแล้วมีความสุขนี่นะลูก? พี่เฉินก็อีกคนทำไมถึงต้องยิ้มด้วย?”
ติงเสวี่ยเหม่ยผู้แสนโอบอ้อมอารี ได้เปลี่ยนไปอย่างถนัดตา ทุกวาจาน้ำเสียงล้วนเต็มไปด้วยความเยียบเย็นไร้ความรู้สึก เธออดสงสัยเป็นไม่ได้ว่า ทัศนคติของลูกสาวที่มีต่อคนบัดซบอย่างหลินชิงอี้ ได้เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ทำไมเจอหน้ากันแล้วถึงได้ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข? เฉินเฉวียนเย่ก็อีกคน??
หลินชิงอี้! ถ้าแกกล้าคิดชั่วออกอุบายล่อลวงลูกสาวฉันล่ะก็…แกต้องไม่ตายดีแน่! ติงเสวี่ยก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจ
หลินจิงซูไม่รอช้า ควักธนบัตรร้อยหยวนปึกโตขึ้นมาโบกสะบัดเล่นต่อหน้าติงเสวี่ยเหม่ย เธอยิ้มบอกออกไปอย่างดีอกดีใจว่า
“ดูนี่สิ ดูนี่สิคะแม่ หนูได้เงินพวกนี้มาจากพ่อเชียวนะ! ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ”
“อะไรนะ? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ติงเสวี่ยเหม่ยยิ่งปั้นหน้างุนงงอย่างหนัก
“ตอนนี้ชีวิตของมันมีแต่จะตกต่ำลงเรื่อยๆ งานการที่มั่นคงก็ไม่มีให้ทำแล้ว พอรู้ว่าชีวิตของพวกเราสองแม่ลูกกำลังจะไปได้สวย มันก็ตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ขอกลับมาคืนดี เพื่อหวังเสพสุขบนกองเงินกองทองของเรา เพราะอย่างนี้ไงล่ะคะ หนูถึงได้ฉวยโอกาสนี้ใช้มันเป็นเครื่องผลิตเงินซะเลย…”
หลินจิงสูดดมธนบัตรในมือเหล่านั้นด้วยสีหน้าหอมหวนชื่นใจ
ทันทีที่ได้ฟังคำบอกเล่านั้น…ติงเสวี่ยเหม่ยก็ถึงกับหัวเราะออกมาจนท้องแข็ง! จากนั้น จึงได้รับฟังรายละเอียดยิบย่อยจากปากลูกสาว ที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนี้ให้ฟัง
“ไปขูดรีดเอาเงินมาตั้งมากมาย มิหนำซ้ำยังให้เบอร์โทรศัพท์มั่วๆไปอีก ทำแบบนี้จะไม่เป็นปัญหาในวันข้างหน้าเหรอจ๊ะ?”
หลินจิงซูโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“มีปัญหานี่นะ? ตัวเมืองหลักที่เราอยู่ออกจะกว้างใหญ่ พนันได้เลยว่าโอกาสที่จะได้พบเจอกันอีกนั้นแทบไม่มี! หรือถ้าบังเอิญเจอกันอีกจริงๆ แล้วยังไงล่ะคะ? พ่อให้เงินลูกสาวตัวเองมันผิดตรงไหน? หนูไม่ได้ปล้นจี้มาจากเขาซะหน่อย ต่อให้แจ้งตำรวจไป ก็ทำอะไรหนูไม่ได้อยู่ดี!”
“ซูซู ลูกแม่นี่ช่างฉลาดหลักแหลมจริงๆ!”
ติงเสวี่ยเหม่ยยิ้มพร้อมกับเอ่ยชมบุตรสาวด้วยความภาคภูมิใจ
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







