เข้าสู่ระบบ168 1-2
ตอนที่ 334 แค้นนี้ต้องชำระ!
จ้าวเสี่ยวย่าเดินออกจากโรงพยาบาลไปด้วยความอาฆาตแค้นที่ครอบงำจิตใจ ตลอดชีวิตของเธอที่ผ่านมา มีแต่ผู้คนคอยรายล้อมประคมประหงมเอาอกเอาใจ มีหรือจะเคยถูกใครข่มเหงรังแกเช่นนี้มาก่อน?
หนึ่งครอบครัวท่ามกลางถนนสายยาว บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบงันและอึดอัด สามคนพ่อแม่ลูกต่างฝ่ายต่างนั่งนิ่งไม่พูดไม่จากันสักคำ พวกเขาทั้งหมดเพิ่งจะได้รับบทเรียนครั้งใหญ่กันมาหยกๆ
“เด็กโง่! รู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไป? ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านเรายังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ป่านนี้ชีวิตของลูกคงได้พังย่อยยับไม่เหลือชิ้นดีไปแล้ว! ทำอะไรไม่รู้จักคิดซะบ้างเลย!!”
เผชิญพบกับถ้อยคำดุด่าของผู้เป็นแม่ จ้าวเสี่ยวย่าถึงกับตวาดสวนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แม่จะมาโทษหนูได้ยังไงกัน! ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษนังคนชั้นต่ำนั่นสิ! มันบังอาจใช้กลอุบายชั่วๆมาหลอกไถเงินพวกเรา! พ่อคะ แม่คะ อย่าปล่อยให้คนชั่วอย่างมันลอยนวลไปแบบนี้เด็ดขาดเลยนะคะ!”
จ้าวเสี่ยวย่าเขย่าแขนพ่อแม่ของตน พร้อมเร่งเร้าให้ทั้งคู่ใช้เส้นสายความสัมพันธ์ทั้งหมดที่มี จัดการจับหลินจิงซูโยนเข้าคุกให้ได้
แต่สองสามีภรรยาตระกูลจ้าวกลับไม่ใช่คนโง่เขลา ทั้งคู่ฉลาดกว่าที่เห็นและตระหนักดีว่าอะไรเป็นอะไร ประการแรก ลูกสาวของพวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายไปทำร้ายหลินจิงซูก่อน พยานในที่เกิดเหตุมีอยู่ทั่วสนามบาสเก็ตบอล และผู้หญิงคนนั้นก็มีประวัติการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจริง รวมถึงมีใบรับรองแพทย์พร้อมสรรพ ซึ่งนั่นหมายความว่า หลักฐานทางรูปคดีนับว่าสมบูรณ์ครบถ้วน อีกฝ่ายสามารถเดินหน้าฟ้องร้องต่อได้ทันทีหากต้องการ
สรุปสั้นๆก็คือ พวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบเต็มประตู!
“นี่ลูกตาบอดรึไง? เล่ห์เหลี่ยมของเธอแพรวพราวซะขนาดนั้น กระทั่งพ่อกับแม่ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้! ทั้งหมดมันเป็นแค่กับดักที่ใช้หลอกล่อคนไม่มีสมองอย่างลูกยังไงล่ะ! แล้วใครกันที่ต้องรับเคราะห์ไปด้วย? ก็พ่อกับแม่นี่ไงล่ะ!!”
ทุกวาจาคำพูดของผู้เป็นแม่ที่เอ่ยออกมา ล้วนแล้วแต่เป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดทั้งสิ้น แต่ทว่าจ้าวเสี่ยวย่ากลับทำใจยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“เอาล่ะ เลิกคลุ้มคลั่งได้แล้ว! ครั้งนี้ถือซะว่าเป็นบทเรียนราคาแพงของลูกก็แล้วกัน พ่อกับแม่ยินดีจ่ายหากมันจะช่วยให้ลูกตาสว่างได้บ้าง! แล้วจากนี้เป็นต้นไป ลูกก็หยุดสร้างปัญหาซะที!”
“ฐานะของครอบครัวเราตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะลูก ธุรกิจของเรากำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จะใช้เงินสักทีก็ต้องรู้จักคิดให้รอบคอบ อย่าเอาแต่ทำตัวให้เป็นภาระพ่อแม่ไปวันๆ!”
หลังจากที่ได้ฟัง จ้าวเสี่ยวย่าไม่เพียงไม่สำนึกเท่านั้น แต่ทว่ายังแอบก่นด่าพ่อแม่อยู่ภายในใจว่า เป็นพวกขี้ขลาดตาขาว
คนที่ทั้งจนและไร้ซึ่งพลังอำนาจอย่างหลินจิงซู มันจะใช่คู่ต่อสู้ของจ้าวเสี่ยวย่าคนนี้ได้อย่างไรกัน?
แค่จะคิดหาเหตุผลให้ตนเองต้องพ่ายแพ้ต่อลูกจ้างร้านชานมไข่มุกกระจอกๆแบบนั้น ไม่ว่าจ้าวเสี่ยวย่าจะพยายามคิดอย่างไร เธอก็ไม่สามารถคิดออกเลยจริงๆ!
ชั่วแวบหนึ่งเหมือนว่าเธอจะนึกอะไรดีๆขึ้นมาได้ จ้าวเสี่ยวย่ารีบแบมือยื่นออกไปขอเงินค่าขนมจากพ่อกับแม่ทันที
“พ่อคะ แม่คะ เงินค่าขนมอาทิตย์นี้หนูใช้ไปหมดแล้ว ขอเพิ่มด้วยค่ะ”
เมื่อสักครู่ สองสามีภรรยาเพิ่งจะสูญเงินหมื่นไปสดๆร้อนๆ ทว่าตอนนี้ลูกสาวไม่รักดีของพวกเขา ยังจะมีหน้ามาขอเงินค่าขนมเพิ่มอีกงั้นเหรอ? แน่นอนว่า การกระทำเช่นนี้ได้ทำให้พวกเขาทั้งคู่โกรธมากทีเดียว!
ด้วยนิสัยฟุ่มเฟือยของเด็กคนนี้ สักวันเธอจะต้องถลุงทรัพย์สมบัติก้อนสุดท้ายที่ครอบครัวเหลืออยู่หมดเกลี้ยงอย่างแน่นอน!
ขณะขับรถ ผู้เป็นพ่อได้เหลียวหลังมามองลูกสาวที่เอาแต่ใจด้วยความสมเพชเวทนา พร้อมกับควักธนบัตรมูลค่าหนึ่งร้อยหยวนยัดใส่กำมือของจ้าวเสี่ยวย่าให้เพียงหนึ่งใบ
“จะบ้ารึเปล่าพ่อ! แค่ร้อยหยวนเองเนี่ยนะ? เงินแค่นี้กินข้าวมื้อนึงยังไม่พอเลย!?”
สำหรับคุณหนูผู้ร่ำรวยเฉกเช่นจ้าวเสี่ยวย่า ปกติแล้ว แค่ค่าอาหารหนึ่งมื้อของเธอก็ตกเกือบร้อยหยวนแล้ว ไหนจะค่าช้อปปิ้งซื้อกระเป๋าเสื้อผ้า ไหนจะต้องซื้อของแจกเพื่อนๆของเธอในแต่ละวันอีกล่ะ?
“วันๆแกใช้จ่ายอะไรนักหนา! สถานการณ์ทางบ้านของเราตอนนี้หนักหนาแค่ไหน แกยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรจริงๆน่ะเหรอ!?”ถูกพ่อขึ้นเสียงดุยกใหญ่เช่นนี้ จ้าวเสี่ยวย่าก็ได้แต่บ่นพึมพำอย่างรำคาญใจ เธอตัดพ้อถึงจำนวนเงินค่าขนมอันน้อยนิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ท้ายสุดจะตระหนักได้กว่า ไม่มีใครสักคนสนใจฟังเธอเลย จึงจำต้องยอมแพ้ไป
ในเวลาเดียวกันนั้น หลินจิงซูเองก็กำลั่งนั่งเลียนิ้วนับเงินจำนวน 10,000 หยวนอยู่บนเตียงคนไข้อย่างสบายอารมณ์
แค่หยิบงัดกลอุบายเล็กๆน้อยๆมาใช้ ย่อมสามารถสั่งสอนคุณหนูจากตระกูลร่ำรวยอย่างจ้าวเสี่ยวย่าได้ไม่ยาก
มีเงินก้อนตั้งหมื่นหยวนอยู่ในกำมือ เธอจะเอาไปทำอะไรดีนะ?
ในยุคสมัยนี้ เงินจำนวน 10,000 หยวนนับว่ามากพอจะใช้เลี้ยงชีวิตตลอดหนึ่งปีทีเดียว
เอาล่ะ ในเมื่อบรรลุจุดประสงค์แรกแล้ว พรุ่งนี้หลินจิงซูก็พร้อมออกจากโรงพยาบาลแล้วเช่นกัน
เธอตัดสินใจเก็บเงินก้อนนี้ไว้กับตัวเอง ดังคำกล่าวที่ว่า เรื่องความมั่งคั่งอย่าให้รั่วไหลถึงหูผู้อื่น หลังสิ้นสุดเหตุการณ์ครั้งนี้ เธอจึงค่อยหาหนทางนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินจิงซูได้ทำเรื่องขอกลับบ้านด้วยตัวเองทุกขั้นตอนจนเสร็จสรรพ
เห็นว่าสาวน้อยไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆแล้ว แพทย์จึงได้เซ็นอนุมัติให้อย่างไม่มีปัญหา
และในเมื่อรับปากกับสองสามีภรรยาตระกูจจ้าวไว้แล้ว เธอจึงได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อถอนข้อกล่าวหาที่เคยฟ้องจ้าวเสี่ยวย่าออกทั้งหมด
หากจ้าวเสี่ยวย่ามีประวัติต้องโทษติดตัว สิ่งนี้ย่อมส่งผลกระทบต่ออำนาจอิทธิพลของครอบครัวเธอได้ในอนาคตได้เช่นกัน รวมถึงปัญหาอีกมากมายที่จะตามมา ดังนั้น สองสามีภรรยาตระกูลจ้าวจึงได้พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อชำระล้างประวัติของลูกสาวให้ขาวสะอาดหมดจด
เสร็จสิ้นกิจธุระ หลินจิงซูก็ได้เดินออกจากสถานีตำรวจมาอย่างสบายอารมณ์ กระทั่งเลี้ยวลัดตัดพ้นหัวโค้งเท่านั้น สิ่งแรกที่เธอประสบพบเจอก็คือ จ้าวเสี่ยวย่าที่กำลังตั้งท่าเตรียมพร้อมยืนดักรออยู่อีกฟากฝั่งถนน
เมื่อวานเพิ่งขู่ไปหยกๆว่า อย่าโผล่หน้าให้เห็นอีกเป็นครั้งที่สอง ดูท่าสาวน้อยคนนี้คงจะยังไม่เข็ดหราบสินะ?
เอาเถอะ เห็นแก่เงิน 10,000 หยวนที่เพิ่งได้มา หลินจิงซูเองก็หาใช่คนไร้เมตตาอะไร เธอจงใจเดินเลี่ยงหลบจ้าวเสี่ยวย่าและเบี่ยงไปทางถนนอีกเส้นแทน
ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมา เธอกลับถูกอันธพาลกลุ่มหนึ่งตรงปรี่เข้ามาล้อมร่างไว้อย่างแน่นหนา
“หึ! หน้าด้านไถเงินพ่อแม่ฉันไป แล้วยังคิดจะหนีไปง่ายๆอีกเหรอ?”
จ้าวเสี่ยวย่าตระหนักชัดแล้วว่า เวลานี้หลินจิงซูได้ทำการเพิกถอนข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว
หนทางสะดวกเช่นนี้ ยังมีสิ่งใดให้เธอต้องเกรงกลัวอีกล่ะ?
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







